Masuk142 2-2
ตอนที่ 283 อย่างกับคู่แฟน
หลินจิงซูกวาดตามองรอบทิศ สำรวจดูภาพรวมของธุรกิจในเวลานี้แล้ว ก็ถึงกับต้องพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
ร้านใหม่ที่เพิ่งเปิดให้บริการนี้ ได้จ้างพนักงานมาช่วยสองคน แต่ไม่ทันไร สาวน้อยทั้งสองกลับมีงานล้นมือจนเกินจะรับไหวซะแล้ว แต่นับว่าโชคยังดีที่พนักงานสาวสองคนจากร้านเก่า มีเพื่อนสนิทที่กำลังว่างอยู่พอดี จึงได้ฝากให้เข้ามาเป็นกำลังเสริมที่ร้านอีกแรง
เห็นสาขาใหม่กำลังเริ่มต้นได้อย่างสวยงาม ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น หลินจิงซูจึงค่อยวางใจได้บ้าง จากนั้น เธอก็ได้เดินกลับไปที่หอพัก แต่ก็ไม่ลืมที่จะแวะไปอาคารเรียนก่อน พร้อมกับชานมไข่มุกสองถุงใหญ่ในมือ
เธอตะเวนแจกจ่ายชานมไข่มุกให้แก่คณาจารย์ทุกคนในห้องพักครูคนละแก้วถ้วนหน้า
ตกเย็น เธอก็มานั่งทบทวนบทเรียนอยู่ที่ม้านั่งข้างสนามกีฬากลางของมหาวิทยาลัย ทันใดนั้นเอง พลันปรากฏเสียงอึกทึกสร้างความโกลาหลไปทั่วทั้งบริเวณ
“เพื่อนๆวิศวะคอมทุกคน มานี่เร็วเข้า! หวู่ฮ่าวชิงซื้อชานมไข่มุกมาเลี้ยงพวกเราด้วย!”
ชายหนุ่มคนหนึ่งป่าวประกาศเสียงดังลั่นอย่างมีความสุข
แทบจะในพริบตา บรรดานิสิตคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ทุกคนที่อยู่ในละแวกนั้น ต่างก็วิ่งปรี่เข้ามาพร้อมกับโห่ร้องตะโกนยกย่องด้วยความตื่นเต้นดีใจ
“ลูกพี่หวู่ของเราใจดีจริงๆ!!”
หลินจิงซูเงยหน้าขึ้นมอง และเห็นหวู่ฮ่าวชิงที่ยืนอยู่ตรงนั้นพอดี ชายหนุ่มสุดหล่อที่ว่ากำลังยืนแจกชานมไข่มุกให้กับเพื่อนๆทุกคน
“ชานมไข่มุกแก้วละตั้ง2.5หยวน พวกเราตรงนี้มีกันเกือบ40คน โอ้โห…นี่พี่ยอมจ่ายเงินเป็นร้อยหยวนเพื่อเลี้ยงพวกเรานี่นะ? โคตรใจป้ำเลยพี่!”
เหล่านิสิตชายต่างพากันโห่ร้องประสานเสียงชื่นชมอย่างอดไม่ได้
หลินจิงซูเหลือบมองแก้วชานมไข่มุกในมือของทุกคนเล็กน้อย พลันต้องรู้สึกประหลาดใจในเวลาถัดมา นั่นมันชานมไข่มุกของร้านเธอไม่ใช่เหรอ?
ยังไม่ทันได้สติดีด้วยซ็ำ ชานมไข่มุกแก้วหนึ่งก็ถูกยื่นมาตรงหน้าของเธอ
“คุณประธานของพวกเราก็ดื่มด้วยสิ! อืม…แต่นี่มันของร้านเธอเองนี่นา คงจะดื่มจนเบื่อแล้วสินะ?”
รอยยิ้มของหวู่ฮ่าวชิงช่างดูสดใสร่างเริง แอบพูดหยอกเย้าติดตลกเล็กน้อย
ชายหนุ่มรูปหล่อร่างสูงยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า แผ่นหลังบดบังแสงอาทิตย์ทางทิศตะวันตก ทำเอาวิสัยทัศน์รอบตัวของหลินจิงซูถึงกับมืดลงไม่น้อย
“ไม่หรอก อากาศร้อนแบบนี้ ฉันกำลังอยากได้อะไรเย็นๆอยู่พอดี”
หลินจิงซูยิ้มตอบและรับน้ำใจด้วยความยินดี
“ขอบใจมากเลยนะที่ช่วยอุดหนุนธุรกิจของบ้านฉันน่ะ”
“จะทำไงได้ล่ะ? ก็ชานมไข่มุกร้านเธอมันอร่อยจริงๆนี่!”
ทุกครั้งที่หวู่ฮ่าวชิงพูดจาแต่ละคำไม่ว่ากับใคร เขาช่างดูมีเสน่ห์เกินบรรยายจริงๆ ให้ความรู้สึกของผู้ชายขี้เล่นและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน พูดจบ เขาก็เดินทยอยแจกชานมไข่มุกให้กับเพื่อนคนอื่นๆต่อ
“ใจป้ำแบบนี้ เธอรู้รึเปล่าว่าบ้านเขาทำธุรกิจอะไร?”
จ้าวลี่ที่เกิดอาการสงสัยใคร่รู้ขึ้นฉับพลัน จึงรีบตีศอกสะกิดถามหลินจิงซูทันที
หลินจิงซูส่ายหน้า ก่อนจะก้มหน้าลงอ่านหนังสือทบทวนบทเรียนตามเดิม พร้อมตอบกลับไปเพียงสั้นๆ
“ไม่รู้สิ”
จ้องมองแผ่นหลังกว้างของหวู่ฮ่าวชิงที่กำลังเดินไปคุยเล่นกับเพื่อนคนอื่น จ้าวลี่สัมผัสได้ถึงแรงกระเพื่อมบางอย่างกลางใจของตนทันที…
เธอไม่นึกไม่ฝันมาก่อนจริงๆว่า ในสังคมมหาวิทยาลัยที่ตนอยู่นั้น จะมีนิสิตที่มาจากครอบครัวฐานะร่ำรวยรายล้อมอยู่มากมายถึงเพียงนี้! นอกจากหลินจิงซูที่ได้ทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจแล้ว ก็ยังมีบางคนถึงขั้นยอมจ่ายเงินกว่า 100หยวนเพื่อเลี้ยงเพื่อนฝูง แล้วเธอล่ะ…
แล้วเธอมีอะไรดีบ้าง?
ภายในหอพักนักศึกษามีโทรศัพท์สาธารณะติดตั้งอยู่สองเครื่อง หลินจิงซูบังเอิญเห็นเข้าพอดีในระหว่างที่เดินกลับ และทันใดนั้นเอง จู่ๆเธอก็นึกถึงหน้าของจู้หยานขึ้นมา
หลังจากที่จู้หยานเดินทางถึงประเทศอังกฤษแล้ว เขาก็ได้โทรมาหาเธอครั้งหนึ่ง เพื่อรายงานว่าได้ถึงจุดหมายโดยสวัสดิภาพแล้ว และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทั้งเขาและเธอก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย…
หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่จู้หยานได้เคยบอกไว้ หลินจิงซูเองก็ยังคงจดจำได้อย่างแม่นยำ
นับนิ้วคำนวณคร่าวๆ เวลาในตอนนี้ที่ประเทศอังกฤษน่าจะราวบ่ายโมงเศษได้
หลินจิงซูควักเหรียญออกมาหยอดตู้ทันทีอย่างไม่ลังเล กดหมายเลขที่สลักจำอยู่ในหัวลงไปอย่างรวดเร็ว
คล้อยหลังสัญญาณดังติ๊ดๆอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็มีสัญญาณการเชื่อมสาย
“สวัสดี?”
เสียงชายหนุ่มที่แสนคุ้นเคยดังลอดปลายสายมา
ทันทีที่ได้ยินเสียงนี้ หลินจิงซูก็แอบอมยิ้มกับตัวเองอย่างไม่รู้ตัว
“ว่าไงจู้หยาน! นี่ฉันเอง”
และเฉกเช่นเดียวกัน เห็นได้ชัดผ่านน้ำเสียงของจู้หยานว่า เขาเองก็มีความสุขเพียงใดที่ได้ยินเสียงทักทายของหลินจิงซู
ความจริงก่อนหน้านี้ไม่นาน เขาได้เคยโทรเข้าที่โทรศัพท์ในร้านชานมไข่มุกหลายครั้งแล้ว แต่ช่างน่าเสียดายที่หลินจิงซูไม่ได้อาศัยอยู่ที่นั่น
“ไม่เห็นจะโทรหากันบ้างเลยนะ ทำไม? หรือว่าเจออะไรสนุกๆที่อังกฤษก็เลยลืมกันแล้วงั้นเหรอ?”
หลินจิงซูอดที่จะบ่นอีกฝ่ายไม่ได้
“ไม่โทรหาอะไรกันล่ะ? ผมโทรไปที่ร้านไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว แต่ป้าติงเป็นคนรับสาย ยังบอกว่าเดี๋ยวจะบอกคุณให้ คุณต่างหาก เจออะไรสนุกๆที่มหาวิทยาลัยสินะ ถึงได้ไม่ติดต่อกลับมาบ้างเลย?”
จู้หยานโต้สวนกลับไปอย่างมีเหตุผล
จังหวะเดียวกันนั้น หลินจิงซูแอบรู้สึกจั๊กกะจี้หัวใจอย่างบอกไม่ถูก บทสนทนาทำนองนี้ ช่างดูเหมือนกับคู่แฟนแรกรักที่ต้องอยู่ห่างกันข้ามน้ำข้ามสมุทรอะไรแบบนั้นเลยไม่ใช่เหรอ?
รู้สึกขนลุกแปลกๆแฮะ…
แต่จะให้เธอบอกเล่าเรื่องนี้ให้จู้หยานฟัง มันก็รู้สึกแปลกๆ
คล้ายๆกับบทสนทนาของเด็กหนุ่มสาวพูดคุยกันเลย!
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







