LOGIN144 1-2
ตอนที่ 286 คมเขี้ยวที่เริ่มปรากฏ
หวู่ฮ่าวชิงเองก็นับเป็นทหารผ่านศึกแห่งสมรภูมิบาสเก็ตบอลไม่ต่างกัน เพียงแค่มองด้วยตาเปล่าก็สามารถตอบได้เช่นกันว่า หลินจิงซูเพียงแค่ข้อเท้าพลิก จะร้ายแรงสุดก็คงแค่กระดูกเคลื่อน
“อืม…ดูแล้วน่าจะแค่กล้ามเนื้อเคล็ดจริงๆ รอแป๊บนึงนะ เดี๋ยวฉันจะรีบวิ่งไปห้องพยาบาลเอายามาให้ ยังไงก็ควรทายาซะหน่อย อาการระบมจะได้หายเร็วขึ้น!”
สิ้นเสียงพูด โดยไม่รอฟังความเห็นจากหลินจิงซูด้วยซ้ำ เขาก็รีบวิ่งตรงไปที่ห้องพยาบาลทันที
จังหวะเดียวกันนั้น จ้าวลี่ก็วิ่งเข้ามาดูอาการของเธอเช่นกัน เอ่ยปากถามสองสามคำด้วยความเป็นห่วงเล็กน้อย ระหว่างนั้น ก็เหลือบมองไปทางห้องพยาบาลเป็นพักๆ และเริ่มครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ
ไม่นานเกินรอ หวู่ฮ่าวชิงก็วิ่งกลับมาพร้อมกับยาครีมแบบหลอด ที่ใช้สำหรับทารักษาอาการกล้ามเนื้อเคล็ดโดยเฉพาะ
“ขอบใจนายมากนะ”
หลินจิงซูยิ้มตอบพร้อมกับรับไว้
“นี่คุณประธาน ให้ฉันช่วยทายาให้ดีกว่านะ เจ็บแทบลุกไม่ขึ้นแบบนี้ทำเองไม่ไหวหรอกมั้ง?”
หวู่ฮ่าวชิงจ้องตาพร้อมยิงคำถามใส่หลินจิงซูด้วยสีหน้าจริงจัง เผยให้เห็นถึงความใส่ใจภายใต้เบื้องลึกนัยน์ตาดำขลับคู่นั้น เขาทำราวกับว่า ในสถานที่แห่งนี้มีเพียงเขากับเธอสองคนเท่านั้น
คิดว่าคนอย่างหลินจิงซูจะสำออยถึงขั้นยอมให้ผู้ชายมานวดข้อเท้าทายาให้เชียวเหรอ?
“ก็แค่ทายาเองไม่ใช่เหรอ? เอาน่า ฉันเคยข้อเท้าพลิกระหว่างเล่นบาสมาไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบแล้ว อีกอย่าง ฉันก็คุ้นชินกับเจ้ายานี่ดี ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องห่วง”
หลินจิงซูพยายามตอบบ่ายเบี่ยง เพื่อไม่ให้สถานการณ์ในตอนนี้ชวนให้ผู้พบเห็นเกิดความเข้าใจผิด หลังจากรับยาทาหลอดนั้นไว้แล้ว จึงได้พยุงตัวลุกขึ้นจากพื้นและเตรียมกลับไปเรียนคาบต่อไป
ระหว่างที่กำลังเดินกะโผลกกะเผลกออกไปนั้น จู่ๆหวู่ฮ่าวชิงก็รีบเอื้อมมือเข้ามาเพื่อพยายามช่วยเหลืออีกแรง
“นี่คุณประธาน ให้ฉันช่วยพยุงกลับชั้นเรียนดีกว่า สภาพนี้ไม่ไหวหรอก…”
หวู่ฮ่าวชิงถักคิ้วเข้าหากันแน่น เสนอตัวด้วยความเป็นห่วงเป็นใย
ความตั้งใจแต่แรกของเธอคือตอบปฏิเสธกลับไป หลินจิงซูเพียงแค่ข้อเท้าพลิกเท่านั้น ไม่ได้แข้งขาหักซะหน่อย ทำไมจะเดินไปเองไม่ได้?
ทว่ายังไม่ทันที่หลินจิงซูจะได้ปริปากพูดอะไรด้วยซ้ำ จ้าวลี่ก็ชิงพูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฉันจะช่วยพยุงจิงซูกลับไปเอง!”
เห็นสถานการณ์ไม่สู้ดีนัก จ้าวลี่จึงรีบพุ่งเข้ามาคว้าหมับเข้าที่ร่างของหลินจิงซู
หลินจิงซูสาดประกายตาวูบหนึ่งใส่จ้าวลี่และเพียงเหลือบมองเธอเล็กน้อย ก่อนจะปล่อยให้อีกฝ่ายช่วยประคองกลับไปแต่โดยดี
หวู่ฮ่าวชิงพยักหน้าเบาๆ ไม่คิดจะยืนกรานเสนอตัวอีกต่อไปเช่นกัน ได้แต่เฝ้ามองหลินจิงซูจากไปอย่างห่วงๆ
บรรยากาศระหว่างทางกลับเข้าเรียน ทั้งสองคนต่างปิดปากเงียบไม่พูดอะไรกันเลยสักคำ
นับตั้งแต่ตัดหลี่ผางตี้ออกจากรายชื่อผู้ต้องสงสัยแล้ว หลินจิงซูก็เปลี่ยนมาระแวดระวังจ้าวลี่แทน หากไม่ใช่เรื่องสำคัญหรือจำเป็นจริงๆ เธอจะไม่ปริปากพูดคุยกับอีกฝ่ายเลย
ในทางกลับกัน สีหน้าท่าทางของจ้าวลี่เองก็ดูคล้ายคนวิตกกังวลอยู่ตลอดเวลา นึกถึงภาพฉากเมื่อครู่ ตอนที่หลินจิงซูข้อเท้าพลิกได้รับบาดเจ็บ และทันใดนั้น หวู่ฮ่าวชิงก็แสดงท่าทีเป็นห่วงเป็นใยออกมาอย่างชัดเจน…
ภาพเหตุการณ์ครั้งนี้ยังคงฉายวนซ้ำไปซ้ำมาอยู่ภายในใจของเธอ
หรือเป็นไปได้ไหมว่า…เขาจะสนใจในตัวหลินจิงซู?
เพื่อนแบบไหนกันจะแสดงความเป็นห่วงออกนอกหน้าขนาดนี้?
ยิ่งคิดมากเท่าไหร่ จ้าวลี่ก็ยิ่งรู้สึกเจ็บแค้นมากขึ้นเท่านั้น เธอกัดฟันกรอดด้วยความเกลียดชังยิ่ง
หวู่ฮ่าวชิงคือรักแรกพบของเธอ ถ้านังหลินจิงซูกล้าเป็นศัตรูหัวใจของเธอล่ะก็ เธอ..เธอจะ…
ความคิดจุกจิกภายในหัวเหล่านี้ของจ้าวลี่ ด้านหลินจิงซูย่อมไม่ล่วงรู้
หลังจากนั้น พวกเธอก็เรียนกันต่อตามปกติ ในช่วงท้ายชั่วโมง หลินจิงซูก็ได้วานให้จ้าวลี่ช่วยนำรายงานที่เธอสู้อุตส่าห์อดหลับอดนอนทำทั้งคืนจนเสร็จ ไปส่งให้อาจารย์ที่ปรึกษาบนตึก
“รายงานเสร็จสมบูรณ์ดี ใครเป็นคนทำเหรอ?”
อาจารย์ที่ปรึกษาเปิดหน้ารายงานอ่านผ่านๆรอบหนึ่ง พลางเอ่ยถามด้วยความพึงพอใจ
“หนูเองค่ะ อุตส่าห์อดหลับอดนอนทำทั้งคืนกว่าจะเสร็จ”
จ้าวลี่เอ่ยปากรับความดีความชอบทั้งหมดไปคนเดียว ยิ้มตอบรับหน้าตาเฉยอย่างไร้ยางอาย
“เดี๋ยวก่อนนะ ถ้าจำไม่ผิด รายงานชุดนี้อาจารย์มอบหมายให้ประธานนักศึกษาเป็นคนดูแลไม่ใช่เหรอ?”
ดูเหมือนอาจารย์ที่ปรึกษาเพิ่งจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงรีบร้องถามออกไป
จ้าวลี่ตีหน้าเศร้าร่ายอธิบายความ เสมือนว่ากำลังรับบทนางเอกผู้น่าสงสาร
“ก็ประธานน่ะสิคะไม่เริ่มทำสักที พอใกล้จะถึงเวลาต้องส่ง ก็ผลักภาระมาให้หนู…”
อาจารย์ที่ปรึกษาเหลือบตามองจ้าวลี่เล็กน้อย และตอบกลับเพียงแค่สั้นๆว่า
“อืม เข้าใจแล้ว เธอกลับไปได้”
เดินออกจากฝ่ายทะเบียนมา ท่ามกลางฝูงชนนิสิตนักศึกษาที่พลุกพล่าน จ้าวลี่เดินสวนไปพร้อมแสยะยิ้มมุมปากอย่างชั่วร้าย…
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







