ANMELDEN143 2-2
ตอนที่ 285 ข้อเท้าพลิก
“เขาที่ว่าน่ะใครเหรอ?”
หลินจิงซูปั้นสีหน้างุนงงไม่เข้าใจ
“ก็นั่นไง…หวู่ฮ่าวชิงไงล่ะ! ดูสิ เขากำลังมองมาที่ฉันอยู่รึเปล่า? ฉันเขินจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว! ช่วยมองให้ฉันหน่อยสิ!”
จ้าวลี่เขย่าแขนกระตุ้นเร่งเร้าให้หลินจิงซูช่วยทำตามคำขอของเธอ
หลินจิงซูเงยหน้าขึ้นกวาดสายตามองไปส่งๆ แล้วก็ช่างบังเอิญเป็นที่สุด สายตาของเธอกับหวู่ฮ่าวชิงพลันสบปะทะกันกลางอากาศอย่างพอดิบพอดี
ฝ่ายชายรีบเบี่ยงหน้าหลบหนีด้วยความขวยเขินทันที
“โอ้…เขากำลังมองเธออยู่จริงๆ”
หลินจิงซูตอบเพียงแค่สั้นๆ คร้านที่จะใส่ใจอีก
ยิ่งจ้าวลี่ได้ยินแบบนั้น ใบหน้าของเธอก็ยิ่งแดงก่ำมากขึ้น นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียวอย่างมีความสุข
พูดก็พูดเถอะ เห็นผู้ชายพวกนั้นเล่นบาสเก็ตบอลชนิดใส่สุดจัดเต็มแบบนั้น หลินจิงซูเองก็ชักจะคันไม้คันมือขึ้นมาบ้างแล้วเหมือนกัน
เมื่อชาติก่อนหน้า ภายในโรงงานอาหารกระป๋องแมวจะมีสนามบาสเก็ตบอลเล็กๆอยู่ด้วย ยามว่างช่วงพักกลางวันและหลังเลิกงาน เหล่าพนักงานงานหนุ่มสาวก็มักจะรวมกลุ่มไปเล่นกันอยู่เสมอ ซึ่งหลินจิงซูเองก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย
หลินจิงซูลุกขึ้นถกแขนเสื้อ แล้วเดินตรงเข้าไปพูดคุยกับนิสิตชายเหล่านั้นอย่างไม่รอช้า ทุกคนในสนามต่างก็กำลังอยู่ในช่วงพักครึ่งพอดี
“นี่ มีทีมให้ฉันเข้าได้บ้างรึเปล่า? ฉันก็อยากเล่นเหมือนกัน”
ทันทีที่พวกผู้ชายได้ยินเช่นนั้น แต่ละคนก็แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
“ห๊ะ? อยากเล่นบ้าง? หมายถึง…บาสน่ะเหรอ?”
นิสิตชายคนหนึ่งตาเบิกโพลงด้วยความตะลึงงัน แอบสงสัยว่าตนเองฟังผิดไปหรือเปล่า?
“อ่าห๊ะ ก็ใช่น่ะสิ พวกนายกำลังเล่นบาสกันอยู่ไม่ใช่เหรอ? มีตำแหน่งว่างในทีมบ้างรึเปล่าล่ะ? ฉันอยากจะขอร่วมวงเล่นด้วยคน”
หลินจิงซูพูดไปก็หัวเราะไป
บาสเก็ตบอลเป็นกีฬารุนแรงที่ต้องมีการกระทบกระแทกกันตลอดทั้งเกม แน่นอนว่ามันคือกีฬายอดนิยมสำหรับพวกผู้ชาย ซึ่งตรงกันข้ามกับผู้หญิง ที่มองกีฬาประเภทนี้เป็นเรื่องน่าสยดสยอง
นี่นับเป็นครั้งแรกในชีวิตของพวกเขาเลยก็ว่าได้ ที่เห็นสาวสวยอย่างหลินจิงซูเอ่ยปากขอลงสนามด้วยแบบนี้!
“นี่คุณประธาน เล่นบาสเป็นกับเขาด้วยเหรอ?”
หวู่ฮ่าวชิงก็เป็นอีกหนึ่งคนที่อดประหลาดใจไม่ได้เช่นกัน แต่เขาก็แก้สถานการณ์ได้ดี หลังจากเอ่ยถามแล้วก็รีบออกปากชักชวนอย่างแข็งขันว่า
“แต่ก็ดีเลย ดีเลย! มีคนขอพักไปหนึ่งพอดี คุณประธานมาเล่นด้วยกันเถอะ!”
เห็นหลินจิงซูวิ่งปรี่ไปขอร่วมเล่นบาสเก็ตบอลกับนิสิตชายในสนาม บรรดาสาวๆที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้รอบนอกต่างพากันตะลึงงันไม่แพ้กัน พวกเธอได้แต่นั่งตัวแข็งทื่อเป็นหินไม่ได้สติอยู่นาน
“เดี๋ยวนะ เดี๋ยว ประธานเล่นบาสเป็นด้วยเหรอ? ไม่สิ! เล่นเก่งขนาดนี้เชียวเหรอ?!”
“แม้ประธานจิงซูจะเสียเปรียบเรื่องสรีระก็จริง แต่เธอก็เล่นได้น่าประทับใจมากจริงๆ!”
“พูดตามตรงนะ เธอดูเล่นเก่งกว่าพวกผู้ชายอีกอ่ะ…”
เห็นกลุ่มสาวๆพากันแห่ชื่นชมหลินจิงซูกันเป็นเสียงเดียว แต่กลับมีบางคนที่ดูเหมือนจะไม่พอใจเอาเสียเลย…
“หึ ถ้าเป็นฉันคงไม่ไปขอเล่นด้วยหรอก อยู่ท่ามกลางผู้ชายเยอะแยะแบบนั้น เห็นแล้วเหมือนพวกสาวใจแตกมากกว่า เกิดมาเป็นผู้หญิงก็ควรจะรักนวลสงวนตัวสิ…”
ที่มุมหนึ่งใต้ต้นไม้ จ้าวลี่แอบเบะปากบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ
ก่อนที่เกมกำลังจะสิ้นสุดลง ดูเหมือนจะมีการเรียกส่งบอลกันผิดจังหวะ หลินจิงซูที่ไม่ทันระวังตัว จึงถูกผู้ชายอีกคนขว้างลูกบาสอัดใส่กลางลำตัวจนถึงกับร่วงไปกองกับพื้นทันที สัมผัสแรกคือความรู้สึกจุกเสียดและปวดระบมจนแทบหายใจไม่ออก
“ประธาน! เป็นอะไรรึเปล่า?”ชายหนุ่มที่ขว้างบอลผิดคนนั้น รีบวิ่งปรี่ตรงเข้าไปถามพร้อมขอโทษขอโพย
ผู้เล่นคนอื่นๆในสนามล้วนหยุดทุกการเคลื่อนไหวในทันที
หวู่ฮ่าวชิงและคนอื่นๆก็รีบเข้าไปล้อมวงเช่นกัน ต่างคนต่างช่วยกันพยุงเธอให้ลุกขึ้น
“เดี๋ยว เดี๋ยว อย่าเพิ่งเดิน! ดูเหมือนเท้าฉันจะพลิกน่ะ”
เพียงแค่ย่างเท้าก้าวแรกออกไปเท่านั้น หลินจิงซูก็สัมผัสได้ถึงกระแสความเจ็บจี๊ด ที่โฉบแล่นผ่านข้อเท้าของตนเองอย่างฉับพลัน เป็นความรู้สึกที่ชัดเจนมากพอจะอธิบายอาการในเวลานี้ได้
“เท้าข้างไหน? ขอฉันดูหน่อย”
จากคนที่มีสีหน้ายิ้มแย้มขี้เล่นอยู่ตลอดเวลา หวู่ฮ่าวชิงในตอนนี้กลับมีสีหน้าท่าทางเคร่งขรึมจริงจัง ดูเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนทีเดียว
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร พยุงฉันไปข้างสนามก็พอแล้วล่ะ”
หลินจิงซูรีบหยุดไว้ ไม่ให้หวู่ฮ่าวชิงที่กำลังเป็นกังวลเข้าใกล้เธอได้มากกว่านี้
ชาติก่อนหน้า มีหลายครั้งที่เธอเล่นบาสเก็ตบอลแล้วเกิดข้อเท้าพลิก และทุกๆครั้ง เธอก็สามารถจัดการตัวเองได้อย่างปกติ ไม่เคยต้องเดือดร้อนใคร
เธอเองก็ไม่คาดคิดเช่นกันว่า การเล่นบาสเก็ตบอลครั้งแรกในชีวิตนี้ จะจบลงอย่างไม่สวยงามเท่าไหร่นัก
หวู่ฮ่าวชิงและนิสิตชายอีกคน ช่วยกันหิ้วปีกหลินจิงซูมานั่งพักที่นอกสนาม
ส่วนที่เหลือก็เริ่มเล่นบาสเบ็ตบอลกันต่อไป
หลินจิงซูถกขากางเกงขึ้นดู เผยให้เห็นข้อเท้าเรียวสวยขาวผ่องของเธอ
และแน่นอนว่า ที่บริเวณข้อเท้าปรากฏรอยบวมแดงอย่างชัดเจน
อาการแบบนี้ไม่น่าร้ายแรงถึงขั้นกระดูกแตกหรือหัก น่าจะเพียงแค่กล้ามเนื้อข้อเท้าพลิกเฉยๆเท่านั้น
“ไปห้องพยาบาลดีกว่ามั้ย?”
หวู่ฮ่าวชิงขมวดคิ้วไม่สู้สบายใจนัก พร้อมกับเอ่ยขอความคิดเห็นจากหลินจิงซู
“ไม่ต้องหรอก อาการแบบนี้น่าจะแค่กล้ามเนื้อข้อเท้าพลิกเฉยๆล่ะ วันสองวันก็จะกลับมาหายเป็นปกติเอง”
ตรงกันข้ามกับหลินจิงซูที่ขานตอบสบายๆ ไม่มีท่าทีเดือดเนื้อร้อนใจแต่อย่างใด
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







