Masuk144 2-2
ตอนที่ 287 หลี่ผางตี้สมัครงานเสริม
นับตั้งแต่วันแรกที่สาขาสองได้เปิดขึ้นในรั้วมหาวิทยาลัย เรียกได้ว่าติงเสวี่ยเหม่ยแทบจะอยู่ที่นี่ตลอด
หลินจิงซูเดินมุ่งหน้าไปที่ร้านทันทีหลังเลิกเรียน
ยาทาหลอดนี้นี่สุดยอดจริงๆ หลินจิงซูเพิ่งทาไปได้เพียงแค่ครั้งเดียว ผนวกกับทักษะการนวดคลายเส้นที่มีอยู่เล็กน้อยของเธอ ทำให้อาการบาดเจ็บในตอนนี้แทบจะหายเป็นปลิดทิ้งแล้ว กระทั่งเมื่อไปถึงที่ร้าน ติงเสวี่ยเหม่ยยังมองไม่ออกด้วยซ้ำว่า ลูกสาวตัวน้อยของเธอได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้ามา
“ซูซู ธุรกิจตรงนี้กำลังไปได้สวยเลยล่ะ แต่แม่รู้สึกว่า มีคนดูแลร้านอยู่แค่สามคนแบบนี้ มันออกจะน้อยเกินไปหน่อยนะ”
เพราะสองสาวก่อนหน้านี้ที่พนักงานในร้านเก่าแนะนำมา ก็เป็นแค่พนักงานรับจ้างชั่วคราวเท่านั้น เมื่อสถานการณ์กลับสู่สภาพเดิม ความวุ่นวายระลอกใหม่ก็พลันบังเกิดขึ้นอีกครั้ง
ติงเสวี่ยเหม่ยต้องปาดเหงื่อเหน็ดเหนื่อยทุกวัน เธอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องบอกออกไปตามตรง
“ถ้างั้น เราก็จ้างพนักงานเพิ่มอีกสักคนดีกว่า”
หลินจิงซูเหลือบมองพนักงานอีกสองคนที่วิ่งกันหัวปั่นอยู่ในร้าน พวกเธอดูยุ่งเกินกว่าจะมีเวลาได้พักหายใจด้วยซ้ำ
“อืม แม่เห็นด้วย”
โดยไม่รอช้า ติงเสวี่ยเหม่ยจัดการเขียนป้ายประกาศรับสมัครพนักงานเพิ่มทันที ก่อนจะนำไปติดไว้ที่หน้าร้าน
เปิดรับสมัครได้ยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำไป ก็มีใครบางคนเดินเข้ามาสอบถามอย่างรวดเร็วแล้ว
หลินจิงซูที่กำลังยืนปั้นเม็ดไข่มุกอยู่หลังร้าน คล้ายว่าได้ยินเสียงผู้หญิงที่คุ้นหูกำลังยืนสอบถามอยู่ด้านหน้า เธอจึงหันขวับไปมองอย่างรวดเร็ว
ที่แท้ก็เป็น หลี่ผางตี้
และเมื่อหลี่ผางตี้เห็นหลินจิงซู เธอก็ถึงกับสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ ยืนตัวแข็งทื่อในทันทีอย่างไม่รู้ตัว
“จิงซู เธอไปอยู่ในนั้นได้ยังไง?”
หลี่ผางตี้ร้องถาม
หลินจิงซูวางมือจากทุกอย่างที่กำลังทำอยู่ คว้าผ้ากันเปื้อนขึ้นมาเช็ดไม้เช็ดมือ ปากก็เอ่ยอธิบายไปพลางว่า
“อ่อ นี่เป็นร้านชานมไข่มุกของฉันเอง”
วินาทีแรกที่ได้ยิน หลี่ผางตี้ดูตื่นตกใจไม่น้อยเลย ก่อนที่ต่อมา เธอจึงค่อยพยักหน้าตอบรับอย่างแช่มช้า
พบเห็นปฏิกิริยาเช่นนั้นของอีกฝ่าย หลินจิงซูจึงเพิ่งตระหนักได้เช่นกัน เนื่องจากหลี่ผางตี้เป็นคนเดียวในห้องพักที่เรียนอยู่คณะอื่น อีกฝ่ายจึงไม่รู้เรื่องที่เธอเป็นเจ้าของร้านชานมไข่มุกแห่งนี้ และเมื่อครั้งที่เอาคูปองส่วนลดไปแจกจ่ายนั้น เธอก็แจกให้แต่คณาจารย์และเพื่อนร่วมคณะทุกคนที่เคยพบเจอ และมีปฏิสัมพันธ์ด้วยเท่านั้น แต่กลับลืมให้เพื่อนร่วมห้องคนสำคัญอย่างหลี่ผางตี้ไปได้!
“เมื่อครู่ได้ยินว่าเธอกำลังหางานพิเศษทำเหรอ?”
หลินจิงซูตัดเข้าประเด็นทันที
ด้วยอุปนิสัยของสาวน้อยหนอนหนังสือที่ขี้อาย หลี่ผางตี้เอาแต่ก้มหน้าก้มตาพร้อมกับพยักหน้าด้วยความขวยเขิน เสียงที่เปล่งออกมาเบาราวกับเสียงยุง
“อะ-อือ…อืม พอรู้ว่าเป็นฉัน…เธอยังอยากจะจ้างอยู่รึเปล่าล่ะ?”
“แน่นอนสิ ช่วงไหนที่ไม่มีเรียนก็ค่อยมาทำแล้วกัน”
จากนั้นหลินจิงซูก็เริ่มอธิบายแจกแจงรายละเอียดต่างๆ ทั้งเรื่องเนื้องานในแต่ละวันที่ต้องทำ และเงินค่าจ้างให้อีกฝ่ายฟัง
“ขอโทษนะจิงซู ฉันขอถามอะไรหน่อยจะได้มั้ย คือ…คือที่ร้านจ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือนหรือรายวันเหรอ?”
ยิ่งเอ่ยถามประโยคนี้ออกมา เสียงของหลี่ผางตี้ก็ยิ่งเบามากขึ้น
หากอ้างอิงตามกฎระเบียบร้านเก่า หลินจิงซูจะจ่ายค่าจ้างให้พนักงานเป็นรายสัปดาห์
“ถ้าเธออยากได้ค่าจ้างรายวัน ฉันก็ไม่ติดขัดอะไร”
หลินจิงซูสังเกตเห็นท่าทางประหม่าขวยเขินของหลี่ผางตี้ตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว มีหรือจะไม่ทราบถึงเหตุผลที่อีกฝ่ายอยากได้เงินค่าจ้างแบบรายวัน? ทั้งหมดก็เพื่อหาเลี้ยงปากท้องตัวเองให้รอดในแต่ละวันนั่นเอง
ดังนั้น เธอจึงเต็มใจที่จะเปลี่ยนจากการจ่ายค่าจ้างแบบรายสัปดาห์ มาไปเป็นแบบรายวันให้เป็นกรณีพิเศษ
ได้ยินคำตอบเช่นนั้น หลี่ผางตี้ก็แทบจะถอนหายใจด้วยความโล่งอกทันที
ในที่สุด เธอก็ได้งานพิเศษที่ตรงตามความต้องการเสียที ทั้งตารางการทำงานที่สามารถประยุกต์ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับตัวเองได้ อีกทั้งยังจ่ายค่าจ้างเป็นรายวันด้วย ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เธอตระเวนหางานทำจนทั่วทั้งมหาวิทยาลัยแล้ว แต่กลับไม่มีที่ไหนสามารถตอบสนองเงื่อนไขทั้งสองข้อนี้ของเธอได้เลย
คณะที่หลี่ผางตี้ศึกษาอยู่นั้น มีวิชาเรียนที่ไม่ค่อยหนักหนาเท่าไหร่นัก และบางวันก็ไม่มีการเรียนตลอดทั้งบ่ายด้วย ดังนั้น เธอจึงสามารถเข้าไปช่วยงานที่ร้านชานมไข่มุกได้ค่อนข้างบ่อย
นับว่าหลี่ผางตี้เป็นคนที่เรียนรู้งานได้เร็วมาก เพียงแค่ยืนดูขั้นตอนการชงชานมไข่มุก ที่หลินจิงซูทำให้ดูเป็นตัวอย่างเพียงแค่รอบเดียวเท่านั้น เธอก็สามารถจดจำและทำทุกอย่างในระดับพื้นฐานได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
แต่ก็แน่นอน ผ่านไประยะหนึ่ง การจ้างพนักงานชั่วคราวเพียงคนเดียวเริ่มไม่เพียงพอ
ด้วยเหตุนี้ หลินจิงซูจึงจ้างสาวน้อยมาเพิ่มอีกหนึ่งคน
นับจำนวนคนที่ทำงานอยู่ในร้านสาขามหาวิทยาลัยแห่งนี้แล้ว ทั้งสิ้นก็รวมแล้วห้าคน
อาศัยจำนวนคนเท่านี้ ย่อมสามารถแบ่งเบาภาระของติงเสวี่ยเหม่ยไปได้มาก และเธอก็ไม่จำเป็นต้องทำงานหนักอีกต่อไป ถึงขนาดที่ว่าในหนึ่งสัปดาห์สามารถกำหนดวันหยุดพักผ่อนให้ตัวเองได้ด้วย
ผ่านพ้นเดือนแห่งความวุ่นวายไปอีกหนึ่งเดือน แต่เมื่อพบว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผู้เป็นแม่ต้องทำงานบากบั่นเพียงใด หลินจิงซูก็แอบรู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย เพราะแม่ของเธอควรได้อยู่สบายกว่านี้
แต่ถึงอย่างนั้น ในที่สุดติงเสวี่ยเหม่ยก็มีวันหยุดพักร้อนกับเขาเสียที และได้เข้าครัวสนุกไปกับการทำอาหารอีกครั้ง
คนทำสนุก คนกินก็อร่อย
ตั้งแต่นั้นมา หลินจิงซูมักจะแวะกลับบ้านเกือบทุกวัน เฝ้ารอคอยมื้ออาหารแสนอร่อยที่ผู้เป็นแม่รังสรรค์ขึ้นพร้อมกับเฉินเฉวียนเย่ เพราะสำหรับคนทั้งสองแล้ว อาหารฝีมือของติงเสวี่ยเหม่ยนั้นนับว่าเป็นเลิศที่สุดแล้ว!
“แม่คะ รสชาติอาหารฝีมือแม่ยังอร่อยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยค่ะ! ยิ่งมีเวลาว่างแบบนี้…”
หลินจิงซูเปิดบทสนทนาบนโต๊ะอาหารร่วมกับอีกสองคน ต่างชื่นชมฝีมือการทำอาหารของติงเสวี่ยเหม่ยไม่หยุดปาก
สำหรับตัวหลินจิงซูในตอนนี้ เธอพอใจกับชีวิตในปัจจุบันเป็นอย่างมาก
ทุกอย่างในชีวิตล้วนลงตัวไปเสียหมด สามารถเดินตามความฝันเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยได้ดั่งใจหมาย สร้างเนื้อสร้างตัวจากธุรกิจจนมีเงินทองอยู่อย่างสบาย และที่สำคัญ แม่ของเธอที่ควรจะตายไปตั้งแต่ตอนนั้น ก็กำลังใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเช่นกัน
หวังว่าความสุขเช่นนี้จะอยู่กับเธอไปอีกตราบนานเท่านาน…
ในช่วงบ่ายวันหนึ่ง หลินจิงซูกำลังง่วนอยู่กับงานในร้าน ขณะที่พนักงานคนอื่นๆต่างก็แยกย้ายกันไปส่งของตามหอพัก
ช่วงที่หลี่ผางตี้เพิ่งเรียนเสร็จและกลับเข้าร้าน หลินจิงซูเองก็กำลังยุ่งอยู่ด้านใน
ขณะเดียวกันก็มีคำสั่งซื้อจากลูกค้าอีกคนเข้ามาพอดี สิ้นเสียงวางสาย หลินจิงซูก็รีบวานให้หลี่ผางตี้หอบชานมไข่มุกออกไปส่งทันที
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล






![คำสาปราคะคุณหนูตัวร้าย 3P [Nc20+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
