Masuk147 2-2
ตอนที่ 293 น้ำแกงไก่ตุ๋นรสชายชาตรี!
เดิมทีเฉินเฉวียนเย่ต้องการจะอยู่เฝ้าติงเสวี่ยเหม่ยให้นานกว่านี้ แต่จนแล้วจนรอดก็ต้องออกมาอย่างไม่เต็มใจนักเพราะถูกไล่ ติงเสวี่ยเหม่ยได้ไหว้วานเขาให้ช่วยออกไปจัดการเรื่องรถสามล้อมอเตอร์ที่ถูกชนจนพังยับเยินแทน
เนื่องจากรถสามล้อคันนี้ไม่ใช่สามล้อปั่นธรรมดาๆ แต่เป็นรถสามล้อปั่นที่ติดมอเตอร์แบตเตอรี่ จึงมีราคาที่ค่อนข้างสูงมาก ทำให้ติงเสวี่ยเหม่ยรู้สึกทุกข์ร้อนใจมากจนถึงตอนนี้ พูดได้ว่า เธอเป็นห่วงรถคันนั้นยิ่งกว่าขาขวาที่หักครึ่งท่อนของตนเองเสียอีก!
ในห้องพักผู้ป่วยตอนนี้ จึงเหลือเพียงแค่หลินจิงซูที่นั่งเฝ้าไข้ติงเสวี่ยเหม่ยอยู่ตามลำพัง
เมื่อถึงมื้ออาหารเย็น หลินจิงซูได้แอบไปซื้ออาหารจากข้างนอก แล้วจัดการเทลงในถาดอาหารของโรงพยาบาล เพื่อให้แม่ของเธอได้รับประทาน
เพราะอาหารในโรงพยาบาลส่วนใหญ่ล้วนมีรสชาติจืดชืด แม้จะมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนก็จริง แต่เกรงว่าคนไข้จะตายเพราะความเบื่ออาหารเสียก่อน
นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมหลินจิงซูจึงต้องแอบไปหิ้วของกินข้างนอกเข้ามาแทน
วันรุ่งขึ้น หลินจิงซูตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อไปตลาดจับจ่ายซื้อของ เธอได้ไก่บ้านมาสองตัว และได้จัดการต้มเป็นน้ำแกงไก่ตุ๋นแสนอร่อยเพื่อนำไปเยี่ยมติงเสวี่ยเหม่ย
เฉินเฉวียนเย่ยืนพิงกำแพงอยู่บริเวณนั้น กำลังเฝ้าดูสาวน้อยตรงหน้าทำอาหารอย่างระมัดระวัง
ตุ๋นด้วยไฟกลางได้พักใหญ่ เนื้อไก่จึงนุ่มร่วนหลุดจากกระดูก ส่วนน้ำแกงก็ส่งกลิ่นหอมกรุ่นน่ารับประทานอย่างมาก หลินจิงซูตักน้ำแกงเทใส่ปิ่นโตอย่างมีความสุข แล้วรีบมุ่งหน้าไปที่โรงพยาบาล ส่วนที่เหลือในหม้อย่อมตกเป็นของเฉินเฉวียนเย่ไปโดยปริยาย
ติงเสวี่ยเหม่ยนั่งซดน้ำแกงไก่ตุ๋นฝีมือลูกสาว ที่ยืนขาแข็งเข้าครัวนานนับหลายชั่วโมง แม้รสชาติจะสู้ฝีมือของตนไม่ได้ ทว่าความใส่ใจที่เพิ่มเสริมเข้ามานั้น กลับทำให้อาหารมื้อนี้มีรสชาติอร่อยมากขึ้นเป็นเท่าตัว!
วันอาทิตย์ หลินจิงซูนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงติงเสวี่ยเหม่ยตลอดทั้งวันไม่ห่าง ระหว่างนั้นเฉินเฉวียนเย่ก็แวะเวียนมาเยี่ยมไข้ถี่เหลือเกิน ออกไปได้ราวหนึ่งชั่วโมง ไม่นานก็กลับมาอีกแล้ว
มิหนำซ้ำทุกครั้งที่มาเยี่ยม เฉินเฉวียนเย่ก็มักจะมาพร้อมกับของแปลกๆ ที่ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยนิยมจะซื้อมาให้ผู้ป่วยเพราะมีราคาแพง อย่างเช่นในครั้งนี้
“นี่มันคืออะไรเหรอ?”
ติงเสวี่ยเหม่ยชี้ไปที่ขวดน้ำผลไม้คั้นสีแดงสดใส
“เหมือนจะนึกออกแล้วนะ อืม…มันติดอยู่ที่ปลายลิ้นนี่เอง… เชอร์..เชอร์อะไรสักอย่าง…”
เฉินเฉวียนเย่พยายามเค้นมันสมองเพื่อนึกชื่อน้ำผลไม้ที่เจ้าของร้านได้บอกไว้
“น้ำเชอร์รี่รึเปล่าคะ?”
หลินจิงซูพูดแทรกขัดจังหวะขึ้นอย่างไม่มั่นใจนัก
“ใช่แล้ว! ใช่แล้ว! น้ำเชอร์รี่นั่นล่ะ! เจ้าของร้านที่ฉันไปซื้อยังบอกด้วยว่า นี่เป็นเชอร์รี่สายพันธุ์ใหม่ที่นำเข้ามาจากประเทศนิวซีแลนด์! คุณค่าทางโภชนาการสูงลิบลิ่ว อุดมไปด้วยวิตามินหลากหลายชนิด…”
ชั่วชีวิตที่ผ่านมา เฉินเฉวียนเย่เองก็เพิ่งเคยได้ยินชื่อผลไม้ชนิดนี้เหมือนกัน แต่เจ้าของร้านที่ขายได้บอกว่า ผลไม้ชนิดนี้นำเข้ามาจากต่างประเทศ และมีคุณค่าทางอาหารที่สูงมากเหมาะสำหรับคนป่วยพักฟื้น และเพียงแค่ได้ยินเช่นนั้น เขาก็รีบควักเงินจ่ายทันทีโดยแทบไม่ต้องคิด
ติงเสวี่ยเหม่ยลองซดดื่มดูเท่านั้นก็ถึงกับตาโต! พินิจพิจารณารสชาติได้สักพัก เธอก็ขมวดคิ้วฉับพลัน
“นี่มัน…ก็แค่น้ำมะเขือเทศธรรมดาๆไม่ใช่เหรอ? เชอร์ๆอะไรที่ว่านั่นมีรสชาติแบบนี้เหรอ?”
เฉินเฉวียนเย่ถึงกับชะงัก รีบเปิดฝาอีกขวดที่เหลือ แล้วยกกระดกซดเข้าปากทันที
อื้อหือ! นี่มันน้ำมะเขือเทศชัดๆ!
ถึงจะไม่รู้ว่าเชอร์รี่มีรสชาติยังไงก็เถอะ แต่ทั้งรสทั้งกลิ่นของน้ำในขวดนี้ มันคือมะเขือเทศอย่างไม่ผิดเพี้ยน!
น้ำผลไม้ขวดนี้เขาซื้อด้วยราคาสามขวด20หยวน! ในทางกลับกัน น้ำมะเขือเทศทั่วไปนั้นมีราคาเพียงขวดละ2หยวนเท่านั้น ไม่เกินจากนี้แน่นอน! วินาทีนั้น เฉินเฉวียนเย่รู้แจ้งในทันทีว่า เขาถูกแม้ค้าหลอกฟันจนหัวแบะเลยนี่นา!!
“อืม…ใช่แล้ว ใช่แล้ว รสชาติของเชอร์รี่ก็แบบนี้ล่ะ ทั้งกลิ่นทั้งรสชาติจะคล้ายๆกับมะเขือเทศ แต่คุณค่าทางโภชนาการสูงกว่ามาก! สมัยที่อยู่แถวถนนไป๋ฮั่นผมก็เคยซื้อกิน…”
เฉินเฉวียนเย่ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องตอบออกไปแบบนั้น อีกทั้งยังนับเป็นการปลอบใจตัวเองไปในตัวด้วย
ถัดจากวันอาทิตย์ก็คือวันจันทร์ เนื่องจากหลินจิงซูต้องกลับไปเรียนในมหาวิทยาลัยแล้ว ทำให้เฉินเฉวียนเย่ต้องเริ่มหันมาเข้าครัว ฝึกต้มน้ำแกงไก่ตุ๋นอยู่เป็นชั่วโมงๆ เพื่อนำไปให้ติงเสวี่ยเหม่ยรับประทานในทุกๆวัน
เมื่อได้ยินว่าเดี๋ยวนี้เฉินเฉวียนเย่หัดเข้าครัวทำอาหาร หลินจิงซูก็แทบหัวเราะกร๊าก และอดที่จะล้อเลียนอีกฝ่ายไม่ได้
“โอ้โห? เดี๋ยวนี้รู้จักเข้าครัวด้วยแฮะ? ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ลูกพี่เฉินที่กระเหี้ยนกระหืออยากจะตัดมือหนูในวันนั้น จะกลับกลายมาเป็นพ่อบ้านคนเก่งในวันนี้!”
“เธอนี่ก็นะ ไม่รู้จักปล่อยวางอดีตซะบ้างเลย! นอกจากความใส่ใจแล้ว ฉันก็ได้ใส่ศักดิ์ศรีแห่งชายชาตรีลงไปในน้ำแกงไก่ตุ๋นหม้อนี้ด้วยนะ! ถ้าเธออยากจะลองชิม เดี๋ยวฉันจะตักมาให้!”
เฉินเฉวียนเย่พูดพร้อมกับยิ้มไม่หุบด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจยิ่ง เขาแอบเฝ้ามองศึกษาขั้นตอนการทำระหว่างที่หลินจิงซูเข้าครัวตลอดสองวันเต็มอย่างเงียบๆ และในที่สุด เขาก็สำเร็จวิชาการปรุงน้ำแกงไก่ตุ๋นได้ในที่สุด!
หลินจิงซูไม่ปฏิเสธเช่นกัน เห็นเขาดูสนุกกับการทำอาหารแบบนี้ เธอจึงปล่อยให้อีกฝ่ายทำไป
ส่วนรสชาติก็…สมกับเป็นชายชาตรีจริงๆ…
ตั้งแต่ครั้งหลังสุดที่ได้แตกหักกับจ้าวลี่ นอกเหนือจากที่ต้องทนอยู่ห้องพักเดียวกันแล้ว ทั้งสองต่างก็พยายามหลีกเลี่ยงไม่เผชิญหน้ากันอีกเลย
หนึ่งสัปดาห์ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็ครบหนึ่งเดือนเต็มนับตั้งแต่เปิดภาคเรียนมา
วันนี้คือวันหยุดประจำชาติ
สิ่งแรกที่หลินจิงซูทำหลังอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็คือ รีบวิ่งไปหาติงเสวี่ยเหม่ยที่โรงพยาบาลทันที
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล






![4P ฮาเร็มของเลวาริน [เรย์xคริสxดีแลนxแทนคุณ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
