Masuk149 1-2
ตอนที่ 296 นังปัญญาอ่อนหลินจิงซู!
กลับเข้ามหาวิทยาลัยครั้งนี้ หลินจิงซูก็เริ่มแวะเวียนเข้าก๊วนเล่นบาสเก็ตบอลกับหวู่ฮ่าวชิงบ่อยครั้งขึ้น กระทั่งเวลาว่างจากชั่วโมงเรียนหรือช่วงพักกลางวัน ยังไปหาเขาอยู่บ่อยๆ ไม่นานก็บังเกิดข้อคำถามขึ้นท่ามกลางเหล่านิสิตว่า ประธานนักศึกษาแอบมีใจให้หวู่ฮ่าวชิงหรือไม่? มิฉะนั้นแล้ว เหตุใดเธอจึงเอาแต่ทำตัวติดกับอีกฝ่ายเป็นตังเมแบบนั้น?
ข่าวซุบซิบเหล่านี้ร่ำลือจนหนาหูไปทั่วทั้งคณะ ทำเอาจ้าวลี่ที่ทราบเรื่องถึงกับเดือดดาลสุดขีด บดฟันขยี้ครืดคราดด้วยความอาฆาตแค้น
ในช่วงเย็นของวันหนึ่ง จ้าวลี่กลับไปที่ห้องพักตามปกติ และบังเอิญเหลือบไปเห็นกล่องใบหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะอ่านหนังสือของหลินจิงซู
มันคือกล่องกำมะยี่สีแดงที่ทั้งดูสวยงามและเลอค่าอย่างมาก ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีของดีซ่อนอยู่ภายในอย่างแน่นอน
เวลานี้ไม่มีใครอยู่ในห้องแม้แต่คนเดียว จ้าวลี่หันซ้ายแลขวาหนึ่งรอบ ก่อนจะเดินดุ่มไปเปิดกล่องกำมะยี่สีแดงใบนั้นอย่างคันไม้คันมือทันที
สร้อยข้อมือทองคำเส้นหนาทอแสงเจิดจรัสแวววาว สาดกระทบเข้าใส่ดวงตาของเธอทันใด
ชั่วอึดใจขณะ ดวงตาของจ้าวลี่ก็เป็นประกายสดใสด้วยความโลภเต็มเปี่ยม สำรวจมองไปรอบตัวอีกหลายครั้งหลายหน หลังจากแน่ใจแล้วว่า ไม่มีใครอยู่ในบริเวณนี้อีกนอกจากเธอ จึงเร่งปิดกล่องกำมะยี่สีแดงลงดังเดิม แล้วแอบยัดมันใส่กระเป๋าเรียนของตนเองอย่างเงียบเชียบ
จ้าวลี่ไม่รู้สึกผิดต่อการกระทำครั้งนี้เลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังหัวเราะเยาะสาปแช่งหลินจิงซูอย่างสาแก่ใจว่า ‘หึหึ นังหน้าโง่ ใครใช้ให้แกขโมยผู้ชายของฉันไปก่อนล่ะ? สร้อยข้อมือเส้นนี้ถือซะว่าเป็นคำขอโทษจากแกก็แล้วกัน! ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดทั้งนั้น! ทั้งหมดเป็นเพราะแกทำตัวเองต่างหาก!!’
คิดแล้วจ้าวลี่ก็อดรู้สึกขบขันไม่ได้ ปรากฏว่านังหลินจิงซูมันโง่เง่ากว่าที่คิดไว้มาก! เพิ่งจะถูกขโมยเงินค่าธรรมเนียมการศึกษาไปหยกๆ แต่เจ็บแล้วไม่รู้จักจำ คราวนี้ยังจะโง่ซ้ำสองอีก! สร้อยข้อมือทองคำเส้นนี้ถือว่าเป็นบทเรียนให้กับความไร้สมองของแกก็แล้วกันนะ นังหลินจิงซูหน้าโง่!
พรุ่งนี้ก็จะเป็นวันสุดท้ายในช่วงทดลองงานของคณะกรรมการนักศึกษาชุดนี้แล้ว ถึงเวลานั้น อาจารย์ที่ปรึกษาจะได้ฤกษ์ประกาศซะทีว่า นังหลินจิงซูยังจะมีคุณสมบัติเป็นประธานนักศึกษาต่อได้หรือไม่!
จ้าวลี่ตื่นเต้นจนรอแทบอดใจรอไม่ไหวแล้ว!
หวังว่าจะไม่มีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้นในวันประชุมคณะกรรมการนักศึกษาพรุ่งนี้หรอกนะ และตามที่คาดการณ์ไว้ อาจารย์ที่ปรึกษาจะต้องยกตำแหน่งประธานนักศึกษาให้กับเธออย่างแน่นอน!
จ้าวลี่เดินออกจากประตูห้องไปด้วยใบหน้าชื่นมื่น เธอรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองเกินบรรยาย อุตส่าห์ล้างสมองเป่าหูอาจารย์ที่ปรึกษามาตั้งนาน ในที่สุด ทุกอย่างก็ใกล้จะบรรลุผลแล้ว!
วันรุ่งขึ้น
การประชุมคณะกรรมการนักศึกษาที่ว่า จะถูกจัดขึ้นในช่วงเย็นของวัน
ตามแผนเดิมที่จ้าวลี่วางไว้ เธอจะเข้ามารับตำแหน่งประธานนักศึกษาอย่างสมเกียรติท่ามกลางเสียงปรบมือยินดีของทุกคน พร้อมกันนั้น เธอก็จะบดขยี้หลินจิงซูให้แหลกด้วยฝ่าเท้าคู่นี้ของตน!
แต่ความปรารถนาของสาวน้อยช่างฝันคนนี้ก็จำต้องแตกสลายในพริบตา เมื่อจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญได้มาแบบเหนือเมฆในช่วงเวลาเที่ยงวัน
ป้าซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลหอพักได้นำตำรวจสองนายบุกขึ้นมาเคาะประตูถึงหน้าห้องพักของสามสาว
“ใครเป็นคนแจ้งตำรวจครับ?”
ทันทีที่ประตูถูกเปิดออก ตำรวจหนึ่งในนั้นก็เอ่ยถามเสียงเข้มแฝงไว้ด้วยความดุดัน
หลินจิงซูที่ยืนอยู่หน้าประตูค่อยๆยกมือขึ้น ขานตอบด้วยเสียงเศร้าสร้อยว่า
“หนูเองค่ะ”
เห็นแขกผู้มาเยือนเป็นตำรวจสองนาย หลี่ผางตี้และจ้าวลี่ต่างก็เผยสีหน้าประหลาดใจออกมา
หลี่ผางตี้อดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้จริงๆว่า ทำไมห้องที่เธออยู่จึงได้เกิดปัญหาบ่อยนัก? ซึ่งตรงข้ามกับจ้าวลี่ที่สีหน้าประหลาดใจของเธอดูปลอมมาก แน่นอน เธอย่อมคาดเดาได้แต่แรก หากหลินจิงซูรู้ว่าสร้อยข้อมือของตนสูญหายไปเมื่อไหร่ เธอย่อมไม่อยู่เฉยแน่ และจะต้องแจ้งตำรวจอย่างแน่นอน แต่…แล้วยังไงล่ะ? แจ้งตำรวจแล้วได้อะไรขึ้นมาอย่างนั้นหรือ? ในเมื่อครั้งก่อนยังจับมือใครดมไม่ได้ด้วยซ้ำไป!
“เข้าใจแล้วครับ ทางเราได้รับแจ้งว่า คุณสงสัยหนึ่งในเพื่อนร่วมห้องว่าเป็นคนร้ายที่ขโมยสร้อยข้อมือทองคำของคุณไปใช่มั้ยครับ? ถ้าอย่างนั้น ทางเราคงต้องขออนุญาตทำการตรวจค้นห้อง”
เจ้าหน้าที่ตำรวจนายนั้นร้องบอกด้วยน้ำเสียงจริงจังขึงขัง
ได้ยินเช่นนั้น หลี่ผางตี้แทบน้ำตาร่วงอีกรอบ เร่งก้าวฉับเข้าไปเอ่ยถามหลินจิงซูอย่างไม่ทนทันทีว่า
“จิงซู คราวนี้เธอทำอะไรหายอีกเหรอ?”
สำหรับคำถามข้อนี้หลินจิงซูเลือกที่จะไม่ตอบ แต่กลับพับแขนเสื้อถกสูงขึ้น พร้อมหันหน้าเข้าประจันกับจ้าวลี่อยู่เป็นเวลานาน
เสี้ยวอึดใจที่สายตาของหลินจิงซูปะทะเคลื่อนชน เป็นอันเข้าใจได้ถ้วนหน้าว่า คนที่เธอกำลังสงสัยก็คือจ้าวลี่นั่นเอง
เจ้าหน้าที่ดูแลหอพักคนนั้นได้เกณฑ์นิสิตหญิงหลายคนที่อยู่หอพักแห่งนี้ ให้ช่วยแยกย้ายกันไปค้นหาสิ่งของดังกล่าวจนทั่วทั้งห้องอย่างละเอียด ทั้งรื้อตู้เสื้อผ้าและค้นตามซอกมุมใต้เตียง รวมไปถึงอีกหลายๆจุดที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นที่ซ่อนของได้
แต่จนแล้วจนรอด กลับไม่มีความคืบหน้าใดๆเลย
ร่องรอยความโล่งใจโฉบแล่นผ่านดวงตาทั้งคู่ของจ้าวลี่ และทั้งหมดล้วนอยู่ภายใต้การเฝ้าสังเกตการณ์ของหลินจิงซูเช่นกัน
ตลอดกระบวนการค้นหาตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ หลินจิงซูเสแสร้งแสดงละครได้อย่างเป็นธรรมชาติ บางจังหวะถึงกับแสร้งทำเป็นกระสับกระส่ายร้อนใจอยู่ไม่เป็นสุข ราวกับสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิตเพิ่งจะสูญหายไปจริงๆ บรรดาเพื่อนร่วมหอพักคนอื่นๆที่เห็นเช่นนั้น ต่างก็พากันเห็นอกเห็นใจเข้ามาปลอบโยนกันถ้วนหน้า
จ้าวลี่ที่เฝ้ามองภาพเหล่านั้น อดที่จะแอบหัวเราะเยาะกับตัวเองไม่ได้ พร้อมสบประมาทอีกฝ่ายอยู่ภายในใจว่า
‘ฉันรู้อยู่แล้วว่า น้ำหน้าอย่างแกจะต้องเอาเรื่องนี้ไปแจ้งตำรวจแน่ๆ! คิดว่าฉันไม่รู้ทันคนอย่างแกรึไง? นังคนปัญญาอ่อนเอ๊ย…’
ไม่ว่าเหล่านิสิตหญิงจะช่วยกันค้นหาอย่างไร ทว่ากลับไม่พบแม้แต่ร่องรอย จนตอนนี้ทุกคนต่างก็พากันถอดใจกันหมดแล้ว
แต่ทันใดนั้นเอง จู่ๆหลินจิงซูก็พูดแทรกขัดจังหวะทุกคนขึ้นกลางมาว่า
“เดี๋ยวก่อนนะคะ ยังมีอีกที่หนึ่ง”
ทุกคนต่างจ้องมองมาทางเธอเป็นตาเดียว
เหนือความคาดหมาย หลินจิงซูตัดสินใจเดินตรงออกไปที่หน้าต่างห้องพักอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ทันทีที่จ้าวลี่เห็นอีกฝ่ายกำลังมุ่งหน้าตรงไปทางหน้าต่าง หัวใจของเธอก็หล่นวูบตกไปถึงตาตุ่ม!
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







