Masuk161 2-2
ตอนที่ 321 จับพ่อตัวเองทรมานอย่างช้าๆ
แน่นอน ต่อให้ตอนนี้หลินชิงอี้จะรู้สึกไม่มีความสุขเพียงใดก็ตาม แต่กลับไม่สามารถแสดงสีหน้าอารมณ์ใดๆออกมาได้ เขาจึงฝืนยิ้มตอบกลับไปว่า
“ตอนนี้ลูกเริ่มโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ก็ต้องกินเยอะขึ้นเป็นธรรมดา! เอาเลย เอาเลย! อยากจะสั่งมากแค่ไหนก็สั่งไป! ส่วนของพ่อขอแค่จานเดียวก็อิ่มแล้วล่ะ!”
หลินจิงซูถึงกับกลอกตาอดที่จะสมเพชไม่ได้ อายุจะยี่สิบแล้ว ยังบอกว่าเพิ่งจะเริ่มโตเป็นผู้ใหญ่งั้นเหรอ? นี่คงคิดว่าฉันอายุแค่สิบเอ็ดสิบสองปีรึไงกัน?
พูดถึงเรื่องโตเป็นผู้ใหญ่ เธอก็อดหวนย้อนนึกถึงตัวเองในสมัยที่เรียนอยู่ชั้นมัธยมต้นไม่ได้
ในช่วงที่เริ่มก้าวสู่วัยรุ่น ระดับการเจริญอาหารย่อมเปลี่ยนไปและเพิ่มตามขนาดตัวที่โตขึ้น จากที่เคยทานข้าวหนึ่งทัพพีย่อมต้องเพิ่มเป็นสอง
ทว่าในความเป็นจริง ทุกครั้งที่หลินจิงซูกลับมาจากโรงเรียน เธอมักจะต้องทนทุกข์ทรมานจากความหิวโซ อีกทั้งยังต้องทนเป็นขี้ข้ารับใช้ย่าอู๋ด้วย ในขณะที่หลินเสวี่ยกลับมีอาหารจานอร่อยมากมาย วางเรียงรายอยู่ต่อหน้าทันทีที่กลับมาถึงบ้าน
เมื่อกินข้าวถ้วยเดียวไม่อิ่ม จึงได้พยายามขอข้าวเพิ่ม แต่หลินจิงซูกลับมักถูกย่าอู๋ดุด่าราวกับเป็นวัวเป็นควาย กล่าวหาว่าเธอเป็นตัวสิ้นเปลือง ส่งผลให้ในชาติก่อนหน้า สภาพร่างกายในวัยเด็กของเธอไม่ต่างอะไรจากสัมภเวสีไร้ญาติ ที่ไม่เคยมีใครจุดธูปเชิญเลย
แม้หลินชิงอี้จะพบเห็นภาพเหตุการณ์เหล่านี้ด้วยตาตัวเอง แต่กลับไม่เคยคิดช่วยเหลือใดๆ ในทางกลับกัน เขายังเอาเงินไปให้หลินเสวี่ยใช้ส่วนตัวด้วย ให้เธอสามารถซื้อขนมนมเนยที่โรงเรียนทานได้
ยิ่งนึกถึงเรื่องนี้มากเท่าไหร่ หลินจิงซูก็ยิ่งรู้สึกเคียดแค้นใจมากขึ้นเท่านั้น เธอกระหน่ำสั่งอาหารแทบทุกเมนูบนหน้ากระดาษ อย่างละสองถึงสามที่ด้วยความเมามัน!
เมื่อบริกรยกอาหารมาวางจนครบ ปรากฏว่าโต๊ะอาหารขนาดใหญ่เกือบไม่สามารถรองรับได้พอ! กวาดตามองปริมาณอาหารที่กินได้ถึงหกเจ็ดคนวางเรียงรายอยู่ตรงหน้า หลินจิงซูถึงกับแสยะยิ้มมุมปากด้วยความพึงพอใจ
ทันทีที่เห็นเช่นนี้ เฉินเฉวียนเย่จึงเพิ่งจะทันตระหนักคิดได้ ปรากฏว่าสาวน้อยคนนี้กำลังจับพ่อของตัวเองมาทรมาน เพื่อให้ค่อยๆตายลงอย่างช้าๆนี่เอง! รู้เช่นนี้เข้า เขาค่อยเริ่มรู้สึกใจฟูขึ้นมาเช่นกัน
“พ่อคะ ทำไมหน้าตาดูไม่มีความสุขเลยล่ะคะ? จะด่าว่าหนูเป็นพวกกินล้างกินผลาญสินะคะ?”
ทุกสีหน้าอากัปกิริยาของหลินจิงซูที่แสดงออกมา ล้วนเป็นไปด้วยความไร้เดียงสา กระทั่งน้ำเสียงยังฟังดูเป็นสาวน้อยใสซื่อบริสุทธิ์
เสี้ยวอึดใจ หลินชิงอี้รีบตอบสนองทันที สีหน้าท่าทางของเขาสงบนิ่งลงอย่างรวดเร็วและยิ้มตอบว่า
“จะด่าจิงซูน้อยของพ่อได้ยังไงกันล่ะ! เพราะเมื่อก่อนพ่อเองก็ทำไม่ดีกับลูกไว้เยอะ…”
หลินจิงซูอดหัวเราะเยาะในใจไม่ได้ เคยทำไม่ดีกับลูกไว้เยอะงั้นเหรอ? ทั้งที่รู้เห็นทุกอย่างตั้งแต่แรก ทว่ากลับเต็มใจให้ลูกกับเมียของตัวเองถูกเอาเปรียบอยู่ได้?
แล้วดูพูดเข้าสิ ทำราวกับว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูกกระทำมาโดยตลอด?
คำพูดคำจาช่างฟังดูสวยหรูจริงๆ!
หลินจิงซูหั่นสเต๊กเนื้อชั้นเยี่ยมเข้าปาก เคี้ยวกินอย่างเอร็ดอร่อย ทันใดนั้น พลันได้ยินเสียงของหลินชิงอี้เอ่ยถามขึ้นว่า
“แล้วลูกกับแม่มาทำอะไรที่ตัวเมืองหลักงั้นเหรอ?”
จากคำถามที่ได้ยิน ดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่รู้เรื่องธุรกิจชานมไข่มุกของพวกเธอสนองแม่ลูกงั้นเหรอ?
หลินชิงอี้รู้กระทั่งเรื่องที่เธอได้เข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย แต่กลับไม่รู้เรื่องธุรกิจชานมไข่มุกนี่นะ? เป็นไปได้งั้นเหรอ?
หลินจิงซูตอบกลับเสียงเนิบ
“ก็ทำธุรกิจเล็กๆน้อยๆประทังชีวิตค่ะ”
“หลังอาหารมื้อนี้…ลูกช่วยพาพ่อไปพบแม่หน่อยจะได้รึเปล่า?
หลินชิงอี้เอ่ยถามประโยคหนึ่ง สีหน้าน้ำเสียงดูไม่สู้จะมั่นใจนัก
แต่จังหวะเดียวกันนั้น เฉินเฉวียนเย่ที่กำลังถือมีดหั่นสเต๊กอยู่ พลันต้องหยุดมืออย่างกะทันหัน พร้อมเงยหน้าขึ้นจ้องหลินชิงอี้ตาเป็นมัน
“หนูต้องกลับบ้านไปถามความสมัครใจของแม่ก่อนค่ะ เพราะแม่เคยปฎิญาณไว้ว่า ชีวิตนี้จะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับพ่ออีก สำหรับเรื่องนี้…หนูเองก็ไม่รู้จะช่วยยังไงเหมือนกัน”
หลินจิงซูแสร้งตีหน้าทำเป็นเห็นอกเห็นใจ แววตาคู่นั้นของสาวน้อยหม่นประกายลงดูเศร้าสร้อยทันที
“แต่ใช่ว่าพ่อจะไม่มีความหวังซะเลย ความจริงแล้ว ธุรกิจที่แม่ทำอยู่มันก็ไม่ง่ายเลย ถ้าพ่ออยากจะกลับมาเป็นครอบครัวเดียวกันอีกจริงๆ คงต้อง…แสดงความจริงใจให้แม่เห็นมากกว่านี้ค่ะ”
“ความจริงใจ? ความจริงใจยังไงหรอ?”
หลินชิงอี้รู้สึกฉงนใจไม่น้อย
“ก็เพราะตอนนี้หนูต้องอยู่ที่มหาวิทยาลัยเรียนหนังสือ แม่ก็เลยต้องทำงานหนักและดูแลกิจการลำพังคนเดียว แม่ต้องตื่นแต่เช้ามาดูแลร้านทุกวันไม่มีขาด ถ้าพ่อสามารถช่วยแบ่งเบาภาระของแม่ได้ อย่างเช่นช่วยจ่ายค่าเล่าเรียนของหนูแทนให้ หนูเชื่อว่าแม่คงจะต้องใจอ่อนอย่างแน่นอน! อีกอย่าง พ่อเองก็ได้เลื่อนตำแหน่งแล้วไม่ใช่เหรอคะ? เงินเดือนคงจะเยอะน่าดูสินะคะ?”
ชั่วจังหวะที่ไม่มีใครทันสังเกตเห็นนั้น หลินจิงซูก็แอบแสยะยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์
หลินชิงอี้เองก็พอจะคาดเดาออกได้ตั้งแต่แรกแล้วว่า ไอ้เรื่องแสดงความจริงใจที่พูดมา คงต้องมีเรื่องเงินเข้ามาข้องเกี่ยวอย่างแน่นอน ยิ่งได้ยินแบบนี้ เขาก็ถึงกับหงุดหงิดใจขึ้นมาทันที แต่ทว่าไม่แสดงอาการออกมา เขาพยายามข่มกลั้นเอาไว้และเอ่ยถามอย่างใจเย็นว่า
“แล้วค่าเล่าเรียนของลูกเท่าไหร่ล่ะ?”
หลินจิงซูไม่ตอบ แต่ก้มหน้าเศร้าสร้อยพร้อมชูสองนิ้วขึ้นแทน
“สองร้อยเท่านั้นเหรอ? สบายมาก…”
หลินชิงอี้คลี่ยิ้มตอบทันควัน
“สองพันค่ะ ค่าเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยแพงกว่าที่คิด เพราะมีทั้งค่ากิจกรรม ค่าทัศนศึกษานอกสถานที่ แล้วยังมีค่าธรรมเนียมการศึกษาอีก… แม่คงไม่มีปัญญาจ่ายเงินมากขนาดนี้ได้แน่ ฮึก..ฮึกๆ…ถ้าไม่รีบจ่ายค่าเล่าเรียนก่อนสิ้นเดือนนี้ หนู…หนูจะต้องถูกไล่ออกค่ะ ฮึกๆ..ฮึกๆ….”
หลินจิงซูเอ่ยบอกพร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินอาบสองแก้ม
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







