FAZER LOGIN171 2-2
ตอนที่ 341 คำสบประมาทจากทุกคน
น้ำเสียงของชายหนุ่มดูเกรงอกเกรงใจกว่าเดิมมาก เมื่อเริ่มเล่าถึงปัญหาทั้งหมดที่กำลังเผชิญอยู่ให้หลินจิงซูฟังอย่างไม่คิดปิดบัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเรื่องอาหาร ซึ่งนับเป็นช่องโหว่ใหญ่ของทางโรงแรม เพราะการจะรับสมัครเชฟมืออาชีพสายตรงด้านอาหารตะวันตกนั้น นับเป็นเรื่องที่ยากเกินไปจริงๆ
แต่เมื่อทดลองว่าจ้างเชฟฝึกหัดที่กำลังศึกษาสายนี้อยู่ ก็ปรากฏว่าฝีมือและประสบการณ์ยังไม่เพียงพอ จึงได้ลองให้เชฟมือหนึ่งของโรงแรมเปลี่ยนแนวอาหารทำดู สุดท้ายก็ออกมาไม่ดีเช่นกัน
“ปัญหาทั้งหมดก็เป็นอย่างที่เล่าไปนั่นล่ะ ถ้าคุณจิงซูสามารถช่วยแก้ปัญหาพวกนี้ให้ผมได้ ไม่ว่าจะร้องขออะไรผมก็ยอมทั้งนั้น!”
ข้อเสนอที่สุดแสนจะเอื้อประโยชน์ต่อตนเองถึงเพียงนี้ และสำหรับหลินจิงซูแล้ว ปัญหานี้นับว่าหวานหมู! เพราะอย่าได้ลืมไปเสีย จุดแข็งที่สุดของเธอนอกเหนือจากการล่วงรู้เหตุการณ์ในอนาคตแล้ว ของอร่อยทุกชนิดบนโลกนี้ ล้วนได้เคยผ่านลิ้นของเธอมาแทบทั้งหมดแล้วเช่นกัน!
เมื่อได้เกิดใหม่ในชาตินี้ สิ่งที่ติดตัวเธอมาล้วนแต่ครบเครื่องทั้งในด้านประสบการณ์ ความรู้ และมุมมองวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลกว่าคนอื่นไม่รู้กี่สิบเท่า และนั่นก็มากเกินพอแล้วที่จะนำมาคิดหาหนทางแก้ไขปัญหาซึ่งทางโรงแรมกำลังประสบอยู่ในยามนี้
ปัญหาหลักของที่นี่คือเรื่องรสชาติอาหาร
หลินจิงซูไม่เสียเวลาพูดอะไรไปมากกว่านี้อีกแล้ว หลังจากสอบถามเส้นทางไปห้องครัวของโรงแรมแล้ว เธอก็ลุกขึ้นจากโต๊ะเดินตรงดิ่งไปที่นั่นทันที ส่วนหลิวหมิงก็ได้แต่เดินตามหลังอีกฝ่ายไปต้อยๆไป เมื่อไปถึงก็ร้องบอกบรรดาพ่อครัวที่กำลังทำงานยุ่งว่า
“ทุกคนคะ กรุณาวางงานในมือลงก่อน แล้วมายืนฟังสิ่งที่ฉันกำลังจะพูดต่อจากนี้”
เหล่าพ่อครัวมือเก๋าต่างปรายหางตามองปราดไปในทิศทางเดียวกัน ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือเด็กสาวตัวเล็กๆคนหนึ่งที่กำลังวางมาดเบ่งใส่ พร้อมกับนายใหญ่ของพวกเขาที่ยืนคุมเชิงอยู่เบื้องหลัง
แม้สถานการณ์ตรงหน้านี้จะทำให้ทุกคนรู้สึกไม่มีความสุขเลยสักนิด แต่สุดท้ายก็ไม่มีทางเลือกอื่น ต่างคนต่างก็ต้องทยอยเดินเรียงแถวออกไปตามคำสั่ง และมาหยุดยืนตรงหน้าหลินจิงซูอย่างไม่เต็มใจนัก
หลินจิงซูเดินไปหยิบจานที่มีขนมใบหนึ่งออกมาจากในครัว ชูขึ้นพร้อมเอ่ยถามทุกคนทันที
“ใครเป็นคนทำขนมจานนี้เหรอคะ? ทำไมถึงได้ใส่แป้งลงไปเยอะขนาดนี้ล่ะคะ?”
“การทำเค้กชิฟฟ่อนนั้น จุดเด่นของมันคือความนุ่มละมุนลิ้น การเติมผงฟูลงไปแทนแป้งจะช่วยเพิ่มรสชาติและผิวสัมผัสได้ดีขึ้น อีกทั้งยังทำให้รูปลักษณ์ภายนอกดูสวยงามน่าทานมากขึ้นด้วยค่ะ”
พบเจอหลินจิงซูที่พูดจาฉะฉานเอ่ยวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ จากที่เหล่าพ่อครัวมือเก๋าล้วนรู้สึกไม่พอใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เวลานี้กลับยิ่งหงุดหงิดหัวเสียมากขึ้นไปใหญ่ ไม่มีอารมณ์จะแสดงท่าทีนอบน้อมให้อีกต่อไป
“พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง? แม่หนู ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยกินเค้กสักชิ้นรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่กลับมีหน้ามาสอนคนอื่นอีก! เค้กชิฟๆบ้าอะไร? พูดจามั่วซั่วไปเรื่อย!”
“ฉันไม่เคยเห็นหน้าเธอในโรงแรมมาก่อนเลยนี่นา? สงสัยจะเป็นครั้งแรกที่เคยกินขนมรสชาติแปลกใหม่แบบนี้สินะ ลิ้นของเธอคงจะยังไม่คุ้นเคยน่ะ!”
“ท่านประธานครับ ไปเอาแม่หนูคนนี้มาจากไหนกัน? ไม่ยักรู้ว่าตัวกะเปี๊ยกแค่นี้ก็หาญกล้ามาเป็นนักวิจารณ์อาหารได้แล้ว! ดูเก่งซะยิ่งกว่าพ่อครัวมืออาชีพอย่างพวกเรา ที่มีประสบการณ์ในวงการนี้มาหลายสิบปีอีก!”
“ทำไมถึงปล่อยให้เด็กไม่รู้ประสีประสามาเดินเพ่นพ่านในครัวของเราล่ะครับท่านประธาน? มิหนำซ้ำยังปล่อยให้เธอมาชี้นิ้วสั่งสอนพวกเราอีก! ถ้าไม่พอใจอะไรจริงๆ ก็เชิญไล่พวกเราออกได้นะครับ! พวกเราทุกคนยินดีจะไปเดี๋ยวนี้เลย!”
เมื่อใดที่ทางโรงแรมขาดแคลนคนทำงานขึ้นมาจริงๆ เมื่อนั้นหายนะย่อมต้องมาเยือนแน่ ทุกคนในที่นี้ต่างตระหนักทราบถึงเรื่องนี้ดีเช่นกัน จึงได้กล้าต่อปากต่อคำกลับไปเช่นนี้ ฉะนั้นจึงมั่นใจว่า ต่อให้จะพูดจาตอบโต้ล้ำเส้นไปอย่างไร พวกเขาก็ไม่มีทางถูกไล่ออกอย่างแน่นอน
ในทางตรงข้าม หากพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส อาศัยจังหวะนี้สร้างความอับอายไล่ตะเพิดหลิวหมิงออกไปได้ ภายภาคหน้าก็จะไม่มีใครในโรงแรมแห่งนี้กล้าที่จะท้าทายพวกเขาอีก!
ทว่าอย่างนั้น สิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึงก็คือ หลินจิงซูหาใช่คนอ่อนแออย่างที่คิด!
เผชิญกับคำเยาะเย้ยสบประมาทจากทุกคน แทนที่จะปิดหน้าวิ่งร้องไห้หนีไปดังเช่นสาวน้อยทั่วไป ตรงกันข้าม หลินจิงซูกลับขว้างจานขนมในมือทิ้งลงถังขยะอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง ‘โครม!’ พร้อมหยิบมีดเดินเข้าครัวไปอย่างไม่ลังเล
“แกล้งทำเป็นเก่ง! จะทำอะไรกินล่ะแม่หนู? ไข่เจียวรึไง! ฮ่าฮ่าฮ่า…”
หลินจิงซูทำหูทวนลม ไม่สนใจเสียงดูถูกดูแคลนที่ดังอยู่รอบข้าง สองมือของเธอชุลมุนไล่หยิบวัตถุดิบและส่วนผสมที่จำเป็น ตั้งหน้าตั้งตาเข้าครัวทำขนมหวานอย่างจริงจัง
บรรดาพ่อครัวมือเก๋าทั้งหลายต่างหันมามองหน้ากันด้วยความขบขัน พวกเขาเลือกที่จะไม่เชื่ออย่างสุดใจว่า สาวน้อยตัวเล็กคนนี้จะสามารถเนรมิตขนมหวานชั้นเลิศออกมาได้จริง!
หากเด็กสาวคนนี้สามารถทำได้จริง นั่นไม่เท่ากับว่า ประสบการณ์ในวงการอาหารนับสิบปีของพวกเขาต้องสูญเปล่าแล้วหรือ?
ทุกคนต่างยืนจดจ้องหลินจิงซูที่กำลังขะมักขะเม้นด้วยสีหน้าแววตาขบขัน ราวกับกำลังยืนดูเรื่องตลกสักฉากหนึ่งอยู่
“เห้ย อวดดีซะเหลือเกินนะแม่หนู? ไม่รู้ซะแล้วว่าที่นี่มันถิ่นใคร!”
“ฉันเป็นพ่อครัวประจำโรงแรมนี้มานานกว่าสิบปีแล้ว ยังไม่เคยเห็นใครที่รสมือเหนือกว่าฉันเลยสักคน! แล้วเธอเป็นใครมาจากไหนแม่หนู? ถึงได้กล้าโยนอาหารที่ฉันทำทิ้งถังขยะ!!”
ในสายตาของทุกคน หลินจิงซูเปรียบเสมือนลูกวัวเกิดใหม่ไม่กลัวเสือที่ทั้งโง่เขลาและอวดดี ทุกคนจึงอดพากันล้อเลียนไม่ได้ แต่ขณะเดียวกัน ทุกคนก็ยังคงเฝ้ามองการเคลื่อนไหวของเธออย่างใกล้ชิดเช่นกัน
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







