FAZER LOGIN174 2-2
ตอนที่ 347 ฝึกฝีมือทำขนมหวาน
เดิมที จ้าวเสี่ยวย่าหมายหมั่นปั้นมือไว้ว่า วันนี้ล่ะ เธอจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเธอกับหวู่ฮ่าวชิงพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น!
แต่ใครจะไปคาดคิดว่า การปรากฏตัวในครั้งนี้ของหลินจิงซู กลับทำลายทุกอย่างจนพังไม่เป็นท่าแบบนี้!
ตอนนี้อย่าว่าแต่สถานะคนรักเลย เพียงแค่จะเป็นเพื่อนกันก็ไม่ได้แล้ว!
จ้าวเสี่ยวย่าเดือดดาลอย่างที่สุด และที่น่าเจ็บใจยิ่งกว่านั้นก็คือ ตัวเธอเองตระหนักดีกว่าตนเองนั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนังจิ้งจอกตัวนี้ เพราะเหตุนี้เอง เธอจึงจำต้องยอมล่าถอยกลับไปแม้จะไม่เต็มใจนัก ได้แต่เก็บงำความพ่ายแพ้กลับบ้านไป
เห็นภาพฉากเช่นนี้เข้า หลินจิงซูอดที่จะหันไปถามหวู่ฮ่าวชิงด้วยความขบขันไม่ได้
เพราะท้ายที่สุดแล้ว ภูมิหลังของจ้าวเสี่ยวย่าก็เป็นถึงคุณหนูผู้ร่ำรวย มิหนำซ้ำหน้าตายังจิ้มลิ้มสะสวยอีกด้วย และที่สำคัญ เธอยังตกหลุมรักหวู่ฮ่าวชิงชนิดที่เรียกว่าหัวปักหัวปำ แทนที่ทั้งสองจะได้รักกันราบรื่น กลับกลายเป็นว่า หลินจิงซูได้เข้ามาทำลายความสัมพันธ์ที่ดีงามของทั้งคู่ลงจนสิ้น
“จ้าวเสี่ยวย่าดูท่าจะชอบนายมากเลยนะ ไม่คิดจะลองเปิดใจดูหน่อยเหรอ?”
หวู่ฮ่าวชิงถึงกับเหลียวมอง เขารู้สึกใจคอไม่ดีเท่าไหร่ที่จู่ๆหลินจิงซูก็เอ่ยปากถามออกมาแบบนี้
“โถ่ ประธานก็พูดเป็นเล่นไปได้! ตอนนี้พวกเรายังเป็นนักศึกษากันอยู่เลยนะ เรื่องรักๆใคร่ๆมีแต่จะทำให้การเรียนแย่ลงเท่านั้นล่ะ”
ได้ยินเช่นนั้น หลินจิงซูอดรู้สึกขบขันไม่ได้ ใครจะไปคาดคิดว่า หนุ่มหล่อดาวเด่นประจำมหาวิทยาลัยของเธอ แท้จริงแล้วจะมีด้านที่ไร้เดียงสาแบบนี้อยู่ด้วย
แต่ถึงอย่างนั้น ก่อนที่หลินจิงซูจะทันได้พูดอะไรต่อ จู่ๆหวู่ฮ่าวชิงถามขึ้นเสียก่อน
“แล้วประธานล่ะ มีคนที่ชอบแล้วรึยัง?”
หลินจิงซูรีบโบกมือปฏิเสธทันควัน
“ไม่ ไม่ ไม่ ชีวิตฉันสนใจแต่เงินเท่านั้น! ถ้าจะตกหลุมรักอะไรสักอย่าง สำหรับฉันคงเป็นเงินนี่ล่ะ!”
แม้ปากจะพูดออกไปเช่นนั้น ทว่าภายในใจกลับมีใบหน้าของใครบางคนผุดปรากฏขึ้น
ได้ยินคำตอบฉะฉานชัดเจนจากปากของหลินจิงซู หวู่ฮ่าวชิงก็ถึงกับแอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก
ในมุมที่หลินจิงซูไม่ทันสังเกตเห็น เขาลอบระบายยิ้มด้วยความโล่งใจ และอาสาเดินนำไปยังห้องครัวอย่างรวดเร็ว
“สุดยอด! คิดไม่ถึงเลยว่าครัวที่บ้านนายจะมีอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือพร้อมทุกอย่างแบบนี้!!”
หวู่ฮ่าวชิงพยักหน้ายิ้มแย้ม
“เครื่องครัวแทบทุกชิ้นในนี้ล้วนเป็นของใหม่แกะกล่อง เพราะแม่ของฉันยังไม่เคยใช้อะไรสักอย่าง แค่ซื้อมาประดับให้บ้านดูสมบูรณ์ขึ้นเท่านั้นเอง ประธานอยากจะใช้อะไรก็ตามสบายเลย ไม่ต้องเกรงใจ!”
อีกฝ่ายเอ่ยปากอนุญาตถึงเพียงนี้ หลินจิงซูเองก็ไม่เกรงใจเช่นเดียวกัน เธอรีบหยิบสมุดจดบันทึกที่เตรียมไว้ออกมาจากกระเป๋า แล้วเริ่มเปิดอ่านทบทวนก่อนลงมือทำทันที
หลังจากอ่านและท่องจำจนขึ้นใจแล้ว มือไม้คู่นี้ก็เริ่มเดินเครื่องเคลื่อนไหว
ในไม่ช้า ภายใต้ความช่วยเหลือของหวู่ฮ่าวชิงอีกแรง เค้กก้อนสวยก็ถือกำเนิดขึ้นอย่างงดงาม
เมื่อได้กลิ่นหอมหวานชวนน่ารับประทานฟุ้งตลบ หวู่ฮ่าวชิงก็ถึงกับตบเข่าฉาดใหญ่ อดที่จะชื่นชมหลินจิงซูออกมาไม่ได้
“คิดไม่ถึงจริงๆว่า นอกจากประธานจะทำทั้งชานมไข่มุกได้อร่อยมากแล้ว ยังทำเค้กได้เลิศขนาดนี้ด้วย! ขอถามตามตรงเลยนะ นี่เป็นครั้งแรกที่เคยใช้เตาอบจริงๆเหรอ?”
ได้ฟังคำชมเชยอย่างออกนอกหน้าออกตาเช่นนี้ หลินจิงซูก็คลี่ยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มแสดงทักษะพิเศษอีกครั้ง
ภายหลังหยิบถาดออกจากเตาอบ รอให้ฐานเค้กเย็นตัวจนเข้ารูป เธอจึงเริ่มตีไข่ขาวเพิ่มน้ำมะนาวลงไปเพื่อทำเป็นวิปครีมรสมะนาวหวานอมเปรี้ยว มือทั้งสองข้างของสาวน้อยพลิ้วไหวประดุจร่ายรำ เนรมิตเค้กชิ้นนี้จนออกมาสวยงามน่ารับประทานไปอีกขั้น
ทุกกระบวนการดำเนินผ่านไปอย่างราบรื่นปราศจากข้อติดขัดใดๆ ทำเอาหวู่ฮ่าวชิงที่เป็นผู้ชมอยู่ข้างสนามถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
“ประธานนี่เป็นอัจฉริยะด้านขนมหวานจริงๆ! ชั่วชีวิตที่ผ่านมา ขนมอร่อยๆได้เคยผ่านปากฉันมาตั้งเยอะแยะ แต่ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ชวนให้น้ำลายสอได้เท่าครั้งนี้! ถ้าเอาเค้กนี่ไปขายในร้านชานมไข่มุกแล้วล่ะก็ รับรองว่าต้องขายดีจนร้านแตกแน่ๆ!”
หวู่ฮ่าวชิงเองก็คอยยืนให้กำลังใจอยู่เคียงข้างอย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย ส่วนหลินจิงซูก็คึกมาจากไหนไม่ทราบ ร้อนวิชาจนทดลองทำขนมหวานสารพัดชนิด และเชิญชวนให้เขาได้ลองลิ้มชิมรส
ในฐานะที่เป็นผู้ได้ลองชิมคนแรก หวู่ฮ่าวชิงถึงกับยกป้ายให้คะแนนสิบเต็มสิบทุกชิ้นที่ผ่านเข้าปากเลยทีเดียว!
“ประธาน มีความสามารถขนาดนี้ ไปเปิดร้านเบเกอรี่ได้สบายๆเลยนะ! นี่มันนักศึกษาคณะวิศวะคอม หรือเชฟขนมหวานระดับมืออาชีพมาจุติกันแน่เนี่ย!”
ใช่ว่าหลินจิงซูจะไม่อยากเปิดร้านเบเกอรี่ แต่เธอยังไม่มีเงินทุนมากพอจะทำเช่นนั้นต่างหาก เพราะเหตุนี้เอง การทดลองเปิดร้านภายในโรงแรมหลี่เจี่ยก่อน จึงนับว่าเป็นก้าวแรกที่สำคัญยิ่ง ทั้งหมดก็เพื่อสั่งสมประสบการณ์และฐานลูกค้าสำหรับเปิดร้านต่อๆไป
ทุกวันนี้ แม้ธุรกิจชานมไข่มุกจะสามารถทำกำไรได้เป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง แต่ทว่ารายได้ทางเดียวย่อมไม่เพียงพอสำหรับเธอ
หลินจิงซูยืนชื่นชมผลงานของตนเองด้วยความภาคภูมิใจ และเก็บรวบรวมขนมหวานทุกชิ้นใส่จานให้เข้าที่
“ขนมพวกนี้ฉันยกให้นายหมดเลย ถือซะว่าเป็นของตอบแทนที่นายอุตส่าห์ให้ฉันยืมใช้ครัว!”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







