FAZER LOGIN175 1-2
ตอนที่ 348 ขงเบ้งแห่งโลกธุรกิจ
การทดลองครั้งแรกประสบความสำเร็จด้วยดี หลินจิงซูค่อยรู้สึกมั่นใจยิ่งขึ้น
ทันทีที่กลับมาถึงร้านชานมไข่มุก เธอก็พบว่าหลิวหมิงได้นั่งคอยอยู่นานแล้ว
“โอ้? ประธานหลิว ลมอะไรหอบมาคะเนี่ย?”
การที่บุคคลระดับนี้มาปรากฏตัวถึงร้านของเธออีกครั้ง ย่อมมั่นใจได้เลยว่าจะต้องมีเรื่องสำคัญอะไรสักอย่างแน่นอน
ได้ยินเสียงร้องทักทายดังขึ้น หลิวหมิงก็มีปฏิกิริยาตอบสนองทันที เอ่ยตอบพร้อมรอยยิ้มว่า
“ผมมาลองคิดๆดูแล้ว ทั้งทักษะความสามารถและพรสวรรค์ของคุณที่มี หากโรงแรมของเราไม่ได้คุณมาเป็นหัวหน้าพ่อครัวคุมงานส่วนพื้นที่จัดเลี้ยง คงนับเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่เลยทีเดียว”
“แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ยังยินดีที่จะตอบรับคำขอของคุณ แต่ก็จำเป็นจะต้องขอให้คุณช่วยชี้แจงรายละเอียดให้ฟังด้วยว่า รูปแบบร้านค้าที่ต้องการจะเปิดในพื้นที่ของเรานั้นเป็นธุรกิจประเภทไหน และจุดประสงค์ของการเปิดครั้งนี้คืออะไร ทั้งหมดนี้ก็เพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่เลิศหรูของโรงแรมเราให้คงอยู่ต่อไปได้”
พูดจบ หลิวหมิงก็หันไปหยิบเอกสารสัญญาการเช่าพื้นที่ออกมาจากกระเป๋าหนัง
ภาพฉากที่ดูจริงจังถึงขั้นนี้ ทำเอาพนักงานในร้านต่างพากันยืนตัวเกร็งแอบรู้สึกประหม่าแทนไม่น้อย
“ค่าสูตรขนม 200 หยวนต่อหนึ่งเมนู ไม่คิดว่าราคานี้ต่ำเกินไปหน่อยเหรอคะ?”
หลิวหมิงได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับคลี่ยิ้มทันที
“แล้วคุณจิงซูต้องการสักเท่าไหร่เหรอครับ? แม้ว่าครอบครัวของผมจะประกอบธุรกิจมีโรงแรมใหญ่โต แต่เนื้อในย่อมต้องมีทั้งกำไรขาดทุนปะปนกันไป และผมคงไม่เลือกทำธุรกิจที่ตนเองต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างแน่นอน”
ภายใต้กฎเกณฑ์แห่งโลกธุรกิจนี้ หลินจิงซูย่อมเข้าใจในสิ่งที่หลิวหมิงต้องการจะสื่อได้เป็นธรรมดา แม้คุณค่าในตัวเธอจะสูงล้ำสักเพียงใดในสายตาของเขา แต่ถึงอย่างไรธุรกิจโรงแรมก็ยังต้องการผลกำไรมาหล่อเลี้ยง
ในมุมมองของนักธุรกิจด้วยกัน คุณเองก็ควรต้องกล้าที่จะเสี่ยงเช่นกัน
“ประธานหลิวคะ สิ่งสำคัญของการทำธุรกิจคือการไว้เนื้อเชื่อใจกันและกัน หนูยินดีมอบให้ไม่ว่าจะเป็นสูตรขนมหรือเวลาการสอน แต่ขอค่าคอมมิชชั่น 40% จากผลกำไรรวมที่ได้จากภาคงานจัดเลี้ยง”
หลินจิงซูไม่มีเกรงอกเกรงใจเช่นกัน เธอโน้มตัวขึ้นหน้าพร้อมเปิดฉากตรงเข้าประเด็น ทำการหงายไพ่ในมือให้อีกฝ่ายรับทราบในทันที
“สัญญาฉบับนี้จะมีอายุ 3 เดือน หากภายในระยะเวลานี้ หนูยังไม่สามารถทำยอดขายได้ตามเป้าที่ระบุไว้ในตัวสัญญา ค่าคอมมิชชั่น 40% นี้หนูก็จะไม่ขอรับเช่นกัน และจะถือว่าได้ยกสูตรขนมกับค่าสอนให้ทางคุณไปเลยฟรีๆ”
“แต่จะขอเพิ่มเงื่อนไขเข้าไปอีกอย่างค่ะ หนูอยากจะสร้างโซนบาร์รับรองภายในโถงล็อบบี้เพิ่มอีกหนึ่งแห่ง ก็ตามชื่อนั่นล่ะค่ะ บาร์ที่ว่านี้จะใช้เป็นสถานที่รับรองให้กับแขกที่เข้าพัก ให้ได้มานั่งเล่นผ่อนคลายกัน ไปกระทั่งใช้เป็นสถานที่เจรจาพูดคุยเรื่องธุรกิจอย่างจริงจังก็ได้เช่นกัน”
คล้อยหลังบอกข้อเสนอนี้ออกไป หลินจิงซูจึงค่อยๆเอนแผ่นหลังกลับไปพิงพนักในท่วงท่าสบายตามเดิม ระหว่างนั้นย่อมไม่ลืมที่จะเฝ้าสังเกตปฏิกิริยาตอบสนองของหลิวหมิงเป็นระยะๆด้วย
“เหตุผลที่ต้องสร้างบาร์นี้ขึ้นมา เพราะนี่เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ใช้ยื้อเวลาของแขกผู้เข้าพักให้อยู่ในชั้นรับรองนี้ได้นานที่สุด เมื่อใดที่พูดคุยสนทนากันจนคอแห้ง ล้วนต้องเกิดความอยากอาหารเพิ่มขึ้นบ้าง เมื่ออุปสงค์เพิ่มสูงขึ้น ไม่เพียงจะสามารถกระตุ้นยอดขายให้กับพื้นที่จัดเลี้ยงได้แล้ว แต่เรายังสามารถอาศัยช่วงจังหวะนี้ขึ้นราคาค่าบุฟเฟ่ต์ของทางโรงแรมได้อีกด้วย”
แผนภาพธุรกิจที่หลินจิงซูกำลังอธิบายให้อีกฝ่ายฟังอยู่ในขณะนี้ เป็นเรื่องที่หลิวหมิงไม่เคยนึกถึงมาก่อนเลย
เพราะท้ายที่สุดแล้ว งบบัญชีประจำปีของโรงแรมยังคงกำไรติดบวกอยู่เสมอ และ 80% ของกำไรนี้ก็มาจากค่าห้องพักเสียส่วนใหญ่
ส่วนภาคงานพื้นที่จัดเลี้ยงซึ่งให้บริการทั้งห้องอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ และให้เช่าสถานที่จัดงาน ตัวเลขในบัญชีส่วนนี้กลับติดลบขาดทุนตลอดมาทุกปี ยิ่งเป็นพวกคูปองบุฟเฟ่ต์ยิ่งแล้วใหญ่ แทบขายไม่ออกเลยด้วยซ้ำไป
หากสาวน้อยคนนี้สามารถทำได้อย่างที่ปากพูดจริงๆ นี่จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะสร้างกำไรให้กับทางโรงแรมได้อย่างเป็นกอบเป็นกำทีเดียว! และโรงแรมหลี่เจี่ยของเขาก็จะยิ่งเปรียบเสมือนเสือติดปีก ที่จะมีชื่อเสียงโด่งดังและยิ่งใหญ่มาขึ้นอีกหลายเท่าทวี!
แต่หากว่า…สิ่งที่สาวน้อยตรงหน้าพูดมาทั้งหมดเป็นเพียงแค่เรื่องเพ้อฝันล่ะ?
คนที่รับความเสี่ยงทั้งหมดจากผลขาดทุนครั้งนี้ ยังจะเป็นใครอื่นไปได้อีกนอกจากตัวเขาเล่า?
เผชิญหน้ากับทางเลือกที่ยากจะตัดสินใจเช่นนี้ หลิวหมิงถึงกับนั่งนิ่งปั้นหน้าเคร่งเครียดอยู่นานสองนาน
หากแผนการตลาดครั้งนี้ล้มเหลว แม้จะไม่ต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่น 40% ก็จริง แต่แล้วยังไงล่ะ? ความสูญเสียในครั้งนี้ก็ยังนับว่ามากมายมหาศาลอยู่ดี! เขาจำเป็นต้องคิดไตร่ตรองอย่างรอบคอบที่สุด!
“ประธานหลิวเคยได้ยินคำพูดนี้บ้างมั้ยคะว่า นักธุรกิจที่เก่งไม่ใช่เพราะเขาฉลาดที่สุด แต่เพราะเขากล้าที่จะเสี่ยงในเรื่องที่ควรเสี่ยงมากที่สุด ทุกวันนี้เริ่มมีหลากหลายตระกูลก่อร่างสร้างความมั่งคั่งขึ้นมา จนเติบโตกลายมาเป็นม้ามืดในโลกธุรกิจแล้ว ถึงวันนี้ประธานหลิวจะไม่รับข้อเสนอของหนู แต่สักวันจะต้องมีคู่แข่งตัวใหญ่ขึ้นมาท้าชนกับโรงแรมของคุณอย่างแน่นอน และเมื่อถึงตอนนั้น คุณจะเพิ่งมาค้นพบว่า ต่อให้อยากเปลี่ยนแปลงอะไรในตอนนั้น ทุกอย่างก็กลับสายเกินไปแล้ว!”
“จริงอยู่ค่ะ ที่ตอนนี้คุณยังเป็นเจ้าตลาดยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมประเภทนี้ แต่อีกสักสิบยี่สิบปีข้างหน้า ถ้ายังขืนไม่คิดที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรเลยสักอย่างแบบนี้ สุดท้ายคุณก็จะเป็นแค่กบต้มในหม้อน้ำเดือด!”
ทั้งด้วยสีหน้าท่าทางที่สงบนิ่งเยือกเย็น และวาจาคำสั่งสอนที่เชือดกันนิ่มๆของหลินจิงซู ทั้งหมดนี้ล้วนทำให้หลิวหมิงนักธุรกิจผู้มากประสบการณ์เจนจัด ถึงกับต้องนั่งคอตกอย่างหมดท่า
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยก็ว่าได้ ที่เขาถูกเด็กสาวตัวเล็กๆแบบนี้สั่งสอน แต่แทนที่เขาจะรู้สึกโกรธหรือไม่พอใจ กลับกลายเป็นว่าหลิวหมิงเสมือนขุดพบก้อนเพชรล้ำค่าเข้าให้แล้ว!
สาวน้อยคนนี้อายุยังไม่ถึง 20 ปีด้วยซ้ำไป แต่ทว่าวิสัยทัศน์มุมมองทางด้านธุรกิจของเธอกลับเฉียบคม อ่านสถานการณ์ขาดราวกับมองเห็นอนาคต!
นี่มัน…ขงเบ้งแห่งโลกธุรกิจแท้ๆ!
“สิ่งที่คุณพูดมาทั้งหมด…ล้วนถูกต้อง ถึงผมจะไม่อยากเต็มใจยอมรับเท่าไหร่ แต่ก็อดที่จะเห็นด้วยไม่ได้จริงๆ…”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







