LOGIN185 2-2
ตอนที่ 369 ตำแหน่งรองประธาน
เห็นหลินชิงอี้ยังไม่วายสิ้นฤทธิ์เดชเสียที เธอได้แต่กรอกตามองด้วยความรู้สึกหงุดหงิดรำคาญ ถึงอย่างไรค่าคอมมิชั่นของแผนกจัดเลี้ยงก็ยังเป็นเป้าหมายที่เธอต้องการ หากผู้ชายคนนี้ยังคงสร้างปัญหาให้เธอไม่เลิก เกรงว่าอาจเป็นอุปสรรคกับเธอได้เช่นกัน
“พ่อคะ แล้วหนูจะทำอะไรได้? อย่าลืมสิว่าหนูเองก็เป็นแค่เด็กคนหนึ่งเท่านั้น ในเมื่อแม่ยืนกรานที่จะแต่งงานใหม่กับผู้ชายอื่น แล้วหนูจะไปห้ามได้ยังไงกันคะ?”
หลอมแท่งเหล็กจนร้อนฉ่ามากพอแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องราดด้วยน้ำเย็นบ้าง หลินจิงซูระบายยิ้มอย่างจริงใจ ระดับน้ำเสียงของสาวน้อยที่ใช้หลังจากนี้ ช่างฟังดูนุ่มนวลสะเนาะหูแตกต่างจากก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง
“พ่อคะ เมื่อครู่หนูต้องขอโทษด้วยที่ต้องใช้คำพูดทำร้ายจิตใจพ่อแบบนั้น ถ้าหนูไม่แสดงละครเพื่อตบตาคนอื่นล่ะก็ มีหวังพวกเขาไม่ยอมปล่อยให้พ่อออกมาง่ายๆแบบนี้แน่ เชื่อฟังหนู เรื่องค่าเสียหายที่เหลือหนูจะเป็นคนชดใช้ให้เอง แต่ตอนนี้พ่อรีบหนีไปก่อนเถอะค่ะ! ภายในใจของหนู หนูยังรักพ่อเสมอนะคะ!”
แม้หลินชิงอี้จะรู้สึกไม่พอใจมากเพียงใด แต่เมื่อนึกถึงกำปั้นดุจเหล็กกล้าที่แสนหนักหน่วงของเฉินเฉวียนเย่แล้ว เขาก็ถึงกับเนื้อตัวสั่นเทาขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
ตอนนี้อดีตภรรยาซึ่งเป็นความหวังเดียวของเขา ก็ได้กลายไปเป็นของคนอื่นไปแล้ว ตัวเขายามนี้จึงเท่ากับไม่เหลืออะไรอีก นอกเสียจากหนี้สินและประวัติการฉ้อโกง
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเช่นกัน เมื่อได้รับฟังคำพูดประโยคนี้จากปากของลูกสาว หัวใจของเขากลับรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก! หลินชิงอี้รู้สึกโชคดีเหลือเกินที่อย่างน้อยลูกสาวคนนี้ยังพอมีความรักความห่วงใยต่อตนบ้าง หลังจากที่เธอเรียนจบมหาวิทยาลัย และมีอาชีพการงานที่เปรียบดั่งชามข้าวเหล็กมั่นคง ลูกสาวคนนี้คงจะเลี้ยงดูเขาไปจนแก่เฒ่า!
อย่างน้อย…อย่างน้อยเขาก็ยังมีลูกสาวให้พึ่งพิง!
เหตุนี้เอง ไม่ว่าหลินจิงซูจะพูดอะไร หลินชิงอี้ก็ไม่กล้าเถียงแม้แต่คำเดียว
“ขอบใจมาก! ขอบใจมากนะจิงซูลูกพ่อ! ลูกต้องตั้งใจเรียนหนังสือแล้วก็ขยันทำงานให้ดีล่ะ! เดี๋ยว…พ่อต้องรีบไปก่อนแล้ว พ่อยังมีธุระอื่นต้องไปทำอีก!”
เห็นเงินจำนวนสองร้อยหยวนในกำมือลูกสาว หลินชิงอี้ได้แต่แอบรู้สึกปวดหนึบอยู่ภายในใจ ทว่าสถานการณ์ไม่คอยท่า เขาจึงต้องรีบวิ่งหนีจากไปอย่างไม่เต็มใจนัก
หลินจิงซูเก็บเงินที่ได้มาใส่กระเป๋าตัวเอง ยืนสองมือไขว้หลังพร้อมกับยิ้นระรื่น เฝ้ามองอีกฝ่ายจากไปอย่างมีความสุข
รู้หรือไม่ว่าอะไรที่ทรมานเสียยิ่งกว่าความตาย?
มันก็คือการหยิบยื่นความหวังให้ใครสักคนที่กำลังจนตรอกสิ้นไร้หนทาง แล้วทำลายมันลงต่อหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่ายังไงล่ะ!
สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นในโรงแรมนั้น นอกจากค่าโคมไฟและโซฟาในโถงล็อบบี้แล้ว ที่เหลือก็เป็นเพียงของจิปาถะที่หาใช่สาระสำคัญอะไรไม่ หลังจากหักกลบลบหนี้แล้ว ค่าเสียหายที่ต้องจ่ายยังไม่ถึงสองร้อยหยวนด้วยซ้ำไป!
เห็นสิ่งของแต่ละอย่างดูหรูหรามีราคาเช่นนั้น แต่แท้จริงแล้วทางโรงแรมล้วนซื้อมาด้วยราคาเหมาส่ง ฉะนั้น เมื่อเฉลี่ยต่อชิ้นจึงไม่ใช่ราคาที่สูงเท่าไหร่นัก
บทสรุปสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าอย่างไรหลินจิงซูก็มีแต่ได้กับได้ เพราะไม่เพียงจะได้เงินทองเล็กๆน้อยๆติดไม้ติดมือกลับไป แต่เธอยังสามารถทำให้หลินชิงอี้ได้รู้ซึ้งแล้วว่า นับจากนี้ตัวเธอนั้นสำคัญต่อชีวิตของเขาขนาดไหน ผลพวงที่ตามมาย่อมแน่นอนว่า เขาจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อสร้างความสบายใจให้แก่เธอ รวมถึงจะไม่กลับมาระรานชีวิตความเป็นอยู่ของติงเสวี่ยเหม่ยอีกต่อไป
หลิวหมิงที่เดินไล่หลังติดตามมา ได้ทอดสายตาจับจ้องไปยังใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มของหลินจิงซู เขาอดที่จะเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัยไม่ได้
“สองร้อยหยวนเหรอ?”
“ใช่ค่ะสองร้อยหยวน อย่าบอกนะคะว่าเงินแค่นี้ประธานหลิวก็จะเอา? ประธานหลิวน่ะทำธุรกิจตั้งใหญ่โต กับเงินเล็กน้อยแค่นี้คงจะไม่ขี้เหนียวหรอกนะคะ? ถือซะว่าเป็นโบนัสเล็กๆน้อยๆก็แล้วกัน!”
หลิวหมิงอดหัวเราะไม่ได้เมื่อฟังถ้อยคำติดตลกของสาวน้อยตรงหน้า แน่นอนว่าเขาย่อมต้องพยักหน้าไม่ถือสาในเรื่องนี้อยู่แล้ว
แต่ไหนแต่ไร เขาก็ไม่เคยมีความคิดที่จะเก็บค่าเสียหายกับแขกในโรงแรมอยู่แล้ว เพราะนั่นสวนทางกลับแนวทางการทำธุรกิจโรงแรมของเขาอย่างสิ้นเชิง ในฐานะที่เป็นโรงแรมยักษ์ใหญ่แห่งวงการ มีหรือที่เขาจะโง่ทำลายภาพลักษณ์ตัวเองเพียงเพราะเห็นแก่เงินเพียงแค่ไม่กี่ร้อยหยวน?
แต่ถึงอย่างนั้น หลิวหมิงก็อดชื่มชมความสามารถระดับอัจฉริยะในการแก้ไขปัญหาของสาวน้อยคนนี้ไม่ได้จริงๆ เพราะวิธีนี้ไม่เพียงจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อโรงแรมน้อยที่สุดแล้ว แต่ยังเป็นการปิดประตูตายไม่ให้หลินชิงอี้กลับเข้ามาก่อปัญหาที่โรงแรมได้อีก เพราะหลังจากนี้ ไม่ว่าอีกฝ่ายคิดจะเคลื่อนไหวลงมือใดๆ เขาย่อมต้องเห็นแก่หลินจิงซูเป็นสำคัญ
“ผมไม่ใช่คนขี้เหนียวแบบนั้น ไม่คิดที่จะเก็บค่าเสียหายจากคุณจิงซูอยู่แล้ว แต่ก็อยากจะขอบคุณ เพราะตั้งแต่ข่าวการเปิดบาร์เครื่องดื่มขึ้นภายในโรงแรมแพร่สะพัดออกไป ยอดการจองห้องพักและค่าสมัครสมาชิกก็ล้วนเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด จนตอนนี้มีเงินทุนมากพอที่จะขยายสาขาโรงแรมเพิ่มเติมได้แล้ว ไม่ทราบว่าคุณจิงซูคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้บ้าง?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลินจิงซูก็เกิดความสนใจขึ้นทันที หลิวหมิงคนนี้คิดจะขยายสาขาโรงแรมเพิ่มงั้นเหรอ?
หากประสบความสำเร็จจริงๆ นี่ย่อมนับเป็นจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารแห่งวงการธุรกิจ!
“ประธานหลิวคะ สำหรับหนูแล้ว นี่เป็นความคิดที่ดีมากเลยค่ะ การขยายธุรกิจเป็นเครือข่ายคล้ายแฟรนไซส์นับเป็นกลยุทธ์ที่ดีในอนาคต รู้จักปรับตัวก่อนตอนนี้ย่อมถือว่าได้เปรียบ เพราะเพียงแค่กว้านซื้อที่ดินเก็บเอาไว้ก่อนยังไม่ต้องทำอะไร ก็สามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาลแล้ว แต่ถ้าคิดจะนำไปต่อยอดเปิดสาขาโรงแรมเพิ่ม ก็นับเป็นทางเลือกที่สร้างสรรค์มากค่ะ”
แม้หลิวหมิงจะไม่ค่อยเข้าใจว่าแฟรนไชส์คืออะไร แต่เขาค่อนข้างสนใจแนวคิดที่หลินจิงซูกำลังอธิบายให้ฟังอย่างมาก
ส่งผลให้ในวันนั้น หลิวหมิงต้องเชิญหลินจิงซูไปที่ห้องทำงานของเขา เพื่อปรึกษาหารือกันครั้งใหญ่
เวลาล่วงเลยผ่านไปจนกระทั่งเย็น ในที่สุดหลิวหมิงก็ได้ข้อสรุปสุดท้ายกับตนเอง และตัดสินใจวางแผนที่จะเลื่อนตำแหน่งของหลินจิงซู ให้ขึ้นมาเป็นรองประธานใหญ่ของโรงแรมหลี่เจี่ย!
ขอบเขตหน้าที่ในปัจจุบันของหลินจิงซู จะไม่ได้ครอบคลุมเพียงแค่แผนกจัดเลี้ยงอีกต่อไป แต่เป็นการบริหารจัดการทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในโรงแรมแห่งนี้!
เมื่อได้รับตำแหน่งที่สูงส่งเพียงนี้ หลินจิงซูก็ถึงกับตาโตจนแทบถลนออกจากเบ้า!
“ประธานหลิวพูดจริงๆเหรอคะ? นี่มันโรงแรมทั้งโรงแรมเลยนะคะ! จะให้เด็กนักศึกษาตัวเล็กๆอย่างหนูแบกรับความเสี่ยงทั้งหมดได้ยังไงกัน? หนูว่าต้องไม่มีใครเห็นด้วยอย่างแน่นอนค่ะ”
และเรื่องที่หลินจิงซูเป็นกังวลอยู่ในขณะนี้ ก็คือเรื่องเดียวกันกับที่หลิวหมิงกำลังเป็นกังวลอย่างที่สุดเช่นกัน
ไม่มีพนักงานหน้าไหนจะยอมมอบความไว้วางใจให้สาวน้อยคนนี้ขึ้นมานั่งแท่นกุมบังเหียนบนตำแหน่งที่สูงลิ่วเช่นนี้อย่างแน่นอน และแทบไม่ต้องพูดถึงบรรดาหุ้นส่วนนายทุนที่สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







