LOGIN42 2-2
ตอนที่ 83 เส้นทางชีวิตที่แตกต่าง
คิดได้เช่นนั้นเธอจึงยิ้มตอบอีกฝ่ายกลับไปว่า
“อย่าห่วงไปเลย จะให้ฉันทำอาหารแมวให้เจ้าสาหร่ายตลอดไปเลยก็ยังได้ แต่คงไม่ใช่ทุกวันแบบเมื่อก่อนนะ ต้องการปริมาณสำหรับกี่มื้อก็บอกมาล่วงหน้า วันไหนที่ฉันมีเวลาว่างก็จะแวะไปหา แล้วจะได้เตรียมอาหารเจ้าสาหร่ายเผื่อไปเดียวเลย แล้วฉันจะขอให้แม่ทำอาหารอร่อยๆไปฝากทั้งนาย ศาสตราจารย์หวัง แล้วก็ย่าหวังด้วย บุญคุณที่ทุกคนอุตส่าห์ช่วยเหลือเกื้อกูลมาตลอด ฉันกับแม่คงทดแทนด้วยน้ำใจเล็กๆน้อยๆเพียงแค่นี้ไม่หมดแน่ แต่ถ้าชาติหน้ามีจริง เดี๋ยวฉันจะไปทดแทนเพิ่มให้ก็แล้วกันนะ”
ท่อนประโยคสุดท้าย หลินจิงซูเพียงพูดติดตลกไม่ได้คิดจริงจังอะไร ทว่าเมื่อผ่านเข้าหูของจู้หยานเท่านั้น รอยยิ้มมุมปากของเขาพลันปรากฏจนเห็นฟันเขี้ยวเล็กๆ อึดใจเดียวกัน เมื่อรู้ตัวว่าตนเองกำลังยิ้มอยู่ เขาก็รีบหุบยิ้มอย่างรวดเร็ว แล้วปรับเปลี่ยนสีหน้าให้ดูจริงจังและพูดขึ้นว่า
“อย่าพูดนอกเรื่องเลย เล่นโกะกันต่อเถอะ การเดินหมากของคุณในตาที่แล้วมันมั่วมากเลยนะ”
ถูกวิจารณ์ตรงๆแบบนี้ หลินจิงซูก็ยิ่งรู้สึกเขินอายเกินบรรยาย เธอแอบระบายความรู้สึกนั้นด้วยการแลบลิ้นตีหน้าใสซื่อเล็กน้อย เธอขี้เกียจเกินกว่าจะมานั่งเรียนรู้การเล่นโกะ และรู้สึกว่าควรจะเอาเวลาไปทำประโยชน์อย่างอื่นยังดีเสียกว่า ท้ายที่สุด นี่ก็เป็นเพียงเศษซากทักษะที่เธอเคยเรียนรู้มาจากชีวิตก่อนหน้า เมื่อล่วงเลยมาถึงวันนี้ วิธีเล่นเบื้องต้นที่เรียนรู้มาย่อมสูญสลายไปตามกาลเวลา
ชายหญิงสองคนกำลังนั่งเล่นโกะกันอย่างหน้าดำคร่ำเครียด กลับกลายเป็นว่า เธอต้องมานั่งเรียนพิเศษวิชาการเล่นกระดานโกะไปซะแล้ว
เวลาล่วงเลยผ่านไป หลินจิงซูรู้สึกทึ่งอย่างมาก เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า จู้หยานจะมีพรสวรรค์ในการเป็นครูมากถึงเพียงนี้ เห็นปกติเป็นคนพูดน้อยเก็บตัว แต่แท้ที่จริงแล้วเขาเป็นคนมีวาทศิลป์ที่สูงมาก รู้จักเลือกใช้คำพูดมาอุปมาอุปไมยเพื่ออธิบายให้เห็นภาพและเข้าใจได้ง่าย มิหนำซ้ำคำพูดของเขายังชวนฟังจนทำให้รู้สึกอยากเรียนรู้ศึกษาต่อ
จู้หยานอธิบายกับเธอว่า
“การเล่นโกะก็เหมือนกับการจัดยุทธศาสตร์การเดินทัพ แผ่นกระดานตรงหน้าคือสมรภูมิทำสงคราม เราสามารถส่งทหารเพื่อปิดล้อมและยึดครองพื้นที่ให้กลายมาเป็นของเราได้ สีของคู่ต่อสู้บนกระดานน้อยกว่าใช่ว่าจะได้เปรียบเสมอไป บางทีอีกฝ่ายอาจกำลังใช้กลยุทธ์ซ่องสุมความแข็งแกร่งและรอตลบหลังเราอยู่ก็ได้ สำหรับเกมกระดานโกะ เราควรมุ่งเน้นไปที่ภาพรวม เพราะชัยชนะวัดกันที่หมากตัวสุดท้าย”
“อีกหนึ่งสิ่งสำคัญคือห้ามประมาทโดยเด็ดขาด หมากในมือคู่ต่อสู้สามารถสร้างความเป็นไปได้มากมายนับไม่ถ้วน ทุกการวางหมากนับเป็นการเลือกแล้วไม่อาจหวนคืน อะไรก็เกิดขึ้นได้บนกระดาน”
ฝ่ายหนึ่งถ่ายทอดส่วนอีกฝ่ายเรียนรู้ ต่างฝ่ายต่างเอาจริงเอาจังอย่างมากกับแผ่นกระดานโกะตรงหน้า จนกระทั่งพวกผู้ใหญ่บนโต๊ะอาหารต้องเรียกให้ไปกินข้าว ไม่อย่างนั้น ต่อให้จบมื้อทั้งคู่ก็คงจะยังไม่ละความสนใจออกห่างจากกระดานโกะเสียที
ในระหว่างมื้ออาหาร ทุกคนต่างร่วมพูดคุยสนทนากันอย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะน้อยใหญ่ดังระเบิดขึ้นเป็นครั้งคราวในห้องรับแขก
ช่างเป็นภาพบรรยากาศที่แสนอบอุ่นใจ
ศาสตราจารย์หวังยิ้มกล่าวว่า
“ไข่เป็ดดองเค็มของคุณเสวี่ยเหม่ยจานนี้วิเศษมากจริงๆ แค่ลองใช้ตะเกียบเจาะตรงไข่แดงดู ไม่ใช่แค่ความสุกระดับยางมะตูมที่สมบูรณ์แบบ แต่ทั้งความมันและกลิ่นหอมยังน่าประทับใจจนยากจะลืมลง! ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของผม ไม่เคยได้กินไข่เป็ดดองเค็มอะไรที่อร่อยแบบนี้มาก่อนเลย!”
ย่าหวังรีบหันมาบ่นสั่งสอนในทันที
“ตาแก่ สุขภาพช่วงนี้ก็ใช่ว่าจะดี ยังจะกินไข่แดงเข้าไปตั้งเยอะแยะ เดี๋ยวคอเลสเตอรอลก็ขึ้นสูงอีกหรอก! เอานี่! ซุปเห็ดหอมน่ะดื่มเข้าไปเยอะๆ! ว่าแต่คุณเสวี่ยเหม่ยรู้ตัวมั้ยว่าตนเองทำอาหารอร่อยขนาดไหน? ขนาดฝีมือของพวกพ่อครัวในมหาวิทยาลัยตามเมืองหลวงยังเทียบชั้นไม่ติดเลย!”
เวลาเดียวกันป้าผางก็พูดขึ้นว่า
“สมแล้วที่เป็นถึงระดับศาสตราจารย์ด้วยกันทั้งคู่ วิธีการพูดการจาของพวกคุณสองคนไม่เหมือนกับคนเฒ่าคนแก่บ้านเราเลย พวกนั้นชอบด่าแต่ไม่ชอบชม แต่ว่าก็ว่าเถอะ อาหารฝีมือเสวี่ยเหม่ยนี่มันสุดยอดจริงๆนั่นแหละ!”
เธอถึงกับยกนิ้วโป้งให้ติงเสวี่ยเหม่ยด้วยความชื่นชม
จางหลานยังถึงขั้นเอ่ยปากขอร้องให้ติงเสวี่ยเหม่ยสอนวิธีหมักหมูตุ๋นซอสXO ให้ เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับหมูตู๋ซอสXOในแบบที่เธอเคยทำ มันกลับแห้งและไม่ชุ่มฉ่ำน่ารับประทานเหมือนของติงเสวี่ยเหม่ยเลย
ติงเสวี่ยเหม่ยที่ได้รับเสียงชื่นชมอย่างต่อเนื่อง ระหว่างทานข้าวในชามเธอถึงกับเหงื่อแตกพลั่กด้วยความประหม่าอย่างแรง แม้จะโค้งศีรษะขอบคุณพวกเขาตอบด้วยความเกรงใจแล้ว แต่สีหน้าของเธอกลับไม่สามารถเก็บซ่อนความปิติสุขได้เลย
หลินจิงซูเฝ้าดูภาพฉากเหล่านี้ ได้เห็นติงเสวี่ยเหม่ยมีความสุข เธอเองก็รู้สึกอิ่มเอมใจไปด้วนเช่นกัน
ในชีวิตก่อนหน้า ติงเสวี่ยเหม่ยตัดสินใจจบชีวิตตนเองด้วยการแขวนคอตาย เพื่อแสดงความบริสุทธิ์และหลีกเลี่ยงการหย่าร้าง ตรงกันข้ามกับชีวิตนี้ ติงเสวี่ยเหม่ยเดินหน้าเซ็นใบหย่าอย่างกล้าหาญ อีกทั้งยังสามารถมีความสุขได้ในเส้นทางชีวิตต่อจากนั้น
หลินจิงซูในตอนนี้รู้สึกขอบคุณสวรรค์เหลือเกินที่มอบโอกาสให้กับเธอ เพื่อใช้มันแก้ไขทุกสิ่งที่เคยผิดพลาดไป
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







