Home / โรแมนติก / ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90 / ตอนที่ 84 เริ่มธุรกิจจากการขายชานมไข่มุก? (1)

Share

ตอนที่ 84 เริ่มธุรกิจจากการขายชานมไข่มุก? (1)

Author: Chawin
last update Last Updated: 2026-02-12 14:29:35

43 1-2

            ตอนที่ 84 เริ่มธุรกิจจากการขายชานมไข่มุก? (1)

            หลังจบมื้ออาหาร หลินจิงซูก็ลุกขึ้นบอกกับทุกคนว่า

            “อย่าเพิ่งรีบกลับกันนะคะ เดี๋ยวมีของหวานพิเศษหลังมื้ออาหารสำหรับทุกคนด้วยค่ะ”

            “ยังมีของหวานด้วย? ว่าแต่จิงซูน้อยเป็นคนทำเหรอจ๊ะ?”

            ป้าผางเอ่ยถามหลินจิงซู

            เธอพยักหน้ายิ้มตอบ

“ใช่แล้วค่ะ หนูทำเอง”

“ใช่ชานมรึเปล่าจ๊ะ?” วินาทีนั้นจางหลานรีบร้องตะโกนถามแทรกขึ้นด้วยความดีใจ

ตั้งแต่ได้ลิ้มลองชานมที่หลินจิงซูทำมาฝากแก้วนั้น เธอก็ไม่เคยลืมเลือนรสชาติที่แสนอร่อยของมันได้เลย และทุกครั้งที่รู้ว่าหลินจิงซูจะมาที่บ้าน ทั้งเธอและลูกชายต่างก็ตั้งหน้าตั้งตารอคอยชานมอย่างใจจดใจจ่อ

สำหรับคำตอบของคำถามนี้ ติงเสวี่ยเหม่ยเป็นผู้อาสาอธิบายเองว่า

“คุณจางหลานได้ดื่มชานมนั่นแล้วเคยสงสัยบ้างไหมคะว่า เม็ดดำๆที่เกาะกันอยู่ก้นแก้วมันคืออะไร? ฉันเองก็เพิ่งจะรู้มาจากซูซูว่า มันคือเม็ดไข่มุก เป็นหนึ่งในส่วนประกอบหลักของชานม ซูซูเป็นคนทำไข่มุกนั่นด้วยตัวเอง ด้วยสัมผัสที่นุ่มหนึบหนับของมัน ทำให้ชานมของเธอยิ่งดื่มก็ยิ่งอร่อย คุณจางหลานมีความคิดเห็นยังไงบ้างคะ?”

จางหลานได้ฟังถึงกับงุนงง

“แล้วทำไมชานมที่ฉันเคยดื่มมันไม่มีไข่มุกล่ะ?”

หลินจิงซูเกาหลังศีรษะแก้เขิน พร้อมกับขยายความให้ฟังว่า

“แรกๆที่ลองทำดู หนูยังไม่ได้ซื้อส่วนผสมสำหรับทำไข่มุกมาค่ะ แต่พอมีเวลาว่างก็ได้ไปเดินตลาดหาซื้อของเพิ่มเติม ถึงได้ไปเจอกับวัตดุดิบสำหรับทำไข่มุกเข้า”    

หลินจิงซูหมุนตัวเข้าไปในครัวอย่างรวดเร็วเพื่อไปเตรียมชานม แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้ยกชานมร้อนออกมาในทันที แต่เลือกที่จะนำน้ำแข็งที่ซื้อมาใส่ลงไปเพื่อให้เย็นตัวลง ปิดท้ายด้วยไข่มุกเคลือบน้ำตาลที่เธอทำเอง

เท่านี้ก็จะได้ชานมไข่มุกสูตรปี 90 แล้ว!

หลังจากได้ดื่มจนหมด ทุกคนต่างก็เอ่ยปากชมชานมแก้วนี้กันไม่หยุดปาก   

แม้จู้หยานจะไม่วิจารณ์อะไรสักคำหลังจากที่ได้ลองดื่ม แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะมองออกว่าเขามีความสุขขนาดไหนผ่านฟันเขี้ยวน้อยๆที่โผล่ปรากฏให้เห็น ชานมไข่มุกแก้วนี้ของหลินจิงซูสามารถพิชิตใจอีกฝ่ายได้อย่างอยู่หมัด!

เมื่อเห็นว่าทุกคนชื่นชอบเครื่องดื่มชนิดนี้ของเธอเป็นอย่างมาก หลินจิงซูจึงได้ตัดสินใจประกาศต่อหน้าทุกคนด้วยจิตใจชื่นบาน ถึงสิ่งที่ตัวเธอเองอยากจะบอกมาโดยตลอด

“หนูตั้งใจจะเปิดร้านขายชานมไข่มุกค่ะ ทุกคนมีความเห็นยังไงกันบ้างคะ?”

แต่ทันทีที่คำถามประโยคนี้หลุดออกมาจากปากของหลินจิงซู บรรยากาศภายในห้องรับแขกแห่งนี้ที่เคยมีชีวิตชีวา ก็พลันเงียบสงัดดุจป่าช้า ไอเย็นยะเยือกแทรกซึมให้ความรู้สึกหนาวจับใจ

ไม่มีใครพูดอะไรเลยสักคน

จนกระทั่งจางหลานเป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นออกมา

“ฉันว่าต้องรุ่งแน่ๆ ชานมไข่มุกเป็นเครื่องดื่มที่ใหม่มาก ตลาดธุรกิจในประเทศเราก็ยังไม่มีเครื่องดื่มประเภทนี้เกิดขึ้นมาก่อน ด้วยทำเลที่อยู่อาศัยในตอนนี้ก็ยิ่งเกื้อหนุนเหมาะกับการวางขายเจ้าสิ่งนี้มาก แต่ละวันมีคนเดินพลุกพล่านไปมานับไม่ถ้วน ขอแค่ 20% ของจำนวนคนที่เดินถนนเส้นนี้ให้ความสนใจ ก็น่าจะทำกำไรได้ไม่ยาก”

            แต่ในเวลาเดียวกัน ป้าผางก็รีบทักท้วงขึ้นทันที

            “ก็นั่นล่ะประเด็นสำคัญเลย เพราะเครื่องดื่มชนิดนี้ยังนับว่าใหม่มาก ถึงแม้จะมีรสชาติที่อร่อย แต่ก็ไม่มีใครรู้เพราะไม่มีใครเคยได้ลองชิมมาก่อน ถ้าคิดแบบตรรกะแม่บ้านอย่างฉันนะ ฉันคนนึงก็ขอไม่ซื้อกินเหมือนกันกับสินค้าที่ยังไม่มีใครได้เคยใช้หรือทดลองมันมาก่อน ปัจจัยสำคัญเลยคือเราไม่รู้ว่า เรากำลังเสียเงินให้กับอะไรอยู่น่ะสิ?”

            ศาสตราจารย์หวังกลับเห็นต่าง ยกมือนุ่มนิ่มของตนขึ้นโบกไปมา

            “พูดแบบนั้นก็ไม่ถูกสักทีเดียวนะคุณผาง คนหนุ่มสาวสมัยนี้มีนิสัยอยากรู้อยากเห็นไปหมด ไม่เหมือนกับยุคสมัยของเราที่ไม่กล้าลองอะไรใหม่ๆ โดยเฉพาะกับสิ่งที่เข้าถึงง่ายและราคาไม่แพงอย่างพวกเครื่องดื่ม การเปิดร้านชานมไข่มุกในเวลานี้ อาจสร้างกระแสโด่งดังเกินจินตนาการก็ได้!”

            ย่าหวังที่นั่งกอดอก วิเคราะห์ให้ฟังอย่างใจเย็นว่า

            “แต่นั่นน่าจะใช้ได้กับกรณีที่มีเงินทุนหมุนเวียน การเปิดธุรกิจในระยะแรกจำเป็นจะต้องอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อประคองตัวไว้จนกว่าสินค้าจะเป็นที่รู้จัก เหมาะสำหรับคนที่มีเงินเย็นไม่มีภาระเรื่องค่าใช้จ่าย”

            ศาสตราจารย์หวังโต้สวนทันที

            “ขายชานมไข่มุกถือเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ต่อให้ขาดทุนก็ใช่ว่าจะสูญเสียเงินทองมากมายอะไรเลย”

            ย่าหวังอดส่ายหัวไม่ได้กับคำพูดไม่คิดหน้าคิดหลังของสามีตัวเอง ก่อนจะพูดขึ้นปนน้ำเสียงติดเกรงใจเบาๆว่า

            “ตาแก่ สำหรับแกอาจจะเป็นเงินไม่มากมาย แต่สำหรับคนอื่นอาจไม่ใช่”

            เวลานี้ ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่หลินจิงซูกับติงเสวี่ยเหม่ยเป็นทางเดียว เด็กกำพร้าพ่อกับแม่ม่ายสาวตรงหน้า ไม่มีพื้นที่สำหรับคำว่า ‘ขาดทุน’ กระทั่งเม็ดเงินที่จะอัดฉีดธุรกิจในระยะแรกยังมีแทบไม่พอด้วยซ้ำ

            ขณะที่ทุกคนกำลังถกเถียงกันเพราะความเห็นที่ไม่ตรงกันอยู่นั้น หลินจิงซูก็พูดแทรกขัดจังหวะขึ้นกลางวง

            “ขึ้นชื่อว่าธุรกิจก็ต้องมีต้นทุน แต่ใช่ว่าเราจะไม่สามารถควบคุมต้นทุนที่ว่าได้”

            จะเป็นต้นทุนก็ดี เม็ดเงินที่ใช้อัดฉีดในโครงสร้างธุรกิจก็ดี ฟังแล้วอาจดูเหมือนเป็นจำนวนเงินที่สูง แต่ในความเป็นจริง หากเปรียบเทียบกับยุคสมัยในอนาคต สิ่งที่ต้องจ่ายในวันนี้ นับว่าไม่ใช่จำนวนเงินที่หนักหนาอะไรเลย ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงปี 1990 ยังไม่มีกฎหมายเรื่องค่าเช่าพื้นที่ค้าขายออกมา นั่นหมายความว่า ต่อให้จะตั้งแผงขายของหน้าบ้าน เธอก็ไม่ต้องเสียเงินแม้สักหยวนเดียวด้วยซ้ำ

            สิ้นสุดคำพูดของเธอ หลินจิงซูก็กวาดสายตามองทุกคนที่นั่งนิ่งเงียบอยู่ภายในโต๊ะอาหาร จะมีก็เพียงจู้หยานที่หลบไปนั่งปลีกวิเวกดื่มชานมไข่มุกไม่สนใจใดๆตั้งแต่ต้นจนจบ

            ริมฝีปากของเธอขยับเล็กน้อย ต้องการจะเอ่ยปากขอความเห็นจากจู้หยาน แต่สุดท้ายก็กระดากเกินกว่าจะพูดออกมา การบังคับใครสักคนให้แสดงความคิดเห็นทั้งที่อีกฝ่ายไม่ต้องการ นี่นับเป็นเรื่องไม่สมควรเลย

            แม้ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองในเวลานี้จะนับว่าค่อนข้างสนิทกัน แต่เธอเองก็รู้อยู่แก่ใจว่า โลกที่เขายืนอยู่ในตอนนี้นั้นแตกต่างจากโลกที่เธออยู่โดยสิ้นเชิง

            สักวันหนึ่งจู้หยานก็ต้องกลับไปเมืองหลวง ออกจากสถานที่ชนบทแห่งนี้ไป และเมื่อถึงวันนั้น เธอกับเขาก็จะกลายเป็นแค่คนเคยรู้จักกันเท่านั้น

            คนแรกที่ตอบสนองกับคำพูดของหลินจิงซูคงหนีไม่พ้นศาสตราจารย์หวัง เขาหันไปถามหลานชายด้วยความสงสัยใคร่รู้เช่นกัน

            “อาหยาน หลานคิดเห็นกับเรื่องนี้ยังไงบ้าง?”

            เมื่อได้ยินคำถามดังกล่าว จู้หยานก็วางชานมไข่มุกในมือลงบนโต๊ะ หันไปสบตากับหลินจิงซูเผยให้เห็นประกายสีอำพันเฉิดฉายงดงามคู่นั้น

            “ผมว่าเร็วเกินไป แต่จะลองดูก็ไม่เสียหายอะไร อีกอย่างเธอเองก็ได้ตัดสินใจไปแล้ว ไม่มีใครเปลี่ยนความคิดของเธอได้ สิ่งที่เธอต้องการจากคนอื่นไม่ใช่การขออนุมัติหรือขอความมั่นใจ แต่เธอต้องการความเห็นในหลากหลายมุมมองต่างหาก”

            หลินจิงซูแอบสัมผัสได้ลึกๆว่า แท้จริงแล้วจู้หยานเป็นคนที่สามารถอ่านใจคนได้เก่งมาก ราวกับว่าทุกความคิดของคนอื่นล้วนถูกเขียนแปะไว้บนใบหน้าทั้งสิ้น

            ขนาดเธอที่มีอายุจิตเกินผู้ใหญ่วัยสี่สิบปีไปแล้ว แต่ทุกครั้งที่เผชิญหน้ากับจู้หยาน เธอมักจะรู้สึกว่าตนเองเป็นแค่กระดาษบางเบาแผ่นหนึ่งเท่านั้น

           

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต (จบบริบูรณ์)

    263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 471 ความจริงในอดีต

    262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง

    262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย

    261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ

    260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก

    259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status