LOGIN50 2-2
ตอนที่ 99 สิ่งสำคัญกว่าความรู้ในหนังสือคือใครที่อ่านมัน
บางคนรู้สึกเจ็บปวดใจไม่น้อย ที่ต้องควักเงินจ่ายให้กับชานมไข่มุกแก้วใหญ่เพื่อสยบเสียงร้องไห้ของลูกหลานตนเอง ในขณะที่ยังมีบางคนไม่สามารถตัดใจจ่ายเงินได้ สุดท้ายก็ต้องปิดปากเด็ก แล้วบังคับพาหนีออกไปโดยเร็วที่สุด
หากตัดเรื่องการแสดงที่แข็งทื่อจนดูไม่ได้ของจู้หยานออกไป เขาก็นับเป็นชายหนุ่มรูปหล่อคนหนึ่งที่มาในมาดคุณชายเย็นชาแต่เต็มไปด้วยเสน่ห์เหลือร้าย ยิ่งเป็นช่วงจังหวะที่เขายกแก้วชานมขึ้นดูดนั้น รัศมีความมีระดับของเขาก็ยิ่งเปล่งประกายเจิดจรัสน่ามองเข้าไปใหญ่
ทั้งนักเรียนในวัยแรกรุ่นและหญิงในวัยทำงานไม่น้อย ต่างก็ให้ความสนอกสนใจในตัวเขา จนกระทั่งผู้ชายที่อยู่แถวนั้นเริ่มรู้สึกอิจฉาตาร้อนขึ้นมา
การเงินเป็นเรื่องรองความรักสิต้องมาก่อน โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ผู้ชายกลุ่มนั้นรีบแห่เข้าไปซื้อชานมไข่มุกที่ร้านของหลินจิงซู แล้วพากันใช้หลอดเจาะดูดเลียนแบบกันเป็นแถว โดยหวังว่าสาวๆจะชายตาแลมองพวกเขาบ้างเหมือนกัน
ไม่นานเกินรอ ก็มีวัยรุ่นหนุ่มสาวมากหน้าหลายตายืนดูดชานมไข่มุกอยู่เต็มไปหมด กลายมาเป็นภาพฉากที่ดึงดูดสายตาผู้คนอย่างมาก
หลายคนที่สัญจรเดินผ่านไปมา ต่างเริ่มควักเงินซื้อดื่มตามกระแสอย่างรวดเร็ว
ติงเสวี่ยเหม่ยผู้เปรียบเสมือนคนอกหัก ต้องควักเนื้อจ่ายค่าชานมฟรีมาตลอดวันสามวัน เมื่อได้เห็นผลกำไรมากกว่า100หยวนภายในค่ำคืนเดียว เธอก็ฉีกยิ้มกว้างอย่างมีความสุขจนมุมปากแทบแตะถึงหู
หากสามารถรักษาระดับยอดขายแบบนี้ได้ต่อไป รับรองได้ว่า ในระยะเวลาไม่ถึงครึ่งปีต้องคืนทุนอย่างแน่นอน!
ตกดึก สองแม่ลูกต่างประสานเสียงหัวเราะกันคิกคักด้วยความปีติสุขท่ามกลางธนบัตรกองโตที่อยู่บนเตียง หากไม่ใช่เพราะเกรงใจเพื่อนบ้านข้างเคียงที่กำลังหลับนอนกัน ป่านนี้พวกเธอสองคนคงต้องระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นแล้วแน่ๆ!
ติงเสวี่ยเหม่ยอดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้
“ลูกคิดว่าจะขายดีแบบนี้ทุกวันรึเปล่า?”
หลินจิงซูส่ายหน้า และวิเคราะห์ให้ฟังไปตามความจริงว่า
“ไม่หรอกค่ะแม่ เมื่อกระแสความนิยมของชานมไข่มุกพุ่งถึงจุดสูงสุด มันก็จะค่อยๆตกลงตามวัฏจักร อีกหนึ่งปัจจัยก็คือ จะมีอีกหลายร้านที่ทำสินค้าเลียนแบบเราขึ้นมา ไม่มีใครยอมให้เรากลายเป็นเจ้าครองตลาดอยู่ฝ่ายเดียวแน่ค่ะ”
เมื่อติงเสวี่ยเหม่ยและหลินจิงซูสามารถคิดค้นธุรกิจที่ทำเงินได้ พ่อค้านักธุรกิจที่เปรียบดั่งเสือกระหายหิวทั้งหลายย่อมไม่มีทางนิ่งเฉยแน่ พวกเขาต่างพร้อมที่ตั้งแผงขายสินค้าที่เลียนแบบขึ้น
ทุกอย่างล้วนเป็นไปตามกฎแห่งอุปสงค์และอุปทาน
ทันทีที่ติงเสวี่ยเหม่ยได้ยินว่า จะมีคนทำสินค้าเลียนแบบตนขึ้น และปล้นเอาธุรกิจที่พวกเธอใช้ทำมาหากินไป หน้าของเธอก็ถึงกับถอดสี ก่อนจะเปลี่ยนเป็นดำมืดด้วยความไม่พอใจ ราวกับว่าเงินในกระเป๋ากำลังจะถูกคนฉกฉวยเอาไป
“แต่นี่เป็นธุรกิจของเรา สินค้าของเรา! ทำไมคนอื่นต้องเลียนแบบด้วย? มันไม่ยุติธรรมเลย!”
“แม่คะ ไม่เห็นจะต้องเสียใจไปเลย พวกเราก็แค่ปลาเล็กในตลาดใหญ่ ไม่ได้มีอำนาจหรือเม็ดเงินที่จะไปผูกขาดอะไรได้ ดูอย่างธุรกิจร้านอาหารสิคะ ใครๆก็ทำตามเหมือนกันหมด แต่ข้อดีของเราตอนนี้ก็คือ เราเป็นมือแรกที่ได้จับเงินจากธุรกิจชานมไข่มุก”
หลินจิงซูยังพูดต่ออีกว่า
“และที่สำคัญที่สุดก็คือ ถึงแม้จะมีสักกี่ร้อยร้านที่ทำเลียนแบบเรา แต่เรื่องรสชาติก็ไม่มีใครสามารถเลียนแบบเราได้ทั้งนั้น สุดท้าย ถ้าร้านพวกนั้นทำรสชาติสู้ของเราไม่ได้ ลูกค้าก็จะย้อนกลับมาหาต้นฉบับอย่างเราอยู่ดี”
ได้ฟังบทวิเคราะห์จากหลินจิงซู ติงเสวี่ยเหม่ยก็รับรู้ได้ถึงความสมเหตุสมผล แม้เธอจะไม่เคยมีโอกาสได้ร่ำเรียนหนังสือมากนัก แต่กับเรื่องหลักการความต้องการของผู้บริโภคธรรมดาทั่วไปแบบนี้ ใช่ว่าเธอจะไม่สามารถนึกภาพตามได้ออก
ทว่าติงเสวี่ยเหม่ยเองก็รู้สึกสงสัยและคาใจมาโดยตลอดว่า ลูกสาวของเธอไปเอาองค์ความรู้ตั้งมากมายในเรื่องธุรกิจนี้มาจากไหน? ถ้าเพียงแค่ได้ยินมาผ่านๆหรือรู้มาเพียงผิวเผิน เด็กคนนี้จะไม่มีสามารถทำนายอนาคต และวิเคราะห์สถานการณ์ล่วงหน้าออกมาได้เป็นฉากๆแบบนี้แน่
เรื่องความรู้ทางธุรกิจของหลินจิงซูนั้น ใช่ว่าติงเสวี่ยเหม่ยจะไม่เคยเอ่ยปากถาม แต่ทุกครั้งเธอมักจะได้รับคำตอบประมาณว่า เป็นความรู้ที่สามารถหาอ่านได้จากหนังสือ
จนกระทั่งติงเสวี่ยเหม่ยเริ่มรู้สึกสงสัยเป็นจริงเป็นจังมากขึ้น อย่างนี้ก็หมายความว่า ทุกคนที่อ่านหนังสือก็จะสามารถสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้น่ะสิ?
ลับหลังลูกสาว เธอถึงกับแอบนำเรื่องนี้ไปปรึกษาจางหลาน แต่เมื่ออีกฝ่ายได้ฟัง ก็ถึงกับยิ้มออกมาและถามติดตลกว่า
“ที่ถามแบบนี้แสดงว่า เธอกำลังกลัวจะมีใครสักคนไปอ่านหนังสือเล่มนั้นเข้าล่ะสิ แล้วคนๆนั้นก็จะมีทักษะความสามารถเทียบเท่ากับลูกสาวของเธอใช่มั้ย?”
เผชิญหน้ากับคำถามของจางหลาน ติงเสวี่ยเหม่ยพลันรู้สึกสับสนชั่วขณะ ปรากฏว่าอีกฝ่ายสามารถมองผ่านอ่านความคิดของเธอได้อย่างกระจ่างแจ้ง
จางหลานยิ้มขณะอธิบายต่อ
“ถ้าทุกอย่างมันเป็นอย่างที่เธอกังวล งั้นก็หมายความว่า ทุกคนที่จบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับประเทศ ก็คงจะประสบความสำเร็จในชีวิตกันไปหมดแล้วสิ? สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าความรู้ในหนังสือก็คือใครที่อ่านมันต่างหาก หลินจิงซูนับเป็นอัจฉริยะหนึ่งในล้านที่หาตัวจับได้ยาก เสวี่ยเหม่ย ในฐานะที่เธอเป็นแม่ ก็ควรเชื่อมั่นในตัวลูกสาวให้มากกว่านี้หน่อยนะ ไม่อย่างนั้น กลับจะเป็นตัวเธอเองที่เป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ ที่ขวางกั้นระหว่างลูกสาวกับความสำเร็จ”
ติงเสวี่ยเหม่ยในเวลานั้นคิดเพียงแค่ว่า จางหลานออกจะพูดเกินจริงไปมากพอควร ลูกสาวตัวน้อยของเธอจะเก่งกาจขนาดนั้นได้ยังไง?
ตัดกลับมาในตอนนี้ เธอจ้องมองธนบัตรสีสันสดใสกองโตตรงหน้าที่วางอยู่บนเตียง ติงเสวี่ยเหม่ยรู้สึกโล่งใจอย่างยิ่งที่ตนเองตัดสินใจถูกต้องแล้ว
เธอเงยหน้าขึ้นพูดกับหลินจิงซูด้วยท่าทางมุ่งมั่นว่า
“ต่อจากนี้ไป แม่จะสนับสนุนทุกความคิดของลูก ลูกสนใจเพียงแค่หนทางตรงหน้าก็พอ ถ้าขาดเหลืออะไรเดี๋ยวแม่จะจัดการเอง”
หลินจิงซูระบายยิ้มขานรับ
ภายนอกติงเสวี่ยเหม่ยอาจดูอ่อนแอและขี้หวาดระแวง แต่แท้ที่จริงแล้ว เธอเป็นคนหนักเอาเบาสู้ ขอเพียงได้ลงมือทำงาน ผู้หญิงคนนี้จะใส่สุดกำลังเต็มสูบอย่างแน่นอน
ในเมื่อได้รับการอนุมัติจากปากติงเสวี่ยเหม่ยเอง หลินจิงซูก็ไม่ขอเกรงใจเช่นกัน เธอเริ่มกางแผนธุรกิจขั้นต่อไปให้อีกฝ่ายรู้ทันที
“แผนต่อไปก็คือ การเพิ่มอัตรากำไรต่อการขายหนึ่งครั้งให้มากขึ้น ชานมไข่มุกเป็นสินค้าที่สามารถขายเป็นชุดรวมกับผลิตภัณฑ์อย่างอื่นได้ ตัวอย่างเช่น การขายชาคู่กับขนมทานเล่นเบาๆ หรือขยายไปเป็นชุดอาหารสำหรับครอบครัวที่มีทั้งอาหารหลักและเครื่องดื่ม สามารถจะจับคู่กับอะไรก็ได้ตามกลุ่มลูกค้าที่สนใจ”
ด้วยกลยุทธ์ดังกล่าว ยอดขายหลังจากนี้จะต้องเพิ่มสูงขึ้นไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน!
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







