แชร์

ตอนที่ 100 ของเลียนแบบ

ผู้เขียน: Chawin
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-12 14:31:41

51 1-2

            ตอนที่ 100 ของเลียนแบบ

            ได้ฟังแผนธุรกิจใหม่ของหลินจิงซูแล้ว สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของติงเสวี่ยเหม่ยก็คือ ต้นทุนค่าบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นหมายถึงส่วนต่างระหว่างกำไรและต้นทุนจะถูกย่อให้น้อยลงทันที

            แต่แล้วเธอก็นึกถึงคำพูดประโยคนั้นของจางหลานได้ ในเมื่อหลินจิงซูเป็นคนคิดแผนธุรกิจนี้ขึ้นมาเอง นั่นหมายความว่า ทุกอย่างล้วนผ่านการไตร่ตรองจากลูกสาวของเธอมาเป็นอย่างดีแล้ว

            ซึ่งหมายความว่า แผนการขายนี้จะต้องส่งผลดีต่อธุรกิจอย่างแน่นอน!

            เธอพยายามคิดให้เหมือนกับหลินจิงซู วิเคราะห์และชั่งน้ำหนักถึงข้อดีข้อเสียในฐานะนักธุรกิจ ไม่ใช่ในฐานะแม่บ้านลูกหนึ่ง และในเมื่อหลินจิงซูกล้าเสนอแผนการขายเช่นนี้ ย่อมหมายความว่าอีกฝ่ายจะต้องเล็งเห็นถึงช่องทางทำเงินบางอย่างแล้ว

            ติงเสวี่ยเหม่ยชันศอกยกสองมือขึ้นเท้าโต๊ะ สิบนิ้วผสานครุ่นคิดด้วยสีหน้าจริงจัง รำพึงรำพันกับตัวเองอยู่นานสองนานก่อนจะเสนอขึ้นว่า

                  “ถ้าจะหาสินค้าสักอย่างมาจับคู่กับชานมไข่มุก ก็ควรต้องเป็นของหวานสักอย่างสองอย่าง พื้นที่รถเข็นของเราก็ค่อนข้างกว้าง สามารถแบ่งออกเป็นสองส่วนได้ ด้านหนึ่งเปิดขายขนม อีกด้านก็ขายชานมไข่มุก ส่วนเรื่องส่งเสริมการขาย แม่ว่าลองจัดให้ลูกค้าซื้อขนมสองชิ้นแล้วแถมชานมไข่มุกขนาดทดลองฟรีดีมั้ย เพราะนอกจากจะได้กระตุ้นยอดขายแล้ว ก็ยังได้นำเสนอสินค้าที่ลูกค้ายังไม่ตัดสินใจซื้อไปด้วย!”

                  เห็นติงเสวี่ยเหม่ยเดินหน้าเต็มกำลังเช่นนี้ หลินจิงซูก็รู้สึกปลื้มปริ่มเห็นดีเห็นงามไปด้วยเช่นกัน เมื่อปรึกษาหารือเรื่องแผนธุรกิจในอนาคตจนได้ข้อสรุปแล้ว วันต่อมา สองแม่ลูกจึงตัดสินใจเปิดแผงขายขนมเพิ่ม กลายเป็นว่าได้ขายสินค้าสองชนิดพร้อมกันในคราวเดียว ทั้งยอดขายขนมและชานมไข่มุกจึงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทันที

                  ทว่าผลเสียที่ตามมาก็คือ กำลังคนในการผลิตเริ่มไม่เพียงพอกับความต้องการขอผู้บริโภค

                  ท้ายที่สุด หลินจิงซูจึงได้ตัดสินใจเปิดรับสมัครพนักงานขึ้น

                  และทันทีที่เธอติดป้ายประกาศรับสมัครพนักงาน ก็ปรากฏสามีภรรยาคู่หนึ่งเดินเข้ามาขอสมัครทันที

                  สามีภรรยาคู่นี้เป็นเจ้าของแผงขายแตงโมที่อยู่บนถนนเส้นนี้เช่นกัน

                  ฝ่ายชายเป็นคนแซ่หวัง ทุกคนในครอบครัวต่างเรียกเขาว่า หวังหลิว ส่วนฝ่ายหญิงแซ่หลี เรียกเธอว่าหลีหลี่

                  เฝ้าสังเกตมองสองสามีภรรยาที่เดินเข้ามาสมัครงาน หลินจิงซูได้เอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัยว่า

                  “ทำไมถึงมาสมัครงานที่นี่ล่ะคะ? พวกคุณสองคนขายแตงโมอยู่อีกฟากถนนไม่ใช่เหรอคะ?”

                  “ช่วงนี้กำไรที่ได้จากการขายแตงโมแทบไม่มีเลยล่ะ”

                  หวังหลิวหัวเราะแห้ง ยกมือลูบหลังศีรษะด้วยทีท่าเคอะเขิน

                  “แม่คะ คิดเห็นยังไงบ้าง?”

                  หลินจิงซูหันไปสอบถามความเห็นจากติงเสวี่ยเหม่ย

                  ติงเสวี่ยเหม่ยจ้องหน้าคนทั้งคู่ตรวจสอบอย่างจริงจัง สังเกตเห็นลักษณะท่าทางของสามีภรรยาคู่นี้ที่ดูเป็นคนซื่อสัตย์ไว้ใจได้ เธอจึงพยักหน้าตอบกลับไปว่า

                  “ลุงหวังกับป้าหลีต่างก็เป็นพ่อค้าแม่ค้าที่มีประสบการณ์เรื่องการค้าขาย นอกจากจะเป็นคนค่อนขยันขันแข็งแล้วยังดูไว้ใจได้ แม่ว่าเราน่าจะรับพวกเขามาช่วยงานอีกแรงนะ”

                  “ขอบคุณมากครับคุณผู้หญิง! ขอบคุณมากครับคุณหนู!”

                  อาศัยทักษะและประสบการณ์การขายของหวังหลิวกับหลีหลี่เข้ามาช่วยเสริมอีกแรง ส่งผลให้ธุรกิจของสองแม่ลูกพัฒนาก้าวหน้าไปอีกระดับ กลุ่มลูกค้าที่แห่กันมาซื้อชานมไข่มุกและขนมหวานนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียนและคนงานหญิงจากโรงงานใกล้เคียง

                  เห็นผลลัพธ์เช่นนี้ หลินจิงซูก็อดที่จะร้องอุทานกับตัวเองไม่ได้ เพราะไม่ว่ายุคสมัยใด ชานมไข่มุกก็ยังเป็นเครื่องดื่มในดวงใจของบรรดาสาวๆตลอดกาล!

                  นอกจากกลุ่มคนที่มาซื้อชานมไข่มุกและขนมหวานแล้ว ก็ยังมีคนบางจำพวกที่ชอบมาชวนหลินจิงซูกับติงเสวี่ยเหม่ยคุยเรื่องสัพเพเหระ

                  ตัวอย่างก็เช่น เรื่องต้นทุนในด้านการผลิตชานมไข่มุกกับขนมสักชิ้นว่ามีราคาสูงมากไหม? กำไรต่อชิ้นคุ้มไหม? แม้ฟังผิวเผินจะดูเหมือนคำถามธรรมดาทั่วไป แต่หลินจิงซูที่มีไหวพริบย่อมรู้ทันทีว่า คนพวกนี้ต้องการอะไร

                  ผ่านไปเกือบสัปดาห์ ก็เริ่มมีร้านค้าบางเจ้าลอกเลียนแบบชานมไข่มุกออกมาขาย แม้ว่าจะมีการปรับสูตรเพิ่มน้ำตาลเข้าไป แต่ด้วยรสชาติที่แตกต่างกันมากและบรรจุภัณฑ์ที่จืดชืด ในที่สุด คนเหล่านั้นก็เริ่มขายไม่ได้และต้องยอมลดราคาแข่ง จากแก้วละ1หยวนก็ลดเหลือ50เจียว (0.5หยวน) และจาก50เจียวก็ลดเหลือ30เจียว (0.3หยวน) จนสุดท้ายก็ต้องปิดตัวลงอย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา

                  ในช่วงวันสองวันแรกที่ติงเสวี่ยเหม่ยพบเห็นการปรากฏตัวของคู่แข่งใหม่ เธอแอบรู้สึกหวั่นใจเล็กน้อย จนกระทั่งวันที่คนเหล่านั้นต้องหั่นราคาจนเข้าเนื้อเหลือเพียงแค่ 30เจียว กลับกลายเป็นว่าตัวเธอรู้สึกสงสารเห็นใจแทน

                  ตรงข้ามกับหลินจิงซูที่ไม่รู้สึกสงสารคนที่ลอกเลียนแบบเลยสักนิด ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ เธอไม่เคยนึกหวั่นใจหรือหวาดกลัวเลยสักนิด เพราะตระหนักดีว่าคนกลุ่มนี้จะไม่สามารถประคองธุรกิจไว้ได้นาน

                  คนพวกนี้มีดีแค่กล้าทำตามกระแสเพียงอย่างเดียว แต่กลับไม่เคยทำการบ้านเลยสักนิดว่า ทำไมชานมไข่มุกถึงได้รับความนิยม? หัวใจของมันคืออะไร? ทว่าอย่างน้อย หลินจิงซูก็ยังชื่นชมในความกล้าหาญของคนพวกนั้นในฐานะนักธุรกิจด้วยกัน

                  บางคนที่ฉลาดขึ้นหน่อยก็จะค้นพบว่า อีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ชานมไข่มุกขายดีนั่นก็คือตัวเม็ดไข่มุก แต่เพราะเหตุใดกัน…ทำไมพวกเขาจึงยังขายไม่ดีเท่าสองแม่ลูกล่ะ?

                  เหตุผลก็ง่ายมาก เพราะคนพวกนั้นขาดฟันเฟืองชิ้นสำคัญไปหนึ่งอย่าง

                  นั่นก็คือ การตลาด

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต (จบบริบูรณ์)

    263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 471 ความจริงในอดีต

    262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง

    262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย

    261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ

    260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก

    259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status