แชร์

บทที่ 15 ท่านประธานย่างหมู

ผู้เขียน: นิพานัน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-09-09 21:17:24

สายฝนโปรยปรายลงมาในยามเย็น คราคร่ำด้วยผู้คนที่เพิ่งเลิกงานกำลังเดินทางกลับบ้าน บ้างก็ยืนรอใต้ตึกอาคารระหว่างรอให้ฝนหยุดตกก่อน บางคนก็วิ่งฝ่าฝนหรือกางร่มเดินอย่างไม่รีบร้อน

ธารตะวันเป่าลมร้อนผ่านริมฝีปาก นั่งทำงานมาทั้งวันฝนก็ไม่มีวี่แววว่าจะตก แต่พอจะกลับบ้านเท่านั้นแหละ เทกระจาดจนนึกว่าฟ้ารั่ว

“วิ่งฝ่าออกไปเลยดีไหมนะ...”

เธอเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่เริ่มสว่าง แม้จะยังมีเมฆครึ้มเกาะกลุ่มกระจายตัวอยู่เล็กน้อย ก่อนจะหลุบตามองพื้นด้านล่างที่เฉอะแฉะ

สายฝนเริ่มซาลงเยอะแล้ว จนเธอคิดว่าถ้าวิ่งฝ่าไปถึงร้าน อาจจะไม่ค่อยเปียกเท่าไหร่ ยืนรอให้หยุดก็ไม่รู้จะหยุดเมื่อไหร่อีก

สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจจะฝ่าฝนไปร้านปิ้งย่างที่หัวมุม ทว่าระหว่างที่เธอตัดสินใจจะวิ่งฝ่าไป กลับมีใครสักคนรั้งแขนเธอเอาไว้ พร้อมกับเงาดำที่ทาบทับลงมาบนลำตัวและร่มคันใหญ่ที่กางให้เธอ

“คุณธันย์” เธอเรียกชื่อคนที่ดึงแขนและเอียงร่มให้

วินาทีที่สบตา โลกก็พลันหยุดหมุน ตามด้วยหัวใจที่สั่นระรัวในอก

“จะไปไหน”

“เอ่อ... จะไปร้านปิ้งย่างหัวมุมนี่เองค่ะ”

พูดจบเธอก็ชี้ไปที่หัวมุมตรงแยกไฟแดง ก่อนจะดันร่มให้เอียงไปทางเขาคืนบ้าง หลังได้เห็นเม็ดฝนตกกระทบบนไหล่กว้างอยู่

“ผมก็จะไปเหมือนกัน” เขาตอบเสียงนิ่งเรียบ ใบหน้าเรียบเฉยดูไร้อารมณ์ร่วมแต่หล่อเหมือนเดิม

“คุณธันย์ก็จะไปร้านนี้เหมือนกันเหรอคะ”

“ใช่ อยู่ใกล้แค่นี้แต่ไม่เคยลองกินเลย”

สิ้นประโยคนั้น ธารตะวันก็ยิ้มกว้างทันที สาเหตุที่เธอยอมเลี้ยงข้าวเจตกวินคืน เพราะรู้ว่าเขาอาจใช้เหตุผลนี้มาเข้าใกล้เธออีก เธอก็เลยตัดจบด้วยการไม่ต้องมีบุญคุณต่อกันซะเลย

เลี้ยงข้าวให้จบ จะได้ไม่ต้องมาทวงบุญคุณกันดีหลัง และก็ไม่ต้องมาเจอกันอีกด้วย

“รังเกียจที่จะร่วมโต๊ะเดียวกับผมมั้ย”

“รังเกียจอะไรล่ะคะ ฉันจะรังเกียจคุณได้ยังไง”

เธอรีบโบกมือปฏิเสธรัวๆ พร้อมกับสั่นหัวประกอบอย่างจริงจัง จะรังเกียจเขาได้ยังไงกันล่ะ ในเมื่อเป็นอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยซะขนาดนี้

“ถ้างั้นสนใจมานั่งร่วมโต๊ะกับฉันไหมคะ แต่ว่ามีเพื่อนฉันมาด้วยอีกคนนึงนะ นั่งกินกันหลายคนบรรยากาศจะได้ไม่อ่อมเกินค่ะ”

“อ่อมเกินเหรอ”

“แบบว่า... บรรยากาศไม่ครื้นเครงน่ะค่ะ”

ประธานธันย์พยักหน้ารับช้าๆ ก่อนทั้งคู่จะเดินกางร่มคู่กันไปที่ร้านปิ้งย่างหัวมุม

ใช้เวลาไม่นานในการเดินมาถึงหน้าร้าน พอมาถึงเธอก็พบว่าเจตกวินมายืนอยู่ก่อนแล้ว เขาหันมายิ้มให้เธอ ก่อนหุบยิ้มลงนิดๆ ที่ได้เห็นว่ามีชายหนุ่มหน้านิ่งเดินขนาบข้างมาด้วย

“อ้าว คุณธันย์ก็มาด้วยเหรอครับ” เจตกวินหันไปทักทายคนที่ยืนข้างเธออยู่

ธันย์ธารายกยิ้มมุมปาก พลางเก็บร่มที่เปียกฝนเสียบไว้หน้าร้าน

“สวัสดีครับคุณเจตกวิน”

“สวัสดีครับคุณธันย์ธารา”

คนกลางอย่างธารตะวันมองคนตัวสูงทั้งสองสลับกันไปมา ก่อนจะรีบพาทั้งคู่เข้าไปในร้านก่อนที่คนจะเยอะ

ช่วงเวลานี้ฝนตกก็พลอยทำให้รถติด ผู้คนก็ทยอยกันเข้ามานั่งหาอะไรทานกันจนแน่นเต็มร้าน ธารตะวันสั่งเซตหมูสามชั้นมานั่งย่างให้ทั้งสองหนุ่ม

เธอตัดชิ้นพอดีคำอย่างคล่องแคล่ว ย่างให้สุกจนสีกำลังสวย จนธันย์ธาราที่นั่งข้างเธอจ้องมองไม่ละสายตา

“มา เดี๋ยวพี่ตัดให้ครับน้องตะวัน” เจตกวินยื่นมือไปแย่งกรรไกรกับที่คีบในมือเธอ แต่ธารตะวันปฏิเสธเพราะชอบบริการอยู่แล้ว

“ไม่เป็นไรตะวันทำได้ค่ะพี่เจต”

“มันร้อนนะ... พี่ทำให้ดีกว่า”

“ไม่เป็นไร แค่ตัดหมูเองค่ะ”

“เอามาเถอะครับ มือเราจะร้อนเอานะ”

ทั้งคู่ยื้อแย่งกันไปมา โดยมีสายตาคู่คมของประธานธันย์จ้องทั้งคู่สลับกันซ้ายขวา ก่อนจะพูดโพล่งออกไป แล้วแย่งกรรไกรกับที่คีบในมือเธอมาถือไว้เอง

“ผมทำเอง”

“คะ”

“ครับ...”

ทั้งเจตกวินและธารตะวัน ต่างก็หันขวับมองไปที่เขา ชายหนุ่มมาดเจ้าชายเย็นชาอย่างธันย์ธารานี่เหรอจะย่างหมู ทว่าพอเขาดุผ่านสายตามา เธอก็จำยอมต้องส่งอุปกรณ์ให้เจ้าตัว โดยไม่กล้าขัดใจอะไร

จากประธานบริษัท สู่บทบาทบริกรหนุ่มหน้าหล่อ นั่งตัดหมูสามชั้นบนเตาปิ้งย่างจนแทบไม่ได้กินเอง ส่วนเธอนั่งตัวลีบติดเกรงใจเขาอยู่ดี

“ปกติวันหยุดเราไปเที่ยวไหนมั้ย” เจตกวินชวนคุย แต่เธออดไม่ได้ที่จะคอยระวังความร้อนให้เจ้านาย

“ยังไม่มีที่เที่ยวในใจนะคะ”

“กลุ่มพี่มีทริปไปเที่ยวทะเลวันหยุดกัน น้องตะวันสนใจไปเที่ยวผ่อนคลายด้วยกันมั้ย”

“ทะเลเหรอคะ...”

เธอเอียงคอมองใบหน้าเจตกวิน เขาส่งยิ้มให้ รอยยิ้มนั้นอ่อนละมุนจนสาวๆ หลายคนอาจจะหลงกล แต่คงไม่ใช่กับธารตะวันคนนี้

“ใช่ครับ มีขี่เจ๊ตสกีแล้วก็ล่องเรือไปดำน้ำกัน”

“พี่เจตเที่ยวกับเพื่อนให้สนุกเถอะ ตะวันนอนตีพุงอยู่ที่ห้องดีกว่า”

“น่าเสียดายจัง เอาไว้ไปด้วยกัน 2 คนดีมั้ย”

คำว่าไว้ไปด้วยกันสองคน ทำเอาเธอยิ้มเหยเก ก่อนจะรีบเก็บสีหน้าแล้วระบายยิ้มเจื่อน แม้สิ่งที่เขาชวนจะฟังดูน่าสนุกมากก็ตาม

“เผื่อเราเกร็งกับเพื่อนพี่ไง”

“เกรงใจมากกว่าเดิมอีกค่ะ”

ว่าแล้วก็หัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อน พลางส่ายตาหาตัวช่วยเพราะเจตกวินกำลังจะอ้าปากตามตื้อเธอ ก่อนจะหันไปเห็นประธานหนุ่มกำลังนั่งหน้าเครียดหน้าเตาพอดี

“คุณธันย์ยังไม่ค่อยได้กินเลย ถ้างั้นเดี๋ยวฉันทำแทนดีกว่า”

“ไม่เป็นไร”

“คุณจะได้กินบ้างค่ะ”

“ไม่เป็นไร”

เขาตอบซ้ำคำเดิม ราวกับหุ่นยนต์ที่ตั้งค่าให้ปฏิเสธการช่วยเหลือ

“งั้นฉันขอป้อนได้แทนนะคะ” เธอพูดติดเกรงใจเขา ก่อนจะจัดการห่อหมูสามชั้นกับใบงา เติมเครื่องเคียงให้พอดีคำแล้วจ่อไปที่ปากเขา

ธันย์ธาราผงะใบหน้าเล็กน้อย เขาจับกรรไกรกับที่คีบตัดหมูอยู่ พอโดนจ่อป้อนที่ปากก็เลยชักสีหน้าไปต่อไม่ถูก

“อ้า... อ้าม~”

ธารตะวันส่งเสียงเหมือนหลอกล่อให้เด็กกินข้าว แต่ที่น่าแปลกกว่าก็คือท่านประธานอ้าปากแล้วกินอย่างว่าง่าย ก่อนเขาจะขมวดคิ้วนิ่วหน้าไม่เข้าใจที่อ้าปากให้เธอป้อนจริงๆ

เธอสังเกตเห็นเขาเคี้ยวหมดปากก็จัดคำต่อไปให้ ก่อนยื่นหน้าเข้าไปถามว่ารับเครื่องเคียงเพิ่มไหม โดยที่มีสายตาของเจตกวินจับจ้องมองทั้งคู่นิ่งๆ พลันลอบถอนหายใจทิ้งเฮือกใหญ่

“ใส่อันนี้เพิ่มไหมคะ”

“อืม”

“อ้า”

ตอนนี้กลายเป็นว่าประธานธันย์ย่างหมู ส่วนธารตะวันรับหน้าที่คอยป้อนให้เขาเรื่อยๆ จนเจตกวินที่นั่งไม่มีบทกระดกโซจูขึ้นดื่มไม่พัก

ใบหน้าหล่อคมที่นั่งตัดหมูหน้าเตาปิ้งย่าง แต่ยังหล่อเหลาจนหลายคนเหลียวมอง ชำเลืองหางตามองใบหน้ารุ่นพี่ของธารตะวัน ก่อนเขาจะกระตุกยิ้มมุมปากแล้วหันไปคุยกับเธอแทน

“ขออีกคำสิ”

“ได้ค่ะ”

“ขอบคุณ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติเรื่องนี้แถมฟรีพ่อของลูก   [จบ] บทที่ 128 เขาคนนั้นทะลุมิติจากการ์ตูน

    หลังกลับจากโรงเรียน ยูริก็ขอทำข้าวต้มที่ห้องเขา หลังเห็นว่าสีหน้าของโชตะซีดเซียวไร้เลือดฝาด คงจะป่วยหนักแต่เก็บอาการไว้ เห็นว่าวันนี้ลาหยุดงานเอาไว้แล้วเพราะไม่ไหวขนาดเจ็บป่วยยังไม่ขอความช่วยเหลือเลยเขาจะทนให้ตัวเองเจ็บปวดไปทำไมกันหรือกลัวจะเป็นภาระให้คนอื่นกันนะพอทำเสร็จก็ยกมาที่โต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็ก ก่อนเธอจะทิ้งตัวนั่งตรงข้ามกับเขาที่อยู่ตรงข้ามกันสีหน้าของโชตะคิดหนักไม่น้อย เขาไม่เคยให้ผู้หญิงคนไหนเข้าห้องตัวเองมาก่อน ยูริน่าจะเป็นคนแรก ต่อให้อยู่ข้างห้องกันมานาน แต่เธอไม่ค่อยทักทายหรือเข้ามาสนิทสนมแบบนี้ทว่าพอเป็นเช่นนี้แล้ว เขาไม่อยากให้เพื่อนคนนี้หายไปเลยเธอบอกเองว่ามาจากอีกโลก...เขาไม่รู้หรอกว่าเธอโดนบอลอัด จนศีรษะมันได้รับความกระทบกระเทือนหรือเปล่า แต่ยูริในตอนนี้ ทำให้เขารู้สึกดีอย่างน่าประหลาดใจเลย“ที่บอกว่าอย่าลืม... เพราะจะไม่อยู่แล้วเหรอ”“ตอนนี้ยังอยู่นะ”“แต่ไม่ใช่ตลอดไปใช่ไหม”ยูริเอียงคอ พลางหลุบตามองควันข้าวต้ม ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ เพราะเธอก็ไม่รู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นคืออะไรกันแน่แต่การได้เจอตัวละครโปรด ล้วนแต่เป็นเรื่องที่เธอดีใจทั้งนั้นแหละ“ไม่รู้สิ...”“หือ”

  • ทะลุมิติเรื่องนี้แถมฟรีพ่อของลูก   บทที่ 127 อย่าลืมยูริเด็ดขาดนะโชตะ

    พอพูดถึงบ้าน ยูริก็มุ่นคิ้วแล้วยิ้มเขิน เพราะเธอไม่รู้เลยว่าบ้านของเธออยู่ที่ไหน ไม่มีความทรงจำของตัวละคร ในแบบที่แม่เคยเล่าไว้ให้เลย แล้วก็ไม่รู้ว่าจะได้ออกจากที่นี่เมื่อไหร่กันแน่หรือนี่คือภาคต่อเรื่องโปรดกันนะ“ว่าแต่... ฉันเป็นใครแล้วต้องกลับบ้านที่ไหนนะ” ยูริเอียงคอ ขณะที่แลบลิ้นเลียไอศกรีม พลางหันไปยิ้มหวานให้โชตะมองกี่ทีก็ละมุนอ่า ลูกรักพระเจ้าชะมัดเลย“เธอพูดจาประหลาดจัง”“หือ”“เธอก็อยู่ข้างห้องฉันไง พ่อกับแม่เธอไปทำงานต่างประเทศ คอยส่งเงินให้ทุกเดือนแล้วก็ไม่ค่อยแวะมาหาด้วย”โชตะเล่าเป็นฉากด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เพราะยูริเป็นแค่ตัวประกอบในนี้ก็เท่านั้น นักอ่านคนอื่นไม่มีทางรู้แน่นอน เพราะคงไม่มีนักเขียนหรือว่านักวาดคนไหน ลงรายละเอียดให้ตัวประกอบจนเด่นขึ้นมาหรอกนี่เธอเป็นแค่ตัวประกอบสินะเพราะตัวหลักในนี้น่ะ ไม่มีชื่อยูริเลยสักคนน่ะสิ“นายรู้ได้ยังไง”“เธอเคยเล่าให้ฉันฟังน่ะ”“ดีเลยสิ อยู่ข้างห้องนายก็สุดยอดไปเลยสิโชตะ”เธอชูมือดีใจเหมือนเด็กน้อย ทำเอาเขาผงะไปนิดหน่อย เพราะไม่คิดว่าจะดีใจจนยิ้มกว้างขนาดนั้น ปกติก็เจอหน้ากันเกือบทุกวัน ยูริแทบไม่ได้ทักเขาซะด้วยซ้ำไปแต่วันนี

  • ทะลุมิติเรื่องนี้แถมฟรีพ่อของลูก   บทที่ 126 มาทำให้พระรองหายเศร้า

    ‘รักของฉันเรียกว่าคุณสายฝน’การ์ตูนเรื่องโปรด เป็นเรื่องที่เธอจำเนื้อเรื่องได้ทั้งหมด ซึ่งก็ถูกดึงกลับเข้ามาในความทรงจำสีจางอีกครั้ง ให้ยูรินึกขึ้นได้ว่ามีตัวละครทั้งหมด อยู่ตรงนี้ที่เธอวาร์ปจากอีกโลกเข้ามาไม่รู้ว่าเพราะเธอตายไปแล้ว...หรือเพราะว่าการทะลุมิติมีจริงกันแน่“อยากออกจากมิตินิยายภาคต่อ... แค่ต้องทำให้มันจบบริบูรณ์ค่ะ”คำพูดที่แม่เคยเล่าให้ฟัง กำลังทำให้ยูริช่างใจหนัก ระหว่างที่เดินตามหลังของโชตะ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่ขาวออร่าสะดุดตาปึกศีรษะเธอชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างอย่างจัง เหตุจากที่โชตะหยุดเดินอย่างกะทันหัน ทำให้ร่างบางที่ยืนด้านหลังจนโดนบังมิด ชะโงกหน้าออกมามองหาที่ต้นตอของการหยุดเดินแต่พอได้เห็นสาเหตุ ยูริก็หน้าถอดสีทันทีเมื่อเรนหรือพระเอกของเรื่อง กับขนมเค้กที่เป็นนางเอก กำลังยืนหยอกล้อกันอยู่ที่ระเบียงห้องเรียน ยิ้มแย้มให้กันราวกับโลกใบนี้มีแค่ทั้งคู่ทุกอย่างคงกลายเป็นสีชมพูไปหมดเลยสินะส่วนโชตะน่ะ เขากลายเป็นภาพโทนขาวดำ ยืนคอตกมองภาพทั้งคู่ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ไม่พูดอะไรสักคำ นอกจากจ้องมองพร้อมรอยยิ้มร่วมยินดีบทพระรองอีกแล้ว!“อย่ามองเลย ภาพมันไม่น่ามองหรอก” เ

  • ทะลุมิติเรื่องนี้แถมฟรีพ่อของลูก   บทที่ 125 พระรองที่ถูกเลือกให้ผิดหวัง

    โชตะ...ยูริเอาแต่จ้องหน้าคนที่ย่อตัวลงมาหา เขาสูงราวร้อยเก้าสิบสองเซน ใส่ชุดนักเรียนชายที่มีเนกไทตามฉบับการ์ตูนที่เคยอ่าน แต่เธอกำลังรวบรวมสติอยู่นี่สิ เพิ่งหายมึนจากการโดนของแข็งกระแทกมาด้วยอะไรนำพาให้มาอยู่ข้างสนามบอล หนำซ้ำยังรายล้อมด้วยนักเรียนอื่นอีก“เธอโอเคไหม”“.....”“ถ้าได้ยินตอบหน่อย...”เขาถามเธอเสียงอ่อนโยน เป็นโทนที่ฟังแล้วนุ่มละมุนหู อ่อนโยนต่อใบหูที่ชวนน่าฟังมากเลยล่ะโครงหน้านี้ริมฝีปากรูปกระจับโครงหน้าสมมาตรชัดเข้ารูปโคตรหล่อ... หล่อเหมือนเทพบุตรเดินดิน หล่อจนยูริต้องขยี้ตาซ้ำอีกครั้งให้แน่ใจ ว่าเธอไม่ได้เจ็บหัวจนตาฝาดไป แต่เธอที่ขยี้ตาซ้ำหลายรอบ ทำให้เขาที่อยู่ตรงหน้ากันคว้ามือเธอไป ไม่อยากให้ขยี้จนตาแดง“ไป เดี๋ยวฉันพาเธอไปทำแผลนะ”ไม่ทันจะประกอบเศษสติเข้าที่ เขาก็คว้ามือเธอให้เดินตามไป ไม่งั้นคนอื่นที่ยืนมุงอยู่ก็คงไม่ยอมสลายตัวแน่นอน แต่ยูริกำลังฉงนหนัก เธอมองไปรอบที่ตัวเองกำลังอยู่ตอนนี้ไม่คุ้นตาเลยสักนิด...หมายถึง ไม่คุ้นตาที่ไม่เคยมา แต่ว่าภาพบางอย่างผุดซ้อนขึ้นมาในความทรงจำ เหมือนเคยเห็นภาพรั้วโรงเรียนแห่งนี้ แบบภาพวาดมาก่อนระหว่างที่โดนเขาจูงให้เดินต

  • ทะลุมิติเรื่องนี้แถมฟรีพ่อของลูก   บทที่ 124 อีกมิติของการ์ตูนเรื่องโปรด

    “น้าตะวันเคยทะลุมิติเหรอ”เฌอแตมเบิกตาโต ไม่อยากเชื่อหูกับสิ่งที่ได้ยิน ทำเอายูริหลุดขำแล้วมองตังตังที่คาค้างอีกคน สีหน้าเหมือนตอนเธอเด็กๆ ที่แม่ชอบเล่าเรื่องนี้ให้ฟังไม่มีผิดเลยตอนเด็กก็ดูน่าเชื่ออยู่หรอกแต่พอโตนี่สิ...เพิ่งรู้ว่าทะลุมิติมีแต่ในนิยาย ไม่ย้อนเวลาก็สวมบทบาทตัวละคร“เป็นแค่นิทานเรื่องเล่าน่ะ” ยูริก็แก้ต่าง กลัวเว้นช่วงนานแล้วจะพาลเข้าใจผิดกันหมดแต่ยอมรับเลย นิทานทะลุมิติเข้าไปในนิยายภาคต่อของแม่ สนุกซะจนขอแม่ให้เล่าใหม่ทุกวันเป็นประจำก่อนนอน กอปรกับมีพ่อที่เข้ามาในเรื่องเล่าด้วยก็ยิ่งสนุกเธอนอนหลับเพราะนิทานเรื่องนี้เลย...พบตะวันคนเป็นแม่ยังกำชับอีกว่า การได้เจอพ่อของลูก มาจากการที่ทะลุมิติเข้าไปในนิยายรักโรแมนติก มีฉากลุ้นระทึก ทั้งหนีคนร้ายที่โดนจ้างมากำลังตามประกบยิงชีวิตจริง... ไม่มีอะไรแบบนั้นหรอกมั้งมันจะเป็นไปได้ยังไงล่ะจริงไหม“อ่า นึกว่าเรื่องจริงซะอีก” เฌอแตมทำหน้าเสียดาย แต่แววตาของเธอเป็นประกายความเพ้อฝัน ของนักอ่านตัวยงที่ชอบเรื่องราวแฟนตาซีอะไรที่เกิดขึ้นจริงไม่ได้ ล้วนน่าค้นหาด้วยการอ่านทั้งสิ้น“เราก็คิดเหมือนกัน...” ตังตังที่เพิ่งดูดน้ำเสร็จ พ

  • ทะลุมิติเรื่องนี้แถมฟรีพ่อของลูก   บทที่ 123 เจอพ่อของลูกเพราะทะลุมิติ

    ร่างเพรียวบางในชุดนักเรียนมอปลาย เดินอ่านหนังสือตาไม่มองทาง แต่ในหัวเธอกำลังลุ้นไปกับฉากการ์ตูนที่ได้อ่าน เกี่ยวกับรักวัยรุ่นในรั้วโรงเรียน แต่บางครั้งก็ชอบเสพติดดราม่าน้ำตานองด้วย‘รักของฉันเรียกว่าคุณสายฝน’ เป็นการ์ตูนภาพสีที่ลงบนอินเทอร์เน็ต ทั้งลายเส้นก็เท่มีสไตล์อีกต่างหากเป็นเรื่องราวของความรักในวัยรุ่น เกิดขึ้นภายในรั้วของโรงเรียน เกี่ยวกับการเข้าใจผิดระหว่างเพื่อนจนห่างหายจากกันไปกลับมาเจอกันอีกที พวกเขาก็ยังมีกำแพงระหว่างกันกั้นอยู่ นางเอกคิดว่าพระเอกทิ้งเธอไปและไม่รอให้ไปส่งเมื่อ 3 ปีก่อน แต่พระเอกเข้าใจผิด เขาที่ดันคิดไปเองว่านางเอกเกลียดเลยไม่มาส่งเป็นเหตุให้พระเอกไม่ใกล้นางเอกอีกไม่พ้นใจร้ายและพูดจาทำร้ายน้ำใจด้วยจนใกล้จะจบรอมร่อ ยูริสงสารคนเป็นพระรองจับใจ แต่ก็เข้าใจได้ว่าคนที่แสนดีขนาดนี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นได้แค่พระรองเท่านั้นแหละ เพราะเขาไม่ค่อยมีสิ่งที่เรียกว่ามิติให้เห็นหลากหลายนอกจากแสนดีจนธงเขียวขจีน่ะนะเขียวเกษตรเชียวล่ะจะบอกให้...ต่างกันลิบลับกับพระเอกของเรื่อง ความหล่อสูสีกันมาเลยก็จริง แต่ว่าเขาดูมีมิติและสิ่งที่น่าค้นหามากกว่า แค่ยูริเห็นใจพระรองมากกว่าก็แ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status