LOGIN“เสร็จหรือยัง” เสียงของสปายสาวที่แข็งกระด้างเอ่ยถามช่างซ่อมโทรศัพท์ เนื่องจากเธอรออยู่ในร้านซ่อมเกือบชั่วโมงแล้ว หลังจากที่อัญญาออกมาจากป่าลึก เธอรีบตรงมาหาร้านซ่อนโทรศัพท์เล็กๆ แถวโรงแรมเล็กที่เธอเข้าพักรายวันทันที
“เสร็จแล้ว” เสียงช่างแก่ตอบกลับอย่างแหบพร่า ก่อนที่มือเหี่ยวย่นจะเลื่อนไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมายื่นให้อัญญา
“ข้อมูลเก่ากลับมาไหม” เธอเอ่ยถามต่อ
“กลับมาหมดทุกอย่าง” ช่างซ่อมโทรศัพท์ตอบกลับห้วนๆ
“ขอบคุณ” มือบางคว้าโทรศัพท์มาจากชายแก่ และยื่นเงินให้เขาจำนวนหนึ่ง
อัญญาเดินสะพายกระเป๋าเป้สีดำเดินออกมาจากร้านซ่อมโทรศัพท์อย่างเชื่องช้า มือบางกดเปิดหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมา เธอยังไม่ได้กดดูอะไรต่อ แค่เปิดดูว่าโทรศัพท์สามารถใช้ได้จริงๆ
สปายสาวกลับมาที่โรงแรมที่เธอเข้าพัก เมื่อเข้ามาในห้องเรียบร้อยแล้ว มือบางโยนกระเป๋าเป้ลงบนเตียงนอนที่อยู่ตรงกลางห้องพัก ก่อนที่เธอจะทิ้งตัวนั่งลงบนเตียง แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูทันที อัญญาพบข้อความที่ส่งมาจากพี่สาวของเธอเป็นร้อยกว่าข้อความ ส่งมาทุกวัน อีกทั้งข้อความเหล่านั้นยังเป็นข้อความที่มีแต่ความห่วงใยเต็มไปหมด
เอวา : อัญญา…ตอนนี้น้องเป็นยังไงบ้าง
เอวา : คิดถึงเธอมากๆ นะ
เอวา : ขอให้เธอปลอดภัยนะ
และมีอีกเป็นร้อยๆ ข้อความที่พิมพ์มาคล้ายๆ กันแบบนี้ แทบจะทุกวัน อัญญาไล่อ่านข้อความทุกข้อความที่พี่สาวส่งมาหาเธอ
“พี่เอวา” เสียงหวานพึมพำกับตัวเองพร้อมกับดวงตากลมโตที่สั่นไหวเหมือนกับว่าเธอจะร้องไห้ อย่างน้อยเธอก็ได้รับรู้ว่าที่ผ่านมา พี่สาวของเขายังคงเป็นห่วงเธอมาตลอด สปายสาวชั่งใจอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่เธอจะกดพิมพ์ข้อความส่งกลับไปหาพี่สาว
อัญญา : ตอนนี้ฉันปล่อยภัยดี
เมื่ออัญญาส่งข้อความกลับไปหาพี่สาว ข้อความของเธอถูกเปิดอ่านทันที จากนั้นไม่นานพี่สาวของเธอก็ส่งข้อความกลับมาหาเธอ
เอวา : อัญญา ใช่เธอจริงๆ ใช่ไหม ตอนนี้เธออยู่ไหน?
อัญญา : ฉันอยู่ฝรั่งเศส
วันต่อมา อัญญามารอพี่สาวอยู่ที่ท่าเรือแห่งหนึ่ง เนื่องจากเมื่อคืนนี้พวกเธอได้คุยกันและนัดสถานที่กันเรียบร้อยแล้ว อัญญายังไม่ได้ไปรับลูกชายเพราะยังไม่รู้ว่าจะบอกกับพี่สาวอย่างไรดี
สปายสาวยืนรออยู่ไม่นานสักเท่าไหร่ ร่างของพี่สาวก็ค่อยๆ ก้าวเดินมาหาเธออย่างเชื่องช้า อัญญาสบตากับพี่สาวเล็กน้อย ก่อนที่น้องสาวจะตวัดสายตาไปเห็น ว่ามีผู้ชายคนหนึ่งเดินตามเอวามาติดๆ ซึ่งแน่นอนว่าอัญญาจำได้ดีว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร
“อัญญา” เอวาเอ่ยเรียกชื่อน้องสาวอย่างแผ่วเบา พี่สาวเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของน้องพร้อมกับกวาดสายตามองสำรวจร่างกายน้องสาวอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่เอวาจะสวมกอดน้องสาวที่ไม่ได้เจอกันมาเป็นปีๆ
“พี่” อัญญากอดตอบกลับไปพร้อมกับมือบางลูบไล้แผ่นหลังของพี่สาวอย่างอ่อนโยน พวกเธอทั้งสองคนสวมกอดกันอยู่เนิ่นนาน โดยมีสายตาของราฟาเอลยืนมองพวกเธออยู่ด้านหลังของเอวา จนกระทั่งทั้งสองคนผละออกจากกันอย่างช้าๆ
“เป็นไงบ้าง สบายดีไหม” เอวาเอ่ยถามน้องสาว มือของเธอจับเรียวแขนทั้งสองข้างของน้องสาวเอาไว้หลวมๆ
“ทำไมพี่ถึงมากับผู้ชายคนนี้ได้ล่ะ” เสียงหวานที่แข็งกระด้างของอัญญาถามเอวาพร้อมกับส่งสายตาดุๆ ไปให้ผู้ชายที่ยืนสองมือล้วงกระเป๋าอยู่ด้านหลังเอวา
“คุณราฟาเอล…เป็นสามีของพี่”
“สามี?”
“ใช่ ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปหมดแล้วนะอัญญา”
“เขาบังคับพี่เหรอ”
“ไม่ใช่แบบนั้น…พี่รักผู้ชายคนนี้”
ราฟาเอลที่ยืนฟังสองสาวคุยกันอยู่ด้านหลังภรรยาคนสวยก็ถึงกับยกยิ้มมุมปากอย่างชอบใจ ถึงจะแต่งงานกันมาเป็นปีแล้ว แต่เขาก็ยังคงรู้สึกดีทุกครั้งที่ภรรยาบอกคิดถึงหรือบอกรักเขาเช่นนี้
“แล้วเธอหายไปไหนมา” เอวาเอ่ยถามน้องสาวต่อ สายตาของพี่สาวยังคงวูบไหวอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่ว่าเอวาไม่ตามหาน้องสาว เธอพยายามทำทุกทางแล้ว อีกทั้งราฟาเอลยังช่วยเธออย่างเต็มที่ แต่โลกนี้ก็กว้างใหญ่ไพศาลเหลือเกิน อีกทั้งพวกเธอยังไม่ใช่คนธรรมดาที่จะตามหาได้อย่างง่ายดายอีกด้วย
ดวงตากลมโตของอัญญาหลบสายตาพี่สาวเล็กน้อย ทำให้เอวารับรู้ได้ทันทีว่าอัญญาไม่พร้อมที่จะบอกเรื่องราวที่ผ่านมาในตอนนี้
“ยังไม่พร้อมจะบอกก็ไม่เป็นไรนะ…ไปขึ้นรถกันก่อนดีกว่า เดี๋ยวค่อยคุยกันต่อบนรถ” เอวาบอกกล่าวน้องสาวอย่างรู้ทัน
หลังจากนั้นพวกเขาพากันเดินกลับมาที่ขบวนรถยนต์คันหรูที่จอดเรียงรายกันอยู่หลายคัน ราฟาเอลเลือกที่จะนั่งเบาะข้างคนขับเพื่อที่จะให้พี่น้องทั้งสองคนได้มีเวลาคุยกัน
อัญญาปรายตามองสามีของพี่สาวเล็กน้อย เพราะผู้ชายคนนี้คือกลุ่มเดียวกับลูเซียโน่…ผู้ชายที่เป็นพ่อของลูกเธอ แต่อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ทั้งเธอและเขาต่างก็มีชีวิตของตัวเองกันแล้ว เธอจะไม่หนีไปไหนอีกแล้ว เรื่องนี้มีแค่เธอคนเดียวที่รู้ว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของใคร ฉะนั้นเธอจะไม่ยอมบอกใครเด็ดขาดเกี่ยวกับเรื่องพ่อของลูกชายเธอ
“มีที่หนึ่งที่เราต้องไปกันก่อน” อัญญาบอกกล่าวพี่สาว ในขณะที่ขบวนรถยนต์คันสีดำเงาขับเคลื่อนออกมาจากท่าเรือได้สักพัก
“ที่ไหน” เอวาหันมาสบตาพลางเอ่ยถามน้องสาว
เวลาผ่านไปสักพักหนึ่ง อัญญาบอกสถานที่ให้คนสนิทของราฟาเอลได้รับรู้ จากนั้นขบวนรถของมาเฟียที่พ่วงตำแหน่งสามีของพี่สาวอัญญา ก็ขับเคลื่อนมุ่งตรงไปยังจุดหมายปลายทางอย่างช้าๆ
“ทำไมถึงมาที่นี่ล่ะ” เอวาถามน้องสาวขึ้นมาทันที เมื่อรถจอดสนิทลงตรงหน้าสถานรับเลี้ยงเด็ก
“เดี๋ยวฉันมา” อัญญาไม่ได้บอกอะไร แต่เธอหันหลังกลับและเอื้อมมือไปเปิดประตูรถ ก่อนที่เธอจะลงไปจากรถทันที
ราฟาเอลหันหลังกลับมามองภรรยาคนสวยด้วยใบหน้านิ่งๆ เอวาจึงส่ายหน้าเบาๆ ส่งไปให้ราฟาเอล เพื่อเป็นสัญญาณบอกว่า…เธอเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าทำไมน้องสาวถึงให้มาที่นี่
อัญญาหายเข้าไปในสถานรับเลี้ยงเด็กได้ไม่นานสักเท่าไหร่ เธอเดินออกมาพร้อมกับเด็กทารกในอ้อมแขน เอวามองน้องสาวพร้อมกับขมวดคิ้วสงสัย อัญญาเดินกลับมาที่รถยนต์ แล้วเปิดประตูขึ้นมานั่งบนรถเหมือนเช่นเคย ทุกคนภายในรถเงียบกริบพลางมองเด็กทารกที่นอนหลับอยู่ในอ้อมกอดของอัญญาด้วยความสงสัย
“เด็กคนนี้คือ…” เอวาถามขึ้นมา
“ลูกชายของฉัน” น้องสาวตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่หนักแน่น
“ลูกชาย? …อัญญา ที่ผ่านมาเธอต้องลำบากมามากแค่ไหนกันนะ” พี่สาวขมวดคิ้วย่นเข้าหากัน เอวามองหน้าน้องสาวสลับกับหน้าของเด็กทารกที่หลับสนิทอยู่ ก่อนที่เอวาจะเอื้อมมือไปลูบหัวเด็กทารกเบาๆ
“แล้วพ่อของเขาล่ะ” เอวาถามต่อ
“ไม่มี” เมื่อถูกถามเรื่องพ่อของเด็ก สายตาของอัญญาแข็งกร้าวและดุดันขึ้นมาทันที
“พี่ขอโทษที่ถาม…เธอไม่ต้องกลัวอะไรแล้วนะ ต่อจากนี้ไป พี่จะดูแลเธอกับหลานเอง” สิ้นเสียงของพี่สาว ทั้งสองคนสบตากันอย่างลึกซึ้ง พวกเขาเงียบไปชั่วครู่ ก่อนที่เอวาจะเอ่ยถามต่อ
“กี่เดือนแล้ว”
“สี่เดือน” อัญญาเลือกที่จะโกหกออกไป เพราะที่จริงแล้วเด็กชายคนนี้อายุหกเดือนกว่าแล้ว
“ขอโทษนะ” พี่สาวรู้สึกผิดขึ้นมาจับใจที่ไม่สามารถช่วยอะไรน้องสาวได้เลยสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นตอนที่อยู่ในองค์กรหรือแม้กระทั่งหนึ่งปีที่ผ่านมา เธอไม่สามารถช่วยเหลืออะไรน้องสาวได้เลยสักนิด
“พี่จะขอโทษฉันทำไม พี่ไม่ได้ผิดอะไรเลย” รอยยิ้มจางๆ ของอัญญาส่งไปให้เอวา ซึ่งเอวาก็ส่งยิ้มกลับมาให้น้องสาวเช่นกัน
“พี่ก็มีลูกชายเหมือนกัน”
“ชื่ออะไร”
“โรลองด์”
“ลูกของฉันชื่ออาร์โนด์” อัญญาบอกกล่าวพี่สาวพลางก้มมองหน้าเด็กน้อยแก้มขาวเนียนอมชมพูในอ้อมแขน
“ดีเลย! ต่อไปลูกของพวกเราจะได้เป็นพี่น้องที่โตไปพร้อมกัน”
ทั้งสองสาวเริ่มมีเรื่องมาคุยกันเรื่อยๆ ราฟาเอลนั่งอยู่ด้านข้างคนขับและเก็บข้อมูลทุกอย่างที่ภรรยาคุยกับน้องสาว คนสนิทของราฟาเอลขับรถนำขบวนออกไปจากสถานรับเลี้ยงเด็ก และมุ่งตรงไปยังคฤหาสน์ของราฟาเอลอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งขบวนรถยนต์คันหรูหลายคันขับเคลื่อนมาถึงคฤหาสน์ขนาดใหญ่ที่อยู่ทางตอนเหนือของฝรั่งเศส
สองเดือนต่อมาลูเซียโน่อุ้มเด็กชายที่หน้าตาคล้ายคลึงกับเขาเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องน้ำภายในห้องนอนของเขา อาร์โนด์สวมชุดเด็กสีฟ้าดูตัวใหญ่ขึ้นมากเมื่อเทียบกับสองเดือนที่แล้ว ลูเซียโน่จึงไม่ให้อัญญาอุ้มลูกเองเลยสักครั้ง เพราะเขาไม่อยากให้ภรรยาเหนื่อย ร่างกำยำเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องน้ำสักพักหนึ่ง ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปเคาะประตูน้ำพร้อมกับส่งเสียงเรียกหญิงสาว“ที่รัก…เป็นไงบ้าง” แต่ทว่าก็ไร้เสียงตอบกลับจากคนในห้องน้ำ ชายหนุ่มเคาะประตูห้องน้ำอีกครั้งและเอ่ยเรียกภรรยาต่อ“เอเลน่า”ทันใดนั้นเอง ประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออก ร่างผอมบางเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยใบหน้านิ่งเรียบจนชายหนุ่มไม่สามารถเดาออก“เป็นไงบ้าง” เขาถามอัญญาด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นและดูมีความหวังอย่างเห็นได้ชัดหญิงสาวจึงค่อยๆ ยื่นที่ตรวจครรภ์ที่เธอเพิ่งตรวจในห้องน้ำเมื่อสักครู่นี้ไปให้ชายหนุ่มดู ใบหน้าหล่อเข้มปรากฏรอยยิ้มออกมาด้วยความดีใจเมื่อเห็นขีดสีแดงสองขีดขึ้นบนที่ตรวจ“น้ำเชื้อพ่อมันดีจริงๆ เลย อาร์โนด์จะมีน้องแล้วนะลูก” ลูเซียโน่อุ้มเด็กน้อยเขย่าเบาๆ พลางบอกกล่าวกับลูกชายด้วยท่าทางดีอกดีใจ และเหมือนว่าเด็กทารกตัวน้อยเหมือนจะ
ในวันต่อมาลูเซียโน่กับอัญญากลับมาที่คฤหาสน์ของมาเฟียหนุ่ม ร่างกำยำสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวเดินโอบไหล่ภรรยาคนสวยที่สวมชุดเดรสสีขาวดูอ่อนโยนและน่าทะนุถนอม ตั้งแต่หลังวันที่แต่งงานกัน ชายหนุ่มก็ขอให้อัญญาแต่งตัวแบบนี้ เพราะเขาบอกว่าเธอสวยและดูน่ารักมากกว่าเวลาที่สวมเพียงเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์คู่สามีภรรยาป้ายแดงเดินเคียงคู่กันมาและก้าวขึ้นไปยังบันไดหินอ่อนก่อนถึงหน้าประตูของคฤหาสน์ มือแกร่งโอบไหล่หญิงสาวเดินมาหยุดอยู่ต่อหน้าสาวใช้ พ่อบ้าน หัวหน้าแม่บ้านที่ยืนรอรับมาดามอย่างเป็นระเบียบ และต้อนรับมาดามอย่างเป็นทางการ ซึ่งก็มีโคลอี้ยืนอยู่ข้างหัวหน้าแม่บ้านด้วย“กลับมาแล้วเหรอคะมาดาม…นายท่าน” พ่อบ้านเอ่ยทักทายขึ้นมา “ยินดีต้อนรับอย่างเป็นทางการนะคะมาดาม” หัวหน้าแม่บ้านเอ่ยต่อ“ยินดีต้อนรับอย่างเป็นทางการค่ะมาดาม” เสียงของสาวใช้คนอื่นพูดต่ออย่างพร้อมเพรียงกัน “ขอบคุณทุกคนมากนะ” อัญญาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ที่ผ่านมาเธอไม่เคยได้รับการปฏิบัติที่ดีและอบอุ่นเช่นนี้จากคนอื่นมาก่อน เมื่อทุกคนพร้อมใจกันต้อนรับเธอด้วยใบหน้าที่สดใสและจริงใจเช่นนี้ มันทำให้อัญญารู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูกลูเซียโน่ลอ
เช้าวันต่อมาลูเซียโน่กับอัญญามาว่ายน้ำกันบนสระว่ายน้ำของโรงแรมหรูที่มองเห็นวิวทะเลได้รอบทิศทาง มาเฟียหนุ่มยังไม่ได้กลับไปทำงาน เพราะอยากดื่มด่ำกับช่วงเวลานี้ให้ได้มากที่สุดอัญญาสวมชุดบิกินีสีดำผูกคอและหลัง ส่วนช่วงล่างก็สวมเพียงบิกินีตัวจิ๋วที่ผูกด้านข้างสะโพกกลมกลึงเอาไว้ทั้งสองข้าง แค่กระตุกปมทีเดียวก็หลุดออกหมดแล้ว เป็นครั้งแรกที่อัญญาสวมชุดว่ายน้ำให้ชายหนุ่มเห็น ลูเซียโน่จึงตาลุกวาวเป็นพิเศษ ชายหนุ่มท่อนบนเปลือยเปล่าเผยอกแกร่งกำยำ ท่อนล่างของชายหนุ่มสวมเพียงกางเกงว่ายน้ำขาสั้นเท่านั้น เขานอนกอดร่างผอมบางที่เกยอยู่บนตัวของเขา พวกเขานอนมองสระว่ายน้ำที่มีพื้นหลังเป็นทะเลอยู่บนที่นอนข้างสระ “ไปว่ายน้ำกันไหม” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมา “อือ” หญิงสาวจึงพยักหน้าให้เขาเบาๆจากนั้นทั้งสองคนก็ค่อยๆ เดินลงมายังสระว่ายน้ำพร้อมกัน จนกระทั่งตัวของชายหญิงทั้งสองคนลงไปในน้ำอย่างช้าๆ ลูเซียโน่ไม่อยากให้ใครเห็นเรือนร่างของภรรยา เขาจึงเหมาสระว่ายน้ำแห่งนี้เป็นเวลาหนึ่งวัน และแน่นอนว่าแม้กระทั่งพนักงาน เขาก็ไม่ยอมให้เขามาเลยสักคนลูเซียโน่เลื่อนตัวมามองอัญญาในชุดบิกินีสุดเซ็กซี่ แค่ชายหนุ่มมองหญิงเพียงเ
เวลาผ่านไปเพียงแค่ไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น งานแต่งที่แสนเรียบง่ายของมาเฟียหนุ่มกับอดีตสปายสาวถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายริมหาดทรายสีขาว ที่มีพื้นหลังเป็นทะเลสีฟ้าครามสะท้อนกับแสงพระอาทิตย์ที่อยู่เหนือทะเลสะท้อนพื้นน้ำ ซุ้มดอกกุหลาบสีขาวโปร่งบางตั้งอยู่ตรงจุดที่ทะเลกับท้องฟ้าบรรจบกันพอดี เจ้าบ่าวสุดหล่อสวมชุดสูทดูสง่างามยืนจับมือกับหญิงสาวที่สวมชุดเจ้าสาวสีขาวสายเดี่ยวและเป็นกระโปรงผ้าสั้นเหนือเข่าที่มีบางเบาสบายสยายลงไปจนถึงพื้น คู่บ่าวสาวยืนจับมือกันอยู่ตรงกลางซุ้มดอกไม้โดยมีบาทหลวงที่ยืนอยู่ด้านหลังของพวกเขา เสียงคลื่นซัดเบาๆ กระทบฝั่งดังอย่างต่อเนื่องพร้อมกับกำลังปรบมือให้กับช่วงเวลาสำคัญ เจ้าบ่าวโน้มใบหน้าไปจูบเจ้าสาวอย่างอ่อนโยนเท่าที่เจ้าบ่าวจะทำได้ทันทีที่พวกเขาแลกแหวนแทนใจให้กันเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ทว่ามือแกร่งของมาเฟียหนุ่มก็แอบบีบเคล้นก้มงอนงามของเจ้าสาวอยู่ดีพิธีแต่งงานของลูเซียโน่กับอัญญาผ่านพ้นไปอย่างราบรื่นและเรียบง่าย แขกเหรื่อในงานมีเพียงแค่คนที่รู้จักกันเท่านั้น อีกทั้งยังมีบอดี้การ์ดร่างกำยำหลายสิบชีวิตที่ยืนหน้าตานิ่งเรียบอยู่รอบๆ งานแต่งของมาเฟียลูเซียโน่จูบหญิงสาวอ
“กลับมาแล้วเหรอครับ นายท่าน…มาดาม” เสียงของเอเตียนเอ่ยทักทาย เมื่อเจ้านายกับมาดามเดินเคียงข้างกันเข้ามาในคฤหาสน์“กลับมาแล้ว” ลูเซียโน่โอบไหล่แบบบางของอัญญาเอาไว้พลางตอบกลับพ่อบ้าน “นายท่านครับ…สาวใช้คนหนึ่งทำความสะอาดห้องเก็บสะสมของเก่าแก่ แล้วเผลอทำแจกันตกแตกครับ” พ่อบ้านบอกกล่าวกับเจ้านายต่อทันที“ฉันเคยบอกไปแล้วไม่ใช่หรือไง ใครทำงานพลาดก็ไล่ออกไปสิ” “ถึงขั้นไล่ออกเลยเหรอ” เสียงของอัญญาแทรกขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าสวยคมที่ขมวดคิ้ว ถึงแม้ว่าสาวใช้จะมีความผิดจริง แต่เธอคิดว่าการที่ถึงขึ้นไล่ออกมันรุนแรงเกินไป เธอเองก็เคยใช้ชีวิตมาอย่างยากลำบาก เธอถึงรู้สึกเข้าอกเข้าใจคนที่ลำบากเหมือนกัน“เอ่อออ” ชายหนุ่มตะกุกตะกักเล็กน้อย เขาไม่รู้จะตอบกลับอัญญาอย่างไรดี เพราะที่ผ่านมาเขาทำเช่นนี้มาตลอด“ฉันว่ามันเกินไปนะ คนเราก็มีผิดพลาดกันได้” เสียงแข็งกระด้างของอัญญาบอกกล่าวชายหนุ่มต่อ“งั้นที่รักคิดว่าเราควรจัดการยังไงดีล่ะ” มือแกร่งลูบไล้ไหล่แบบบางเบาๆ “ก็แค่หักเงินเดือนหรืออะไรก็ได้”“เอ่ออ…ถ้างั้นก็หักเงินเดือนเธอไปก่อน แล้วถ้าทำผิดอีกครั้งก็ค่อยไล่ออก” “ครับนายท่าน” พ่อบ้านก้มศีรษะเล็กน้อยเป็น
ลูเซียโน่กับอัญญาอยู่กินข้าวเย็นกับโลล่าที่ฟาร์ม ก่อนที่พวกเขาจะกลับมาที่คฤหาสน์ อาร์โนด์หลับคาอกอัญญาไปตั้งแต่ตอนที่พวกเขากำลังขับรถออกมาจากฟาร์ม ลูเซียโน่ไม่ได้พาหญิงสาวค้างคืนที่บ้านไม้ เนื่องจากพรุ่งนี้เขามีประชุมกับกลุ่มเพื่อนต่อเมื่อกลับถึงคฤหาสน์ พี่เลี้ยงพาเด็กชายไปที่ห้องนอนของตัวเอง ส่วนลูเซียโน่กับอัญญากลับมาที่ห้องนอนของมาเฟียหนุ่ม พวกเขารีบอาบน้ำและเข้านอนกันทันที และในวันต่อมาพวกเขาก็ต้องรีบตื่น เพราะชายหนุ่มต้องไปทำงานที่กาสิโนก่อนในช่วงเช้า“ทำไมคุณถึงไม่ให้ฉันอยู่คฤหาสน์” เสียงหวานเอ่ยถามขึ้นมา ในขณะที่พวกเขากำลังนั่งรถคันหรูมุ่งตรงไปยังกาสิโน“ก็อยากอยู่ด้วยตลอดเวลา” ลูเซียโน่หันมามองหน้าหญิงสาวพลางตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใส เขาไม่อยากอยู่ห่างจากเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว “แล้วก็ลากฉันไปนั้นไปนี้ตลอดแบบนี้เนี่ยนะ” “ผัวเมียก็ต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลาสิ” ชายหนุ่มตอบกลับ ก่อนที่เสียงโทรศัพท์จะดังขึ้นมา “ขอรับโทรศัพท์ก่อนนะ” เสียงทุ้มบอกกล่าวหญิงสาว จากนั้นมือแกร่งล้วงหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมากดรับสายทันทีลูเซียโน่รับโทรศัพท์และคุยงานด้วยใบหน้านิ่งเรียบอยู่ตลอดทาง ม







