LOGINเมธาวีนั่งจ้องใบหน้าสวยของหญิงสาว เดิมทีรู้ว่าพ่อมีผู้หญิงที่เกี่ยวข้องด้วยสองคนแต่เขาพุ่งความสนใจไปที่อาริตามากกว่า เพราะบิดาเคยเอ่ยปากว่าจะแต่งงานกับเธอคนนั้น
ตอนที่บุษรินทร์วิ่งมาชน เมธาวีเธออยู่ในชุดสีเขียวดูน่ารัก ในตอนนี้เธอเปลี่ยนสวมกางเกงยีนแฟชั่นมีรอยขาดดูเก๋ตามสไตล์วัยรุ่น ดวงตาคมมองลอดผ่านเสื้อคลุมไม่ติดกระดุมสีดำ ซับในเป็นสายเดี่ยวคอกลมสีดำยาวลงมาถึงขอบเอวกางเกงพอดี ทรวดทรงภายใต้เนื้อผ้าหน้าท้องแบนราบ และส่วนนูนก็ดูสมส่วน
เธอไว้ผมยาวเส้นตรงสลวยดูมีน้ำหนัก ผิวกายขาวนวล ลำคอระหงดูกิ่วเล็กน่าทะนุถนอม ปลายคางเรียวสวย ริมฝีปากบางชุ่มชื้นด้วยลิปสติกสีพีช จมูกเล็กได้รูปดูออกว่าไม่ผ่านมีดหมอ ดวงตากลมโตเห็นตาดำชัดเจนและตอนนี้มันแวววาว มีเงาสะท้อนเป็นใบหน้าของเขาอยู่ในนั้น
ไม่แต่งหน้าจัดทำให้ดูยังเด็ก รวมๆ แล้วเป็นผู้หญิงน่ารักที่มีเสน่ห์น่ามองมากกว่าอาริตาเสียอีก บุษรินทร์เกิดอาการประหม่า เพราะสายตาคมกริบของคนที่กำลังยืนประจันหน้า กำลังสำรวจเรือนร่าง คงดูว่ามีอะไรที่พ่อของเขาชอบ ซึ่งเธอไม่รู้เหมือนกัน แต่ที่แน่ๆ เมธีเคยหลงเสน่ห์เธอจริงๆ ชายหนุ่มมีสีหน้าบึ้งตึงตลอดเวลา ไม่เหมือนตอนพบกันเมื่อกลางวันสักนิด
"นั่งสิ" เขาเชิญด้วยน้ำเสียงกระด้าง ก่อนจะเดินไปนั่งเก้าอี้ ตรงกันข้าม
"ไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีก เลขาผมบอกว่าคุณอ้างตัวเป็นผู้หญิงของพ่อ"
"ไม่ได้อ้างค่ะ ฉันกับคุณเมธีคบกันจริงๆ "
"คุณยืนยันว่าเป็นเมียพ่องั้นเหรอ? "
เมียคำนี้หมายถึงเธอมีอะไรกับเมธีแล้ว หญิงสาวรู้สึกเขินที่จะพูดคำนั้น เมธาวียังมีสีหน้าเคร่งขรึมจ้องลึกเข้าไปนัยน์ตาวูบไหวของหญิงตรงหน้า เขามองเธอด้วยแววตาเหยียด สวยขนาดนี้แต่ยอมเป็นของเล่นให้กับผู้ชายแก่คราวพ่อ แล้วยังกล้ายอมรับได้โดยไม่มีความละอายเลยสักนิด
"ค่ะ ฉันเป็น...คนรักของคุณเมธี คุณก็เห็นนี่คะว่าท่านให้สร้อยมุกฉัน"
"งั้นบอกผมหน่อยว่าอาริตาเป็นใคร? "
"อาริตาเป็นผู้หญิงของเจ้าสัววิโรจน์ค่ะ ที่เธอไปไหนมาไหนกับคุณพ่อของคุณ ก็เพราะพวกเขาทำธุรกิจร่วมกัน"
"จุดประสงค์ที่คุณมา ก็เพราะเงินที่พ่อจะแบ่งให้ มันเป็นธรรมดาที่คุณจะอ้างว่าเป็นคนรักของท่าน ถ้าผมจ่ายให้คุณ เกิดวันหนึ่งมีคนอื่นมาแสดงตัวอีกจะว่ายังไง? "
ดวงตาดุจับนิ่งที่ใบหน้างามอย่างหาพิรุธ
"ไม่มีแน่นอนค่ะ ฉันเองก็เคยหึงอาริตา แต่เท่าที่พูดคุยกับเจ้าสัววิโรจน์แล้ว ยืนยันว่าอาริตาเป็นผู้หญิงของเขา"
บุษรินทร์พยายามปั้นหน้ากลบเกลื่อนความละอายใจ ตอนนี้เธอโกหกคำโต และกลายเป็นมิจฉาชีพจริงๆ อย่างที่ถูกกลุ่มลูกแชร์ด่าทอ ทำไมต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยนะ หวังว่าวิญญาณของเมธีจะให้อภัย ไหนๆ ก็จะให้เงินแล้วก็ขอละกัน สัญญาเลยว่าหลังจ่ายให้กับผู้เสียหายเหล่านั้น จะกรวดน้ำอุทิศผลบุญให้เขาให้ได้รับคืนกลับไปในภพภูมิหน้า ส่วนตัวเธอน่ะหรือคงตกนรกหมกไหม้เพราะมาหลอกลวงเอาเงินเขา
"คุณดูสนิทกับเพื่อนของพ่อนะ แล้วคุณหายหัวไปไหน ทำไมไม่ไปงานศพท่าน และทำไมไม่แสดงตัวก่อนหน้านี้"
"ฉันอยากไปใจจะขาด แต่รู้ตัวว่าแค่คู่ควงของคุณเมธี ท่านไม่เคยพาไปแนะนำกับคุณเลยนี่คะ สิ้นท่านไปแล้วฉันก็ได้แต่ทำใจเท่านั้น" แววตาของเธอแสดงออกซึ่งความเสียใจได้ชัด เพราะพูดออกมาจากใจ แต่คนของเมธาวีรายงานเขาว่า ก่อนมาที่นี่บุษรินทร์เพิ่งไปคุยกับวิโรจน์ หรือเธอแค่แสดงละครเก่งเท่านั้นเอง
"ถ้ายืนยันเป็นผู้หญิงของพ่อจริง คุณต้องเซ็นเอกสารสัญญานี้ด้วย"
เมธาวีหยิบซองสีน้ำตาลขึ้นมาแล้วดึงเอกสารใบหนึ่งยื่นให้ ด้วยสีหน้าที่ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ
"สัญญา? " พอรู้ว่ามีสัญญา ทำให้หญิงสาวถึงกับหัวใจเต้นแรง และสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด
"สัญญาจ่ายค่าเลี้ยงดูนางบำเรอของนายเมธี ค่าตัวห้าล้านบาท..."
อ่านข้อความแล้วรู้สึกลำคอตีบตัน ภาษาในหนังสือสัญญาช่างเต็มไปด้วยการดูถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีดีแท้ บุษรินทร์กวาดสายตาอย่างละเอียด ถ้าตรวจสอบแล้วข้อมูลที่ให้เป็นเท็จ ผู้แอบอ้างจะต้องถูกดำเนินคดี และต้องจ่ายเงินคืนเท่าตัว
"คิดดีๆ ก่อนเซ็น"
ใบหน้าตระหนกของบุษรินทร์ ทำให้ชายหนุ่มแสยะยิ้มสะใจ
"เอกสารสั้นๆ ไม่กี่บรรทัดเอง ทำไมอ่านนานจังคุณมีปัญหาอะไรถึงดูลังเล"
"เปล่าค่ะ ไม่มีปัญหาอะไร ฉันไม่ชอบใจคำว่านางบำเรอ"
เธอมองเขาอย่างนึกตำหนิ
"ถึงพ่อจะหย่ากับแม่ แต่ท่านทั้งสองยังรักและให้คำมั่นว่าจะไม่แต่งงานใหม่ เพราะงั้นผู้หญิงทุกคนของพ่อก็เป็นแค่นางบำเรอเท่านั้น"
เธอไม่เคยมีอะไรกับเมธี ถ้าเซ็นไปแล้วเขาตรวจสอบพบว่าไม่ใช่อาจจะถูกปรับเงินสิบล้านบาท จะไปเอาที่ไหนมาให้ ถึงตอนนั้นตายซะยังดีว่า หรือเมธาวีมั่นใจว่าเธอไม่ใช่ ถึงได้มีสีหน้ายิ้มร้ายแบบนี้
"ฉันขอกลับไปคิดดูก่อนว่าจะรับเงินดีไหม"
ดูจากท่าทางแล้วบุษรินทร์แล้วแสดงว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงของเมธี ถ้าเพียงแต่เธอเซ็นเอกสารนั้น นอกจากเงินสิบล้านแล้วเขายังจะจัดการเธออย่างอื่นด้วย
"อะไรกัน คุณมาหาผมที่นี่ก็เพราะเงินไม่ใช่หรือ แค่เซ็นเอกสารแล้วผมโทร.ไปถามเลขา จากนั้นคุณก็ได้ห้าล้านในบัญชี แต่ถ้าไม่กล้าเซ็นผมจะถือว่าคุณเป็นมิจฉาชีพและจับตัวทันที"
น้ำเสียงช่วงท้ายดุดันและเอาจริง ทำให้บุษรินทร์ถึงกับตัวสั่น เซ็นก็ผิดไม่เซ็นก็ผิดอย่างนั้นหรือ ตายแล้วยัยบุษทำไมดวงซวยขนาดนี้ เพิ่งถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงแชร์ก็หนึ่งคดีแล้ว ถ้าเซ็นก็กลายเป็นคดีที่สอง ครั้งนี้ผิดจริงด้วยเซ็นไม่ได้เด็ดขาด
ตืด!!! เสียงโทรศัพท์มือถือเหมือนระฆังช่วยชีวิต บุษรินทร์มองชายหนุ่มเหมือนขออนุญาตก่อนรับสาย
"โรส! ยัยโรสฉันโทร.หาหลายสายทำไมไม่รับ? "
[บุษแกอยู่ไหน? ] เหมือนได้ยินเสียงสะอื้นจากคนโทร.หา
"ฉันมาธุระ แกเป็นอะไรเสียงเหมือนร้องไห้อยู่เลย? "
[พี่กฤษณ์แต่งงานแล้วเขาไม่บอกฉันเลย ไม่บอกเลิกฉันด้วย บุษฉันต้องการแกมาตอนนี้ได้ไหม]
"หา! เป็นไปได้ไง แกใจเย็นๆ ฉันจะรีบไปหานะ"
เธอเก็บมือถือในกระเป๋าถือใบเล็ก ยื่นเอกสารคืนเมธาวี
"ฉันต้องรีบกลับบ้านก่อน ขอตัดสินใจก่อนว่าจะรับเงินพ่อคุณไหม ลาแล้วค่ะ" พนมมือไหว้แบบลวกๆ แล้วก้าวเท้าไวออกไป ไม่สนใจคนที่กำลังจะอ้าปากพูด เมธาวีหัวเราะในลำคอ ถ้าเขาไม่ปล่อยเธอไปก็แค่แจ้งแจ็คกี้เท่านั้น แต่ไม่อยากเสียเวลา เพราะตอนนี้มั่นใจแล้วว่าผู้หญิงของเมธีคืออาริตา ทำไมเธอถึงไม่มา หรือนายวิโรจน์จะจ่ายเงินมากกว่านะ
ผ่านไปหลายวันในบ้านหลังใหญ่ เธอเปิดใจมากขึ้น เมธาวีเริ่มติดต่อหามารดาแนะนำให้รู้จักกับสะใภ้ คุณแม่แองจี้ยังสาวยังสวย จนแทบไม่อยากเชื่อว่าอายุมากกว่าสี่สิบปีแล้ว แต่ที่สัมผัสได้คือนางใจดี มีความเป็นกันเอง แองจี้ตื่นเต้นที่จะมีหลานคนแรก และจะรีบหาโอกาสมาเยี่ยมลูกชายกับบุษรินทร์สองสัปดาห์ต่อมาบุษรินทร์เข้าครัวทำอาหารเอง โดยมีแม่บ้านสาวใหญ่คอยสอนให้ เมธาวีไว้ใจว่าเธอจะไม่หนีไปไหน จึงทิ้งเธอไว้บ้านกับสาวใช้ และออกไปดูงานบ้าง กลับมาถึงบ้านก็เดินเข้าไปกอดเมียที่รักก่อนทำอย่างอื่น ชวนเธออาบน้ำเพราะเป็นทางเดียวที่จะได้สัมผัสกายเปลือยเปล่าบุษรินทร์แกล้งทำไม่สนใจกับความเป็นชายผงาดโชว์ตอนอาบน้ำทุกวัน นิ่งและอดทนกับการเสียดสีในอ่างอาบน้ำ นับวันเขายิ่งเบียดเสียดและสัมผัสเธอมากขึ้น เมื่อปลุกอารมณ์ขึ้นมาเอง เธอก็ปล่อยให้เขาแทบก้าวขาออกจากห้องน้ำไม่ได้ เป็นแบบนี้อยู่หลายวัน“ฉันออกไปก่อนก็ได้นะคะ ไม่ต้องอุ้มหรอก” เธอหันไปบอกพลางมองต่ำลงไปที่หว่างขาแล้วยิ้มเหมือนกับสะใจ ที่ปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพแข็งตั้งลำอยู่อย่างนั้น“อืมๆ ” เมธาวีพยักหน้า แต่ข้างในอดเคืองไม่ได้ ‘ท่องเอาไว้ เมียคือที่สุด น่ารักที่ส
อาการของบุษรินทร์ดีขึ้นหลังรักษาตัวได้สี่วัน แต่เมธาวีไม่ยอมให้เธอออกจากโรงพยาบาล จนกว่าจะแน่ใจว่าเธอและลูกจะปลอดภัย เมื่อครบกำหนดเขาทำเรื่องชำระค่ารักษา และอุ้มขึ้นรถตู้อย่างระมัดระวัง “คุณจะพาฉันไปไหนคุณมาร์ก? ” “กลับภูเก็ต” “บ้าหรือไง จอดรถเดี๋ยวนี้นะ” เธอจะขยับตัวแต่ถูกกอดรัดแน่น“ไว้จอดตอนถึงสนามบินนะ อย่าดิ้นสิเดี๋ยวกระทบกระเทือนถึงลูก นอนนิ่งๆ ไว้นะคนดี” “คนบ้า คุณอย่ามาทำกับฉันแบบนี้นะ” เธอได้แต่โกรธเขาเอาลูกมาขู่และคุณหมอก็บอกให้ระมัดระวังเรื่องนี้จริงๆ เธอถูกพามาขึ้นเครื่องบินเล็กส่วนตัว เขาอุ้มเธอไว้ในวงแขนโดยขู่ไม่ให้ดิ้น แม้จะขยับตัวก็ไม่ได้ จึงรู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่จะขัดขืน เธอหลับไประหว่างเดินทาง คงเพราะยาที่กินทำให้ง่วงนอน ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนบนเตียงกว้างแล้ว ไม่ใช่วิลล่ากลางน้ำ เพราะในห้องเงียบเฉียบไม่มีเสียงคลื่นลมบุษรินทร์ลุกขึ้นยืนบนพื้นพรมนุ่ม ห้องนี้โทนสีครีมดูสว่าง และกว้างขวางมาก เตียงหลังใหญ่ และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นหรูหรา อย่างกับบ้านเศรษฐีที่เคยดูในละคร เธอเดินไปที่หน้าต่างมองลงไปรอบตัวบ้าน ด้านล่างเป็นสวนกว้าง หญ้าเขียวขจี มีต้นไม้ตามทางเดินร่ม
คำตอบของเขาทำให้เอวาถึงกับอึ้งไป และเธอกลับโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เบลล่าไม่ใช่คนใจร้าย รักพี่ชายมากและคงรักหลานไม่แพ้กัน ส่วนเธอก็เหมือนได้ปลดปล่อยจากสิ่งที่ค้างคาใจมานาน มีความลับบางอย่างที่บอกเมธาวีไม่ได้ และไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรมาเกือบครึ่งปีแล้ว “ดีใจด้วยนะคะพี่มาร์ก” เมื่อรู้ว่าเขามีคนอื่นที่รักมากและกำลังจะเป็นครอบครัวจึงทำให้ยิ้มออกมา และโผเข้ากอดเขาแน่น เมธาวีลูบที่หลังหญิงสาวเบาๆ “พี่ขอโทษนะ” “ไม่ต้องขอโทษค่ะ เอวาซะอีกที่ต้องขอโทษ ที่ทำให้พี่รู้สึกผิด ทั้งที่เอวาเองก็มีคนอื่นแล้ว” เขาจับเธอผละจากตัว ยิ้มดีใจที่ไม่ได้ทำร้ายจิตใจเพื่อนน้องสาว“จริงเหรอเอวา? ”“จริงค่ะ เอวาบอกไม่ได้ และมันอึดอัดมากที่ต้องทำตัวใสซื่อ เป็นแฟนใจดี ปล่อยให้พี่มีผู้หญิงคนอื่น ตอนนี้เอวาดีใจมากที่รู้ว่าพี่เจอคนที่ใช่แล้ว” เมธาวีคว้าตัวหญิงสาวเข้ามากอด ขอบคุณที่ทางออกในตอนนี้ไม่มีใครเจ็บปวด อีกทั้งคนฆ่าบิดาได้รับผลกรรมตายตกไปตามกัน โดยที่เขาไม่ได้ลงมือเอง บุษรินทร์ขยับมือขวา และรู้สึกว่ามีมือใครบางคนเกาะกุมเอาไว้ จึงค่อยๆ เปิดเปลือกตามองไปที่ข้างเตียง เห็นเมธาวีหลับฟุบอยู่ตรงนั้น มือซ้ายของเธอมีสาย
“แจ๊คกี้ กลับรถตามคันนั้นไปเร็ว” ต้องตามติดเธอไม่ให้คลาดสายตา และไม่สนว่านายวิโรจน์จะรู้ตัว ในขณะที่ตำรวจประสานกำลังสกัดแทนการไล่ติดตาม และไม่สามารถแจ้งเมธาวีได้ทัน ภายในรถตึงเครียด บุษรินทร์ทำได้เพียงร้องไห้เงียบๆ และรับฟังเสียงสบถด่าของนายวิโรจน์ ความเร็วของรถมากกว่าร้อยหกสิบและทยานขึ้นไปเกือบจะสองร้อย แต่เจ้าสัวใจโฉดยังคงสั่งเพิ่มความเร็ว อีกเธอรู้สึกเหมือนจะหัวใจวายเสียก่อนถูกยิงตาย ความเร็วของรถผ่อนลงเล็กน้อยตอนเข้าโค้งและขับฝ่าไฟแดง จนรถคันอื่นเบรกกะทันหัน เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนไปหลายคัน “นายหัวผมขับเร็วกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ มันอันตรายเกินไป”“งั้นนายจอดแล้วรีบลงมา” “ไม่ได้นะครับ ถ้าเราเกิดอุบัติเหตุก็ตามรถนายวิโรจน์ไม่ได้อยู่ดี” อุบัติเหตุตลอดทางทำให้การติดตามล่าช้า แต่แจ๊คกี้พยายามอย่างสุดความสามารถ“บุษรินทร์ คุณต้องปลอดภัยนะ” เมธาวีตกอยู่ในสภาพทำอะไรไม่ได้ ใช้ความเร็วในการติดตามขนาดนี้ยังไม่ทัน แล้วแบบนี้บุษรินทร์จะปลอดภัยหรือ แม้แต่ตำรวจที่คอยสกัดก็ยังหยุดรถคันนั้นไม่ได้ ‘ขอพระเจ้าโปรดคุ้มครองเธอเพื่อลูก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ชัดเจนต่อความรู้สึก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ปกป้อง
“โอ๊ย! ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยที ฉันอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ของเจ้าสัววิโรจน์ที่คลองหลวง จังหวัดปทุมธานีนะคะ! ” เธอโอดโอยและร้องเสียงดัง หวังว่าชาวโซเชียลจะช่วยได้ ซึ่งเป็นอย่างที่หวัง หลายคนแจ้งตำรวจตั้งแต่เริ่มมีเสียงทะเลาะ เมธาวีเองก็โทร.แจ้งสารวัตรสัญชัยตำรวจเจ้าของคดีของบิดาตั้งแต่ออกรถเช่นเดียวกัน“ฮ่าๆ ถึงกับบอกที่อยู่เหรอ ใครจะมาช่วยเธอ เทวดาเหรอ น่าเสียดายนะ ว่าคงไม่มีใครได้ยินเธอหรอก” วิโรจน์กระซิบข้างหู และมันทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงเหลือเกิน กลิ่นน้ำหอมของเขามันเหม็นจนทนไม่ไหว เธอพยายามดิ้นรนจากวงแขนก็ไม่เป็นผล นายวิโรจน์เหวี่ยงคนตัวเล็กลงที่เตียงแล้วนั่งลงกระชากขาเธอเข้า กระโดดคร่อมเขาไว้“ไม่อย่านะ ปล่อยฉัน พี่ปราบช่วยด้วย! ”“ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก ก่อนตายเธอก็ต้องเป็นของฉัน” “ไม่!” เจ้าสัวกระชากเสื้อสูทเธอออก ดีเหลือเกินที่มันหนาและไม่ขาดง่าย วิโรจน์เลยเปลี่ยนมาจับข้อมือทั้งสองของหญิงสาวเอาไว้แล้วโน้มหน้าเข้าหาแต่ไม่ทันสัมผัสเนื้อตัว หญิงสาวก็สุดกลั้นด้วยอาการแพ้ท้องหนัก และเหม็นน้ำหอมนายวิโรจน์จึงตะแคงหน้าอาเจียนลงที่เตียง ทำให้วิโรจน์ถึงกับชะงัก “รังเกียจมากนักหรือ เธอไม่ม
บุษรินทร์เก็บมือถือในกระเป๋าสูท เสียงเคาะเรียกนอกห้องดังขึ้นเรื่อยๆ “ยังไม่เสร็จเลยค่ะเจ้าสัว รอบุษก่อนนะคะ” เธอร้องบอกพลางมองรอบๆ ว่าพอมีอะไรป้องกันตัวได้บ้าง แล้วถ้าเปิดออกไปปืนจ่อหัวเล่า จากจังหวะเคาะประตู รู้เลยว่าวิโรจน์ไม่สบอารมณ์เอามากๆ “คิดจะถ่วงเวลาเหรอ ยังไงคืนนี้เธอไม่รอดหรอก! ”น้ำเสียงของวิโรจน์แฝงความเข่นเขี้ยวหมายข่มขู่ เมื่อแน่ใจว่าหญิงสาวจงใจหลบในห้องน้ำ จากข่มใจจะค่อยๆ หลอกล่อ ชักจะมีโมโห และควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โดยเฉพาะภาพในวงจรปิดที่เห็นว่าบุษรินทร์ทำอะไรบ้าง จนในที่สุดก็เกิดเรื่องแจ้งความ และตำรวจเข้าไปช่วยเมริกาออกมาได้ รู้อย่างนี้เขาฆ่าเมริกา และข่มขืนบุษรินทร์ให้ย่อยยับแต่แรกดีกว่า “ถ้าไม่ออกมาดีๆ ฉันจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ ใครอยู่ข้างนอกบ้าง เข้ามางัดลูกบิดให้กูเดียวนี้! ” เจ้าสัววิโรจน์ออกคำสั่งร้องเรียกลูกน้อง น้ำเสียงกร้าวขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังกลายร่างจากชายสูงวัยใจดีเป็นปีศาจ บุษรินทร์ใจเต้นแรง ตกใจกลัวจนถึงกับคิดอะไรไม่ออก นอกจากความกังวลว่าปราบดาคนเดียวจะช่วยเธอได้ไหม ประตูถูกเคาะแรงขึ้นและคนด้านนอกจับลูกบิดหมุนเพื่อพยายามเปิด เธอจ้องไปอ่างล้างหน้า ซ


![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




