INICIAR SESIÓNเพราะเธอต้องการเงินจำนวนมากในการผ่าตัด เพื่อรักษาชีวิตของผู้มีพระคุณและคนที่เธอรักมากที่สุดในชีวิต เธอจึงจำใจต้องทำงานที่ตัวเองไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องทำ เพื่อเงินเธอจึงต้องเอาตัวเข้าแลก และต้องทำทุกอย่างเพื่อให้เขาพอใจ
Ver más#หนึ่งปีผ่านไปภายในเพ้นท์เฮ้าส์ที่เคยเงียบสงบ ตอนนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เสียงเด็กเล็ก และเสียงหัวใจจากความรักของคนสองคนที่มีให้กันและกันอนาคินทร์นั่งอยู่บนพื้นในห้องนั่งเล่น เสื้อลายเปื้อนแป้งข้าวของลูกชายตัวน้อยวัยเกือบขวบ 'อคิน'ลูกชายที่เขาทั้งรักทั้งหวงกำลังคลานดุ๊กดิ๊กบนเบาะนุ่มๆ พร้อมกับหัวเราะคิกคักเมื่อพ่อกำลังหยอกล้อเล่นด้วย"จ๊ะเอ๋อคินน้อย แฮร่!""พิกกะบู แหว่!""ฮ่าๆๆ เอิ๊ก~ ปู๊ดด! เอิ๊กกก""โอ้โห พ่นน้ำลายเต็มหน้าพ่อเลย" อนาคินทร์เอามือเช็ดน้ำลายที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนพ่นใส่หน้าออกอย่างไม่นึกรังเกียจ เพราะแค่ได้เห็นลูกชายกำลังเล่นอย่างสนุกสนานมีความสุข เขาก็มีความสุขมากที่สุดแล้ว เสียงหัวเราะของลูกคือเสียงที่เขารักมากที่สุดในโลกมะปรางยืนมองอยู่ไม่ไกล ใบหน้าของเธอมันเปี่ยมไปด้วยความสุข เธอยิ้มกับภาพตรงหน้าภาพที่เธอไม่เคยฝันไว้เลยว่าอนาคินทร์จะเป็นพ่อที่อบอุ่นได้ขนาดนี้เขาไม่ใช่แค่เลี้ยงลูกได้เป็นอย่างดี แต่เขาเรียนรู้วิธีพับผ้าอ้อมเอง คอยป้อนนมเปลี่ยนแพมเพิส ดูแลเวลากลางคืน เรื่องงานบ้านในครัวกับข้าวที่เคยรสชาติไม่คงที่ตอนนี้เขาทำข้าวต้มได้อร่อยกว่าพ่อครัวระดับมิชลินซ
#หกเดือนต่อมาณ เพ้นท์เฮ้าส์หรู มะปรางนั่งพิงหมอนอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น หน้าท้องของเธอตอนนี้เริ่มนูนชัดขึ้นจนไม่อาจปิดบังได้อีกแล้ว ทุกครั้งที่ขยับตัวหรือจะลุกเดิน ต้องใช้เวลาและแรงเพิ่มขึ้นกว่าปกติแต่สิ่งที่เปลี่ยนไปยิ่งกว่าร่างกายของเธอ คือพฤติกรรมของคนที่อยู่ข้างกันอนาคินทร์คนนี้ไม่ใช่ผู้ชายเงียบขรึมในชุดสูทกับแฟ้มงานหนาๆ อย่างที่ใครหลายคนเคยรู้จักอีกแล้ว เพราะตอนนี้เขาสวมผ้ากันเปื้อนลายทางยืนทำอาหารอยู่ในครัวทุกวัน และวันนี้เขากำลังยืนล้างจานในครัวด้วยท่าทีตั้งอกตั้งใจ ถึงจะมีฟองเต็มแขนและทำจานตกแตกเสียงดังไปหลายใบแล้วก็ตาม แต่เขาก็ไม่เคยปริปากบ่นอะไรตอนเช้าเขาตื่นก่อนเธอทุกวัน หัดทำอาหารบำรุงสุขภาพแบบคนท้องด้วยสูตรที่เรียนจากยูทูบกลางวันก็จัดตะกร้าผ้า ตอนเย็นเขาคอยนวดเท้าให้เธอเบาๆ ให้คลายความตึงจากเนื้อที่ขยายใหญ่มากขึ้น ทั้งที่แต่ละวันของตัวเองก็ปวดหลังจากการทำงานในครัว และเตรียมของเตรียมห้องสำหรับลูกน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลกอยู่แล้ว เรียกได้ว่าเหนื่อยกว่างานที่เคยทำอยู่หลายสิบเท่าเลยแต่ไม่เคยมีซักครั้งที่เขาจะปริปากบ่น มีแต่รอยยิ้มที่อบอุ่นกับสายตาที่มองหน้าท้องของเธอราว
ช่วงค่ำวันเดียวกัน เขาชวนเธอขึ้นไปบนดาดฟ้าของเพ้นท์เฮ้าส์ ที่ปกติเขาจะไม่ขึ้นไปเลย และยังออกคำสั่งย้ำนักย้ำหนาว่าไม่ให้เธอขึ้นไป ราวกับว่าด้านบนมันมีอะไรที่เธอไม่สมควรขึ้นไปเห็น ทั้งที่ความจริงมันก็ไม่ได้มีอะไร นอกจากพื้นที่โล่งๆ กับลมแรงๆแต่ทว่าวันนี้เขาจัดทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้วก่อนที่จะเอ่ยปากชวนเธอ ไฟประดับเล็กๆ พาดผ่านราวเหล็ก ท่ามกลางลมเย็นๆ และท้องฟ้าของเมืองกรุง ที่เต็มไปด้วยแสงจากตึกสูงด้านหน้าของเธอมีโต๊ะเล็กๆ กับอาหารง่ายๆ ที่เขาทำเอง หน้าตาอาหารก็ไม่ได้ดูแย่อะไรเลย ส่วนเรื่องรสชาติก็คงต้องดูอีกที เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาทำอาหารเอง"วันนี้โรแมนติกเชียวนะคะ มีอะไรพิเศษหรือเปล่า" เธอแซวเบาๆ ขณะนั่งลงบนเก้าอี้ที่เขาเตรียมไว้ให้"ก็ลูกในท้องไงพิเศษ""หืม?""ลองชิมอาหารดูสิ""จะรสชาติยังไงนะ" เธอพึมพำเบาๆ กับตัวเอง แต่ก็ไม่เชิงจะกล่าวหาว่าอาหารของเขามันรสชาติแย่จนกินไม่ได้หรอก มันก็ไม่แปลกเพราะนี่มันเป็นครั้งแรกที่เขาทำ"อร่อยหรือเปล่า?" ดวงตาของอนาคินทร์เต็มไปด้วยความหวัง เขาคาดหวังกับคำตอบของเธอมาก เธอค่อยๆ เคี้ยวก่อนที่ตาจะโตขึ้นมาพร้อมด้วยท่าทางแปลกๆ"อร่อยมากค่ะ""ฮู่ว
เช้าวันถัดมาวันนี้แทนที่อนาคินทร์จะเร่งรีบออกไปทำงานเหมือนทุกที เขากลับนั่งอยู่บนโซฟา ใส่เสื้อยืดตัวเก่า กางเกงวอร์มแบบสบายๆ พร้อมไอแพดในมือที่เต็มไปด้วยลิสต์เรื่อง 'อาหารบำรุงครรภ์' กับ 'วิธีดูแลภรรยาตั้งท้องระยะต้น'มะปรางเดินออกมาจากห้องนอน เห็นเขานั่งหน้าขรึมเหมือนประชุมงาน แต่พอเดินเข้าไปใกล้ๆ ก็ได้ยินว่าเขากำลังเปิดดูวิดีโอสอนทำอาหารอยู่"ไม่ไปทำงานเหรอคะ?" เธอถามเขาเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ "ไม่ไปวันนี้ลางานไว้แล้ว อาทิตย์นี้ขอ Work from home ไปก่อน งานไม่สำคัญเท่าลูกในท้องหรอก"มะปรางอึ้งไปนิด ไม่คิดว่าเขาจะเห่อถึงขนาดนี้ "จริงจังขนาดนั้นเชียว""แหงสิ ลูกฉันนะ" เขาพูดพร้อมกับหยิบสมุดที่อยู่ข้างๆ ตัวเองขึ้นมาเปิด "อันนี้เป็นลิสต์การกิน การดูแลตัวเอง ฉันจดไว้ให้""โห..." เพิ่งเคยเห็นลายมือการเขียนของเขาเป็นครั้งแรกเลย เพราะส่วนมากก็เห็นแค่ลายเซ็นของเขาผ่านๆ ตา สวยนะเนี่ย เขียนสวยเหมือนผู้หญิงเขียนเลย"เอาไปอ่านแล้วก็ทำตามด้วย""ว่าแต่คุณบอกว่า จะพาปรางไปหาหมอ""อืม นัดไว้ช่วงบ่ายน่ะ""ถึงว่าคุณไม่ไปทำงาน""มีหลายอย่างที่ฉันต้องทำ""....." เช้ามาเขาตื่นก่อน ส่วนเธอเพลียๆ ก็เลยนอนต่อ
กลางดึกคืนนั้น...เสียงลมหายใจหนักพ่นพรืดยาวๆ เหมือนคนที่กำลังหายใจไม่ออกหรือหายใจหอบเหนื่อยตัวของเขาสั่นกระตุกเหมือนคนกำลังร้องไห้ พร้อมกับเสียงครางในลำคอและพึมพำออกมาไม่เป็นคำศัพท์ภาษา ทำให้มะปรางรู้สึกตัวจากความง่วงกลางดึก แต่เธอก็คิดว่าเขาแค่นอนละเมอจนกระทั่ง เสียงสั่นพึมพำของเขามันเริ่มชัดเจนข
ตอนเย็นในวันเดียวกันมะปรางเปิดประตูเข้ามาก่อนจะเริ่มลงมือทำอาหารในช่วงบ่ายเหมือนอย่างเคย ก่อนจะขึ้นไปบนห้องทำงานของเขา เพราะเห็นว่ารองเท้าของเขาจอดอยู่ที่หน้าห้องแล้ว ซึ่งมันก็แปลว่าเขากลับมาก่อนหน้าที่เธอจะมาถึงแล้วมือเล็กค่อยๆ เปิดแง้มประตูเข้าไปก่อนที่ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่เปิดเอาไว้ 2
หลายเดือนต่อมาณ เพ้นท์เฮ้าส์วันนี้เงียบกว่าทุกวัน มะปรางจัดกระเป๋าเสร็จตั้งแต่เช้า เสื้อผ้าที่มีก็ไม่มากนัก ส่วนมากก็เป็นเสื้อผ้าที่เธอเอามาจากที่บ้าน มาอยู่ที่นี่ก็เน้นซักเอา ไม่ได้ซื้อใหม่มากมาย รวมกับของใช้ส่วนตัวที่ซื้อเพิ่มมาอีกนิดหน่อยก็เลยทำให้กระเป๋าค่อนข้างพูนกว่าเดิมตอนนี้มันถึงวันครบสั
ช่วงหัวค่ำวันหนึ่งหลังจากที่เวลาผ่านไปอยู่ร่วมเดือนหลังจากที่กลับมาจากดูแลย่าในช่วงตอนกลางวัน วันนี้ฝนตกตั้งแต่หัวค่ำมะปรางก็เลยไม่ได้ออกไปเดินเล่นที่ไหน ส่วนอนาคินทร์ก็นั่งทำงานอยู่ที่ห้องทำงานของเขา โดยที่เรียกให้เธอนั้นไปนั่งอยู่เป็นเพื่อนด้วยมะปรางนั่งขดตัวอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ซุกตัวใต้ผ้าห่มบางๆ





