LOGIN"เฟซบุ๊กอีกอันของเราจริงๆ ด้วยที่ชวนคนเล่นแชร์ลูกโซ่ เริ่มชวนตั้งแต่สามเดือนก่อน"
บุษรินทร์หน้าเครียด ภายหลังดูหลักฐานที่น้ายุพาส่งมายืนยัน ตอนนั้นจำได้ว่ากดรหัสไม่ผ่านแล้วก็โดนบล็อก ไม่สามารถเข้ารหัสได้เลย นี่เธอผิดพลาดเองแท้ๆ ที่ไม่ปิดเฟซบุ๊กชื่อนั้น ไม่คิดเลยว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เพราะความง่อยเทคโนโลยีแท้ๆ
เอาไงดีนะ หลังกลับจากบ้านน้าเธอคงต้องบอกโรสเป็นคนแรก ทันทีที่แท็กซี่จอดส่งก็มีคนกว่าสิบคนพุ่งเข้าหาบุษรินทร์ ส่งเสียงเจี้ยวจ้าวทวงเงิน บ้างก็ด่าว่า แต่ละคนโมโหเลือดขึ้นหน้า
"ใจเย็นๆ นะคะ ฟังบุษก่อน!"
"ฟังอะไร มึงจะแก้ตัวเหรอ ไหนบอกว่าจะโอนละไม่โอนหา! "
เสียงแหลมปรี๊ดของป้าจงรัก ญาติห่างๆ ที่อุตส่าห์เดินทางมาจากต่างจังหวะโวยวาย
"ไม่ใช่บุษนะคะ มีคนปลอมเฟซบุ๊กบุษจ้ะป้า"
"กูไม่รู้โว้ย บางคนลงทุนเป็นสองสามแสน พอรู้ว่าถูกโกงลุงเจิดที่อยู่ข้างบ้านป้ากินยาตาย ดีที่ล้างท้องไว้ทัน ถ้าไม่เห็นว่าเป็นแกไม่มีใครยอมลงทุนหรอก"
"ไม่ใช่บุษจริงๆ นะคะทุกคน เดี๋ยวบุษจะไปแจ้งความถูกแฮกเฟซบุ๊กเหมือนกันค่ะ"
"ไม่ต้องมาแก้ตัว เอาเงินคืนมาให้หมด"
มีคนอื่นร้องขึ้นมาหลายคนจนกลายเป็นเสียงประสาน มีถ้อยคำหยาบคายหลายประโยค จนบุษรินทร์รับไม่ไหว
"หยุดก่อนนะคะทุกคนเลย! บุษไม่ได้ทำจริงๆ แล้วบุษก็ไม่รับผิดชอบด้วย! " "งั้นมึงก็ตายซะเถอะ อีขี้โกง! "
เสียงชายวัยกลางคนในกลุ่มร้องดังพร้อมกับกองกำลังทวงเงินเตรียมวิ่งเข้าหา จนยุพาต้องออกมาห้ามทับ
"อย่าจ๊ะทุกคนอย่าทำบุษมันเลยจ้ะ" ยื้อยุดฉุกกระชากกันวุ่นวาย แต่หญิงสาวยังปฎิเสธ
"บุษไม่ได้หลอกไม่ได้โกงฟังกันบ้างสิ เฟซบุ๊กถูกแฮกจริงๆ "
"แล้วข้าจะทำยังไง ที่ดินก็เอาไปจำนองมาลงทุนหวังจะได้เงิน ตอนนี้ไม่มีที่ซุกหัวนอนแล้ว ถ้าไม่ได้คืนข้าจะผูกคอตาย ฮือๆ "
หญิงวัยกลางคนอีกคนคร่ำครวญ
"พวกในอินเตอร์เน็ตก็มาด่าซ้ำเติมว่าฉันโลภมากสมควร โง่หลงเชื่อ ก็ฉันต้องใช้เงินรักษาลูกที่ป่วยนี่ เลยยอมเอาเอาเงินที่เก็บมาลงทุน ฉันกราบล่ะ เอาเงินคืนมา"
หญิงรุ่นน้าอีกคนถึงกับก้มกราบเท้า จนบุษรินทร์ต้องก้าวถอย จากม็อบย่อมๆ รุมต่อว่าจะฆ่าแกงเปลี่ยนเป็นดราม่าร้องไห้ระงม
"เฟซบุ๊กแก แกต้องรับผิดชอบนะนังบุษ"
ป้าจงรักยังเสียงแข็งกร้าว หลายคนบอกไม่ได้เงินจะฆ่าตัวตายแน่ๆ จริงละเธอปิดเฟซบุ๊กบัญชีนั้นไม่ได้เพราะมันถูกเปลี่ยนรหัส สุดท้ายญาติและเพื่อนทางเฟซบุ๊กก็ถูกหลอก สิ่งที่คนเหล่านี้เชื่อใจ เพราะเป็นเพื่อนกันทางออนไลน์มานาน ตอนนี้มากกว่าครึ่งในกลุ่มมาเรียกร้องบอกจะฆ่าตัวตาย เธอจะทนได้ยังไง
"บุษจะช่วยติดตามนะจ๊ะ บุษขอไปแจ้งความก่อน" บุษรินทร์น้ำเสียงเศร้าเพราะสงสารทุกคน
"น้ายุพาบุษไปแจ้งความก่อนนะแล้วจะลองคุยกับโรสว่าจะทำยังไงดี อาจจะช่วยเงินคนที่เดือดร้อนและจำเป็นต้องใช้ก่อน"
จะไม่ดูดำดูดีเลยก็ดูใจดำ เพราะทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี บางคนก็รู้ว่าเขาเดือดร้อนเรื่องเงินอยู่ ไม่น่าเกิดเรื่องบ้าๆ แบบนี้เลยจริงๆ บุษรินทร์เข้าแจ้งความต่อพนักงานที่สถานีตำรวจใกล้บ้านทันที และวันหลังเธอต้องไปยื่นเรื่องที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีด้วย หลังเดินออกจากโรงพักก็ได้เจอเข้ากับวิโรจน์ และทีมบอดี้การ์ดเดินตรงเข้าหาเธอ
"หนูบุษไปคุยกับฉันหน่อยสิ" วิโรจน์เอ่ยชวนแกมบังคับด้วยการพยักหน้าให้คนของเขาล้อมตัวเธอไว้
"เรื่องอะไรกันคะ? "
หญิงสาวน้ำเสียงตื่นๆ เธอไม่ไว้ใจคนคนนี้เลย
"เรื่องแชร์ลูกโซ่ของหนูแหละ ไปด้วยกันเถอะสัญญาว่าฉันไม่ได้คิดร้าย" เพราะเรื่องแชร์ลูกโซ่เป็นเรื่องใหญ่มาก นายวิโรจน์มีทีมทนายเก่งมาก หนึ่งในที่ปรึกษาด้านกฎหมายของเขายังเป็น ด็อกเตอร์กฤษณ์แฟนของโรสด้วย พี่กฤษณ์น่าจะช่วยเธอได้จึงยอมตามไปที่สำนักงานนายวิโรจน์
"หนูบุษเป็นเครือข่ายแชร์นี้จริงหรือ? "
"ไม่เลยค่ะ บุษไม่เชื่ออะไรแบบนี้เลย และก็ไม่ได้คิดโลภไปหลอกลวงใครด้วย"
"ดอกร้อยละเก้าสิบ ฉันก็ไม่อยากเชื่อว่ามีคนหลงกลได้ยังไง มันเป็นไปไม่ได้เลย"
มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีการลงทุนอะไรแบบนี้ แต่คนหลงเป็นเหยื่อนับพันราย มีเอาที่ดินไปจำนอง นำรถเข้าไฟแนนซ์เพื่อมาลงทุนเงินต่อเงินก็มาก
"เรื่องกฎหมายเดี๋ยวให้กฤษณ์ดูแล แต่เรื่องเงินของเหยื่อคงไม่ได้คืนหรอก"
"งั้น ญาติๆ กับเพื่อนบ้านคงแย่แน่เลย บุษว่าจะช่วยพวกเขา" นึกแล้วก็ยิ่งสงสารคนพวกนั้น
"ช่วยได้อยู่แล้ว หนูบุษได้ดูข่าวไหมนายมาร์กบอกว่าจะให้เงินกับผู้หญิงของเมธี"
"ฉันไม่ใช่ผู้หญิงของคุณเมธีค่ะ" เธอเสียงขรึมและเชิดคออย่างเย่อหยิ่ง การถูกกล่าวหาเป็นเด็กเลี้ยงเป็นสิ่งที่เธอรับไม่ได้
"ใช่สิ เมธีเขาชอบหนูบุษมาก รู้ไหมว่าสร้อยมุกเส้นนั้นราคาล้านสามเชียวนะ"
"ฉันรู้ว่ามันนะแต่ถึงยังไงก็ยังยืนยันว่าฉันไม่ใช่ผู้หญิงของคุณเมธี คุณวิโรจน์ก็รู้นี่คะว่าคุณเมธีควงอยู่กับอาริตา"
"ฮึ อาริตาไม่ใช่ผู้หญิงที่เมธีรักหรอกนะ...แต่อย่าใส่ใจเรื่องนั้นดีกว่า เอาเป็นว่าถ้าหนูบุษอยากได้เงินไปช่วยคนพวกนั้นมันก็มีสามหนทาง คือเก็บเงินเองคงช้าหน่อย หรือหนูจะเลือกมาเป็นผู้หญิงของฉันรับประกันว่าโอนทันที"
"ฉันขอย้ำนะคะ ว่าฉันไม่ต้องการเป็นผู้หญิงของคุณ"
หญิงสาวปฏิเสธด้วยน้ำเสียงสุภาพ มันเรื่องอะไรที่เธอต้องเอาตัวเข้าแลกหาเงินมาจ่ายหนี้ที่ไม่ได้ก่อ ยิ่งมองเข้าไปในแววตาหื่นกามของนายวิโรจน์บุษรินทร์ก็ยิ่งโกรธ เธอต้องบังคับสีหน้าไม่ให้บึ้งตึงเกินไป
"งั้นก็มีอีกทางหนึ่งไปแสดงตัวกับนายมาร์กสิ หนูมีสร้อยมุกที่เมธีให้ซึ่งไม่มีผู้หญิงคนไหนได้แบบนี้ รับรองว่ามาร์กเชื่อแน่นอน"
วิโรจน์ชี้ช่องพร้อมกับโน้มน้าวให้บุษรินทร์ให้เชื่อว่าเมธีอยากให้เงินก้อนนั้นกับเธอ ยิ่งนึกถึงภาพสะเทือนใจ เหยื่อแชร์ออนไลน์มีทั้งกินยาฆ่าตัวตาย มีทั้งคร่ำครวญไม่อยากมีชีวิตอยู่ก็อยากช่วย ถ้าเมธีให้เงินก้อนนั้นกับเธอจริง ก็ถือว่าเอามาทำบุญให้เขาก็น่าสนใจดีเหมือนกัน อีกอย่างมาร์กก็ดูไม่ใช่คนใจร้าย เขาอาจจะเหมือนพ่อก็ได้
ผ่านไปหลายวันในบ้านหลังใหญ่ เธอเปิดใจมากขึ้น เมธาวีเริ่มติดต่อหามารดาแนะนำให้รู้จักกับสะใภ้ คุณแม่แองจี้ยังสาวยังสวย จนแทบไม่อยากเชื่อว่าอายุมากกว่าสี่สิบปีแล้ว แต่ที่สัมผัสได้คือนางใจดี มีความเป็นกันเอง แองจี้ตื่นเต้นที่จะมีหลานคนแรก และจะรีบหาโอกาสมาเยี่ยมลูกชายกับบุษรินทร์สองสัปดาห์ต่อมาบุษรินทร์เข้าครัวทำอาหารเอง โดยมีแม่บ้านสาวใหญ่คอยสอนให้ เมธาวีไว้ใจว่าเธอจะไม่หนีไปไหน จึงทิ้งเธอไว้บ้านกับสาวใช้ และออกไปดูงานบ้าง กลับมาถึงบ้านก็เดินเข้าไปกอดเมียที่รักก่อนทำอย่างอื่น ชวนเธออาบน้ำเพราะเป็นทางเดียวที่จะได้สัมผัสกายเปลือยเปล่าบุษรินทร์แกล้งทำไม่สนใจกับความเป็นชายผงาดโชว์ตอนอาบน้ำทุกวัน นิ่งและอดทนกับการเสียดสีในอ่างอาบน้ำ นับวันเขายิ่งเบียดเสียดและสัมผัสเธอมากขึ้น เมื่อปลุกอารมณ์ขึ้นมาเอง เธอก็ปล่อยให้เขาแทบก้าวขาออกจากห้องน้ำไม่ได้ เป็นแบบนี้อยู่หลายวัน“ฉันออกไปก่อนก็ได้นะคะ ไม่ต้องอุ้มหรอก” เธอหันไปบอกพลางมองต่ำลงไปที่หว่างขาแล้วยิ้มเหมือนกับสะใจ ที่ปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพแข็งตั้งลำอยู่อย่างนั้น“อืมๆ ” เมธาวีพยักหน้า แต่ข้างในอดเคืองไม่ได้ ‘ท่องเอาไว้ เมียคือที่สุด น่ารักที่ส
อาการของบุษรินทร์ดีขึ้นหลังรักษาตัวได้สี่วัน แต่เมธาวีไม่ยอมให้เธอออกจากโรงพยาบาล จนกว่าจะแน่ใจว่าเธอและลูกจะปลอดภัย เมื่อครบกำหนดเขาทำเรื่องชำระค่ารักษา และอุ้มขึ้นรถตู้อย่างระมัดระวัง “คุณจะพาฉันไปไหนคุณมาร์ก? ” “กลับภูเก็ต” “บ้าหรือไง จอดรถเดี๋ยวนี้นะ” เธอจะขยับตัวแต่ถูกกอดรัดแน่น“ไว้จอดตอนถึงสนามบินนะ อย่าดิ้นสิเดี๋ยวกระทบกระเทือนถึงลูก นอนนิ่งๆ ไว้นะคนดี” “คนบ้า คุณอย่ามาทำกับฉันแบบนี้นะ” เธอได้แต่โกรธเขาเอาลูกมาขู่และคุณหมอก็บอกให้ระมัดระวังเรื่องนี้จริงๆ เธอถูกพามาขึ้นเครื่องบินเล็กส่วนตัว เขาอุ้มเธอไว้ในวงแขนโดยขู่ไม่ให้ดิ้น แม้จะขยับตัวก็ไม่ได้ จึงรู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่จะขัดขืน เธอหลับไประหว่างเดินทาง คงเพราะยาที่กินทำให้ง่วงนอน ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนบนเตียงกว้างแล้ว ไม่ใช่วิลล่ากลางน้ำ เพราะในห้องเงียบเฉียบไม่มีเสียงคลื่นลมบุษรินทร์ลุกขึ้นยืนบนพื้นพรมนุ่ม ห้องนี้โทนสีครีมดูสว่าง และกว้างขวางมาก เตียงหลังใหญ่ และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นหรูหรา อย่างกับบ้านเศรษฐีที่เคยดูในละคร เธอเดินไปที่หน้าต่างมองลงไปรอบตัวบ้าน ด้านล่างเป็นสวนกว้าง หญ้าเขียวขจี มีต้นไม้ตามทางเดินร่ม
คำตอบของเขาทำให้เอวาถึงกับอึ้งไป และเธอกลับโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เบลล่าไม่ใช่คนใจร้าย รักพี่ชายมากและคงรักหลานไม่แพ้กัน ส่วนเธอก็เหมือนได้ปลดปล่อยจากสิ่งที่ค้างคาใจมานาน มีความลับบางอย่างที่บอกเมธาวีไม่ได้ และไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรมาเกือบครึ่งปีแล้ว “ดีใจด้วยนะคะพี่มาร์ก” เมื่อรู้ว่าเขามีคนอื่นที่รักมากและกำลังจะเป็นครอบครัวจึงทำให้ยิ้มออกมา และโผเข้ากอดเขาแน่น เมธาวีลูบที่หลังหญิงสาวเบาๆ “พี่ขอโทษนะ” “ไม่ต้องขอโทษค่ะ เอวาซะอีกที่ต้องขอโทษ ที่ทำให้พี่รู้สึกผิด ทั้งที่เอวาเองก็มีคนอื่นแล้ว” เขาจับเธอผละจากตัว ยิ้มดีใจที่ไม่ได้ทำร้ายจิตใจเพื่อนน้องสาว“จริงเหรอเอวา? ”“จริงค่ะ เอวาบอกไม่ได้ และมันอึดอัดมากที่ต้องทำตัวใสซื่อ เป็นแฟนใจดี ปล่อยให้พี่มีผู้หญิงคนอื่น ตอนนี้เอวาดีใจมากที่รู้ว่าพี่เจอคนที่ใช่แล้ว” เมธาวีคว้าตัวหญิงสาวเข้ามากอด ขอบคุณที่ทางออกในตอนนี้ไม่มีใครเจ็บปวด อีกทั้งคนฆ่าบิดาได้รับผลกรรมตายตกไปตามกัน โดยที่เขาไม่ได้ลงมือเอง บุษรินทร์ขยับมือขวา และรู้สึกว่ามีมือใครบางคนเกาะกุมเอาไว้ จึงค่อยๆ เปิดเปลือกตามองไปที่ข้างเตียง เห็นเมธาวีหลับฟุบอยู่ตรงนั้น มือซ้ายของเธอมีสาย
“แจ๊คกี้ กลับรถตามคันนั้นไปเร็ว” ต้องตามติดเธอไม่ให้คลาดสายตา และไม่สนว่านายวิโรจน์จะรู้ตัว ในขณะที่ตำรวจประสานกำลังสกัดแทนการไล่ติดตาม และไม่สามารถแจ้งเมธาวีได้ทัน ภายในรถตึงเครียด บุษรินทร์ทำได้เพียงร้องไห้เงียบๆ และรับฟังเสียงสบถด่าของนายวิโรจน์ ความเร็วของรถมากกว่าร้อยหกสิบและทยานขึ้นไปเกือบจะสองร้อย แต่เจ้าสัวใจโฉดยังคงสั่งเพิ่มความเร็ว อีกเธอรู้สึกเหมือนจะหัวใจวายเสียก่อนถูกยิงตาย ความเร็วของรถผ่อนลงเล็กน้อยตอนเข้าโค้งและขับฝ่าไฟแดง จนรถคันอื่นเบรกกะทันหัน เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนไปหลายคัน “นายหัวผมขับเร็วกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ มันอันตรายเกินไป”“งั้นนายจอดแล้วรีบลงมา” “ไม่ได้นะครับ ถ้าเราเกิดอุบัติเหตุก็ตามรถนายวิโรจน์ไม่ได้อยู่ดี” อุบัติเหตุตลอดทางทำให้การติดตามล่าช้า แต่แจ๊คกี้พยายามอย่างสุดความสามารถ“บุษรินทร์ คุณต้องปลอดภัยนะ” เมธาวีตกอยู่ในสภาพทำอะไรไม่ได้ ใช้ความเร็วในการติดตามขนาดนี้ยังไม่ทัน แล้วแบบนี้บุษรินทร์จะปลอดภัยหรือ แม้แต่ตำรวจที่คอยสกัดก็ยังหยุดรถคันนั้นไม่ได้ ‘ขอพระเจ้าโปรดคุ้มครองเธอเพื่อลูก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ชัดเจนต่อความรู้สึก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ปกป้อง
“โอ๊ย! ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยที ฉันอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ของเจ้าสัววิโรจน์ที่คลองหลวง จังหวัดปทุมธานีนะคะ! ” เธอโอดโอยและร้องเสียงดัง หวังว่าชาวโซเชียลจะช่วยได้ ซึ่งเป็นอย่างที่หวัง หลายคนแจ้งตำรวจตั้งแต่เริ่มมีเสียงทะเลาะ เมธาวีเองก็โทร.แจ้งสารวัตรสัญชัยตำรวจเจ้าของคดีของบิดาตั้งแต่ออกรถเช่นเดียวกัน“ฮ่าๆ ถึงกับบอกที่อยู่เหรอ ใครจะมาช่วยเธอ เทวดาเหรอ น่าเสียดายนะ ว่าคงไม่มีใครได้ยินเธอหรอก” วิโรจน์กระซิบข้างหู และมันทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงเหลือเกิน กลิ่นน้ำหอมของเขามันเหม็นจนทนไม่ไหว เธอพยายามดิ้นรนจากวงแขนก็ไม่เป็นผล นายวิโรจน์เหวี่ยงคนตัวเล็กลงที่เตียงแล้วนั่งลงกระชากขาเธอเข้า กระโดดคร่อมเขาไว้“ไม่อย่านะ ปล่อยฉัน พี่ปราบช่วยด้วย! ”“ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก ก่อนตายเธอก็ต้องเป็นของฉัน” “ไม่!” เจ้าสัวกระชากเสื้อสูทเธอออก ดีเหลือเกินที่มันหนาและไม่ขาดง่าย วิโรจน์เลยเปลี่ยนมาจับข้อมือทั้งสองของหญิงสาวเอาไว้แล้วโน้มหน้าเข้าหาแต่ไม่ทันสัมผัสเนื้อตัว หญิงสาวก็สุดกลั้นด้วยอาการแพ้ท้องหนัก และเหม็นน้ำหอมนายวิโรจน์จึงตะแคงหน้าอาเจียนลงที่เตียง ทำให้วิโรจน์ถึงกับชะงัก “รังเกียจมากนักหรือ เธอไม่ม
บุษรินทร์เก็บมือถือในกระเป๋าสูท เสียงเคาะเรียกนอกห้องดังขึ้นเรื่อยๆ “ยังไม่เสร็จเลยค่ะเจ้าสัว รอบุษก่อนนะคะ” เธอร้องบอกพลางมองรอบๆ ว่าพอมีอะไรป้องกันตัวได้บ้าง แล้วถ้าเปิดออกไปปืนจ่อหัวเล่า จากจังหวะเคาะประตู รู้เลยว่าวิโรจน์ไม่สบอารมณ์เอามากๆ “คิดจะถ่วงเวลาเหรอ ยังไงคืนนี้เธอไม่รอดหรอก! ”น้ำเสียงของวิโรจน์แฝงความเข่นเขี้ยวหมายข่มขู่ เมื่อแน่ใจว่าหญิงสาวจงใจหลบในห้องน้ำ จากข่มใจจะค่อยๆ หลอกล่อ ชักจะมีโมโห และควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โดยเฉพาะภาพในวงจรปิดที่เห็นว่าบุษรินทร์ทำอะไรบ้าง จนในที่สุดก็เกิดเรื่องแจ้งความ และตำรวจเข้าไปช่วยเมริกาออกมาได้ รู้อย่างนี้เขาฆ่าเมริกา และข่มขืนบุษรินทร์ให้ย่อยยับแต่แรกดีกว่า “ถ้าไม่ออกมาดีๆ ฉันจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ ใครอยู่ข้างนอกบ้าง เข้ามางัดลูกบิดให้กูเดียวนี้! ” เจ้าสัววิโรจน์ออกคำสั่งร้องเรียกลูกน้อง น้ำเสียงกร้าวขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังกลายร่างจากชายสูงวัยใจดีเป็นปีศาจ บุษรินทร์ใจเต้นแรง ตกใจกลัวจนถึงกับคิดอะไรไม่ออก นอกจากความกังวลว่าปราบดาคนเดียวจะช่วยเธอได้ไหม ประตูถูกเคาะแรงขึ้นและคนด้านนอกจับลูกบิดหมุนเพื่อพยายามเปิด เธอจ้องไปอ่างล้างหน้า ซ

![สิงขร [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





