Share

สวรรค์บนหาดทราย 9.4

last update Last Updated: 2026-02-09 16:13:23

“ว้าย! ” หญิงสาวหวีดร้องสุดเสียงตกใจ เมื่อเมธาวีสอดแขนใต้ข้อเข่าทั้งสองยกร่างขึ้นจนแผ่นหลังเล็กแนบชิดแผงอกของเขา บุษรินทร์ควานมือไปด้านหลังเกาะเขนเขาไว้แน่น กล้ามเนื้อของเขาแข็งแกร่งทำให้เธอไม่นึกหวาดกลัวว่าจะตก ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนจะเมคเลิฟท่านี้ได้ ชายหนุ่มยกเธอค้างไว้แล้วเอนหลังกระทุ้งท่อนฟืนแข็งแกร่งเข้าออกในร่องอ่อนนุ่ม บ้างก็โยกโยนคนตัวเล็กขึ้นลง สอดรับกับความแข็งแกร่งที่โจนจ้วงเข้าทิ่มแทง เรือนกายสวยกระเพื่อมกลางอากาศ ทรวงอกสล้างไร้การเกาะกุม เหวี่ยงขึ้นลงตามแรงปะทะ 

“คะ คุณมาร์ก อ้าย! ” 

บุษรินทร์หวีดร้องเสียงหลง หลั่งน้ำรักไหลอาบผ่านร่องก้นของเธอหยาดลงสู่หน้าขาของชายหนุ่ม อะไรกันท่านี้ของเขาทำเธอเสียวซ่านมากที่สุดเท่าที่เคย ร่างอรชรอ่อนปวกเปียกในอ้อมแขน แต่เขายังไม่หยุดกระทำต่อเธอ 

“มีความสุขไหม บุษรินทร์ ผมจะ อะ อึ้มม...”

เมธาวีเพิ่มจังหวะรัวเร็ว เขาตัวเกร็งและคำรามเสียงดังเป็นสัญญาณว่าเขาใกล้ถึงฝั่ง นาทีต่อมามวลน้ำที่มากกว่าของเขาพุ่งเข้าสู่ร่องรักของหญิงสาว 

เขาปล่อยลึกและกดกายแกร่งแช่ขังเชื้อพันธุ์เหล่านั้นไม่ให้หยาดออกมาสักหยด ทั้งสองเคลื่อนไหวใบหน้าเสียดสีกันไปมาอย่างเป็นสุข นั่นทำให้ความเป็นชายแข็งดั่งท่อนฟืนขึ้นอีกครั้ง เมธาวีวางหญิงสาวให้นอนราบทำรักท่วงท่าต่อไป และปลดปล่อยธารรักในตัวเธออย่างหวังผล 

ครั้งแรกหญิงสาวเมามันจนลืมตัว แต่ครั้งต่อๆ ไป เธออ้อนวอนให้เขาควบคุมมัน เพราะไม่รู้ว่าต้องติดค้างบนเกาะนี้อีกนานเท่าไหร่ จะได้กลับไปกินยาคุมกำเนิดในแผงที่เหลืออีกไหม ให้ตายเถอะ เมื่อคืนเธอไม่ได้กินเสียด้วย เพราะคิดว่าหลังงานเลี้ยงจบจะกลับไปกินยาก่อนนอน

ตะวันเริ่มทองแสงแรงกล้า กองเพลิงเหลือเพียงถ่านที่ยังร้อนระอุ ควันไฟขาวปลายท่อนฟืนลอยสูงขึ้นเป็นระยะ ร่มเงาต้นหูกวางลากยาวห่างไกลออกไปจากจุดที่นอนพัก ตามองศาของดวงตะวันที่มุมขอบฟ้า 

บุษรินทร์นอนในท่าตะแคงตัวหันหน้าเข้าหาทะเล เธอตื่นขึ้นมาเพราะความเสียวซ่านคับแน่นภายในร่องรัก เปิดเปลือกตาจึงรู้ว่าตอนนี้เป็นเวลาช่วงสายแล้ว 

“อะ อา คุณมาร์ก กลางวันแสกๆ นะคะ”

หญิงสาวเอี้ยวตัวมองหน้าเขา

“แล้วไง ที่บ้านเราก็ทำกันทั้งวันมาแล้ว”

“แต่มันเป็นที่โล่งตอนกลางวันนะคะ”

“ดีออกได้เห็นท้องฟ้า ทะเล ป่าไม้ ที่นี่มีแค่เราสองคน”

เป็นอย่างที่เขาว่า เปิดโลกใหม่แห่งการร่วมรัก ทะเลหาดทรายเขาและเธอ ถึงจะเมื่อยล้ามาทั้งคืน บุษรินทร์ก็เต็มใจล้างหน้าไก่กับเขาในเช้าวันนี้ ความสุขร่วมกันทำให้ลืมความเครียดที่ว่าเขาและเธอติดค้างบนเกาะนี้ โดยที่ไม่รู้ว่าจะได้กลับขึ้นฝั่งเมื่อไหร่

จบเกมรักยามเช้าเมธาวีลงไปเก็บกู้ตาข่ายดักปลาที่วางไว้ ได้ปลาตัวขนาดเล็กสามตัว เขานำมาปิ้งไฟกินกัน ส่วนน้ำต้องอาศัยลูกมะพร้าวไปก่อน แดดร่มลมตกอีกครั้งจะเข้าสู่คืนที่สองแล้วที่ติดเกาะ เมธาวีคิดว่าคนบนฝั่งคงคิดว่าเขาพาบุษรินทร์มาขับเรือเล่นเป็นการส่วนตัว และกลับไปที่วิลล่าแล้ว อีกทั้งยังกำชับทุกคนไม่ให้มารบกวน กว่าจะมีใครรู้ว่านายหัวของพวกเขาหายไปคงอีกสักวันสองวัน 

เขาพาหญิงสาวเดินสำรวจชายหาดอีกรอบ สุดผืนทรายด้านขวามีเสาหลักเขตที่ดิน เมธาวีเดินไปอีกฝั่ง มีเสาเขตเช่นกัน เหมือนจะกินพื้นที่เข้าไปในป่าด้วย ซึ่งไม่รู้ว่ามากน้อยแค่ไหน เกาะแห่งนี้ไม่ใช่เกาะร้างแต่มีเจ้าของงั้นหรือ เป็นไปได้ยังไง เพราะเท่าที่ดูสภาพแล้ว ไม่น่าจะเป็นที่ดินที่สามารถจับจองกันได้ เสาหลักเขตยังอยู่ในสภาพใหม่มาก มิน่าเล่าถึงไม่มีชาวประมงผ่านมาเขตนี้เลย

“เกาะบริเวณนี้ไม่น่าจะมีใครครอบครองได้”

เขาพูดขึ้นมาลอยๆ

“แล้วจะมีหลักเขตได้ยังไงคะ”

“ผมจะเดินเข้าไปหาเสาเขตในป่า”

“ฉันไปด้วยค่ะ” 

บุษรินทร์เกาะแขนชายหนุ่มแน่น ประมาณเวลาจากองศาของดวงอาทิตย์ตอนนี้น่าจะสี่โมงเย็นโดยประมาณ ยังพอมีเวลาเดินสำรวจป่าเล็กน้อยก่อนจะมืด ป่าบนเกาะเป็นเนินสูงขึ้นเรื่อยๆ มีโขดหิน ที่เป็นตีนเขา ทั้งคู่ไม่มีรองเท้าใส่จึงต้องเดินอย่างระมัดระวัง เข้าไปไม่ลึกนักก็เห็นทางคนเดิน ต้นไม้เล็กๆ ถูกแหวกไว้ข้างทางซ้ายขวา ใบไม้แห้งถูกเหยียบแหลกจมดิน น่าจะมีการเดินเทียวไปเทียวกลับบ่อยๆ แต่ขอบชายป่ากลับดูเหมือนไม่มีทางเข้า 

ข้างบนเนินนั่นคงไม่ใช่ที่พักของชาวบ้านทั่วไป หรือที่นี่จะเป็นแหล่งกบดานของพวกทำผิดกฎหมาย ถ้าเป็นแบบนั้นเขาอาจได้รับอันตราย เมธาวีสองจิตสองใจระหว่างเดินหน้าให้รู้กับถอยกลับออกไป เพราะห่วงหญิงสาวที่ตามมา แต่ดูเหมือนว่าบุษรินทร์จะอยากรู้อยากเห็นมากกว่าเขา

“ที่นี่ต้องมีคนอยู่แน่เลยค่ะ เราค่อยๆ ย่องเข้าไปดูไหมคะ? ”

“ไม่ดีกว่า เกิดเป็นเส้นทางลำเลียงของผิดกฎหมาย ลำพังผมยังไม่รู้จะเอาตัวรอดได้ไหม เรากลับลงไปเถอะ อีกไม่กี่วันลูกน้องผมก็คงตามหาเรา” 

เขาฉุดข้อมือเธอให้กลับหลัง ปกติแล้วเมธาวีไม่นิ่งเฉยต่อสิ่งผิดกฎหมาย แต่ตอนนี้เขาไม่พร้อมจริงๆ ไม่มีคน ไม่มีอาวุธ และสำคัญไม่มีเรือหลบหนี เอาไว้เมื่อพร้อมค่อยส่งลูกน้องมาสืบดู

 “คุณมาร์กคะ เราแค่ย่องไปดู อาจเป็นบ้านคนก็ได้” 

บุษรินทร์รั้งมือเขาให้หยุด เมธาวีทำสีหน้าตึง แต่ยังปากหนักไม่บอกว่าห่วงเธอนั่นแหละถึงไม่อยากเสี่ยง

“ฉันมีความรู้สึกว่า เราอาจจะพบคนที่ช่วยให้เราขึ้นฝั่งได้”

“คุณไม่กลัวเหรอ? ” ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นคงจะเป็นฝ่ายดึงมือเขาให้พากลับลงไป แต่นี่อะไรทำไมถึงได้กล้านัก

“เชื่อในเซนส์ฉันสักครั้งนะคะ”

เธอกอดแขนคะยั้นคะยอ

“ไปก็ไป” อย่างที่เธอว่า ถ้าโชคดีเจอชาวบ้าน อย่างน้อยก็มีที่หลับที่นอนอย่างอุ่นใจ เมื่อคืนนี้ร่วมรักกันเกือบสว่าง ทำให้เธอดูอ่อนเพลีย เขาเดินนำหน้าขึ้นไปบนเนินได้ยินเสียงน้ำไหล แต่ไม่แรงนัก จนได้เห็นบ้านพักหลังเล็กสร้างด้วยไม้ เสาสูงไม่ถึงเมตร หลังคาสังกะสี มีรางรองน้ำฝนลาดชันลงที่ตุ่มน้ำข้างบ้าน

โฮ่งๆ! สุนัขพันธุ์ไทยสีด่างขาวดำ เห่าพร้อมกับวิ่งเข้าใส่ผู้มาเยือนทั้งสอง 

“คุณมาร์ก!” บุษรินทร์ล่าถอยมาซ่อนด้านหลังชายหนุ่ม เจ้าหมาตัวใหญ่เห่าไม่หยุดพร้อมคำรามดุร้าย 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   การลงทัณฑ์ของเมีย 14.2

    ผ่านไปหลายวันในบ้านหลังใหญ่ เธอเปิดใจมากขึ้น เมธาวีเริ่มติดต่อหามารดาแนะนำให้รู้จักกับสะใภ้ คุณแม่แองจี้ยังสาวยังสวย จนแทบไม่อยากเชื่อว่าอายุมากกว่าสี่สิบปีแล้ว แต่ที่สัมผัสได้คือนางใจดี มีความเป็นกันเอง แองจี้ตื่นเต้นที่จะมีหลานคนแรก และจะรีบหาโอกาสมาเยี่ยมลูกชายกับบุษรินทร์สองสัปดาห์ต่อมาบุษรินทร์เข้าครัวทำอาหารเอง โดยมีแม่บ้านสาวใหญ่คอยสอนให้ เมธาวีไว้ใจว่าเธอจะไม่หนีไปไหน จึงทิ้งเธอไว้บ้านกับสาวใช้ และออกไปดูงานบ้าง กลับมาถึงบ้านก็เดินเข้าไปกอดเมียที่รักก่อนทำอย่างอื่น ชวนเธออาบน้ำเพราะเป็นทางเดียวที่จะได้สัมผัสกายเปลือยเปล่าบุษรินทร์แกล้งทำไม่สนใจกับความเป็นชายผงาดโชว์ตอนอาบน้ำทุกวัน นิ่งและอดทนกับการเสียดสีในอ่างอาบน้ำ นับวันเขายิ่งเบียดเสียดและสัมผัสเธอมากขึ้น เมื่อปลุกอารมณ์ขึ้นมาเอง เธอก็ปล่อยให้เขาแทบก้าวขาออกจากห้องน้ำไม่ได้ เป็นแบบนี้อยู่หลายวัน“ฉันออกไปก่อนก็ได้นะคะ ไม่ต้องอุ้มหรอก” เธอหันไปบอกพลางมองต่ำลงไปที่หว่างขาแล้วยิ้มเหมือนกับสะใจ ที่ปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพแข็งตั้งลำอยู่อย่างนั้น“อืมๆ ” เมธาวีพยักหน้า แต่ข้างในอดเคืองไม่ได้ ‘ท่องเอาไว้ เมียคือที่สุด น่ารักที่ส

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   การลงทัณฑ์ของเมีย 14.1

    อาการของบุษรินทร์ดีขึ้นหลังรักษาตัวได้สี่วัน แต่เมธาวีไม่ยอมให้เธอออกจากโรงพยาบาล จนกว่าจะแน่ใจว่าเธอและลูกจะปลอดภัย เมื่อครบกำหนดเขาทำเรื่องชำระค่ารักษา และอุ้มขึ้นรถตู้อย่างระมัดระวัง “คุณจะพาฉันไปไหนคุณมาร์ก? ” “กลับภูเก็ต” “บ้าหรือไง จอดรถเดี๋ยวนี้นะ” เธอจะขยับตัวแต่ถูกกอดรัดแน่น“ไว้จอดตอนถึงสนามบินนะ อย่าดิ้นสิเดี๋ยวกระทบกระเทือนถึงลูก นอนนิ่งๆ ไว้นะคนดี” “คนบ้า คุณอย่ามาทำกับฉันแบบนี้นะ” เธอได้แต่โกรธเขาเอาลูกมาขู่และคุณหมอก็บอกให้ระมัดระวังเรื่องนี้จริงๆ เธอถูกพามาขึ้นเครื่องบินเล็กส่วนตัว เขาอุ้มเธอไว้ในวงแขนโดยขู่ไม่ให้ดิ้น แม้จะขยับตัวก็ไม่ได้ จึงรู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่จะขัดขืน เธอหลับไประหว่างเดินทาง คงเพราะยาที่กินทำให้ง่วงนอน ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนบนเตียงกว้างแล้ว ไม่ใช่วิลล่ากลางน้ำ เพราะในห้องเงียบเฉียบไม่มีเสียงคลื่นลมบุษรินทร์ลุกขึ้นยืนบนพื้นพรมนุ่ม ห้องนี้โทนสีครีมดูสว่าง และกว้างขวางมาก เตียงหลังใหญ่ และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นหรูหรา อย่างกับบ้านเศรษฐีที่เคยดูในละคร เธอเดินไปที่หน้าต่างมองลงไปรอบตัวบ้าน ด้านล่างเป็นสวนกว้าง หญ้าเขียวขจี มีต้นไม้ตามทางเดินร่ม

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   กระชากหน้ากากเจ้าสัวใจบุญ 13.4

    คำตอบของเขาทำให้เอวาถึงกับอึ้งไป และเธอกลับโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เบลล่าไม่ใช่คนใจร้าย รักพี่ชายมากและคงรักหลานไม่แพ้กัน ส่วนเธอก็เหมือนได้ปลดปล่อยจากสิ่งที่ค้างคาใจมานาน มีความลับบางอย่างที่บอกเมธาวีไม่ได้ และไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรมาเกือบครึ่งปีแล้ว “ดีใจด้วยนะคะพี่มาร์ก” เมื่อรู้ว่าเขามีคนอื่นที่รักมากและกำลังจะเป็นครอบครัวจึงทำให้ยิ้มออกมา และโผเข้ากอดเขาแน่น เมธาวีลูบที่หลังหญิงสาวเบาๆ “พี่ขอโทษนะ” “ไม่ต้องขอโทษค่ะ เอวาซะอีกที่ต้องขอโทษ ที่ทำให้พี่รู้สึกผิด ทั้งที่เอวาเองก็มีคนอื่นแล้ว” เขาจับเธอผละจากตัว ยิ้มดีใจที่ไม่ได้ทำร้ายจิตใจเพื่อนน้องสาว“จริงเหรอเอวา? ”“จริงค่ะ เอวาบอกไม่ได้ และมันอึดอัดมากที่ต้องทำตัวใสซื่อ เป็นแฟนใจดี ปล่อยให้พี่มีผู้หญิงคนอื่น ตอนนี้เอวาดีใจมากที่รู้ว่าพี่เจอคนที่ใช่แล้ว” เมธาวีคว้าตัวหญิงสาวเข้ามากอด ขอบคุณที่ทางออกในตอนนี้ไม่มีใครเจ็บปวด อีกทั้งคนฆ่าบิดาได้รับผลกรรมตายตกไปตามกัน โดยที่เขาไม่ได้ลงมือเอง บุษรินทร์ขยับมือขวา และรู้สึกว่ามีมือใครบางคนเกาะกุมเอาไว้ จึงค่อยๆ เปิดเปลือกตามองไปที่ข้างเตียง เห็นเมธาวีหลับฟุบอยู่ตรงนั้น มือซ้ายของเธอมีสาย

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   กระชากหน้ากากเจ้าสัวใจบุญ 13.3

    “แจ๊คกี้ กลับรถตามคันนั้นไปเร็ว” ต้องตามติดเธอไม่ให้คลาดสายตา และไม่สนว่านายวิโรจน์จะรู้ตัว ในขณะที่ตำรวจประสานกำลังสกัดแทนการไล่ติดตาม และไม่สามารถแจ้งเมธาวีได้ทัน ภายในรถตึงเครียด บุษรินทร์ทำได้เพียงร้องไห้เงียบๆ และรับฟังเสียงสบถด่าของนายวิโรจน์ ความเร็วของรถมากกว่าร้อยหกสิบและทยานขึ้นไปเกือบจะสองร้อย แต่เจ้าสัวใจโฉดยังคงสั่งเพิ่มความเร็ว อีกเธอรู้สึกเหมือนจะหัวใจวายเสียก่อนถูกยิงตาย ความเร็วของรถผ่อนลงเล็กน้อยตอนเข้าโค้งและขับฝ่าไฟแดง จนรถคันอื่นเบรกกะทันหัน เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนไปหลายคัน “นายหัวผมขับเร็วกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ มันอันตรายเกินไป”“งั้นนายจอดแล้วรีบลงมา” “ไม่ได้นะครับ ถ้าเราเกิดอุบัติเหตุก็ตามรถนายวิโรจน์ไม่ได้อยู่ดี” อุบัติเหตุตลอดทางทำให้การติดตามล่าช้า แต่แจ๊คกี้พยายามอย่างสุดความสามารถ“บุษรินทร์ คุณต้องปลอดภัยนะ” เมธาวีตกอยู่ในสภาพทำอะไรไม่ได้ ใช้ความเร็วในการติดตามขนาดนี้ยังไม่ทัน แล้วแบบนี้บุษรินทร์จะปลอดภัยหรือ แม้แต่ตำรวจที่คอยสกัดก็ยังหยุดรถคันนั้นไม่ได้ ‘ขอพระเจ้าโปรดคุ้มครองเธอเพื่อลูก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ชัดเจนต่อความรู้สึก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ปกป้อง

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   กระชากหน้ากากเจ้าสัวใจบุญ 13.2

    “โอ๊ย! ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยที ฉันอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ของเจ้าสัววิโรจน์ที่คลองหลวง จังหวัดปทุมธานีนะคะ! ” เธอโอดโอยและร้องเสียงดัง หวังว่าชาวโซเชียลจะช่วยได้ ซึ่งเป็นอย่างที่หวัง หลายคนแจ้งตำรวจตั้งแต่เริ่มมีเสียงทะเลาะ เมธาวีเองก็โทร.แจ้งสารวัตรสัญชัยตำรวจเจ้าของคดีของบิดาตั้งแต่ออกรถเช่นเดียวกัน“ฮ่าๆ ถึงกับบอกที่อยู่เหรอ ใครจะมาช่วยเธอ เทวดาเหรอ น่าเสียดายนะ ว่าคงไม่มีใครได้ยินเธอหรอก” วิโรจน์กระซิบข้างหู และมันทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงเหลือเกิน กลิ่นน้ำหอมของเขามันเหม็นจนทนไม่ไหว เธอพยายามดิ้นรนจากวงแขนก็ไม่เป็นผล นายวิโรจน์เหวี่ยงคนตัวเล็กลงที่เตียงแล้วนั่งลงกระชากขาเธอเข้า กระโดดคร่อมเขาไว้“ไม่อย่านะ ปล่อยฉัน พี่ปราบช่วยด้วย! ”“ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก ก่อนตายเธอก็ต้องเป็นของฉัน” “ไม่!” เจ้าสัวกระชากเสื้อสูทเธอออก ดีเหลือเกินที่มันหนาและไม่ขาดง่าย วิโรจน์เลยเปลี่ยนมาจับข้อมือทั้งสองของหญิงสาวเอาไว้แล้วโน้มหน้าเข้าหาแต่ไม่ทันสัมผัสเนื้อตัว หญิงสาวก็สุดกลั้นด้วยอาการแพ้ท้องหนัก และเหม็นน้ำหอมนายวิโรจน์จึงตะแคงหน้าอาเจียนลงที่เตียง ทำให้วิโรจน์ถึงกับชะงัก “รังเกียจมากนักหรือ เธอไม่ม

  • ทัณฑ์สวาทแม่เลี้ยงสวมรอย   กระชากหน้ากากเจ้าสัวใจบุญ 13.1

    บุษรินทร์เก็บมือถือในกระเป๋าสูท เสียงเคาะเรียกนอกห้องดังขึ้นเรื่อยๆ “ยังไม่เสร็จเลยค่ะเจ้าสัว รอบุษก่อนนะคะ” เธอร้องบอกพลางมองรอบๆ ว่าพอมีอะไรป้องกันตัวได้บ้าง แล้วถ้าเปิดออกไปปืนจ่อหัวเล่า จากจังหวะเคาะประตู รู้เลยว่าวิโรจน์ไม่สบอารมณ์เอามากๆ “คิดจะถ่วงเวลาเหรอ ยังไงคืนนี้เธอไม่รอดหรอก! ”น้ำเสียงของวิโรจน์แฝงความเข่นเขี้ยวหมายข่มขู่ เมื่อแน่ใจว่าหญิงสาวจงใจหลบในห้องน้ำ จากข่มใจจะค่อยๆ หลอกล่อ ชักจะมีโมโห และควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โดยเฉพาะภาพในวงจรปิดที่เห็นว่าบุษรินทร์ทำอะไรบ้าง จนในที่สุดก็เกิดเรื่องแจ้งความ และตำรวจเข้าไปช่วยเมริกาออกมาได้ รู้อย่างนี้เขาฆ่าเมริกา และข่มขืนบุษรินทร์ให้ย่อยยับแต่แรกดีกว่า “ถ้าไม่ออกมาดีๆ ฉันจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ ใครอยู่ข้างนอกบ้าง เข้ามางัดลูกบิดให้กูเดียวนี้! ” เจ้าสัววิโรจน์ออกคำสั่งร้องเรียกลูกน้อง น้ำเสียงกร้าวขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังกลายร่างจากชายสูงวัยใจดีเป็นปีศาจ บุษรินทร์ใจเต้นแรง ตกใจกลัวจนถึงกับคิดอะไรไม่ออก นอกจากความกังวลว่าปราบดาคนเดียวจะช่วยเธอได้ไหม ประตูถูกเคาะแรงขึ้นและคนด้านนอกจับลูกบิดหมุนเพื่อพยายามเปิด เธอจ้องไปอ่างล้างหน้า ซ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status