เข้าสู่ระบบ“ลีว่ามันอาจจะสำคัญก็ได้นะ หุ้นส่วนใหญ่ของโรงแรมหรูขนาดนี้น่ะไม่ธรรมดาหรอกนะจ๊ะ คุณนุสบาผู้จัดการห้องอาหารบอกว่าหุ้นส่วนใหญ่ของที่นี่เป็นชาวต่างชาติ หล่อมากถึงมากที่สุด เธอบอกว่าเขาเป็นผู้ชายทรงเสน่ห์ ดูดีดึงดูดใจโดยไม่ต้องทำอะไรเลย ลีล่ะอยากเห็นตัวจริงว่าจะเป็นอย่างที่เขาร่ำลือกันหรือเปล่า อืม...นุ่น...ดูนุ่นจะรักไวโอลินตัวนี้มากเลยนะ พอว่างลีเห็นนุ่นชอบนั่งลูบมันเหมือนลูบสัตว์เลี้ยงยังไงยังงั้น คงเป็นของที่มีความหมายกับนุ่นมาก”
หญิงสาวในชุดราตรีปักเลื่อมสีนิลก้มลงมองไวโอลินแสนสวยบนตักของมัสมินด้วยแววตาชื่นชมระคนสงสัย เธอมักเห็นเพื่อนของเธอนั่งพิศดูเครื่องดนตรีที่ทำจากไม้ด้วยฝีมือละเอียดลออซึ่งในฐานะผู้เล่นเครื่องดนตรีชนิดนี้แค่มองแวบเดียวก็รู้ว่ามันไม่ได้ผลิตในประเทศแถมราคาคงสูงลิบอย่างมิต้องกังขา มันอาจมีความเชื่อมโยงกับแววตาเศร้าสร้อยที่ปิดไม่มิดของมัสมินตั้งแต่เดินทางมาถึงที่นี่ตามคำชวนของเธอ เกาะแสนงามรายล้อมด้วยน้ำทะเลใสและบรรยากาศอันน่าสุขสันต์ หากทว่ามัสมินเหมือนคนอมทุกข์ไม่ยอมเผยความนัยที่แอบซ่อนไว้ภายใต้กรอบวงหน้ารูปไข่แสนสวยราวหน้ากากแก้วของนางละคร
“ไวโอลินตัวนี้มีความหมายกับนุ่นมากจ้ะลี มันเป็นของรักของนุ่นที่ใครคนหนึ่งซื้อให้นุ่นเป็นของขวัญวันเกิด”
“ใครกันจ๊ะนุ่น...ท่าทางเขาคงรักนุ่นมาก ไวโอลินตัวนี้ไม่ใช่ของราคาถูก ๆ เลยนะ”
มัสมินหันมายิ้มกับพัชชุลีใต้แสงจันทร์เต็มดวงและเกลียวน้ำสะท้อนเงาเงินยวงระยับในท้องทะเล
“เป็นของคนที่นุ่นรัก แต่ตอนนี้เขาจากไปแล้ว...เราเลิกกันแล้วล่ะจ้ะ”
“นี่ใช่มั้ยเป็นเหตุผลที่ทำให้นุ่นรับปากลีว่าจะมาสมุยโดยไม่ต้องคิดให้เสียเวลา ลีสงสัยตั้งแต่นุ่นมาถึงที่นี่แล้ว ขอโทษนะจ๊ะ ลีไม่น่าถามเรื่องที่ทำให้นุ่นต้องคิดมากอย่างนี้เลย”
“ไม่เป็นไรหรอกนะลี เราต่างจากกันด้วยดีต่างหากล่ะจ๊ะ” ว่าพลางก้มลงมองเข็มบนเรือนเวลาบนข้อมือบอกว่าเธอและเพื่อนสาวควรไปถึงห้องอาหารของโรงแรมในตอนนี้
“เราไปห้องอาหารกันเถอะนะ นุ่นต้องเล่นไวโอลินคนแรกด้วย”
พัชชุลีพยักหน้าเปื้อนรอยยิ้มก่อนลุกขึ้นเดินตามมัสมินเข้าไปยังห้องอาหารริมทะเลซึ่งบัดนี้มีแขกของโรงแรมนั่งเต็มเกือบทุกโต๊ะ บรรยากาศการับประทานอาหารชั้นเลิศภายในห้องอาหารของโรงแรมชั้นเยี่ยมอย่าง เซลิโน่ ยิ่งน่าดึงดูดใจสำหรับแขกระดับวีไอพีมากขึ้นหลายเท่าเมื่อร่างระหงในชุดราตรีไหล่เบี่ยงสีขาวสวมรองเท้าส้นสูงประดับมุกก้าวอาด ๆ ไปยืนบนเวทีขนาดเล็กตกแต่งด้วยกล้วยไม้งามหลากสีเป็นพื้นที่โชว์ดนตรีเพื่อขับกล่อมและเพิ่มอรรถรสของการรับประทานอาหารมื้อค่ำให้น่ารื่นรมย์ยิ่งขึ้น
รอยยิ้มแสนหวานบนริมฝีปากอิ่มจิ้มลิ้มเคลือบกลอสสีชมพูอ่อนใสเป็นประกายระบายอยู่บนใบหน้าสวยไร้อาการเขินอายหรือประหม่ากระทั่งดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดไปบรรจบยังใครคนหนึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะหน้าเวที ใกล้เสียจนสมองของเธอไม่ต้องเสียเวลาประมวลผลว่าเธอตาลายหรือฝันไปที่เห็น เขา อยู่ตรงหน้า
ลอวเรนซ์ มาร์โค ริคาร์ดิอาโด เรียวปากอิ่มราบเรียบลงในทันทีทั้งมือซึ่งกุมไวโอลินและคันชักไว้ก็เย็นเยียบแทบไม่รู้สึกว่ากำเครื่องสายไว้แน่นขนาดไหน ใบหน้าคร้ามคมนั้น รูปร่างสูงใหญ่กำยำและผิวสีแทนทองกร้าวกร้านภายใต้เสื้อเชิ้ตลายทางและกางเกงสแล็กนั้นล่องลอยในความสำนึกจดจำของเธอเสมอ ผิดแต่ดวงตาที่จ้องมองมาส่องประกายราวเหล็กกล้าคล้ายจะเชือดเฉือนสิ่งที่เห็นตรงหน้าให้ขาดสะบั้น มัสมินยืนนิ่งราวรูปปั้น นานจนนุสบาผู้จัดการห้องอาหารที่นั่งอยู่โต๊ะเดียวกันกับ เขา คนนั้นและปรีชาหุ้นส่วนคนสำคัญต้องลุกจากเก้าอี้เมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติเพื่อเข้าไปสะกิดหญิงสาวเรียกภวังค์เธอกลับคืน
“คุณมัสมินคะ...เป็นอะไรไปคะ แขกกำลังรอฟังคุณเล่นไวโอลินนะคะ โดยเฉพาะคุณลอวเรนซ์ หุ้นส่วนใหญ่ของเซลิโน่ที่นั่งอยู่กับคุณปรีชาข้างหน้านี่ล่ะค่ะ” เสียงของนุสบาทำให้สติอันวายวุ่นนั้นกลับมาอยู่กับเธอ หากทว่าหญิงสาวกำลังจะสูญเสียการควบคุมตัวเอง มีเพียงก้อนแห่งความละอายแล่นปรี่ขึ้นมาจุกอกและลำคอแห้งผากของมัสมิน
********************************************************************
“คุณนุ่นลาออกจากเซลิโน่ไปสักประมาณเดือนหนึ่งแล้วค่ะ หลังจากนั้นพี่ก็ไม่รู้ข่าวคราวของเธออีกเลย ทั้งที่เธอเล่นไวโอลินเก่งมาก นี่พี่ก็ยังเสียดายนะคะเพราะยังมีแขกที่ติดใจการเล่นของคุณนุ่นหลายคน แต่เราก็ติดต่อเธอไม่ได้เลย ถ้ายังไงน้องนิ่มลองสอบถามไปที่โรงแรมอื่นดูนะคะ อาจจะไมใช่โรงแรมในเกาะสมุยนี่ คุณนุ่นอาจไปเล่นที่ไหนสักแห่งแต่ไม่ได้บอกใคร”นุสบาแนะนำและปัทมาก็พยักหน้ารับอย่างอ่อนใจก่อนจะถอยออกไปนั่งที่เก้าอี้ริมทางเดินริมทะเลมัสมินหายไปไหน? เด็กสาวนั่งมองเบื้องหน้าเห็นก็แต่เวิ้งฟ้าโค้งตัวจรดผืนน้ำดูเดียวดายน่าใจหายนัก เธอตัดสินใจเดินทางมาจังหวัดสุราษฎร์ธานีและไม่คิดปิดบังเรื่องนี้กับมารดาทว่ายังเก็บงำเรื่องเงินหกล้านที่งอกเงยจากเงินห้าหมื่นบาทในบัญชีไม่ยอมเปิดเผยให้ใครรู้ด้วยอยากคลายเงื่อนปมที่ยิ่งขมวดแน่นเข้าทุกทีด้วยตัวเอง“นิ่ม...นิ่มใช่มั้ย?”ปัทมาซึ่งนั่งก้มหน้ามือเท้าคางเงยขึ้นมองที่มาของเสียงก็เห็นว่าเป็นเพื่อนของพี่สาวซึ่งเธอยังจำได้ว่าเป็นพัชชุลี“พี่ลี!” ปัทมาหน้าชื้นขึ้นเล็กน้อยเมื่อร่างบางในชุดก
“เวลาแม่พูดถึงทัตยาน่า ลูกทำเหมือน...ไม่มีอะไรสำคัญ ลูกกำลังส่งสัญญาณอะไรให้แม่รู้หรือเปล่า ว่าไม่มีอะไรที่สำคัญจริง ๆ ““ทุกเรื่องสำหรับแม่สำคัญเสมอครับ...มาย ดาร์ลิ่ง” ลอวเรนซ์กุมมือบางที่ฟูมฟักเขามาแต่อ้อนแต่ออกไว้บนแก้มระคายขนเคราสั้นและทำท่าซุกไซ้ฝ่ามือนั้นอย่างน่ารักน่าใคร่“แต่ไม่ใช่เรื่องนี้”“ทัตยาน่าสวยมาก หรือเขายังไม่เพียบพร้อมสำหรับหัวใจของลูก หรือลูกมีใครที่หัวใจของลูกพร้อมสำหรับเขา”ชายหนุ่มนิ่งไปชั่วอึดใจ เขากำลังครุ่นคิดถึง ใคร อีกคนซึ่งเขาพาตัวเธอไปไว้ที่คฤหาสน์ไกลจากตัวเมืองฟลอเรนซ์ไปไม่มากทันทีที่ลงจากเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว ใครคนนั้นซึ่งยังหลับใหลไม่มีความรู้สึกขณะที่เขารีบกลับมาหามารดาในเวลานี้“ในชีวิตของผมมี La Bella Principessa (ลา เบลลา พรินซิเพซซ่า) เจ้าหญิงผู้เลอโฉมอยู่หนึ่งคน นั่นคือแม่ไงครับ”“แต่เจ้าหญิงผู้เลอโฉมคนนี้เป็นแค่ภาพในอุดมคติของลูกเท่านั้น จิตกรอาจรังสรรค์ภาพวาดตามจินตนาการ แต่อะไรจะเร้าอารมณ์ความรู้สึกของเขาได้เทียมเท่า...ภาพแห่งความเป็
ลอวเรนซ์นิ่งแนบอยู่กับร่างอรชรซึ่งไม่แน่ใจว่าหญิงสาวในอ้อมกอดก้าวล่วงห่างจากภวังค์ฝันหรือยิ่งดำดิ่งลงลึกในห้วงนิมิตแสนหวานยามนี้ เธอโอบแขนเรียวไปบนร่างหนาราวตอบรับทุกถ้อยคำทว่าร่างนั้นกลับมีอาการกระตุกและมีเสียงสะอื้นไห้เล็ดลอดออกมาผะแผ่วราวสะท้อนสะเทือนในอารมณ์“มิวซีอา...ถ้าคุณตื่นอยู่ตอนนี้ผมจะบอกว่าเรากำลังเดินทางไปฟลอเรนซ์ แต่ถ้าคุณยังอยู่ในความฝัน...ก็จะเห็นผมอยู่ที่นั่น ที่ ๆ คุณกำลังจะไป”ใบหน้าคร้ามคมก้มลงมอบสัมผัสนุ่มนวลจากริมฝีปากหนาได้รูปบนหน้าผากเกลี้ยงเกลาของหญิงสาวบนเตียงกว้างภายในห้องส่วนตัวของเครื่องบินเจ็ทที่กำลังขับเคลื่อนทะยานไปใต้แสงตะวันฉาดฉายลอดผ่านหลืบร่องของละอองเมฆบนเวหาโดยปราศจากแม้คำล่ำลาแผ่นดินเกิดของผู้ลืมหลงในนิทรารมย์เชลยรักของมาเฟีย ภาพในกระจกบานใหญ่บนฝาผนังห้องแต่งตัวภายในคฤหาสน์ทรงบาโร้คสีขาวลานตาสะท้อนความงามของสตรีวัยสี่สิบห้าซึ่งแม้อา
ดิมิทรีและสเตฟาโนพยักหน้ารับเมื่อร่างสูงตระหง่านของผู้เป็นนายก้าวเข้าไปภายในห้องนอนที่จัดไว้เป็นสัดส่วนบนตัวเครื่องและปิดประตูลงเสมือนไม่ปรารถนารับรู้สิ่งใดภายนอกอีก ภายในห้องฉ่ำเย็นด้วยแอร์ คอนดิชันเนอร์นั้นเงียบงันลอวเรนซ์ก้าวเข้าไปยังเตียงกว้างซึ่งมีร่างของใครคนหนึ่งนอนคู้ตัวใต้ผ้านวม ชายหนุ่มถอดเสื้อสูทวางไว้ปลายเตียงก่อนจะหย่อนร่างสูงใหญ่ลงนั่งข้าง ๆ คนที่ยังนอนหลับใหลทว่ากลับได้ยินเสียงหอบหายใจจากความเหนื่อยล้าชัดเจนก่อนตัดสินใจกลับอิตาลีกะทันหันเมื่อเช้านี้เขารู้สึกตัวตอนฟ้าสางบนเบาะหลังรถสปอร์ตที่ซึ่งเขาใช้มันเป็นลานหาญหักหัวใจของผู้หญิงคนหนึ่งอย่างไร้ปราณี บนร่างกำยำภายใต้กางเกงเดนิมเพียงตัวเดียวเต็มไปด้วยรอยหยิกข่วนบนหน้าอกและต้นแขนซึ่งมันเพิ่งแผลงฤทธิ์ให้เขารู้สึกเจ็บจี๊ดเมื่อเช้านี้หากก็ยังน้อยไปเมื่อเทียบกับหัวใจแหลกยับของมัสมินที่เขาลืมตัวตะกรุมตะกรามกับเรือนร่างบอบบางอย่างหื่นกระหาย หากไม่นึกอะไรได้เสียก่อนเธอก็คงไปจากชีวิตของเขาเสียแล้วในบัดนี้หลังการกระทำอันป่าเถื่อนเมื่อคืนเขาลืมตาตื่นขึ้นมาเพื่อพบกับคำถามใหม่ว่า ทำไมไม่ยอมปล่อ
เสียงของพนักงานสาวดังขึ้นทันทีที่ปัทมาผลักประตูซึ่งทำจากบานกระจกเข้าไปในสำนักงานของธนาคารในย่านการค้าของเมืองใหญ่ นานเท่าใดแล้วที่เธอไม่ได้ออกมาเดินเที่ยวดูของสวยงามอย่างเด็กสาวคนอื่นปัทมายิ้มรับก่อนจะมุ่งตรงไปหยิบใบรับฝากเงินที่เคาน์เตอร์บริการ แต่แล้วกลับต้องชะงักงันขณะกำลังจะจรดปากกาเขียนจำนวนเงินฝากเมื่อพลิกสมุดไปหน้ารับฝากเงินครั้งสุดท้าย เพราะมันเป็นตัวเลขที่ทำให้เด็กสาวตกใจแทบเป็นลม...หกล้านห้าหมื่นบาทถ้วน! ปัทมามือชาดิก เหงื่อกาฬไหลร่นลงมาจากหน้าผากทั้งที่แอร์ภายในห้องนั้นเย็นฉ่ำเมื่อเห็นตัวเลขมากมายเกินจะเชื่อว่าเป็นเงินของเธอเองหราอยู่บนหน้าสมุดบัญชีที่เพิ่งมีการเคลื่อนไหวตั้งแต่เกือบสามเดือนที่ผ่านมา และเป็นระยะเวลาที่เธอเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เงินนี่มาจากไหนกัน? มันมากจนเจ้าของบัญชีตกใจทำอะไรเงอะเงิ่นหยิบจับของพลัดหล่นจากมืออันสั่นเทาปัทมาหันไปยิ้มกับพนักงานธนาคารก่อนปิดสมุดเล่มเล็กแล้วสอดเข้าไปในกระเป๋าเพื่อเดินกลับออออกไปสงบสติอารมณ์ที่ม้านั่งด้
ไวโอลินสตราดิวารุอุสซึ่งเสียงของมันกังวานหวานใสดุจแก้วเจียระไนก็ไม่ปาน มันไม่เคยห่างตัวเธอเลยนับจากลอวเรนซ์เป็นผู้มอบให้ราวสิ่งนั้นแทนหัวใจของเขา หากก็สายเสียแล้วเพราะเธอตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะไปให้พ้นจากมาเฟียใจทมิฬคนนั้นร่างบอบบางดึงชุดกระโปรงผ้าชีฟองสีขาวแขนยาวมาสวมใส่และของสำคัญอีกสองอย่างที่เอามาถือไว้คือหมวกปีกกว้างและแว่นตาสีชากรอบใหญ่เพื่อการพรางตัว เสียงหอบหายใจดังตลอดเวลาบ่งบอกความเหนื่อยล้าหากก็ไม่ทันเวลาพักผ่อนลอวเรนซ์อาจยังหลับในรถแม้รู้ว่าเขาไม่ค่อยตื่นสายถึงนอนดึกดื่นแค่ไหนซึ่งเธอเรียนรู้นิสัยของเขานับตั้งแต่อยู่ด้วยกัน มัสมินปล่อยทุกอย่างในห้องไว้เช่นนั้น หญิงสาวหิ้วเพียงสัมภาระจำเป็นซึ่งก็คือกระเป๋าใบเดียวก่อนพาร่างกายราแรงเดินตรงไปยังประตูห้องพัก หากแต่ทันทีที่มือบางผลักบานประตูออกกลับต้องพบกับสิ่งที่ทำให้เธอตระหนกสุดขีด“ดิมิทรี!!!”ดวงตากลมโตบนวงหน้างามเบิกกว้างและความตกใจทำให้กระเป๋าร่วงหล่นจากมือ ร่างทั้งร่างของมัสมินทรุดฮวบลงในทันใดแต่ก็ทันที่ชายชาวต่างชาติร่างยักษ์ซึ่งยืนรออยู่หน้าประตูรับเธอไว้ในอ้อมแขนดิมิทรีใน
“มิวซีอา!...เลิกดัดจริตมารยาซะที ผมจะพาคุณไปส่งที่พัก” ร่างสูงกำยำทำเสียงกระด้างใส่ อยากรู้นักถ้าปล่อยให้นอนอยู่ตรงนี้จะรู้สึกเช่นไรหากเขาไม่ช่วยเธอจริง ๆ&
ลอวเรนซ์ไม่รอให้ร่างเล็กที่เขาตรึงไว้แนบแผ่นอกได้ร้องอุทรแม้สักแอะ ชายหนุ่มก้มหน้าลงไปหาใบหน้าหวานซึ่งดวงตาเบิกค้างอย่างตื่นตระหนกเมื่อได้รับจูบอันรุนแรงเป็นการลงทัณฑ์บทแรกจากคนตัวโต เธอยังจำรสลิ้นของเขาได้ก่อนหน้าว่ามันหวานหยาดหยดยิ่งกว่าน้ำผึ้งหลั่งรดชโลมใจ ลอวเรนซ์สอนการบดเคล้าริมฝีปากและซอกซอ
มัสมินตัดสินใจโพล่งออกมาขณะมือบางกุมกระเป๋าไวโอลินบนตักไว้แน่น และดูเหมือนจะได้ผล ลอวเรนซ์ชลอความเร็วลงหากแต่กลับหักพวงมาลัยรถลงทางหาดทรายเปล่าร้างผู้คน เมื่อรถสปอร์ตหรูสีน้ำเงินอาบประกายระยับของแสงจันทร์จอดลงสนิทมัสมินจึงตัดสินใจอีกครั้งเปิดประตูรถและก้าวพรวดออกไปอย่างรวดเร็ว แต่เธอลืมเสีย
ร่างระหงในชุดราตรีไหล่เบี่ยงสีขาวก้าวยาว ๆ ไปบนรองเท้าส้นสูงซึ่งทำให้หญิงสาวที่ต้องหิ้วกระเป๋าไวโอลินไปตามทางเดินมุ่งหน้าสู่ทางออกของโรงแรมเดินได้ไม่เร็วอย่างใจคิด ความหวาดหวั่นและอัดอั้นที่เข้าโจมตีความรู้สึกเมื่อครู่ทำให้เธอแทบกุมสติตัวเองไว้ไม่อยู่ พระพรหมเล่นตลกอะไรกับโชคชะตาของเธอ! ให้เธอเลื







