LOGIN“ค่ะ...คุณนุสบา”
มัสมินอยากจะร่ำไห้ขณะฝืนตอบนุสบาออกไปด้วยความขมขื่น เธอปรารถนาให้เวลาอันแสนอึดอัดนี้ไหลไปให้เร็วที่สุด หญิงสาวแน่ใจในอะไรบางอย่าง แน่ใจว่าผู้ชายหล่อเหลาราวเทพบุตรมาจิติกำลังจ้องมองเธอด้วยแววตาที่ไม่เหมือนเดิม...และจะไม่มีวันเหมือนเดิมตลอดกาล
ร่างระหงแค่นยิ้มให้แขกซึ่งหลายคนก็หันมาสนใจในขณะที่หลายคนก็หันหน้าสนทนาขณะจิบไวน์และไล้เลียดอาหารในจานที่บริกรของโรงแรมเดินไปมาคอยบริการมิให้บกพร่องก่อนท่วงทำนองของบทเพลงขับกล่อมจะเริ่มต้นด้วยความพยายามอย่างยากยิ่งนักกว่าแต่ละตัวโน้ตจะค่อยคืบผ่านนาทีที่ทอดยาวราวตลอดราตรีกาลจากมือเรียวบางเสมือนไร้ความรู้สึกบนเครื่องสายซึ่งตั้งอยู่บนไหล่ของเธอ บทเพลงที่ถูกบรรเลงผ่านไวโอลินสะเทือนไหวหัวใจผู้เล่นในขณะที่เจ้าของร่างสูงใหญ่ใบหน้าคร้ามคมเรือนผมสีน้ำตาลเข้มประกายทองนั่งนิ่งราวแผ่นหินไร้ความรู้สึกมีเพียงสายตาอันคมกริบสะท้อนความเกลียดชังที่ฝังลึกลงไปถึงก้นบึ้งของหัวใจและความมาดหมายจะทำลายคนกลับกลอกให้ย่อยยับในเวลาไม่ช้าไม่นานนี้
ทุกจังหวะที่ถูกถ่ายทอดออกมาไร้ซึ่งความไพเราะใด ๆ สำหรับเจ้าของ ยูนิโก้ แอร์ไลน์และหุ้นส่วนใหญ่ของเซลิโน่ ลอวเรนซ์บอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่าเขาต้องปิดฉากความต่ำช้าของผู้หญิงตรงหน้าด้วยความเจ็บปวดสาหัสจนเธอทนแทบไม่ไหว เขาจะกลืนกินชีวิตของมัสมิน ดับความแพศยาในเลือดเนื้อนวลนิ่มนั้นด้วยหัวใจด้านชาของเขา มัสมินต้องได้รับการตอบแทนเยี่ยงโสเภณีไร้ราคาและให้เธอตายอย่างช้า ๆ ด้วยความพยาบาทที่มันกร่อนลึกอยู่ในสำนึกที่ยากจะกลับไปเป็นเช่นเดิม
“เป็นยังไงบ้างคะคุณลอวเรนซ์ ไพเราะมากใช่ไหมคะสำหรับการแสดงไวโอลินเพลงเมื่อครู่”
นุสบาซึ่งเป็นผู้จัดการห้องอาหารในชุดสูทสีกรมท่าก้าวเข้ามาหาหุ้นส่วนคนสำคัญทั้งสองหลังบทเพลงอันไพเราะจบลงพร้อมเสียงปรบมือถูกอกถูกใจของแขกที่โต๊ะรับประทานอาหาร ปรีชาหันมายิ้มกริ่มกับหนุ่มอิตาเลี่ยนที่เงียบไปหลังผู้เล่นโค้งคำนับขอบคุณแขกและก้าวออกไปจากห้องอาหาร
“เห็นมั้ยล่ะเพื่อน ชาวเอเชียก็เล่นดนตรีคลาสสิคไม่แพ้ชาวยุโรปนะริค ติดใจแล้วล่ะสิ นักดนตรีที่คุณนุสบาติดต่อมาก็สวยมาก นี่ที่นายเงียบไปเพราะถูกใจเพลงรึคนเล่นไวโอลินกันนี่”
“นายบอกฉันเองไม่ใช่หรือว่าอาจจะฟังเพลงเดียวแล้วกลับก็ได้ ฉันคิดว่าฉันฟังพอแล้วสำหรับคืนนี้”
“อ้าว!...นั่นนายจะกลับห้องพักแล้วเรอะ ยังไม่ทันจะทานมื้อค่ำเลย ฉันอุตส่าห์ให้เชฟโชว์ฝีมือทำเนื้อออสเตรเลียน วากิว ย่างราดน้ำเกรวี่หวานอร่อยสำหรับนายเชียวนะ”
ปรีชาทักท้วงเมื่อเห็นลอวเรนซ์ลุกขึ้นและตั้งท่าจะเดินออกไปจากที่นั้นโดยยังไม่ทันแตะอะไรสักอย่างบนโต๊ะอาหาร หุ้นส่วนโรงแรมชาวไทยหันกลับไปยังนุสบาเมื่อเห็นว่านักไวโอลินคนใหม่เริ่มบรรเลงบทเพลงแว่วหวานแทนคนเก่า
“คุณนุสบา แล้วนักดนตรีคนเมื่อกี๊นี้เธอไปไหน เธอเล่นแค่เพลงเดียวเท่านั้นหรือ?”
“คุณมัสมินนะหรือคะ?...เห็นเธอบอกดิฉันว่าไม่ค่อยสบาย ขอตัวกลับที่พักของเธอก่อนค่ะ คุณปรีชา”
คำตอบของนุสบาอาจแค่ผ่านหูของปรีชาหากทว่าสำหรับลอวเรนซ์มันเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความมากจริตของมัสมินที่คงตกใจและอยากหนีหน้าเพราะคิดไปไม่ถึงว่าจะมาพบเขาที่นี่
“ฉันกลับห้องพักก่อนนะปิเอโร่ เนื้อออสเตรเลี่ยน วากิว ค่อยจัดเป็นเบรคฟาสต์ให้ฉันที่ห้องพักพรุ่งนี้ตอนเช้าก็แล้วกัน”
ปรีชาได้แต่ยกมือเกาหัวแกรก ๆ เมื่อหุ้นส่วนสั่งเสร็จแล้วก็กลับห้องพักไปตามความเข้าใจของเขา ชายหนุ่มหันกลับมายังผู้จัดการสาวและยิ้มให้อย่างอารมณ์ดี
“ขอบคุณคุณนุสบามากที่หานักดนตรีฝีมือดีมาเล่นให้แขกฟัง คุณมัสมินเล่นไวโอลินได้เยี่ยมมาก ลอวเรนซ์คงชอบเห็นนั่งฟังจนจบเพลง”
“ไม่เป็นไรค่ะคุณปรีชา ดิฉันมีหน้าที่รับผิดชอบให้ห้องอาหารของเซลิโน่มีชีวิตชีวาสำหรับแขกที่มาพัก เขาจะได้คิดว่าที่นี่คือสวรรค์บนดินจริง ๆ อย่างไรล่ะคะ”
คำกล่าวของนุสบาสร้างความพึงพอใจแก่ผู้นั่งฟังที่พยักหน้ารับเป็นที่ยิ่ง
เสียงที่ดังมาจากอีกด้านทำให้พัชชุลีหลุดออกมาจากภวังค์ลอยเลื่อนและพบว่าแพรวาเพื่อนนักดนตรีสาวร่างเล็กซึ่งเล่นเชลโล่ (ไวโอลินตัวใหญ่) มายืนอยู่ใกล้ตอนไหนไม่รู้ได้ “นุ่นเขาเจ็บมือเลยรีบกลับน่ะ แพรมีอะไรหรือเปล่า?” แพรวาชะเง้อมองตามร่างบางระหงที่เดินลับหายไปจากทางเดินก่อนจะหันกลับมายังพัชชุลี “มัสมินเพื่อนลีเสน่ห์แรงไม่เบาเลยนะรู้มั้ย” “ก็เขาเป็นคนสวยจนลีเทียบไม่ติดเลยล่ะ ทำไมหรือแพร อย่าบอกนะว่ามีแขกมาสนใจเพื่อนลีอยู่ตอนนี้” “แขกโรงแรมสนใจน่ะมันธรรมดา แต่เมื่อคืนแ
“สวัสดีค่ะ คุณมัสมิน...ทำไมวันนี้มาเร็วจัง เอ๊ะ! แล้วมือของคุณไปโดนอะไรมาคะนั่น?” นุสบากล่าวทักนักดนตรีของเธอซึ่งอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงเลคกิ้งสีน้ำเงินสวมรองเท้าทรงบัลเลต์ส้นแบนที่ก้าวเข้ามาภายในห้องอาหารของโรงแรมยามสนธยาโรยตัวลงมาห่มคลุมท้องฟ้าสะท้อนแสงสีอำพันอาบเซลิโน่ให้งดงามราวสวรรค์บนแดนดินริมทะเล ผู้จัดการห้องอาหารรีบเดินเข้ามาเพื่อดูมัสมินด้วยความประหลาดใจระคนเป็นห่วงเมื่อเห็นมือข้างหนึ่งของเธอพันผ้าสีขาวเอาไว้ขณะยกขึ้นพุ่มไหว้ “สวัสดีค่ะ พี่นุสบา นุ่นจะมาขอลางานสักสองสามวันค่ะ พอดีมีอุบัติเหตุกับมือข้างที่ใช้จับสายไวโอลิน นุ่นต้องขอโทษจริง ๆ ค่ะ อาจต้องพักมือให้แผลหายเสียก่อน” “คุณนุ่นคะ...” นุสบาม
“ริค...” หญิงสาวรู้สึกเหมือนใจจะขาดเมื่อลอวเรนซ์เบียดอกกำยำเข้าหาเนินทรวงอวบนุ่มที่คอยจะทะลักล้นออกมานอกชุดราตรีซึ่งบัดนี้ความชื้นทำให้มันแนบผิวอวดสัดส่วนโค้งเว้าดังไวโอลิน “ฉันไม่เคยโกหกคุณ ได้โปรดเถอะนะคะริค อย่าทำแบบนี้กับฉันเพราะมันก็ไม่ได้ช่วยให้ความเข้าใจของคุณดีขึ้นมา” “มิวซีอา...การที่คุณเอาเงินจากพ่อผมแล้วหายไปจากชีวิตของคนที่เขารักคุณมันแสดงเจตนาที่ไม่จริงใจกับคนที่คุณบอกว่ารักเลยสักนิดเดียว” “จะให้ฉันทำยังไงล่ะคะ ฉันยินดีไปจากชีวิตของคุณตอนนี้เลยก็ได้ ฉันจะไป” “คุณไปไหนไม่ได้!”&
มัสมินอยากปฏิเสธแต่ก็ไม่ทันร่างสูงใหญ่ซึ่งทำท่าไม่สนใจว่าเธอจะแสดงอาการแข็งขืนออกมามากเท่าใดก็ตาม ร่างบางในชุดราตรีชื้นหมาดถูกเขากระชากลงมาจากรถแต่หนุ่มอิตาเลี่ยนก็ยังแสดงน้ำใจเล็กน้อยด้วยการดึงกระเป๋าไวโอลินที่เธอกำลังจะกุมไว้ไม่ได้ไปอยู่ในมือของตัวเอง หญิงสาวขืนตัวออกจากแขนหนาที่โอบบ่าเธอไว้อย่างถือสิทธิ์ก่อนจะโพล่งออกไปอย่างเหลืออด “ฉันกลับห้องของฉันเองได้...คุณคงไม่ต้องหวังดีกับฉันขนาดนั้น เพราะถึงยังไงตอนนี้คุณก็แทบไม่อยากเห็นหน้าฉันอยู่แล้ว!” เสียงนั้นสั่นเครือ เธอจะควบคุมตัวเองต่อหน้าเขาได้อย่างไรไม่ให้ความอ่อนแอข้างในสำแดงตัวตนออกมา ทั้งที่ก็รักเขามากขนาดนี้แต่ท่าทีร้ายกาจของลอวเรนซ์ทำให้เธออยากตายมากกว่าจะได้รับแม้เพียงเสี้ยวหนึ่งของความเมตตา “เจ็บขนาดนี้ยังจะมาทำอวดด
“มิวซีอา!...เลิกดัดจริตมารยาซะที ผมจะพาคุณไปส่งที่พัก” ร่างสูงกำยำทำเสียงกระด้างใส่ อยากรู้นักถ้าปล่อยให้นอนอยู่ตรงนี้จะรู้สึกเช่นไรหากเขาไม่ช่วยเธอจริง ๆ “ผมบอกให้คุณลุกขึ้นไง!...มิว...” คำพูดของเขาขาดหายไปเสียเฉย ๆ เมื่อต้องผงะทันทีที่ดึงข้อมือหญิงสาวซึ่งยังนอนแน่นิ่งขึ้นมา นี่เขาผลักมัสมินล้มแรงจนไม่รู้เลยว่าเธอได้บาดแผลเต็มฝ่ามือไปแล้วเมื่อครู่ ลอวเรนซ์ใช้กำลังเพียงน้อยพลิกร่างที่นอนหน้าคว่ำขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนก่อนจะหลงลืมความชิงชังไปชั่วขณะที่ไล้ปลายนิ้วปัดเม็ดทรายและลูบรอยน้ำเค็มออกจากใบหน้าซึ่งก็ยังงดงามอยู่เสมอสำหรับเขา หนุ่มลูกครึ่งไทย ฝรั่งเศส อิตาเลี่ยนต้องสะกดกลั้นความปรารถนาที่กำลังไหลบ่าออกมาอีกครั้งตั้งแต่มัสมินห่างหายไปจากชีวิตของเขาและทำเช่นไรก็ลืมได
ลอวเรนซ์ไม่รอให้ร่างเล็กที่เขาตรึงไว้แนบแผ่นอกได้ร้องอุทรแม้สักแอะ ชายหนุ่มก้มหน้าลงไปหาใบหน้าหวานซึ่งดวงตาเบิกค้างอย่างตื่นตระหนกเมื่อได้รับจูบอันรุนแรงเป็นการลงทัณฑ์บทแรกจากคนตัวโต เธอยังจำรสลิ้นของเขาได้ก่อนหน้าว่ามันหวานหยาดหยดยิ่งกว่าน้ำผึ้งหลั่งรดชโลมใจ ลอวเรนซ์สอนการบดเคล้าริมฝีปากและซอกซอนชิวหาด้วยการจูบแบบฝรั่งเศสแต่ไม่เคยล่วงเกินให้เธอเจ็บช้ำน้ำใจหากแต่บัดนี้เขาเองกลับเป็นผู้ทำลายความฝันอันงดงามของเธอพินาศสิ้น มัสมินเจ็บระบมไปหมดบนริมฝีปากที่เขาเผลอตะบี้ตะบันขบเม้มอย่างไม่นึกสงสาร แม้นี่คือจูบแรกหลังเลิกร้างห่างกันหากแต่ช่างเจ็บปวดทรมานจนหญิงสาวต้องกรีดปลายเล็บลงบนคอของเขาเพื่อตอบโต้และดูเหมือนลอวเรนซ์จะรู้สึกเมื่อเขาถอนริมฝีปากหนาได้รูปและดึงมือบางไปกุมไว้ขณะดวงตาวาวโรจน์จ้องมองดูรอยเลือดจางบนเรียวปากอิ่มและรอยน้ำสีแดงเข้มบนปลายเล็บที่เหน็บลงบนคอของเขา “ริค...ปล่อยนุ่นไปเถอะค่ะ นุ่นสัญญาว่าจะเอาเงินมาชดใช้คืนให้คุณ...ทุกบาท”







