LOGINร่างระหงในชุดราตรีไหล่เบี่ยงสีขาวก้าวยาว ๆ ไปบนรองเท้าส้นสูงซึ่งทำให้หญิงสาวที่ต้องหิ้วกระเป๋าไวโอลินไปตามทางเดินมุ่งหน้าสู่ทางออกของโรงแรมเดินได้ไม่เร็วอย่างใจคิด ความหวาดหวั่นและอัดอั้นที่เข้าโจมตีความรู้สึกเมื่อครู่ทำให้เธอแทบกุมสติตัวเองไว้ไม่อยู่ พระพรหมเล่นตลกอะไรกับโชคชะตาของเธอ! ให้เธอเลือกเดินไปในทางอันเปลี่ยวเหงาพอไม่นานเรื่องเศร้าก็เกิดขึ้นอีก เธอไม่ควรพบเขาเลย แล้วนี่อะไรกัน...ในเมื่อการพบกันครั้งนี้ช่างเป็นเรื่องยากลำบาก ลอวเรนซ์กลายเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของเซลิโน่ รีสอร์ท แอนด์ เรสสิเด้นท์ หญิงสาวกำลังสังวรตัวเองไว้ ไม่ว่าจะรักเขามากแค่ไหน ไม่ว่าความคิดถึงซึ่งยากนักจะห้ามหักนั้นมากมายเท่าใด เธอก็คงเป็นได้แค่มัสมิน ผู้หญิงเห็นแก่เงินที่อยู่อีกฟากฝั่งไม่เห็นเส้นทางระหว่างเธอและเขาจะมาบรรจบกันได้
เอี๊ยด!!
ร่างเพรียวระหงต้องหยุดกึกและรีบกลืนก้อนน้ำรื้นกลับเข้าไปเมื่อรถสปอร์ตคันหรูสีน้ำเงินเบรคลงกะทันหันห่างจากตัวเธอแค่คืบ มัสมินรู้สึกตกใจเมื่อเห็นประตูข้างคนขับถูกเปิดออกโดยมีร่างสูงใหญ่ของหนุ่มลูกครึ่งไทย ฝรั่งเศส อิตาเลี่ยนก้าวลงมายืนประชิดร่างของเธอซึ่งรูปร่างอย่างชาวยุโรปข่มหญิงเอเชียให้ดูเล็กไปถนัดตา
“ริค!...” ดวงตากลมโตเบิกกว้างขณะรูม่านตาขยายเต็มที่รับภาพอันชัดเจนใต้แสงจันทร์สาดส่องของบุรุษผมสีน้ำตาลเข้มประกายทองซึ่งเธอพบเขาที่ห้องอาหารเมื่อครู่
“คุณยังจำผมได้หรือ...มิวซีอา แล้วนี่รีบร้อนจะไปไหน”
ลอวเรนซ์ตั้งคำถามด้วยน้ำเสียงอันราบเรียบหากทว่าประกายตากลับกล้าแข็งสวนทางกับท่าทีนิ่มนิ่งนั้น
“นุ่น...เอ้อ...ฉันกำลังจะกลับที่พักค่ะ ขอตัวนะคะ...อุ๊ย!” มัสมินร้องออกมาเบา ๆ เมื่อแขนเรียวถูกมือหนารั้งเอาไว้ด้วยท่าทีไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
“ผมจะไปส่ง!”
“ฉันกลับเองได้ค่ะ...โอ๊ย! ริค...ฉันเจ็บนะคะ!” หญิงสาวร้องดังขึ้นเมื่อรู้สึกเจ็บแปลบบนต้นแขนจากแรงบีบของบุรุษใบหน้าหล่อเหลาทว่าเหี้ยมเกรียมนัก
“ที่ร้องออกมานี่ ไม่อยากไปจริง ๆ รึแค่มารยา...ต้องให้เขียนเช็คให้รึไงถึงจะตกลงใจไปกับผู้ชายคนไหนก็ได้!”
“คุณพูดเกินไปแล้วนะคะ ริค! ฉันจะกลับที่พักของฉัน!”
“คุณยังไปไหนไม่ได้ มิวซีอา! คุณต้องไปกับผมเดี๋ยวนี้ ต้องไปกับผมเท่านั้น!”
มัสมินตัวปลิวไปตามแรงกระชากซึ่งในที่นั้นไม่มีใครแม้สักคนเดินผ่านไปมา เขาเหวี่ยงร่างของเธอเข้าไปในรถสปอร์ตอย่างไม่ปราณีปราศรัยก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์ดังกระหึ่มพ้นออกไปจากป้ายแกรนิตขนาดใหญ่ใต้แสงสปอร์ตไลต์ของสวรรค์บนดินอย่างเซลิโน่
มัสมินไม่พูดอะไรกับ เขา คนเคยรักไปตลอดทาง มีแต่ความหวาดหวั่นแล่นจับขั้วหัวใจอันเหน็บหนาว เธอกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาใหญ่ที่รู้ตัวดีว่าอาจแก้ได้ไม่ตก ท่าทีที่เคยนุ่มนวลอ่อนหวานของลอวเรนซ์เปลี่ยนไปชนิดหน้ามือเป็นหลังมือแล้วในตอนนี้
หนุ่มอิตาเลี่ยนคงโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงตั้งแต่เธอพาตัวเองออกห่างจากชีวิตของเขาแลกกับเงินก้อนใหญ่เพื่อยื้อลมหายใจของปัทมาซึ่งเธอไม่เคยบอกลอวเรนซ์เลยว่าน้องสาวของเธอกำลังเผชิญโรคร้ายในระยะวิกฤติ ทว่าเธอก็ตัดสินใจไปแล้ว เฉือนหัวใจตัวเองทิ้งไปทั้งรู้ก็รู้ว่าเจ็บปวดทุรนทุรายเหลือที่ แต่ทุกอย่างก็น่าจะเหมาะควร ลูกชายมหาเศรษฐีอย่างจิอานนี่ควรมีอนาคตอันงดงามกับคนที่คู่ควรกับเขามากกว่าเธอ
หญิงสาวอยากร้องไห้ทั้งไม่กล้าหันไปมองใบหน้าขึ้งเคียดด้วยครั่นคร้ามต่อความโมโหของลอวเรนซ์ เธอยังคงนึกถึงคำพูดของจิอานนี่ที่กล่าวถึงบุตรชายของเขาและยังจำมันได้ดี
“ลูกชายของผมมีนิสัยอย่างหนึ่งที่ทำยังไงผมก็ยังกำราบเขาไม่ลง เขาเชื่อมั่นในตัวเองสูงมากและหัวแข็งจนไม่เคยอ่อนข้อให้ใครเลยแม้แต่พ่อของเขาเอง ถ้าเขาเชื่ออะไรแล้วก็จะยึดติดกับความเชื่อของตัวเองอยู่อย่างนั้น จนกว่าเขาจะค้นพบด้วยตัวเองว่าสิ่งที่เขาเชื่อมาตลอดเป็นเรื่องที่ผิด”
นี่เป็นโฉมหน้าอีกด้านของคนที่เคยรักเธอมากกว่าสิ่งใด หยาบร้ายจนมัสมินคิดไม่ออกว่าจะพูดอย่างไรให้เขาเข้าใจเจตจำนงอันแท้จริงของเธอ
“ริคคะ...”
“คุณยังจำชื่อผมได้อีกหรือ...ผู้ชายโง่ ๆ คนหนึ่งที่ให้คุณหลอกใช้เอาเงินไปหาความสบายของตัวเอง!”
ลอวเรนซ์สวนกลับมาทันควันที่หญิงสาวนั่งเบาะข้างตัดสินใจทำลายความเงียบด้วยการเรียกชื่อเขา มัสมินเหลือบแลใบหน้าเครียดเคร่งและดวงตาส่องประกายกล้าแข็งมองไปข้างหน้าบนเส้นทางทอดตัวคดเคี้ยวตามแนวหาดทรายใต้แสงจันทร์วันเพ็ญ
เธออยากจะอยู่นิ่งเฉยหากไม่เห็นว่าเขาเหยียบคันเร่งจนตัวเลขบอกความเร็วบนหน้าปัดดิจิทัลทะลุพิกัดที่กำหนดบนท้องถนนไปมากแล้ว ตัวตนของเขานอกจากโมหะแรงยังบ้าบิ่นจนเธอนึกไปไม่ถึงว่าอีกด้านของเทพบุตรจะเป็นยิ่งกว่าซาตานมาจุติ
“ริค! คุณขับรถเร็วไปแล้วนะคะ!”
เสียงที่ดังมาจากอีกด้านทำให้พัชชุลีหลุดออกมาจากภวังค์ลอยเลื่อนและพบว่าแพรวาเพื่อนนักดนตรีสาวร่างเล็กซึ่งเล่นเชลโล่ (ไวโอลินตัวใหญ่) มายืนอยู่ใกล้ตอนไหนไม่รู้ได้ “นุ่นเขาเจ็บมือเลยรีบกลับน่ะ แพรมีอะไรหรือเปล่า?” แพรวาชะเง้อมองตามร่างบางระหงที่เดินลับหายไปจากทางเดินก่อนจะหันกลับมายังพัชชุลี “มัสมินเพื่อนลีเสน่ห์แรงไม่เบาเลยนะรู้มั้ย” “ก็เขาเป็นคนสวยจนลีเทียบไม่ติดเลยล่ะ ทำไมหรือแพร อย่าบอกนะว่ามีแขกมาสนใจเพื่อนลีอยู่ตอนนี้” “แขกโรงแรมสนใจน่ะมันธรรมดา แต่เมื่อคืนแ
“สวัสดีค่ะ คุณมัสมิน...ทำไมวันนี้มาเร็วจัง เอ๊ะ! แล้วมือของคุณไปโดนอะไรมาคะนั่น?” นุสบากล่าวทักนักดนตรีของเธอซึ่งอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงเลคกิ้งสีน้ำเงินสวมรองเท้าทรงบัลเลต์ส้นแบนที่ก้าวเข้ามาภายในห้องอาหารของโรงแรมยามสนธยาโรยตัวลงมาห่มคลุมท้องฟ้าสะท้อนแสงสีอำพันอาบเซลิโน่ให้งดงามราวสวรรค์บนแดนดินริมทะเล ผู้จัดการห้องอาหารรีบเดินเข้ามาเพื่อดูมัสมินด้วยความประหลาดใจระคนเป็นห่วงเมื่อเห็นมือข้างหนึ่งของเธอพันผ้าสีขาวเอาไว้ขณะยกขึ้นพุ่มไหว้ “สวัสดีค่ะ พี่นุสบา นุ่นจะมาขอลางานสักสองสามวันค่ะ พอดีมีอุบัติเหตุกับมือข้างที่ใช้จับสายไวโอลิน นุ่นต้องขอโทษจริง ๆ ค่ะ อาจต้องพักมือให้แผลหายเสียก่อน” “คุณนุ่นคะ...” นุสบาม
“ริค...” หญิงสาวรู้สึกเหมือนใจจะขาดเมื่อลอวเรนซ์เบียดอกกำยำเข้าหาเนินทรวงอวบนุ่มที่คอยจะทะลักล้นออกมานอกชุดราตรีซึ่งบัดนี้ความชื้นทำให้มันแนบผิวอวดสัดส่วนโค้งเว้าดังไวโอลิน “ฉันไม่เคยโกหกคุณ ได้โปรดเถอะนะคะริค อย่าทำแบบนี้กับฉันเพราะมันก็ไม่ได้ช่วยให้ความเข้าใจของคุณดีขึ้นมา” “มิวซีอา...การที่คุณเอาเงินจากพ่อผมแล้วหายไปจากชีวิตของคนที่เขารักคุณมันแสดงเจตนาที่ไม่จริงใจกับคนที่คุณบอกว่ารักเลยสักนิดเดียว” “จะให้ฉันทำยังไงล่ะคะ ฉันยินดีไปจากชีวิตของคุณตอนนี้เลยก็ได้ ฉันจะไป” “คุณไปไหนไม่ได้!”&
มัสมินอยากปฏิเสธแต่ก็ไม่ทันร่างสูงใหญ่ซึ่งทำท่าไม่สนใจว่าเธอจะแสดงอาการแข็งขืนออกมามากเท่าใดก็ตาม ร่างบางในชุดราตรีชื้นหมาดถูกเขากระชากลงมาจากรถแต่หนุ่มอิตาเลี่ยนก็ยังแสดงน้ำใจเล็กน้อยด้วยการดึงกระเป๋าไวโอลินที่เธอกำลังจะกุมไว้ไม่ได้ไปอยู่ในมือของตัวเอง หญิงสาวขืนตัวออกจากแขนหนาที่โอบบ่าเธอไว้อย่างถือสิทธิ์ก่อนจะโพล่งออกไปอย่างเหลืออด “ฉันกลับห้องของฉันเองได้...คุณคงไม่ต้องหวังดีกับฉันขนาดนั้น เพราะถึงยังไงตอนนี้คุณก็แทบไม่อยากเห็นหน้าฉันอยู่แล้ว!” เสียงนั้นสั่นเครือ เธอจะควบคุมตัวเองต่อหน้าเขาได้อย่างไรไม่ให้ความอ่อนแอข้างในสำแดงตัวตนออกมา ทั้งที่ก็รักเขามากขนาดนี้แต่ท่าทีร้ายกาจของลอวเรนซ์ทำให้เธออยากตายมากกว่าจะได้รับแม้เพียงเสี้ยวหนึ่งของความเมตตา “เจ็บขนาดนี้ยังจะมาทำอวดด
“มิวซีอา!...เลิกดัดจริตมารยาซะที ผมจะพาคุณไปส่งที่พัก” ร่างสูงกำยำทำเสียงกระด้างใส่ อยากรู้นักถ้าปล่อยให้นอนอยู่ตรงนี้จะรู้สึกเช่นไรหากเขาไม่ช่วยเธอจริง ๆ “ผมบอกให้คุณลุกขึ้นไง!...มิว...” คำพูดของเขาขาดหายไปเสียเฉย ๆ เมื่อต้องผงะทันทีที่ดึงข้อมือหญิงสาวซึ่งยังนอนแน่นิ่งขึ้นมา นี่เขาผลักมัสมินล้มแรงจนไม่รู้เลยว่าเธอได้บาดแผลเต็มฝ่ามือไปแล้วเมื่อครู่ ลอวเรนซ์ใช้กำลังเพียงน้อยพลิกร่างที่นอนหน้าคว่ำขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนก่อนจะหลงลืมความชิงชังไปชั่วขณะที่ไล้ปลายนิ้วปัดเม็ดทรายและลูบรอยน้ำเค็มออกจากใบหน้าซึ่งก็ยังงดงามอยู่เสมอสำหรับเขา หนุ่มลูกครึ่งไทย ฝรั่งเศส อิตาเลี่ยนต้องสะกดกลั้นความปรารถนาที่กำลังไหลบ่าออกมาอีกครั้งตั้งแต่มัสมินห่างหายไปจากชีวิตของเขาและทำเช่นไรก็ลืมได
ลอวเรนซ์ไม่รอให้ร่างเล็กที่เขาตรึงไว้แนบแผ่นอกได้ร้องอุทรแม้สักแอะ ชายหนุ่มก้มหน้าลงไปหาใบหน้าหวานซึ่งดวงตาเบิกค้างอย่างตื่นตระหนกเมื่อได้รับจูบอันรุนแรงเป็นการลงทัณฑ์บทแรกจากคนตัวโต เธอยังจำรสลิ้นของเขาได้ก่อนหน้าว่ามันหวานหยาดหยดยิ่งกว่าน้ำผึ้งหลั่งรดชโลมใจ ลอวเรนซ์สอนการบดเคล้าริมฝีปากและซอกซอนชิวหาด้วยการจูบแบบฝรั่งเศสแต่ไม่เคยล่วงเกินให้เธอเจ็บช้ำน้ำใจหากแต่บัดนี้เขาเองกลับเป็นผู้ทำลายความฝันอันงดงามของเธอพินาศสิ้น มัสมินเจ็บระบมไปหมดบนริมฝีปากที่เขาเผลอตะบี้ตะบันขบเม้มอย่างไม่นึกสงสาร แม้นี่คือจูบแรกหลังเลิกร้างห่างกันหากแต่ช่างเจ็บปวดทรมานจนหญิงสาวต้องกรีดปลายเล็บลงบนคอของเขาเพื่อตอบโต้และดูเหมือนลอวเรนซ์จะรู้สึกเมื่อเขาถอนริมฝีปากหนาได้รูปและดึงมือบางไปกุมไว้ขณะดวงตาวาวโรจน์จ้องมองดูรอยเลือดจางบนเรียวปากอิ่มและรอยน้ำสีแดงเข้มบนปลายเล็บที่เหน็บลงบนคอของเขา “ริค...ปล่อยนุ่นไปเถอะค่ะ นุ่นสัญญาว่าจะเอาเงินมาชดใช้คืนให้คุณ...ทุกบาท”







