Share

บทที่ 7

Penulis: ปรมาจารย์ยูผู้เล่นควัน
ในที่สุดรถเบนท์ลีย์ก็มาหยุดที่ ริเวอร์เดล เวอร์เทียส คอร์ท ร้านอาหารที่ดังที่สุดในเมือง สถานที่ที่มีเฉพาะเหล่าเศรษฐีแหละคนดังถึงจะมารับประทานอาหารที่นี่ได้ เวอร์เทียส คอร์ท กำหนดให้ผู้ที่จะมาทำการจองร้านจะต้องเป็นสมาชิกที่มีการใช้จ่ายขั้นต่ำอย่างน้อยหนึ่งล้าน เพื่อที่จะรักษาสิทธิ์การเป็นสมาชิกเอาไว้ได้

และที่นั่น ผู้ที่ยืนอยู่ตรงประตูทางเข้าของ เวอร์เทียส คอร์ท คือนักธุรกิจชื่อดัง ผู้บริหารของ ซีวิล เทรดดิ้ง กรุ๊ป รัสเซล ฟีลด์ บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการนำเข้าและส่งออกโดยจะเน้นที่ผลงานศิลปะ ในฐานะผู้บริหารของบริษัท แค่ตัวรัสเซลเองก็ร่ำรวยมีทรัพย์สินถึงสามพันล้าน และเขายังเป็นนักสะสมชื่อดังที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกอีกด้วย คนดังที่มาอยู่ในชุมชนของนักสะสมท้องถิ่น

รัสเซลได้พาเหล่าผู้บริหารระดับสูงอีกกว่าสิบคน มายืนรอด้วยความเคารพที่ด้านหน้าทางเข้าร้าน เวอร์เทียส คอร์ท กับเขาด้วย เหตุการณ์นี้สร้างความตกตะลึงให้เหล่าผู้ที่มาทานอาหารที่ร้านไม่น้อย บางส่วนถึงกับอุทานออกมา

“นั่นไม่ใช่ผู้บริหารของ ซีวิล เทรดดิ้งกรุ๊ป รัสเซล ฟีลด์หรอกเหรอ? เขามายืนรอใครกัน มากันเยอะแยะ อลังการขนาดนี้?”

“ช่างเป็นภาพที่หาดูได้ยากนัก! นักธุรกิจพันล้านอย่างรัสเซลมายืนรออย่างนอบน้อมอยู่ที่ทางเข้าของร้าน เวอร์เทียส คอร์ท”

“จะมีคนสำคัญมาที่ร้านอย่างนั้นหรอ? เขาเป็นใครกันนะ ต้องไม่ได้มาจากริเวอร์เดลเป็นแน่”

เมื่อฟิลิปเห็นกลุ่มคนแต่งตัวดีมีชาติตระกูลยืนรอต้อนรับอยู่ที่ทางเข้าของ เวอร์เทียส คอร์ท เขานั่งขมวดคิ้วอยู่ด้านในรถเบนท์ลีย์ “ผมบอกว่าไม่ต้องการเป็นที่สนใจไม่ใช่เหรอ? การต้อนรับใหญ่โตนี่มันอะไรกัน?”

จอร์จยิ้มเจื่อนออกมา “นายน้อย ท่านประธานฟีลด์คงอยากจะสร้างความประหลาดใจให้คุณ”

“ประหลาดใจกะผีน่ะสิ! ผมไม่ชอบ” ฟิลิปพูดอย่างเย็นชา “ไปจอดรถที่ลานจอดรถแล้วบอกเพื่อนของคุณให้มาพบพวกเราเป็นการส่วนตัว”

“เข้าใจแล้วครับ นายน้อย” จอร์จพยักหน้า

รถยนต์เคลื่อนตัวออกไปยังลานจอดรถ

รัสเซลยืนรออยู่ที่ด้านหน้าเวอร์เทียส คอร์ท อย่างใจเย็นเฝ้ารอแขกคนสำคัญของเขาที่จะมาถึงในวันนี้ เขาบากหน้าไปขอร้องเพื่อนสำหรับโอกาสนี้

ด้านข้างเขาคือลูกชายของเขา ไทเลอร์ ฟีลด์ หนุ่มน้อยเอามือล้วงกระเป๋าก่อนจะพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ “พ่อ นี่เรากำลังรอใครอยู่? พวกเขาจะหยิ่งยโสเกินไปแล้วนะ นี่มันก็ผ่านไปกว่า 20 นาทีแล้ว”

รัสเซลเหลือบมองหน้าไทเลอร์ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยเสียงเบา “ทำตัวให้ดี ถ้าพวกเขามาถึงแล้วแกสร้างความผิดพลาดอะไร ฉันจะจัดการกับแกทีหลัง”

ไทเลอร์พ่นลมหายใจออกมาอย่างไม่พอใจ รู้สึกเศร้าใจขึ้นไปอีก เขาวางแผนที่จะไปคลับกับเพื่อนของเขา แต่พ่อกับลากเขามาที่นี่เพื่อมาพบกับนักลงทุนคนสำคัญ อย่างไรก็ตามเขาก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของชายคนนั้นว่าจะโผล่มาเสียที

ในขณะนั้นเอง รัสเซลก็ได้รับโทรศัพท์ เขาหมุนตัวกลับด้วยท่าทีจริงจัง “เอาล่ะทุกคนเข้าไปด้านในกัน พวกเขามาถึงที่นี่แล้ว”

มาถึงที่นี่แล้ว? หลายหลายคนต่างรู้สึกสับสนแต่ส่วนมากพวกเขารู้สึกหงุดหงิด

ไทเลอร์รู้สึกโกรธมากขึ้นไปอีก เขาบ่นอุบเบา ๆ “บ้าอะไรกันวะเนี่ย? คนคนนี้เป็นใครกัน? จนถึงตอนนี้ฉันก็รอมาเกือบทั้งวันแล้วแต่ไม่ยักกะเห็นแม้แต่เงาของพวกเขา” แต่ถึงกว่านั้นเขาก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกมาต่อหน้าพ่อของเขา ทำได้แต่เพียงย่นหน้าแล้วตามรัสเซล เข้าไปในร้านอาหาร

เมื่อรัสเซลได้รับโทรศัพท์เขาก็พาลูกชายติดตามไปด้วย รีบเร่งไปที่ห้องรับรองส่วนตัวตรงหัวมุม

เมื่อประตูถูกผลักออก ไทเลอร์ก็พบเข้ากับคนสองคนที่ยืนอยู่ด้านใน แต่สายตาของเขาจับจ้องไปที่ฟิลิป

บ้าเอ้ย? นี่น่ะเหรอนักลงทุนคนสำคัญ? พ่อจะต้องตาบอดไปแล้วแน่ ส่วนไหนของชายคนนี้กันที่ดูภูมิฐาน เขาดูเหมือนพวกผู้อพยพมาใช้แรงงานข้างถนนมากกว่า

ไทเลอร์อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะออกมา ความไม่พอใจของเขาเพิ่มมากขึ้นไปอีก ต้องขอบคุณชายคนนี้ที่ทำให้เขาไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน

ตรงข้ามกับรัสเซลที่ยื่นมือสองมือของเขาออกไปหา จอร์จที่ยื่นอยู่โดยใช้ไม้เท้าค้ำ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“ท่านประธานโทมัส ในที่สุดคุณก็มาถึงแล้ว”

จอร์จยิ้มและพยักหน้า ยื่นมือเพียงแค่ข้างเดียวออกไปเพื่อให้ชายหนุ่มจับ

รัสเซลหันหน้าไปทางชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านข้างจอร์จ “และนี่คือ…?”

“นี่คือนายน้อยของผม นายน้อยคลาร์ค และเขายังเป็นนักลงทุนคนนึงอีกด้วย” จอร์จแนะนำพร้อมกับรอยยิ้ม

นาย...นายน้อย? จอร์จ โทมัส นายน้อยของประธานจอร์จ?

รัสเซลเป็นประธานของบริษัท เขามีทรัพย์สินมูลค่าสามพันล้าน และเขายังเป็นคนมีชื่อเสียงในเมืองริเวอร์เดลแห่งนี้ถึงแม้เขาจะไม่สามารถสู้กับจอร์จ ผู้ที่มีทรัพย์สินมากกว่าหนึ่งพันล้านได้ แต่อย่างน้อยเขาก็เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

เล่ากันมาว่าจอร์จ โธมัส ตั้งตัวขึ้นมาได้จากการทำงานให้กับตระกูลลึกลับที่มั่งคั่งตระกูลหนึ่ง และตระกูลนั้นก็เป็นผู้ครอบครองสินทรัพย์มากกว่าครึ่งหนึ่งในโลกนี้ นั่นก็หมายความว่านายน้อยของตระกูลคนนี้ก็เป็นคนที่น่ากลัวคนนึง เขาจะต้องเป็นคนที่น่าเกรงขามมากอย่างแน่นอน

เมื่อคิดได้ดังนั้น รัสเซลก็ยื่นมือออกไปจับมือเขาด้วยความประหม่า “ผมรัสเซล ฟีลด์ ผู้รับใช้อันต่ำต้อยคนนี้ มีตาหามีแววไม่ มองไม่ออกว่าคุณคือนายน้อยคลาร์ก ผมหวังว่านายน้อยจะยกโทษให้ผมได้นะครับ”

ฟิลิปพยักหน้าและจับมือกับเขาก่อนจะพูดขึ้น “ประธานฟีลด์ ผมยังมีเรื่องที่ต้องทำอีกมาก เรามาเข้าเรื่องกันเลยเถอะ ผมได้ยินจากจอร์จมาว่าบริษัทของคุณต้องการเงินสนับสนุน บอกตัวเลขผมมาเลย”

รัสเซลเหลือบมองไปทางจอร์จ แต่ก็ได้เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังพักสายตา รัสเซลจึงพูดขึ้น “นายน้อยคลาร์ก บริษัทของเรากำลังเตรียมการที่จะเปิดตลาดงานศิลปะเข้าสู่นานาประเทศ ช่องทางการขายในประเทศอเมริกาและอิตาลีดูจะดำเนินการไปได้เป็นอย่างดี ดังนั้นจากการคาดการณ์ของเราต้องการเงินหรอเงินลงทุนประมาณหนึ่งพันล้านครับ แต่กรุณาอย่ากังวลไป เราจะแบ่งหุ้นให้คุณ 25% และยังมีโบนัสประจำปีอีกด้วย”

เงินจำนวนหนึ่งพันล้าน ไม่ใช่ตัวเลขน้อย ๆ เลยถึงแม้รัสเซล จะมีทรัพย์สินสามพันล้าน แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะเสี่ยงเอาเงินหนึ่งพันล้านไปลงทุน

พันล้าน ฟิลิปพึมพำ ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาดูจะใช้ความคิดหนัก

นี่ทำให้รัสเซลรู้สึกกระวนกระวายใจอยู่ข้างใน การที่จะขอเงินลงทุนหนึ่งพันล้านตั้งแต่ครั้งแรกเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหญ่ นอกเหนือจาก เอเปก กรุ๊ป แล้วก็คงไม่มีใครในเมืองริเวอร์เดลแห่งนี้ที่จะมีความสามารถพอที่จะช่วยลงทุนให้กับเขาได้

แต่สิ่งที่ฟิลิปพูดมาถัดจากนั้นถึงกับทำให้รัสเซลตกตะลึงไปชั่วขณะหนึ่ง แม้แต่ไทเลอร์ ที่เคยดูถูกฟิลิปตั้งแต่ตอนเดินเข้ามาในห้องก็ยังตกตะลึงไปเช่นกัน

“ผมจะลงทุนสองพันล้านแต่ผมต้องการส่วนแบ่ง 40%” ฟิลิปยิ้มราวกับว่าเขาเพียงแค่พูดถึงเรื่องตัวเลขธรรมดาทั่วไปเท่านั้น

สองพันล้าน! นี่เขาฝันไปหรือเปล่า? รัสเซลรู้สึกราวกับว่านางฟ้าแห่งความโชคดีกำลังช่วยเขาอยู่ ช่างเป็นเรื่องน่าประหลาดใจแท้

บริษัทของเขามีสินทรัพย์ทั้งหมดรวมกันเกินสามพันล้านอยู่เล็กน้อยแต่นี่พวกเขากลับเสนอที่จะลงทุนสองพันดอลลาร์อย่างง่ายดาย ช่างน่ากลัวเสียจริง! นี่มันจะน่ากลัวเกินไปแล้ว! หรือนี่คืออำนาจแห่งเงินเงินทุนของเหล่าชนชั้นสูงที่แอบซ่อนอยู่?

ส่วนแบ่ง 40% ก็ยังถือว่ารับได้สำหรับเงื่อนไขนี้ “นายน้อยครับ คุณแน่ใจหรือครับว่าจะลงทุนสองพันล้าน” รัสเซลแทบจะพูดไม่ออกเนื่องด้วยความตื่นเต้นที่มีมากเกิน แต่เขาก็สงบสติอารมณ์ของตัวเองลงเพื่อที่จะถามขึ้น

“น้อยไปอย่างนั้นเหรอ? ฉันเพิ่มให้อีกนิดก็ได้นะ” ฟิลิปพูดด้วยท่าทีสบาย ๆ

อีก...อีกนิดงั้นเหรอ?!

รัสเซลแทบจะล้มทั้งยืน เขารีบตอบกลับ “ไม่ ไม่เลยครับสองพันล้านก็พอแล้ว”

แค่นี้ก็พอแล้วด้วยเงินสองพันล้าน รัสเซลมั่นใจว่าเขาจะสามารถตีตลาดทั้งอเมริกาและอิตาลีได้ และหลังจากนั้นบริษัทของเขาเองก็จะสามารถทำกำไรพุ่งขึ้นไปถึงหนึ่งพันล้านได้

รัสเซลรีบบอกให้เลขาของเขาเข้ามาด้านในพร้อมกับกล่องยาวหรูหราในมือ รัสเซลหยิบเอาม้วนกระดาษออกมาจากกล่อง คลี่ออกพร้อมกับยิ้ม “นายน้อยคลาร์ก นี่เป็นภาพเขียนของแท้โดยจิตรกรที่มีชื่อเสียง ทัง โบฮู จากประเทศจีน ผมเก็บไว้มานานหลายปีและวันนี้ผมอยากจะมอบมันให้กับคุณในฐานะเหรียญรางวัลแสดงถึงความยินดียิ่งของผม”

ในฐานะนักสะสมที่มีชื่อเสียงในประเทศ ภาพวาดที่รัสเซลมอบให้เป็นของขวัญนี้เป็นของแท้อย่างแน่นอน ในตลาดภาพวาดของทางโบว์ฮูมีมูลค่ามากกว่าสิบล้าน

อย่างไรก็ตามสำหรับรัสเซลล์แล้วเปรียบเทียบกับมูลค่าที่ฟิลิปลงทุนกับเขา ภาพวาดนี้เทียบไม่ติดเลยสักนิด

ฟิลิปเพียงแค่จ้องมองไปที่ภาพนั้นและพยักหน้า “ขอบคุณมาก ท่านประธานฟีลด์” เขาม้วนภาพกลับก่อนจะสอดไว้ที่ใต้แขนและเดินออกจากห้องอาหารส่วนตัวไปกับจอร์จ

เมื่อพวกเขาออกจากห้องไป ฟิลิปมองเห็นชายวัยกลางคนแต่งกายด้วยชุดสูทเต็มยศ เดินเข้ามาหาพวกเขาพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า “นายน้อยคลาร์ก กรุณารอก่อนครับ ผมเป็นเจ้าของร้านอาหาร เวอร์เทียส คอร์ท แห่งนี้ชื่อ คาเวียร์ มอร์ริส ครับ”

ทั้งฟิลิปและจอร์จหยุดชะงักมองไปที่ชายวัยกลางคนด้วยความสับสน

เมื่อคาเวียร์เห็นจอร์จยืนนิ่งอยู่ด้านหลังฟิลิป เขาก็รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก มันเป็นเรื่องจริง! ประธานฟีลด์ พูดได้ถูกต้อง! ชายหนุ่มที่สามารถทำให้ชายที่มั่งคั่งที่สุดในเมืองยืนอยู่ด้านหลังเขาได้ต้องเป็นคนที่พิเศษมากแน่

“นายน้อยคลาร์ก ประธานโทมัส ผมไม่ทราบว่าพวกคุณทั้งสองจะมาที่นี่จึงไม่ได้ออกมาต้อนรับคุณ นี่เป็นบัตรแพลทตินั่ม วีไอพี สำหรับห้องอาหารเวอร์เทียส คอร์ท ถ้านายน้อยคลาร์ก ไม่รังเกียจ กรุณารับไว้ด้วยเถอะครับ” คาเวียร์พูดขึ้น เขามีเป้าหมายที่จะตีสนิทกับฟิลิปในคืนนี้

ฟิลิปมองไปที่คาเวียร์ครู่นึง หยิบบัตรสมาชิกมาก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ขอบคุณมาก”

หลังจากนั้นเขาก็เริ่มต้นเดินอีกครั้งปล่อยให้จอร์จจัดการเรื่องที่เหลือ

จอร์จยืนรอสักพักก่อนจะพูดขึ้น “มิสเตอร์คาเวียร์ นายน้อยของผมไม่ชอบเป็นที่จะเป็นจุดสนใจ ถ้าหากใครถาม…”

“เข้าใจแล้วครับ เข้าใจแล้ว ท่านประธานโทมัส อย่าได้กังวลไป จะไม่มีใครนอกเหนือจากผมรู้ตัวตนของ นายน้อยคลาร์กเด็ดขาด” คาเวียร์ รีบรับปากยืนยันออกไปทันที

กลับมาที่ฟิลิป หลังจากออกมาจาก เวอร์เทียส คอร์ท เชาเลือกที่จะไม่นั่งรถเบนท์ลีย์ไปกับจอร์จ แต่จะเช่าจักรยานแทน อย่างไรก็ตามในขณะที่เขาเพิ่งจะก้าวเท้าออกมานอกประตูร้าน เขาก็บังเอิญเจอเข้ากับวินน์ จอห์นสตัน!

ตายล่ะ! เขาจะอธิบายยังไงดีกับการที่มาเจอเธอที่นี่?

“ฟิลิป คุณมาทำอะไรที่นี่?” วินน์เดินนำกลุ่มชายหญิงที่แต่งตัวดูดีเดินเข้ามาที่ เวอร์เทียส คอร์ท

เธอยืนจ้องฟิลิปด้วยความงุนงงสงสัย อีกฝ่ายรีบอธิบายขึ้นอย่างกระวนกระวาย “ผมมาที่นี่เพื่อส่งของนะ”

ส่งของ? ส่งอาหารที่ร้านอาหารอย่างนั้นน่ะเหรอ?

วินน์ขมวดคิ้วเล็กน้อยสีหน้าของเธอเย็นชา เธอเริ่มรู้สึกหงุดหงิดเมื่อมองเห็นร่างปวกเปียกของเขา และสิ่งที่ทำให้เธอหงุดหงิดมากที่สุดก็คือการที่เพื่อนร่วมงานของเธอต้องเจอฟิลิป

และตอนนั้นเองก็มีเสียงของผู้ชายคนหนึ่งพูดขึ้น “รองผู้จัดการ จอห์นสตัน คนส่งอาหารคนนี้เป็นสามีของคุณอย่างนั้นเหรอ? เขาดูก็งั้นงั้นแหละสำหรับแมงดาอย่างเขาน่ะนะ”
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทายาทอันดับหนึ่ง   บทที่ 200

    นั่นคือธีโอ แซนเดอร์!ฟิลิปไม่รู้ว่าอะไรดีต่อตัวเขา เขากล้าดียังไงถึงไม่แสดงความเคารพ?บ๊อบเป็นคนแรกที่โกรธ เขาตะโกนใส่ฟิลิปว่า “ฟิลิป เมื่อมิสเตอร์แซนเดอร์มาที่นี่เพราะนาย ทำไมนายถึงยังนั่งอยู่? นายคิดว่านายเป็นใคร? นายไม่มีมารยาททางสัมคมเหรอ?”หลังจากที่บ๊อบตะโกนอย่างโกรธจัด เอริค อารอน และคนอื่นๆ ก็เริ่มด่าเขาเช่นกัน“ฟิลิป ยืนขึ้นและขอโทษมิสเตอร์แซนเดอร์เดี๋ยวนี้!”“ไอ้ขยะคนนั้นคิดว่าเขาเป็นคนพิเศษ”พวกเขากำลังพูดถึงฟิลิปมากขึ้นและมากขึ้นคนเหล่านี้ไม่ชอบฟิลิปมานานแล้ว ในที่สุดพวกเขาก็มีโอกาสที่จะได้พูดสอดถ้าธีโอโกรธ ฟิลิปคงเสร็จแน่!อย่างไรก็ตาม ฟิลิปยกศีรษะขึ้นเล็กน้อยและมองทุกคน จากนั้นเขาก็คว้าทัพพีและตักซุปให้วินน์ เขากล่าวว่า “นี่ไม่เลว มันดีต่อร่างกายของเธอ เธอควรดื่มอีก”เวรเถอะ!บ๊อบ เดือดพลาด!ไอ้ขยะคนนี้ดูหมิ่นเขาอย่างสิ้นเชิง!เมื่อบ๊อบกำลังจะตะโกนใส่เขาอีกครั้ง ฟิลิปจึงพูดอย่างใจเย็นว่า “นั่ง”“ได้ครับ!”ธีโอถอนหายใจอย่างโล่งอกและนั่งลงอย่างมีความสุข เขานั่งถัดจากรัสเซลและพวกเขาก็พยักหน้าเมื่อสบตากันบ้าอะไรกัน?เกิดอะไรขึ้น? นี้เริ่มแปลกมากไปแล้วทุ

  • ทายาทอันดับหนึ่ง   บทที่ 199

    “ธีโอ แซนเดอร์? ธีโอ แซนเดอร์คนไหน?”"มิสเตอร์ธีโอ แซนเดอร์ จากองค์กรการกุศลธีโอดอร์?”“ราชาโลกของใต้ดินแห่งเมืองริเวอร์เดล ธีโอ แซนเดอร์ เหรอ? เขามาที่นี่ทำไม”ก่อนที่ญาติพี่น้องและรุ่นลูกหลานของครอบครัวเยทส์ที่อยู่ในลานบ้านจะฟื้นคืนสติ ทุกคนในห้องโถงเริ่มวิตกกังวลเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการและนักสะสมที่มีชื่อเสียงอย่างรัสเซล ธีโอได้โด่งดังในเมืองริเวอร์เดลเนื่องจากเขามีอำนาจทางด้านมืดหากผู้มีอำนาจเช่นนั้นไม่ได้มาที่นี่อย่างจริงใจ อาจกล่าวได้ว่าเขามาที่นี่เพื่อปลิดชีพใครบางคนเป็นเรื่องธรรมดาที่บ๊อบจะประหม่าไม่ใช่ทุกคนที่จะติดต่อกับชายผู้มีอำนาจอย่างธีโอได้ อีกอย่างคือไม่มีบุคคลธรรมดาคนไหนที่จะเชิญเขาเพื่อทำอะไรบางอย่างได้ในขณะที่ทุกคนตกตะลึง ธีโอก็เดินเข้าไปในลานบ้านด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา ชุดสูทสีขาวและหมวกทรงฟีโดราของเขาเปล่งประกายไปทั่วอาณาเขต ใครบางคนอาจจะรู้สึกเหมือนถูกภูเขาบดขยี้ด้วยการปรากฏตัวของเขาแน่นอนว่านั่นคือธีโอ แซนเดอร์ ราชาของโลกใต้ดินแห่งเมืองริเวอร์เดล!การปรากฏตัวของเขามีอำนาจเหนือทั้งงานฉลองเจสตกใจมาก นี่คือชายผู้ทรงอำนาจและมีชื่อเสียงมากในเมืองริ

  • ทายาทอันดับหนึ่ง   บทที่ 198

    'จอร์จ โธมัส คุณมันโคตรจะทำลายชีวิตฉัน!'ฟิลิปไม่สามารถปฏิเสธเขาได้ ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงเตรียมตัวให้พร้อมและเดินผ่านหน้าทุกคน โดยมีวินน์อยู่ข้าง ๆ เขาเขารู้สึกได้ถึงการจ้องมองที่เย็นชาที่หลังของเขามากกว่าสิบครั้ง พวกมันแทงเข้าไปในร่างกายของเขาราวกับลูกศรพันดอกเมื่อพวกเขาอยู่ในลานบ้าน ทุกคนก็นั่งลง แน่นอนว่ารัสเซลนั่งอยู่ในห้องโถง หลังจากที่บ๊อบนั่งลงก่อนเมื่อเอริคเห็นว่าทุกคนอยู่ในห้องโถงและลานทางเดินกลาง เขาจึงตัดสินใจที่อยู่ตรงลานด้านนอก เขาเยาะเย้ยในขณะที่รู้สึกพอใจกับตัวเองว่า “ฟิลิป ไม่คิดว่าขยะอย่างนายจะรู้จักผู้ประกอบการและนักสะสมอย่างรัสเซล ช่างโชคดีเสียนี่กระไร!”แม้ว่าเขาจะยิ้ม แต่ทุกคนก็บอกได้เลยว่ามันเป็นน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยการเสียดสี ฟิลิปขมวดคิ้วเล็กน้อย ความทุกข์ในใจเริ่มรุนแรงขึ้นเอริคเป็นตัวเคราะห์ร้ายของครอบครัวเยทส์ถึงกระนั้นฟิลิปก็ยังเพิกเฉยต่อเขา เขาเป็นแค่คนโง่ที่ไร้ค่า แล้วทำไมเขาต้องไปยุ่งกับเอริคด้วย?อีกด้านหนึ่ง รัสเซลเพิ่งนั่งลง เมื่อเขาเห็นฟิลิปที่มุมของลานด้านนอก กำลังถูกดูถูกโดยเอริคด้วยรอยยิ้มจอมปลอมบนใบหน้า เขารู้สึกกระวนกระวายใจคนฉ

  • ทายาทอันดับหนึ่ง   บทที่ 197

    บ๊อบรู้สึกตื่นเต้นมากในขณะนี้รัสเซลอยู่ที่นี่และให้ของขวัญเป็นภาพ 'กุ้ง' โดยฉี ไป่ซี่ นี่เป็นของขวัญล้ำค่า!ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถให้ของขวัญที่หรูหราเช่นนี้ได้ทุกคนเดินตามบ๊อบและออกมาที่ลานด้านนอก จากนั้นพวกเขาก็มาถึงทางเข้าคฤหาสน์เอริคเป็นคนสุดท้ายที่มาถึง เมื่อเห็นว่าฟิลิปไม่ขยับตัวตามมา เขาก็พูดอย่างเกลียดชังว่า “เป็นอะไรไป? คนสำคัญอย่างรัสเซล ฟิลด์ อยู่ที่นี่ นายไม่อยากไปต้อนรับเขาเหรอ?”ผู้ชายคนนี้มีตะปูที่ก้นของเขาเหรอ?เขายังนั่งอยู่กับที่ได้อย่างไร?หลังจากเสียงเตือนของเอริค ฟิลิปครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้และได้ข้อสรุปว่าคำพูดของเอริคนั้นสมเหตุสมผล เขาลุกขึ้นและตามวินน์ไปพร้อม ๆ กับผู้คนที่เหลือ อย่างไรก็ตามเขายืนห่างจากฝูงชนเพียงไม่กี่เมตร เขาไม่ต้องการที่จะไปอยู่ด้านหน้า ฟิลิปไม่ต้องการเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องแบบนี้ทุกคนยืนที่ประตูด้วยความเคารพ รถมายบัคสีดำหยุดอยู่ที่ทางเข้าทันใดนั้นประตูรถก็เปิดออกและรัสเซลก็ลงมาจากรถด้วยใบหน้ายิ้มแย้มบ๊อบเดินออกไปพร้อมกับยิ้มกว้างบนใบหน้า เขากางมือและกล่าวด้วยความเคารพว่า “มิสเตอร์ฟิลด์ ฉันไม่ได้คาดคิดว่าคนสำคัญเช่นคุณจะมาที่

  • ทายาทอันดับหนึ่ง   บทที่ 196

    ปังประตูห้องน้ำเปิดออก และเจสก็เข้ามาเมื่อนางเห็นภาพตรงหน้าเธอจึงหันหลังเดินจากไป ก่อนที่เธอจะจากไป อย่างไรก็ตามเธอหันกลับมาและพูดว่า “พวกนายแต่งงานมานานแล้ว หาที่ที่ดีกว่านี้ ถ้าพวกนายอยากลึกซึ้งระหว่างกัน”หลังจากที่เจสจากไป ฟิลิปพูดด้วยความรำคาญว่า “ต้องมีอะไรผิดปกติกับความคิดของผู้หญิงคนนี้ เธอทนไม่ได้ที่เห็นสามีและภรรยามีความสุขกัน”วินน์กลอกตามองเขาและเดินเข้ามาหาเขา เธอยืดหลังให้ตรงและติดกระดุมเสื้อให้เขาฟิลิปอยากจะสานต่อแต่วินน์ปัดมือของเขาออก “หยุด หาเศษหาเลย ไปกันเถอะ."ฟิลิปยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้ เขาบ่นว่า “เราเป็นสามีภรรยากันมานานแล้ว เธอกลัวอะไร?"วินน์หันกลับมาและแสดงรอยยิ้มที่พึงพอใจ เธอดูเย้ายวนภายใต้แสงแดดเมื่อพวกเขากลับมาที่งานเลี้ยง ก็ใกล้จะสิ้นสุดแล้วฟิลิปเพิ่งนั่งลงได้หนึ่งนาทีเมื่อได้รับข้อความจากจอร์จ'นายน้อยพร้อมแล้ว รอการเซอร์ไพรส์ก่อนนะครับ'แปลกมันหมายความว่าอย่างไร?ฟิลิปตอบอย่างรวดเร็วว่า 'จอร์จ คุณหมายความว่าอย่างไร?'ในขณะนี้ จอร์จนั่งอยู่บนรถเบนท์ลีย์และกำลังเดินทางไปยังหมู่บ้านเยทส์เขาตอบว่า 'นายน้อย คุณเป็นตัวละครหลักของฉลองของคร

  • ทายาทอันดับหนึ่ง   บทที่ 195

    เอริคอ้าปากค้าง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความดูถูก เขาชี้ไปที่ฟิลิปและพูดว่า “เวรเถอะ! นายพูดว่าอะไรนะฟิลิป? นายกำลังจะพาวินน์ไปที่นั่นเหรอ? นายจะพาเธอไปที่นั่นได้อย่างไร? นายมันก็แค่เศษขยะ!“นายรู้ไหมว่าคฤหาสน์เซอร์รัสเป็นสถานที่แบบไหน? มันเป็นคฤหาสน์ที่ลึกลับที่สุดในเมืองริเวอร์เดล! เจ้าของใช้เงินหนึ่งพันล้านในการสร้าง!“นายกำลังจะบอกว่านายมีคุณสมบัติที่จะได้รับเชิญไปงานปาร์ตี้ด้วยเหรอ?”เอริคไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เขาพูดคำพูดที่เลวร้ายและคำเหน็บแนมทุกประเภทเขาดึงดูดความสนใจของคนจำนวนหนึ่งได้ในเวลาเพียงไม่นาน พวกเขาเริ่มหัวเราะเยาะฟิลิปเช่นกันฟิลิปเพิ่งทำให้ตัวเองอับอาย!เขายังคงพยายามโอ้อวดแม้ว่าทุกสิ่งจะมาถึงจุดนี้แล้วใบหน้าของวินน์ก็ถูกเผาไหม้ด้วยความอับอายเช่นกัน เธอเตะฟิลิปใต้โต๊ะเพื่อบอกให้เขาหยุดพูดเธออายเป็นอย่างมากแล้ว แต่ฟิลิปไม่ยอมหยุดพูด!เขาจะหยุดหลังจากที่เขามีปัญหากับทุกคนเหรอ?เมื่อเธอคิดถึงเรื่องนี้ วินน์ก็เริ่มโกรธอย่างไรก็ตาม เธอยังคงพอทนกับฟิลิปได้ เธอพูดเบา ๆ ว่า “พอแล้ว หยุดพูด นายอยากให้เราดูโง่เหรอ?”ฟิลิปพูดไม่ออก เขาจับจมูกของเขาและพยักหน้า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status