LOGINไม่รอคำตอบ แกสตันเบียดตัวประชิดนาบริมฝีปากเย็นชืดกับกลีบปากที่เผยออ้าด้วยยังตกใจอยู่ เขาอาศัยจังหวะนั้นดุนลิ้นเข้าไปสลับกับกลืนกินแผ่นลิ้นนิ่มนวลแต่แข็งทื่อแผ่วเบา
กริมม์เผลอเคลิบเคลิ้มกับรสละมุนนั่นเข้าอย่างจัง ตอบรับสัมผัสตวัดหยอกเย้ากับอีกฝ่ายด้วยใจเต้นตึกตัก มันแปลกใหม่ แต่มันดี…ดีจริง ๆ
เห็นว่าเด็กหนุ่มเริ่มคล้อยตาม แกสตันจึงรุกหนักล้วงเข้าไปใต้สาบเสื้อ ค่อย ๆเลื่อนศีรษะลงมาฝากรอยไว้กับต้นคอ นั่นทำให้กริมม์ได้สติ รวบรวมเรี่ยวแรงผลักร่างล่ำสันออก
ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจ ก่อนแลบลิ้นเลียริมฝีปากตน จับจ้องดวงหน้าหวานถามเสียงแหบพร่า "ไม่อยากต่อเหรอ"
"ขอตัว" ลุกพรวดขึ้นจากอ่างแล้ววิ่งออกไปทันที แต่คงเป็นเพราะผลกรรมที่ทำไว้กับแกสตัน กริมม์ลื่นบรรดาสารพัดน้ำยาที่เป็นคนราดไว้จนหงายหลังไม่เป็นท่า
"เจ็บไหม" เร่งลุกไปดูเด็กที่เพิ่งด่าว่าเปรตโดยลืมสนใจผ้าขนหนูที่ร่วงไปแล้ว
"ไม่เล็กครับ เอ้ย! ไม่เจ็บครับ ๆ ผมขอไปอาบน้ำก่อนนะ" ไอ้สายตาพิเรนทร์ มึงจะมองสิ่งที่มันจรรโลงใจบ้างไม่ได้เลยรึไง!
----------
"ไอ้กริมม์ มึงไปทำอะไรมา ทำไมตาดูคล้ำ ๆ " กริมม์เงยหน้าจากหนังสือเรียนหันมาหาคนทัก
“งานเยอะ ง่วง” เห็นเพื่อนพยักหน้ารับรู้แล้วเขาจึงยืดแขนซบหน้ากับกระเป๋าเป้ เพราะเมื่อคืนมัวแต่คิดเรื่องแกสตัน แถมยังต้องรีบไปเอาผ้าที่ห้องเก่าตั้งแต่ตีห้า คิดแล้วแค้น ที่เขาต้องลำบากแบบนี้ก็เพราะญาติเหลือเดนนั่น
"ไอ้กริมม์!" ไม่นานนักเสียงเพื่อนอีกคนก็แทรกเข้าโสตประสาท แต่อีกฝ่ายไม่ขานรับ เพียงโบกมือไหว ๆแล้วตั้งใจหลับต่อ
“มันทำงานหนักเกินไปปะวะไอ้บอย”
“ทำไงได้” ทั้งสองจึงเปิดรายงานขึ้นมาทำระหว่างรอปลุกกริมม์เงียบ ๆ แต่กลายเป็นว่าต้องเขย่าตัวเพื่อนก่อนเวลา เพราะบุคคลปริศนาผู้หนึ่งที่เข้ามายืนจ้องพลางชี้ไปยังคนนอนหลับ "อะ…ไอ้กริมม์"
"หือ อะไร? " หันหลังไปตามสายตาของทั้งคู่ก่อนได้พบกับคนที่อยากหนีให้ไกล
"ฮายยย" โบกมือทักทายแย้มยิ้ม อีกฝ่ายหน้ายุ่งทันที อืม…น่าแกล้งอีกแล้ว
"คุณมาทำอะไรที่นี่" ไม่มีคำตอบแต่เลือกนั่งข้าง ๆ แทน จะมาเบียดทำซากอะไรก็ไม่รู้ โต๊ะม้าหินอ่อนนี่ก็แคบจะตาย
"กูมาหาลีโอ กูรู้ว่ามันเรียนอยู่ที่นี่" แกสตันกระซิบก่อนจะผละออกแล้วฉีกยิ้มหวาน "คิดถึง ขอมาหาหน่อยไม่ได้เหรอ? "
"ห้ะ!!! " บอยกับอั้มอุทานพร้อมกัน เหล่ดวงตามองชายรูปหล่อกับเพื่อนตัวเองสลับไปมา
"ห้ะ! …พูดแบบนี้เดี๋ยวเพื่อนผมก็เข้าใจผิดหมด"
"ผมพูดจริง ผมคิดถึงคุณม้ากมาก อดใจรอตอนเย็นไม่ไหวละเนี่ย"
กริมม์หัวเสียเกาศีรษะแกรก ๆตอนเห็นว่าหมอนั่นทำตาปริบ ๆ มันไม่เข้ากันสักนิด อยากจะบ้าจริง ๆ
ขณะที่วงสนทนากำลังเต็มไปด้วยมวลความรู้สึกแปลกประหลาด ก็มีนักศึกษาอีกคนเข้ามาช่วยชีวิต
“กริมม์ ไปเล่นบาสกัน”
รอยยิ้มแฉ่งนั้นไม่มีเบื้องหลัง แต่ทำชายหนุ่มหน้าขุ่น เพราะเด็กข้างตัวแสดงออกว่าคุยกับอีกฝ่ายได้อย่างสนิทใจ
“กูเหนื่อย” พลันชะงักเหล่ไปทางแกสตัน “เดี๋ยวกูตามไป”
ลุกขึ้นเก็บของรวดเร็ว ไม่สนว่าต้องรักษามารยาทด้วยการบอกลาแขกไม่ได้รับเชิญ ทว่า แขนขวาก็ถูกรั้งไว้เสียก่อน “รีบจังนะ”
"กูไปรอที่โรงยิมนะ พี่ก็ไปด้วยนะครับ" อั้มชวนตามมารยาทโดยไม่เห็นสีหน้าบอกบุญไม่รับของกริมม์
แกสตันหันไปยิ้มให้เด็กทั้งสองก่อนหันมาตีหน้านิ่งใส่กริมม์ต่อ “ไปด้วยสิ”
“นี่คำสั่ง?”
“อืม” แก้วตาสีน้ำตาลเหลือบขึ้น มุมปากเบะ แต่แกสตันเพียงยิ้มตาหยี “ถ้าอยากให้เพื่อนรู้เรื่องเมื่อคืนก็ได้นะ กูไม่ติด”
"เมื่อคืนไม่มี..." พลันปลายนิ้วโป้งของอีกฝ่ายก็กดเค้นตรงรอยแดงที่ต้นคอขาว “แม่งเอ๊ย…”
“หยาบคาย”
ช่างกล้าพูดนะ ทั้งที่ตัวเองพูดมึงกูตลอด "คุณไม่มีงานการทำเหรอ ถึงมาตามผมอยู่ได้"
"การตามลูกหนี้มันก็งานกูเหมือนกัน" แกสตันลอยหน้าลอยตาพลางเดินตามกริมม์ไปโรงยิม ระหว่างทางเขาลอบสังเกตว่า เด็กนี่ก็เป็นที่สนใจในหมู่นักศึกษาหญิงเช่นกัน
เขาดุนลิ้นกับกระพุ้งแก้ม ค่อย ๆไล่สายตาลงไปยังก้นปอดของคนเบื้องหน้า จะเป็นยังไงนะ…ถ้าได้ครอบครองสิ่งที่คนส่วนใหญ่หมายตา
ร่างกายเบาหวิวอย่างน่าเหลือเชื่อ เหล่มองซองยาเห็นว่าหายไปสองเม็ดก็พลันครุ่นคิด ตัวเองอาจจะเพลียมากจนจำไม่ได้ว่ากินยาไปแล้วล่ะมั้งพาดกระเป๋าทรงเฉียง ขยับหัวเข็มขัดก่อนรัดสายนาฬิกาข้อมือ หันดูความเรียบร้อยของชุดนักศึกษาอีกครั้งแล้วจึงออกจากห้องขาสองคู่ชะงักพร้อมกัน และเป็นกริมม์เองที่ผงกศีรษะให้อีกฝ่ายก่อนเลี่ยงออกมา ทว่า แกสตันซึ่งความตั้งใจเดิมถูกเด็กคนนั้นพับเก็บอย่างรวดเร็วทำได้แค่เรียกเสียงเหิน“ครับ”“หะ…หายดีแล้วเหรอ” “ยังแสบ ๆตรงรอยครูดกับถนน นอกนั้นปกติดีครับ” นัยน์ตาหลุบไปทางขวา ความข้องใจเรื่องเมื่อวานยังคงอยู่ แต่หากเอ่ยถาม จะมีอะไรดีขึ้นงั้นเหรอ “ผมไปเรียนก่อนนะ”“อืม” ชายหนุ่มยังอยากต่อบทสนทนาอีกเล็กน้อย “ขอเลขบัญชีหน่อยสิ จะโอนเงินให้”“ค่าอะไร”“เรื่องเมื่อวาน” เด็กหนุ่มถอนหายใจ หยิบปากกาฉีกสมุดเลกเชอร์มาเขียนสิ่งที่เขาต้องการแล้วก้าวลงบันไดไม่เร่งรีบนัก เพราะยังรู้สึกปวดแสบในหลาย ๆจุดแกสตันยังไม่ละสายตาจากแผ่นหลัง และได้เห็นว่าสิ่งที่เด็กคนนั้นแสดงออกต่อกันมันต่างกับคนอื่น ๆในบ้าน ทั้งที่พวกนั้นบุคลิกดุดันน่ากลัวถ้านี่ไม่เรียกว่าจงใจกวนประสาท จะให้เรียกอะไรวะ ----
กริมม์ได้สติลืมตาในช่วงใกล้เที่ยงคืนของวันเดียวกัน กวาดตามองไปถ้วนทั่วพลางขมวดคิ้วมุ่น ห้องสะอาดผิดกับก่อนหน้านี้ แถมตอนนี้ตนได้สวมชุดใหม่และตัวก็มีกลิ่นหอมเหมือนคนเพิ่งอาบน้ำด้วย“แกสตันเหรอ…” พลันรู้สึกขนหัวลุก จะเป็นไปได้ยังไงที่ไอ้คนหยาบช้านั่นปรนนิบัติต่อกันดีขนาดนี้ พลางยื่นมือไปยังโต๊ะหัวเตียงคลำหาสวิตช์โคมไฟดวงตาหรี่ก่อนปรับกับความสว่างได้แล้วจึงเปิดผ้าห่ม ยืดตัวบิดคลายความปวดร้าวพลันเหลือบเห็นซองยาพร้อมกระดาษโน้ต “ยาแก้ปวด”เหลือเชื่อสุด ๆอ่านฉลากยาพลางถอนหายใจยาว พาร่างสะบักสะบอมเหมือนเพิ่งเสร็จจากกรำศึก ลงไปยังห้องครัวด้วยเป็นเวลาดึกดื่นภายในบ้านจึงมีเพียงแสงไฟสลัวพอให้เห็นรำไร เด็กหนุ่มไม่ทันระวังจึงเตะขาโต๊ะหลุดร้องเสียงหลง&ldq
พอล็อกสองแขน สองขากลับดีดดิ้นแกสตันดุนกระพุ้งแก้ม หัวเสียสุด ๆแต่พยายามข่มอารมณ์ เหล่เห็นเข็มขัดนักศึกษาพลันผละไปฉวยไว้เมื่อหันกลับมา ไอ้เด็กเปรตนั่นกำลังสวมเสื้อผ้าร้อนรน ชายหนุ่มเหลือบมองบนพลางโคลงศีรษะไปมา พุ่งกระชากร่างนั้นเหวี่ยงลงบนเตียงอย่างแรง เบี่ยงกายขึ้นคร่อม ใช้เข็มขัดตรึงข้อมือกริมม์ไว้กับหัวเตียง“เก่งให้เหมือนปากหน่อยดิวะ!!”“ก็มันกลัวนี่โว้ย!!!” ตะคอกลั่น อีกฝ่ายชะงักค้าง เด็กหนุ่มเองก็เช่นกันแต่เพียงเสี้ยววิ เหตุการณ์นั้นดำเนินต่ออย่างรวดเร็ว ท่อนนิ้วแกสตันยัดเยียดบดเบียดช่องร้อนของกริมม์ในจังหวะเนิบนาบ พลางโลมเลียลำคอขาวส่งเสียงครางเครือทั้งที่หลับตาหนีคนตรงหน้า แต่ประสาทสัมผัสทางกายกลับแจ่มชัด หัวใจเต้นโครมครามจนหวั่นว่ามั
ปัดมือแทนคำพูดว่าให้ออกไป ไล่สายตาตามการเคลื่อนไหวของลูกน้องคนสนิท ก่อนเหล่ไปทางเด็กบนเตียงพลันแค่นเยาะในลำคอ “ลูกหนี้ที่นี่ดีเนอะ มีพยาบาลส่วนตัวด้วย”“ครับ” ถ้าไม่ดื้อ ไม่เถียง แกสตันคงหมดความสนใจไปเอง “ทีกับกูพูดน้อยจังนะ กลัวดอกพิกุลร่วงเหรอ”“เปล่าครับ” พลันมือหนาพุ่งบีบคางกริมม์ นัยน์ตาสั่นระริกอย่างห้ามไม่ได้ เกิดคำถามในใจว่า ตนทำอะไรผิดอีก “คะ…คุณเกลียดอะไรผมเหรอ บอกผมเถอะ”“ถ้าบอกจะยอมเชื่องว่างั้น?” เด็กหนุ่มยักคอหงึกหงัก แกสตันรู้ว่าตนกำลังถือแต้มต่อจึงหรี่ดวงตาพลันแค่นหัวเราะ “จริง ๆก็ไม่ได้เกลียดมึงนะ แค่หมั่นไส้”“...” หมั่นไส้เนี่ยนะ ไอ้ประสาทกลับ“ด่ากันในใจอีกแล้ว”“เปล่า…” หลับตาปี๋ปกปิดความรังเกียจต่ออีกฝ่าย พลันลืมตาโพลงเมื่อมือแกสตันค่อย ๆเลื่อนไปยังลำคอระหง นิ้วโป้งกดเบา ๆตรงลูกกระเดือก ดวงหน้าฉายความร้ายกาจออกมาไม่ปิดบัง“จริง ๆก็ไม่ต่างกันนี่หว่า” พลันกริมม์คว้ามือนั้น กล่าวละล่ำละลัก “อะ…อะไร”“จะหญิงหรือชาย มันก็ไม่ต่างกันไง” โน้มตัวเชื่องช้า กดอีกฝ่ายลงกระทั่งแผ่นหลังนั้นแนบสนิทกับพื้นเตียง สีหน้าเด็กดื้อหวั่นวิตก ส่วนสองมือก็ดันแผ่นอกของแกสตันไว้ “กลัว?”
หมับ!"กล้านะมึง" แกสตันกระชากคอเสื้อไอ้ตัวแสบไว้พลันปิดปากทันควัน "อ่อยอู้! " ทั้งที่พยายามแหกปากดีดดิ้น เผื่อคุณตำรวจได้ยิน แต่สุดท้ายแล้ว ทุกอย่างมันเสียแรงเปล่าลากกริมม์กลับขึ้นรถพร้อมคำขู่ “ถ้ายังดื้อ กูจะขังมึงไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันจริง ๆด้วย”นัยน์ตาแป๋วสั่นระริกขอความเมตตา แต่พลันถูกผลักไสรุนแรง กริมม์จึงทำได้เพียงถอนหายใจพลางมองบาดแผลตามร่างกายตน ไม่นานนัก รถคันหรูก็จอดสนิทที่ไหล่ทาง เด็กหนุ่มคิดว่าทุกอย่างที่ตนทำไปด้วยความคึกคะนองสงบลงแล้ว ทว่า มันไม่ใช่ เจ้าหนี้คนนั้นตะปบปลายคางมนแล้วเค้นเสียงต่ำ “อย่าเสือกมีลูกเล่นอีกนะมึง”“คะ…ครับ” ความกลัวแล่นปลาบปกคลุมทั่วตัว ที่จริงควรสำเหนียกได้ตั้งแต่แรกว่าหมอนี่ไม่ใช่คนปกติ คาดหวังว่าอีกฝ่ายจะมีใจโอบอ้อมให้ลูกหนี้น่ะเหรอ ไม่มีทางซะหรอกแกสตันเดินหายเข้าไปยังซอกตึกที่อยู่ไม่ห่างจากตัวรถมากนัก ในมือเขาไม่มีอาวุธ แต่ทั้งตัวมีพร้อมทั้งหมัด เท้า เข่า ศอก กระหน่ำใส่อีกฝ่ายไม่ยั้งราวทุบตีหมูหมาทุกภาพอยู่ในสายตากริมม์ ขณะนั้นก็รู้สึกหายใจไม่เต็มปอด ถ้าหากยังทำตัวพยศแบบนี้แล้วคนวิตถารนั่นทนไม่ไหว คงมีสภาพไม่ต่างกันแน่“แม่งเอ๊ย…กูทำอะ
ถึงโรงยิม กริมม์ก็เปลี่ยนชุดโดยเมินสายตาอ่านยากของแกสตัน แต่หูก็คอยฟังบทสนทนาจากสาว ๆเข้ามารุมล้อม “พี่ชื่อแกสตันค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”“เงียบดิ๊ เสียสมาธิ!!” กริมม์ตวาดอย่างรำคาญ เกิดความเงียบชั่วครู่ แต่หลังจากนั้นเหตุการณ์ก็กลับไปดังเดิม“เป็นบ้าเหรอ” บอยถามพลางเลิกคิ้วไปยังพี่คนนั้น แล้วพลันหรี่ตาอย่างตั้งใจจะจับผิดเพื่อนสนิท“ก็อยากบ้าจริง ๆอยู่หรอก” กระแทกปลายเสียงแล้วเลี่ยงไปหาพวกที่ยืนวางแผนกันอยู่ การเล่นครั้งนี้จริงจังเพราะมีการวางเงินเดิมพันถึงแต้มละหนึ่งพันบาทและนั่นมันทำให้กริมม์เกิดไอเดีย หนทางการปลดหนี้ของไอ้วิตถารนั่นมาถึงแล้ว เหอะ! ต่อให้ปากเปื่อยก็ถือว่าคุ้ม "พี่คนนั้นใคร โห่…สาวไปรุมหมดเลยว่ะ" คนชวนที่ข้องใจตั้งแต่แรกถามขึ้น “คนวิตถาร” สายตาเพื่อนร่วมทีมหันมาจ้องกริมม์หน้าฉงน แล้วบอยก็เป็นฝ่ายชี้ไปที่ตำหนิตรงลำคอ"เดี๋ยวก่อน ใครทำรอยที่คอมึง? " อีกฝ่ายตกใจหน้าขึ้นสีพลันลูบคอตนแรง ๆคงหวังว่ารอยนั้นจะหายในทันที"เอ่อ..." "ผมทำเอง" ทุกคนตะลึงงัน เกิดเครื่องหมายคำถามผุดขึ้นกลางหน้าผาก ส่วนเด็กคนนั้นได้แต่กัดปากถลึงตา “ล้อเล่นน่า”กริมม์เดือดปุด ๆ ฝ่ามือกำแน่นแต







