로그인เปมิกากลับมาถึงคอนโดก่อนเวลานัด เธออาบน้ำ เปลี่ยนเป็นชุดนอนเรียบง่าย แล้วนั่งรออยู่ที่โซฟา
เธอไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรไป ทำไมถึงรู้สึกหนักอึ้งในใจ
เสียงปลดล็อกประตูดังขึ้น ทิวากลับมาแล้ว
ชายหนุ่มเดินเข้ามาในห้องโดยไม่พูดอะไร เขาวางโทรศัพท์และกุญแจรถลงบนโต๊ะ
ก่อนจะถอดเสื้อสูทออกแล้วเดินตรงมาหาเธอ ดวงตาคู่นั้นเย็นชาเหมือนทุกครั้ง
“กินข้าวหรือยัง” เขาถาม แต่เปมิการู้ดีว่ามันเป็นเพียงประโยคที่ถูกพูดขึ้นตามมารยาท ไม่ใช่เพราะความห่วงใย
“ยังค่ะ คุณธีร์ทานมาหรือยังล่ะคะ” เธอตอบเบาๆ
“หวานทำไว้ให้แล้ว อยู่ในครัวค่ะเผื่อคุณธีร์หิว”
เปมิกาหันมาบอกเขาแต่ก็ไม่ได้ลุกไป เธอรู้ดีว่าเขาไม่ได้ต้องการให้เธอไปกินข้าวตอนนี้...
เธอก็คิดไม่ออกว่าอะไรทำให้หัวใจของเธอรู้สึกเจ็บ
ทิวาโน้มตัวลงมา ใบหน้าของเขาใกล้เธอจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ
“เหนื่อยไหม” เขากระซิบถาม มือหนาลูบไปตามเส้นผมของเธอ
เธออยากจะตอบว่าเหนื่อยก็หัวใจของเธอนี่แหละ เหนื่อยเหลือเกินกับความสัมพันธ์ที่ไม่มีที่ยืนให้เธอ
สุดท้าย เธอก็เพียงแค่ส่ายหน้า
“ไม่ค่ะ”
ริมฝีปากของเขาทาบลงมาที่ริมฝีปากของเธอ มันร้อนแรงและเร่งเร้าเหมือนทุกครั้ง
เปมิกาหลับตา ปล่อยให้ตัวเองจมหายไปกับสัมผัสของเขาอีกครั้ง
แม้ว่าเธอจะรู้ดีว่าเมื่อรุ่งเช้ามาถึง เธอจะต้องตื่นขึ้นมาเพียงลำพังเหมือนเดิม
รุ่งเช้า
เปมิกาตื่นขึ้นมาเมื่อสัมผัสได้ถึงความเย็นว่างเปล่าข้างกาย ทิวาไปแล้วเขาไม่เคยอยู่ถึงเช้า
เขาไม่เคยโอบกอดเธอหลังจากค่ำคืนที่เร่าร้อน และเขาไม่เคยบอกลา
เธอเอื้อมมือไปแตะที่หมอนข้างๆ มันเย็นชืดไปหมด เธออยากจะร้องไห้แต่ก็ทำไม่ได้
เธอเลือกเส้นทางนี้เอง เธอไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรจากเขา
บนโต๊ะข้างเตียง มีซองสีน้ำตาลวางอยู่เหมือนเดิม
เปมิกากัดริมฝีปากแน่น มองซองที่อยู่ตรงหน้า น้ำตาไหลลงมาโดยไม่รู้ตัว
มันเป็นเพียงความสัมพันธ์ที่ซื้อได้ด้วยเงินแล้วเธอล่ะ หัวใจของเธอล่ะหรือนี่คือราคาที่เธอต้องจ่าย.
"ทิวา"
ชายหนุ่มนั่งอยู่ในรถที่จอดอยู่หน้าตึกบริษัท ดวงตาคมกริบทอดมองออกไปยังเส้นขอบฟ้า ความรู้สึกบางอย่างกัดกินหัวใจเขา
เขารู้ว่าเปมิกาเจ็บปวด เขาเห็นแววตาของเธอทุกครั้งที่เขาจากมา
เขากลับทำเป็นมองไม่เห็น เพราะเขาไม่สามารถให้สิ่งที่เธอต้องการได้
‘สถานะ’
‘ความรัก’
‘ตัวตนที่ชัดเจน’
เขาให้เธอไม่ได้ และเขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไม
ทิวาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ของใครบางคน
เสียงปลายสายรับแทบจะทันที “พี่ธีร์คะ คิดถึงจังเลย”
เสียงหวานๆ ที่ดังขึ้นทำให้เขายิ้มบางๆ เขาต้องการหลีกหนีความรู้สึกผิดในใจ และมีเพียงสิ่งเดียวที่เขาทำได้
“คืนนี้เจอกันนะครับ” เขาพูดเสียงเรียบ
“ค่ะ พี่ธีร์”
เขาวางสายแล้วเอนหลังพิงเบาะรถ ปล่อยให้ความเงียบกลืนกินหัวใจที่ว่างเปล่าของตัวเอง
แต่ไม่ว่าจะควงผู้หญิงกี่คนไม่ว่าจะหลีกหนีไปไกลแค่ไหน
ใบหน้าของเปมิกาก็ยังคงติดอยู่ในหัวใจของเขาเสมอทิวากลับไปหาคนที่เขาคิดว่าเหมาะสมกับเขาแล้ว
เปมิกาไม่เคยมีตัวตนในชีวิตของเขาอย่างแท้จริง เธอเป็นเพียง ‘เงา’ ที่ซ่อนอยู่ในมุมมืด
ขณะที่ข้างกายเขามีผู้หญิงอีกคนที่เหมาะสมกว่าทุกอย่าง
“พี่ธีร์คะ” เสียงหวานใสดังขึ้นขณะที่หญิงสาวเดินเข้ามาในร้านอาหารสุดหรูที่เขานัดพบกัน
อรณิชา ลูกสาวนักธุรกิจใหญ่ ผู้หญิงที่ทุกคนมองว่าเหมาะสมกับเขาทั้งฐานะ วงศ์ตระกูล และสถานะทางสังคม
ทิวาลุกขึ้นยืนก่อนจะดึงเก้าอี้ให้เธอนั่ง ทุกอย่างที่เขาทำช่างดูสมบูรณ์แบบและอบอุ่น
“พี่สั่งไวน์ที่นิชาชอบไว้แล้ว” เขาเอ่ยเสียงนุ่ม
เธอยิ้มหวานอย่างพอใจ “รู้ใจเหมือนเดิมเลยนะคะ”
พวกเขาคุยกันอย่างรื่นรมย์ หัวเราะเบาๆ เป็นช่วงๆ ดูเหมือน ‘คู่รักที่สมบูรณ์แบบ’
ทุกสายตาที่มองมาย่อมเห็นว่าทั้งสองคือคู่ที่เหมาะสมกันที่สุด
แต่ทิวารู้ดี หัวใจของเขากลับไม่ได้อยู่ที่นี่ทั้งหมด
เปมิกานั่งอยู่บนโซฟาในคอนโดของเขาไม่สิ คอนโดที่เขาให้เธออยู่
เธอไม่ได้เป็นเจ้าของมัน เช่นเดียวกับที่เธอไม่ได้เป็นเจ้าของหัวใจของเขา
โทรศัพท์ในมือสั่นเบาๆ เธอมองมันก่อนจะเห็นข้อความจากเพื่อนร่วมงานทีแชร์กันในกลุ่ม
"เห็นคุณธีร์ไปดินเนอร์กับคุณอรณิชา ดูเหมาะสมกันสุดๆ เลยล่ะ "
ใช่ทั้งคู่เหมาะสมกันสุดๆ
เปมิกายิ้มบางๆ ให้กับหน้าจอโทรศัพท์ รอยยิ้มที่ไม่ได้มาจากความสุข แต่เต็มไปด้วยความขมขื่นและการเยาะเย้ยตัวเอง
เธอไม่ได้โกรธ เพราะเธอไม่มีสิทธิ์โกรธด้วยซ้ำ จะมีสิทธิ์อะไรในเมื่อสถานะของเธอไม่เคยมีชื่อเรียก
เป็นแค่เงาที่เขาหันมาเห็นเฉพาะเวลาที่ต้องการ เป็นแค่คนที่ถูกเรียกหาในค่ำคืนที่เขาเหงา
เธอรู้ดีมาตลอดว่าทิวาไม่เคยมีเธออยู่ในอนาคตของเขา เธอเป็นเพียงบางคืนของเขา แต่เขาเป็นทุกวันของเธอ
และมันเหนื่อยเหนื่อยจนหัวใจชาไปหมด
แต่ไม่นานจากนี้ เธอจะไม่ยอมเป็นแบบนี้อีกแล้ว
เพราะไม่มีใครสมควรถูกจดจำแค่ในค่ำคืนที่เปล่าเปลี่ยวของใครอีกคน
เปมิกากดปิดหน้าจอโทรศัพท์ ก่อนจะปล่อยให้มันตกลงบนเตียงข้างตัว
เธอหลับตา ถอนหายใจแผ่วเบา และปล่อยให้ความเงียบกลืนกินทุกอย่างรอบตัว
คืนนี้ก็เหมือนคืนก่อนๆ ที่เธอต้องนั่งมองความจริงที่เธอพยายามทำเป็นมองไม่เห็นมาตลอด
ทิวาไม่เคยรักเธอ เขาแค่ต้องการใครสักคนมาเติมเต็มช่องว่างในหัวใจที่ไม่มีวันเต็มของเขา
และเธอก็โง่พอที่จะยอมเป็นคนนั้น ยอมเป็นเพียงเศษเสี้ยวของคืนเหงา ยอมให้เขากระซิบชื่อเธอในความมืด
เปมิกาหัวเราะแผ่วเบา หัวเราะให้กับความโง่เขลาของตัวเอง
หัวเราะให้กับหัวใจที่ยอมแตกสลายซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อคนที่ไม่เคยแม้แต่จะหันกลับมามอง
พ่อกับแม่ของเปมิกาดีใจมาก ที่ลูกสาวกลับมาอยู่บ้านนานกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา“มาคราวนี้อยู่ให้นานๆ นะลูก แม่คิดถึง” คุณแม่พูดพร้อมลูบท้องของเปมิกาเบาๆ “หลานของแม่ก็กำลังโตขึ้นทุกวันแล้วนะ”เปมิกายิ้มอย่างมีความสุข “ค่ะแม่ คราวนี้หวานตั้งใจจะอยู่พักผ่อนให้เต็มที่”คุณพ่อมองทิวาแล้วพยักหน้าชื่นชม “ดูแลลูกพ่อให้ดีล่ะ พ่อฝากด้วยคุณธีร์”ทิวายกมือไหว้อย่างนอบน้อม “ครับคุณพ่อ ผมจะดูแลหวานกับลูกให้ดีที่สุดครับ”ช่วงเวลาที่บ้านต่างจังหวัดเต็มไปด้วยความอบอุ่น เปมิกาได้นั่งพูดคุยกับพ่อแม่เหมือนเมื่อก่อนส่วนทิวาก็ช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ ในบ้าน ไม่ถือตัวแม้ว่าเขาจะเป็นเจ้าของบริษัทใหญ่โตเย็นวันนั้น ขณะที่พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า เปมิกาเดินออกมานั่งรับลมเย็นๆ ทิวาเดินเข้ามากอดเธอจากด้านหลังอย่างอ่อนโยน“ฉันอยากให้เธอมีความสุขที่สุดเลยนะหวาน”เปมิกาหันไปสบตาเขาแล้วพยักหน้า
หลังจากกลับจากทริปทะเล ทิวา เปมิกา ธามไท และเลขาสาว ต่างก็กลับมาทำงานกันตามปกติแต่ดูเหมือนว่าความสงบจะอยู่ได้ไม่นานข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วบริษัทว่า ฝ่ายการเงินที่ถูกจับก่อนหน้านี้ได้รับการประกันตัวออกมาแล้วไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาคิดจะทำอะไรต่อ แต่สำหรับทิวาแล้ว เขาไม่ใส่ใจนัก เพราะมั่นใจว่าความถูกต้องจะจัดการทุกอย่างเองแต่เขาไม่รู้เลยว่า ความอาฆาตของคนที่หมดอนาคตไปเพราะเขายังไม่จบลงง่ายๆในห้องลับแห่งหนึ่ง ชายที่เคยเป็นหัวหน้าฝ่ายการเงินกำลังนั่งสูบบุหรี่ด้วยแววตาแข็งกร้าว“ไอ้ทิวาเพราะแก ฉันต้องเสียทุกอย่าง”ลูกน้องของเขาที่เป็นอดีตพนักงานบริษัทเดียวกันพยักหน้า“มันทำให้พวกเราถูกไล่ออก แถมยังทำให้ชีวิตพังยับเยิน! ถ้าไม่มีมันพวกเราคงยังสุขสบายอยู่ที่เดิม”ชายคนเดิมเคาะบุหรี่ลงในที่เขี่ยบุหรี่ ก่อนจะแสยะยิ้มร้าย“ฉันไม่สนแล้วว่ามันจะมีอำนาจแค่ไหน แต่ฉันจะทำให้มันพัง! จัดหาคนให้ฉัน...ฉันต้องการให้มันเจ็บปวดที่สุด”ลูกน้องพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อ
ทิวามองตามหลังธามไทที่เดินออกไปก่อนจะหัวเราะเบาๆ อย่างรู้ทันเขาส่ายหัวน้อยๆ ก่อนจะหันไปมองเปมิกาที่กำลังนั่งทำงานอยู่ข้างๆ"หวาน ไปเที่ยวทะเลกันไหม"เปมิกาเงยหน้าขึ้นจากงาน "หืม อยู่ๆ ก็อยากไปเที่ยวเหรอเหรอคะ""อืมถือว่าไปพักผ่อน เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง" เขาพูดพลางยกมือไปลูบหน้าท้องของเปมิกาที่เริ่มโตขึ้นน้อยๆ ด้วยความอ่อนโยน"อีกอย่างเธอควรได้พัก ไม่ใช่นั่งทำงานทั้งวัน"เปมิกาหัวเราะเบาๆ "ไปแค่เราสองคนเหรอคะ""ไม่สbฉันว่าจะพาไอ้ธามไปด้วย" ทิวาพูดพร้อมกับยกยิ้มเจ้าเล่ห์ "แล้วก็คุณแก้ม"เปมิกาขมวดคิ้วเล็กน้อย "คุณแก้ม""ก็ใช้ไง"เปมิกาอ้าปากเป็นรูปตัวโอ ก่อนจะเข้าใจเจตนาของสามีตัวเองทันที "อ๋อออออ! คุณคิดจะจับคู่ให้คุณธามงั้นสิ!"ทิวามองหน้าภรรยาพลางกระตุกยิ้ม "ก็ไม่แน่ แค่เห็นว่ามันแวะมาหาฉันบ่อยเกินไปช่วงนี้ คงไม่ได้มาหาฉันหรอกมั้ง"เปมิกาหัวเราะคิก "คุณนี่มันจริงๆ เลย""เอาเป็นว่าทริปนี้นอกจากจะไปเที่ยวพักผ่อนแล้วเรามาลุ้นคู่นี้กันหน่อยดีไหม" ทิวาพูดพลางยกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งเป
ที่ออฟฟิศ บรรยากาศดูผ่อนคลายลงหลังจากที่ฝ่ายการเงินชุดเก่าถูกจัดการเรียบร้อยแล้วแต่บรรดาพนักงานก็เริ่มจับตามองบางอย่างที่น่าสนใจมากกว่าเดิม"นี่ๆ พวกเธอว่ามั้ยว่าคุณธามไทช่วงนี้มาที่นี่บ่อยจัง""ใช่ ฉันเห็นเขาคุยกับเลขาบอสบ่อยขึ้นด้วย"พนักงานหญิงหลายคนเริ่มซุบซิบกันเบาๆ เพราะปกติธามไทเป็นผู้ชายที่ไม่ค่อยสนใจใครง่ายๆแต่ตอนนี้เขากลับคอยวนเวียนอยู่ใกล้ๆ แก้วตาบ่อยขึ้นแก้วตาเองก็เริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้เหมือนกันวันนี้เธอกำลังนั่งจัดเอกสารอยู่ในห้องทำงานของทิวา ขณะที่กำลังจดจ่ออยู่กับงาน ธามไทก็เดินเข้ามาแล้ววางกาแฟเย็นลงตรงหน้าเธอแก้วตาเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างงุนงง "เอ่อคุณธามไท"ธามไทกระแอมเบาๆ ก่อนจะยักไหล่ "ฉันเห็นเธอทำงานเหนื่อย เลยซื้อมาให้"น้ำกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะอมยิ้ม "ขอบคุณค่ะ""อืม" เขาพยักหน้าเล็กน้อย แล้วเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้แก้วตามองตามด้วยรอยยิ้ม"คุณธามไทนี่ก็น่ารักเหมือนกันนะ"หลังเลิกงาน ทิวากลับมาหาเปมิกาที่เพนต์เฮ้าส์ วันนี้เขามีเซอร์ไพรส์เล็กๆ ให้เธ
ก่อนที่ทิวาเดินเข้าเขาก็โทรหาธามไท ชวนให้เขามาด้วยทิวาอยากเลี้ยงตอบแทนเพื่อนที่ช่วยจัดการปัญหาให้ในช่วงที่เขาไม่อยู่"ไอ้ธาม เย็นนี้ว่างไหม" เสียงทิวาดังมาจากปลายสาย"ว่าไงล่ะ" ธามไทถามกลับ"มาด้วยกันสิ ฉันอยากขอบใจที่แกช่วยดูแลบริษัทตอนฉันไม่อยู่"ธามไทหัวเราะเบาๆ "แหม ฟังดูเป็นทางการไปหรือเปล่าวะ""ก็มันเรื่องจริงนี่หว่า แกช่วยฉันไว้เยอะมากนะเว้ยไอ้เพื่อนรัก" ทิวายืนยันธามไทหัวเราะออกมาแต่ไม่ได้ปฏิเสธ เขาตอบตกลงก่อนจะขับรถมาที่ร้านอาหารที่ทิวานัดไว้เมื่อธามไทเดินเข้ามาในร้าน สายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับใครบางคนทันที'แก้วตา'เลขาของทิวานั่งอยู่ที่โต๊ะเดียวกับเปมิกา เมรี และกานดา เธอยิ้มบางๆ ขณะคุยกับทุกคนธามไทรู้ตัวว่าเขากำลังมองเธออยู่นานเกินไปจนทิวาแอบกระแอมเบาๆ "ไอ้ธาม มึงมองอะไรขนาดนั้นวะ""หืม เปล่า" ธามไทรีบตอบ แต่สายตายังแอบเหลือบมองแก้วเป็นระยะพอทั้งชายหนุ่มเดินมาถึงโต๊ะ เปมิกาก็รีบแนะนำ "ธามไทมาถึงพอดีเลยค่ะทุกคน"แก้วตาเงยหน้าขึ้นสบตาธามไท เธอยิ้มให้อย่างสุภาพ "สวัสดีค่ะคุณธามไท"
ไม่นานนัก ประตูห้องประชุมก็เปิดออก หัวหน้าแผนกที่เกี่ยวข้องทยอยเดินเข้ามานั่งประจำที่ สีหน้าของแต่ละคนดูไม่สู้ดีนัก บางคนมีแววร้อนรน บางคนพยายามเก็บอาการ แต่สำหรับธามไทเขามองออกทุกอย่าง"มากันครบแล้วใช่ไหม" เสียงทุ้มเข้มของเขาทำให้บรรยากาศในห้องเงียบลงทันทีแก้วตาเลขาของทิวาพยักหน้าเป็นสัญญาณว่าทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า"โอเค งั้นมาดูกันว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน"เขาวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะแล้วเปิดออก"เรื่องการเงินที่ผิดพลาดใครเป็นคนรับผิดชอบในช่วงเวลาดังกล่าว"เสียงกระแอมดังขึ้นจากมุมหนึ่งของโต๊ะ หัวหน้าฝ่ายการเงินหลบตาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้น"เอ่อเรื่องนี้เป็นความผิดพลาดของทีมครับ แต่เรากำลังตรวจสอบอยู่"ธามไทเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเคาะแฟ้มเอกสารเบาๆ"แปลกนะ ผมได้ข้อมูลมาว่าเปมิกาถูกโยนความผิดให้ ทั้งที่เธอไม่ได้เป็นคนทำบัญชีช่วงนั้น แถมคนที่ทำก็ยังลอยตัวอยู่แบบนี้คุณจะอธิบายว่ายังไงดี"คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับหน้าซีดเผือด บางคนเริ่มมีเหงื่อซึมออกมาตามไรผม"คือเรากำลังสืบหาตัวคนทำผิดอยู่ครับ!" หัวหน้าฝ่ายการเงินรีบพูดเสียงร้อนรนธามไทยกยิ้มเย็น ก่อนจะหยิบเอกสารอีกฉบับขึ้นมา"ไม่ต






![เพลิงไข่มุก [NC30+] + [BDSM] + [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
