LOGINด้านทิวาเสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นในขณะที่เขากำลังประชุมอยู่ ทิวาเหลือบมองหน้าจอ
และเมื่อเห็นชื่อของเธอ เขาก็ตัดสินใจกดเปิดอ่านข้อความ
เพียงไม่กี่วินาทีที่สายตากวาดผ่านตัวอักษร หัวใจของเขาก็พลันกระตุก
ขอจบทุกอย่าง ย้ายออก มือที่กำโทรศัพท์แน่นขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกบางอย่างตีขึ้นมาอย่างรุนแรง
เขาพยายามกดโทรหาเธอทันที แต่กลับพบว่าสายถูกตัด และเมื่อโทรซ้ำอีกครั้ง
มันกลับเป็นเพียงเสียงแจ้งเตือนว่า “หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้”
“ยัยบ้าเอ้ย!” ทิวาขบกรามแน่น ความรู้สึกไม่พอใจและหงุดหงิดเริ่มก่อตัวขึ้น
เธอคิดว่าเธอจะหนีไปจากเขาได้ง่ายๆ อย่างนั้นเหรอคนอย่างเธอจะไปไหนได้เปมิกา
เปมิกานั่งอยู่บนรถแท็กซี่ มองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสายตาว่างเปล่า กรุงเทพฯ
ยังคงวุ่นวายเหมือนเคย แต่ในใจของเธอกลับเงียบเหงาอย่างน่ากลัว
เธอคิดถูกแล้วใช่ไหม ที่เลือกเดินออกมาจากเขา ออกมาจากความสัมพันธ์ ที่ไม่มีสถานะ
แม้จะเจ็บปวด แต่เธอไม่อาจทนอยู่ในเงามืดของเขาได้อีกต่อไป
เธอขอไปพักใจที่ทะเลหัวหิน สักพักเงินที่ทิวาให้เธอตลอดสองปีที่ผ่านมาทำให้เธออยู่ได้แบบสบายๆ
เปมิกามองออกไปนอกหน้าต่างรถไฟ ฟ้าสีครามและทิวมะพร้าวที่เรียงรายอยู่ไกลๆ บ่งบอกว่าเธอกำลังเข้าใกล้ปลายทางของตัวเอง
หัวหินเมืองตากอากาศที่เธอเคยฝันอยากมาใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย เงียบสงบ ไร้ความวุ่นวาย และไร้เงาของเขา
เธอลงจากรถไฟพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบเล็ก เช็คอินเข้าที่พักริมชายหาด
เป็นบ้านพักหลังเล็กๆ ที่ไม่หรูหรา แต่ก็อบอุ่นพอจะทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย
เธอเลือกห้องที่มีระเบียงหันออกทะเล ลมพัดอ่อนๆ มากระทบผิวหน้า เสียงคลื่นซัดเข้าฝั่งเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
เธอถอนหายใจ นั่งลงบนเก้าอี้หวาย มองออกไปยังเส้นขอบฟ้า
"จากนี้ไป เราจะอยู่เพื่อตัวเองบ้างนะยัยหวาน"
ด้านทิวาทิวานั่งอยู่ในห้องทำงานของตัวเอง สายตาจ้องไปยังโทรศัพท์ที่เงียบสนิทมาเป็นวันๆ ตั้งแต่เธอส่งข้อความบอกลา
เปมิกาหายไปแล้วจริงๆ
ไม่มีร่องรอย ไม่มีการติดต่อกลับ เขาลองสั่งให้คนไปเช็กที่คอนโดของเธอ ก็พบว่าเธอฝากกุญแจกับนิติเรียบร้อยแล้ว
“ให้ตายเถอะ.เธอเป็นบ้าอะไรของเธออีกเนี่ย” เขากำมือแน่น
เขาไม่เคยคิดว่าเธอจะกล้าตัดเขาออกไปจากชีวิตแบบนี้
แม้เขาจะเป็นคนที่ยื่นข้อเสนอให้เธออยู่ในสถานะลับๆ
แม้เขาจะไม่เคยให้สัญญาอะไรกับเธอ แต่ทุกครั้งที่กลับไปหาเธอ ทุกคืนที่เธออยู่ในอ้อมแขนเขา มันก็ไม่เคยเหมือนใคร
แล้วเธอจะจากเขาไปง่ายๆ แบบนี้จริงๆ น่ะหรือ
เปมิกาใช้ชีวิตในหัวหินได้อย่างสบายๆ เงินที่ทิวาให้มาตลอดสองปีมากพอให้เธอใช้โดยไม่ต้องกังวล
เธอเลือกใช้มันอย่างประหยัด ไม่ได้ฟุ่มเฟือย แต่ก็ไม่ได้ขัดสน
เธอออกไปเดินเล่นชายหาดในตอนเช้า อ่านหนังสือใต้ร่มไม้ในตอนบ่าย และนั่งมองพระอาทิตย์ตกดินเงียบๆ
มันเป็นชีวิตที่เรียบง่าย และสงบกว่าทุกช่วงเวลาที่เธอเคยมีในเมืองกรุง
แต่มันก็ยังมีบางสิ่งที่ติดค้างในใจ
เขา ยังคิดถึงเธออยู่บ้างไหม หรือเธอเป็นแค่เรื่องผ่านๆ สำหรับเขาจริงๆเหรอ
แต่แล้ววันหนึ่งในขณะที่เปมิกากำลังเดินเล่นอยู่ริมชายหาด ลมทะเลพัดผมเธอปลิวไปตามแรงลม เธอหันไปมองวิวท้องฟ้าอันกว้างใหญ่
เสียงฝีเท้าของใครบางคนทำให้เธอชะงัก
และเมื่อเธอหันกลับไป เธอก็ต้องเบิกตากว้าง
ทิวาเขายืนอยู่ตรงนั้น มองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก
"คิดว่าจะหนีพ้นฉันได้ง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ?น้ำหวาน"
เปมิกามองเขาด้วยสายตาตกตะลึง หัวใจเธอเต้นแรงอย่างไม่อาจควบคุม
"คุณธีร์." เธอเอ่ยเสียงแผ่ว
ทิวายืนอยู่ตรงหน้าเธอ ร่างสูงสง่าในชุดเชิ้ตสีขาวแขนพับถึงข้อศอก กับกางเกงสแล็กเรียบหรู
แม้จะอยู่ริมทะเล แต่บุคลิกของเขายังคงดูทรงอำนาจและน่าเกรงขามเหมือนเคย
แต่สิ่งที่เปมิกาไม่เข้าใจคือ ทำไมเขาถึงอยู่ที่นี่
"คิดว่าฉันจะปล่อยให้เธอหายไปเฉยๆ อย่างนั้นเหรอน้ำหวาน" เสียงทุ้มต่ำของเขาดังก้องอยู่ในโสตประสาท
เธอกำมือแน่น พยายามระงับความสั่นไหวในใจ
"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณธีร์ล่ะคะ หวานตัดสินใจจบทุกอย่างแล้วคุณธีร์ก็ควรปล่อยหวานไปสิ"
เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้
ดวงตาคมกริบของทิวาหรี่ลง เขาสบตาเธอราวกับจะค้นหาคำตอบ
"เธอหนีฉันไป ทั้งที่ฉันยังไม่ได้บอกให้เธอไป"
"หวานไม่จำเป็นต้องรอให้คุณธีร์บอก เพราะหวานเลือกเองได้ไม่ใช่เหรอคะ ชีวิตเป็นของหวาน"
เธอพยายามหมุนตัวจะเดินจากไป แต่เสียงของเขาหยุดเธอไว้
"ฉันจ้างนักสืบตามหาเธอมาเป็นเดือน และตอนนี้ฉันเจอแล้ว คิดว่าฉันจะปล่อยเธอไปง่ายๆ งั้นเหรอ"
คำพูดของเขาทำให้เธอชะงักเขาจ้างนักสืบตามหาเธอ เดือนที่ผ่านมา
หมายความว่า เขาไม่เคยลืมเธอเลยงั้นหรือ เธออย่าหลอกตัวเองอีกเลยเปมิกา เธอควรยอมรับความจริงได้แล้ว
เปมิกาเม้มปากแน่น พยายามกดความรู้สึกทั้งหมดไว้ เธอหันไปเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง
ดวงตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความไม่เข้าใจ
"ทำไมคุณต้องเสียเวลาตามหาหวานด้วย คุณธีร์มีคนที่เหมาะสมกับคุณธีร์อยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ"
ทิวานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ใช่ ฉันมีคนที่เหมาะสมแล้ว แต่เธอคือคนของฉัน"
หัวใจเปมิกาเต้นแรง เธอพยายามบอกตัวเองว่าอย่าหวั่นไหว แต่แววตาของเขากลับทำให้เธอหวาดกลัว... กลัวว่าจะเชื่อเขาอีกครั้ง
"ไม่ค่ะ! หวานไม่กลับไปอยู่กับคุณธีร์อีกแล้วค่ะ"
เธอหันหลังเดินจากไป ทิ้งเขายืนอยู่ท่ามกลางสายลมทะเล
แต่ทิวารู้ดีนี่ไม่ใช่จุดจบของเรื่องนี่แน่นอนเขาตามหาเธอจนเจอแล้ว และครั้งนี้ เขาจะไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ อีกต่อไป
พ่อกับแม่ของเปมิกาดีใจมาก ที่ลูกสาวกลับมาอยู่บ้านนานกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา“มาคราวนี้อยู่ให้นานๆ นะลูก แม่คิดถึง” คุณแม่พูดพร้อมลูบท้องของเปมิกาเบาๆ “หลานของแม่ก็กำลังโตขึ้นทุกวันแล้วนะ”เปมิกายิ้มอย่างมีความสุข “ค่ะแม่ คราวนี้หวานตั้งใจจะอยู่พักผ่อนให้เต็มที่”คุณพ่อมองทิวาแล้วพยักหน้าชื่นชม “ดูแลลูกพ่อให้ดีล่ะ พ่อฝากด้วยคุณธีร์”ทิวายกมือไหว้อย่างนอบน้อม “ครับคุณพ่อ ผมจะดูแลหวานกับลูกให้ดีที่สุดครับ”ช่วงเวลาที่บ้านต่างจังหวัดเต็มไปด้วยความอบอุ่น เปมิกาได้นั่งพูดคุยกับพ่อแม่เหมือนเมื่อก่อนส่วนทิวาก็ช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ ในบ้าน ไม่ถือตัวแม้ว่าเขาจะเป็นเจ้าของบริษัทใหญ่โตเย็นวันนั้น ขณะที่พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า เปมิกาเดินออกมานั่งรับลมเย็นๆ ทิวาเดินเข้ามากอดเธอจากด้านหลังอย่างอ่อนโยน“ฉันอยากให้เธอมีความสุขที่สุดเลยนะหวาน”เปมิกาหันไปสบตาเขาแล้วพยักหน้า
หลังจากกลับจากทริปทะเล ทิวา เปมิกา ธามไท และเลขาสาว ต่างก็กลับมาทำงานกันตามปกติแต่ดูเหมือนว่าความสงบจะอยู่ได้ไม่นานข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วบริษัทว่า ฝ่ายการเงินที่ถูกจับก่อนหน้านี้ได้รับการประกันตัวออกมาแล้วไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาคิดจะทำอะไรต่อ แต่สำหรับทิวาแล้ว เขาไม่ใส่ใจนัก เพราะมั่นใจว่าความถูกต้องจะจัดการทุกอย่างเองแต่เขาไม่รู้เลยว่า ความอาฆาตของคนที่หมดอนาคตไปเพราะเขายังไม่จบลงง่ายๆในห้องลับแห่งหนึ่ง ชายที่เคยเป็นหัวหน้าฝ่ายการเงินกำลังนั่งสูบบุหรี่ด้วยแววตาแข็งกร้าว“ไอ้ทิวาเพราะแก ฉันต้องเสียทุกอย่าง”ลูกน้องของเขาที่เป็นอดีตพนักงานบริษัทเดียวกันพยักหน้า“มันทำให้พวกเราถูกไล่ออก แถมยังทำให้ชีวิตพังยับเยิน! ถ้าไม่มีมันพวกเราคงยังสุขสบายอยู่ที่เดิม”ชายคนเดิมเคาะบุหรี่ลงในที่เขี่ยบุหรี่ ก่อนจะแสยะยิ้มร้าย“ฉันไม่สนแล้วว่ามันจะมีอำนาจแค่ไหน แต่ฉันจะทำให้มันพัง! จัดหาคนให้ฉัน...ฉันต้องการให้มันเจ็บปวดที่สุด”ลูกน้องพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อ
ทิวามองตามหลังธามไทที่เดินออกไปก่อนจะหัวเราะเบาๆ อย่างรู้ทันเขาส่ายหัวน้อยๆ ก่อนจะหันไปมองเปมิกาที่กำลังนั่งทำงานอยู่ข้างๆ"หวาน ไปเที่ยวทะเลกันไหม"เปมิกาเงยหน้าขึ้นจากงาน "หืม อยู่ๆ ก็อยากไปเที่ยวเหรอเหรอคะ""อืมถือว่าไปพักผ่อน เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง" เขาพูดพลางยกมือไปลูบหน้าท้องของเปมิกาที่เริ่มโตขึ้นน้อยๆ ด้วยความอ่อนโยน"อีกอย่างเธอควรได้พัก ไม่ใช่นั่งทำงานทั้งวัน"เปมิกาหัวเราะเบาๆ "ไปแค่เราสองคนเหรอคะ""ไม่สbฉันว่าจะพาไอ้ธามไปด้วย" ทิวาพูดพร้อมกับยกยิ้มเจ้าเล่ห์ "แล้วก็คุณแก้ม"เปมิกาขมวดคิ้วเล็กน้อย "คุณแก้ม""ก็ใช้ไง"เปมิกาอ้าปากเป็นรูปตัวโอ ก่อนจะเข้าใจเจตนาของสามีตัวเองทันที "อ๋อออออ! คุณคิดจะจับคู่ให้คุณธามงั้นสิ!"ทิวามองหน้าภรรยาพลางกระตุกยิ้ม "ก็ไม่แน่ แค่เห็นว่ามันแวะมาหาฉันบ่อยเกินไปช่วงนี้ คงไม่ได้มาหาฉันหรอกมั้ง"เปมิกาหัวเราะคิก "คุณนี่มันจริงๆ เลย""เอาเป็นว่าทริปนี้นอกจากจะไปเที่ยวพักผ่อนแล้วเรามาลุ้นคู่นี้กันหน่อยดีไหม" ทิวาพูดพลางยกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งเป
ที่ออฟฟิศ บรรยากาศดูผ่อนคลายลงหลังจากที่ฝ่ายการเงินชุดเก่าถูกจัดการเรียบร้อยแล้วแต่บรรดาพนักงานก็เริ่มจับตามองบางอย่างที่น่าสนใจมากกว่าเดิม"นี่ๆ พวกเธอว่ามั้ยว่าคุณธามไทช่วงนี้มาที่นี่บ่อยจัง""ใช่ ฉันเห็นเขาคุยกับเลขาบอสบ่อยขึ้นด้วย"พนักงานหญิงหลายคนเริ่มซุบซิบกันเบาๆ เพราะปกติธามไทเป็นผู้ชายที่ไม่ค่อยสนใจใครง่ายๆแต่ตอนนี้เขากลับคอยวนเวียนอยู่ใกล้ๆ แก้วตาบ่อยขึ้นแก้วตาเองก็เริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้เหมือนกันวันนี้เธอกำลังนั่งจัดเอกสารอยู่ในห้องทำงานของทิวา ขณะที่กำลังจดจ่ออยู่กับงาน ธามไทก็เดินเข้ามาแล้ววางกาแฟเย็นลงตรงหน้าเธอแก้วตาเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างงุนงง "เอ่อคุณธามไท"ธามไทกระแอมเบาๆ ก่อนจะยักไหล่ "ฉันเห็นเธอทำงานเหนื่อย เลยซื้อมาให้"น้ำกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะอมยิ้ม "ขอบคุณค่ะ""อืม" เขาพยักหน้าเล็กน้อย แล้วเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้แก้วตามองตามด้วยรอยยิ้ม"คุณธามไทนี่ก็น่ารักเหมือนกันนะ"หลังเลิกงาน ทิวากลับมาหาเปมิกาที่เพนต์เฮ้าส์ วันนี้เขามีเซอร์ไพรส์เล็กๆ ให้เธ
ก่อนที่ทิวาเดินเข้าเขาก็โทรหาธามไท ชวนให้เขามาด้วยทิวาอยากเลี้ยงตอบแทนเพื่อนที่ช่วยจัดการปัญหาให้ในช่วงที่เขาไม่อยู่"ไอ้ธาม เย็นนี้ว่างไหม" เสียงทิวาดังมาจากปลายสาย"ว่าไงล่ะ" ธามไทถามกลับ"มาด้วยกันสิ ฉันอยากขอบใจที่แกช่วยดูแลบริษัทตอนฉันไม่อยู่"ธามไทหัวเราะเบาๆ "แหม ฟังดูเป็นทางการไปหรือเปล่าวะ""ก็มันเรื่องจริงนี่หว่า แกช่วยฉันไว้เยอะมากนะเว้ยไอ้เพื่อนรัก" ทิวายืนยันธามไทหัวเราะออกมาแต่ไม่ได้ปฏิเสธ เขาตอบตกลงก่อนจะขับรถมาที่ร้านอาหารที่ทิวานัดไว้เมื่อธามไทเดินเข้ามาในร้าน สายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับใครบางคนทันที'แก้วตา'เลขาของทิวานั่งอยู่ที่โต๊ะเดียวกับเปมิกา เมรี และกานดา เธอยิ้มบางๆ ขณะคุยกับทุกคนธามไทรู้ตัวว่าเขากำลังมองเธออยู่นานเกินไปจนทิวาแอบกระแอมเบาๆ "ไอ้ธาม มึงมองอะไรขนาดนั้นวะ""หืม เปล่า" ธามไทรีบตอบ แต่สายตายังแอบเหลือบมองแก้วเป็นระยะพอทั้งชายหนุ่มเดินมาถึงโต๊ะ เปมิกาก็รีบแนะนำ "ธามไทมาถึงพอดีเลยค่ะทุกคน"แก้วตาเงยหน้าขึ้นสบตาธามไท เธอยิ้มให้อย่างสุภาพ "สวัสดีค่ะคุณธามไท"
ไม่นานนัก ประตูห้องประชุมก็เปิดออก หัวหน้าแผนกที่เกี่ยวข้องทยอยเดินเข้ามานั่งประจำที่ สีหน้าของแต่ละคนดูไม่สู้ดีนัก บางคนมีแววร้อนรน บางคนพยายามเก็บอาการ แต่สำหรับธามไทเขามองออกทุกอย่าง"มากันครบแล้วใช่ไหม" เสียงทุ้มเข้มของเขาทำให้บรรยากาศในห้องเงียบลงทันทีแก้วตาเลขาของทิวาพยักหน้าเป็นสัญญาณว่าทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า"โอเค งั้นมาดูกันว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน"เขาวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะแล้วเปิดออก"เรื่องการเงินที่ผิดพลาดใครเป็นคนรับผิดชอบในช่วงเวลาดังกล่าว"เสียงกระแอมดังขึ้นจากมุมหนึ่งของโต๊ะ หัวหน้าฝ่ายการเงินหลบตาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้น"เอ่อเรื่องนี้เป็นความผิดพลาดของทีมครับ แต่เรากำลังตรวจสอบอยู่"ธามไทเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเคาะแฟ้มเอกสารเบาๆ"แปลกนะ ผมได้ข้อมูลมาว่าเปมิกาถูกโยนความผิดให้ ทั้งที่เธอไม่ได้เป็นคนทำบัญชีช่วงนั้น แถมคนที่ทำก็ยังลอยตัวอยู่แบบนี้คุณจะอธิบายว่ายังไงดี"คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับหน้าซีดเผือด บางคนเริ่มมีเหงื่อซึมออกมาตามไรผม"คือเรากำลังสืบหาตัวคนทำผิดอยู่ครับ!" หัวหน้าฝ่ายการเงินรีบพูดเสียงร้อนรนธามไทยกยิ้มเย็น ก่อนจะหยิบเอกสารอีกฉบับขึ้นมา"ไม่ต







