เข้าสู่ระบบกลางดึกคืนนั้นหลังจากที่เขาแยกจากอรณิชา ทิวากลับมาที่คอนโดเช่นเคย
เขาเปิดประตูเข้ามา เห็นเปมิกานั่งอยู่ที่โซฟาเหมือนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้ลุกขึ้นมาต้อนรับ ไม่ได้ยิ้มให้เหมือนที่เคยเป็น
เขาขมวดคิ้วก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ “เป็นอะไรหรือเปล่าน้ำหวาน”
เปมิกาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาของเธอไม่ได้แดงช้ำ ไม่ได้มีน้ำตาเหมือนที่เขาคิด แต่มันกลับเต็มไปด้วยความว่างเปล่า
“คุณกลับไปหาคนที่เหมาะสมกับคุณแล้วนี่คะ” เธอพูดเสียงเรียบ “คุณไม่จำเป็นต้องมาที่นี่อีกก็ได้นะคะ”
ทิวาชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะหัวเราะเบาๆ
“หวานเธอเริ่มคิดมากอีกแล้วนะ”
เปมิกายิ้มบางๆ “ค่ะ หวานคิดมากคิดมากเกินไป”
เขามองเธอด้วยสายตาอ่านไม่ออก ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้ เอื้อมมือจะจับเธอ แต่เปมิกาถอยห่าง
“คืนนี้หวานอยากอยู่คนเดียว” เธอกล่าวเสียงเบา “คุณธีร์กลับไปเถอะค่ะ”
ทิวาหรี่ตาลง เขาไม่ชอบสิ่งที่เธอกำลังทำ ไม่ชอบที่เธอกำลังเปลี่ยนไป
“เปมิกา” เขาเรียกชื่อเธอช้าๆ ด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยแรงกดดัน
“คุณธีร์ไม่ต้องพูดอะไรหรอกค่ะ” เธอพูดขัดขึ้น
“หวานเข้าใจทุกอย่างดีแล้ว เมื่อคุณธีร์เจอคนที่เหมาะสมแล้ว คุณธีร์ก็ไม่จำเป็นต้องมาหาหวานอีก”
ทิวามองเธอนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมา เขารู้ว่าเธอไม่ได้แค่ประชด... แต่เธอเริ่มตัดใจจากเขาจริงๆ แล้ว
แต่เขาจะยอมให้มันเป็นแบบนั้นหรือ คืนนั้นเขาหันหลังกลับออกไปจากห้อง ปล่อยให้เธอจมอยู่กับความว่างเปล่าเพียงลำพัง
วันนี้เป็นวันเกิดของเปมิกาแต่เขาไม่รู้ หรืออาจจะรู้ แต่เลือกที่จะไม่สนใจ
เธอไม่ได้คาดหวังอะไรจากทิวาอยู่แล้ว แม้ลึกๆ ในใจจะยังมีเศษเสี้ยวของความหวัง แต่เธอก็พยายามบอกตัวเองให้เลิกฝัน
โชคดีที่เธอยังมีเพื่อนร่วมงานที่ใส่ใจ
“สุขสันต์วันเกิดนะน้ำหวาน!”
เพื่อนสนิทสองสามคนที่ทำงานพาเธอออกไปเลี้ยงฉลองเล็กๆ ที่ร้านอาหารใกล้ออฟฟิศ
ไม่ได้หรูหราอลังการเหมือนดินเนอร์ใต้แสงเทียนที่เธอเคยเห็นในอินสตาแกรมของอรณิชา
แต่กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเสียงหัวเราะ
“ขอบคุณทุกคนนะ” เปมิกายิ้ม แม้รอยยิ้มนั้นจะเจือไปด้วยความเหนื่อยล้า
“หวานอยากได้อะไรเป็นของขวัญไหม?”เมย์ หนึ่งในเพื่อนถาม
เปมิกาส่ายหน้า “ขอให้ปีนี้ใจฉันเข้มแข็งขึ้นก็พอแล้วพอแล้วล่ะยัยเมย์”
เพื่อนๆ หัวเราะเบาๆ แต่ก็รู้ดีว่าในคำพูดเล่นนั้นมีบางสิ่งซ่อนอยู่
เปมิกากลับมาที่คอนโดตอนเกือบเที่ยงคืน
เธอเปิดประตูเข้ามาในห้องที่เงียบงัน ไม่มีเค้ก ไม่มีของขวัญ ไม่มีคำอวยพร
เธอถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเดินไปนั่งที่โซฟา วางกระเป๋าลง แล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง
จนกระทั่งเสียงปลดล็อกประตูดังขึ้น
เธอหันไปมอง แล้วก็พบกับร่างสูงของเขา
ทิวาเดินเข้ามา ดวงตาคมมองเธออย่างประเมิน ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “เธอไปไหนมา”
เปมิกาไม่ได้ตอบในทันที เธอเพียงแค่ยิ้มบางๆ “ไปฉลองวันเกิดกับเพื่อนมาค่ะ”
ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว
“วันเกิด?”
“ค่ะ”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้อง
เปมิกามองสีหน้าของเขาแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ “คุณธีร์คงไม่ว่าใช่ไหมคะ ที่หวานออกไปกับเพื่อน”
ทิวาไม่ได้ตอบ เขาแค่ยืนอยู่ตรงนั้น สายตาอ่านไม่ออก
เธอส่ายหน้ายิ้มๆ “หวานขอโทษนะคะ ที่ไม่ได้บอกคุณธีร์”
คำพูดของเธอทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างประหลาด
เขารู้ว่าเปมิกาไม่ได้ประชด แต่เธอกำลังพูดความจริง
เขาลืมวันเกิดของเธอไปจริงๆ
ทิวาไม่เคยเป็นผู้ชายที่สนใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อยู่แล้ว แต่คืนนี้เขากลับรู้สึกว่ามีบางอย่างบีบแน่นอยู่ในอก
“ฉัน” เขาเริ่มพูด แต่เปมิกาเพียงแค่ลุกขึ้นยืน ยิ้มให้เขา แล้วเดินผ่านไป
“ดึกแล้ว คุณธีร์อาบน้ำก่อนไหม คะเดี๋ยวหวานไปเตรียมน้ำอุ่นให้นะคะ”
น้ำเสียงของเธอเรียบเฉยจนน่ากลัว
ทิวาหยุดนิ่งอยู่กับที่ สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของเธอ
คืนนี้ เธอไม่ใช่เปมิกาคนเดิมที่เคยรอคอยเขาอย่างเต็มใจอีกแล้ว
ทิวานิ่งค้างอยู่ตรงนั้น เขามองแผ่นหลังของเปมิกาที่เดินเข้าห้องน้ำไปโดยไม่หันกลับมา
เขาไม่ได้ลืมวันเกิดของเธอเขาแค่ไม่คิดว่ามันสำคัญ
หรือจริงๆ แล้วเขาแค่ไม่อยากยอมรับว่าเธอสำคัญสำหรับเขา
ทิวาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเดินเข้าไปหาเธอ
เขาเห็นเปมิกานั่งอยู่ที่ปลายเตียง ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่โทรศัพท์ในมือ แต่เขารู้ว่าเธอไม่ได้สนใจหน้าจอจริงๆ
“หวาน” เขาเรียกชื่อเธอเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน
เปมิกาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า
“หวานเตรียมน้ำอุ่นให้แล้วล่ะค่ะ คุณธีร์ไปอาบน้ำเถอะ นี่มันก็ดึกมากแล้ว”
เธอทำอย่างนี่ทุกครั้งที่เขามาหามันเป็นสิ่งที่เธอเคยยอมรับได้ แต่คืนนี้กลับรู้สึกเจ็บจนพูดไม่ออก
ทิวาขมวดคิ้ว ไม่ชอบน้ำเสียงห่างเหินของเธอเลยสักนิด
“ฉัน...” เขาชะงัก ไม่รู้ว่าควรพูดอะไร
ขอโทษเหรอ? เขาไม่เคยขอโทษใครมาก่อนโดยไม่มีเหตุผล
“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะลืม” คำพูดนั้นฟังดูเย็นชาเกินไป แม้แต่เขาเองยังรู้สึกได้
เปมิกาหัวเราะเบาๆ แต่ไม่มีรอยยิ้มอยู่ในนั้น “ไม่เป็นไรค่ะ หวานไม่ได้หวังให้คุณจำได้อยู่แล้ว”
เธอวางโทรศัพท์ลง ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัว แล้วเอนกายลงกับเตียง
“คืนนี้คุณจะนอนที่นี่ไหมคะ” เธอถามเสียงเรียบ ราวกับต้องการตัดบท
ทิวาไม่ตอบในทันที เขาเพียงแค่ยืนมองเธอที่หันหลังให้เขา
“เธอเปลี่ยนไปนะหวาน” เขาพึมพำ
เปมิกาหลับตา ฝืนรอยยิ้มที่เจ็บปวดที่สุดออกมา
“หวานแค่เริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างแล้วค่ะ”
ทิวาไม่ได้ถามว่ามันคืออะไร เพราะเขารู้ดี
เปมิกาเริ่มเข้าใจว่าความสัมพันธ์นี้ไม่มีที่ไป และเขาเองก็รู้ว่าเธอไม่ได้เป็นแค่คู่นอน สำหรับเขาอีกต่อไป
แต่มันสายเกินไปหรือเปล่า ที่เขาจะยอมรับความจริงนั้น
พ่อกับแม่ของเปมิกาดีใจมาก ที่ลูกสาวกลับมาอยู่บ้านนานกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา“มาคราวนี้อยู่ให้นานๆ นะลูก แม่คิดถึง” คุณแม่พูดพร้อมลูบท้องของเปมิกาเบาๆ “หลานของแม่ก็กำลังโตขึ้นทุกวันแล้วนะ”เปมิกายิ้มอย่างมีความสุข “ค่ะแม่ คราวนี้หวานตั้งใจจะอยู่พักผ่อนให้เต็มที่”คุณพ่อมองทิวาแล้วพยักหน้าชื่นชม “ดูแลลูกพ่อให้ดีล่ะ พ่อฝากด้วยคุณธีร์”ทิวายกมือไหว้อย่างนอบน้อม “ครับคุณพ่อ ผมจะดูแลหวานกับลูกให้ดีที่สุดครับ”ช่วงเวลาที่บ้านต่างจังหวัดเต็มไปด้วยความอบอุ่น เปมิกาได้นั่งพูดคุยกับพ่อแม่เหมือนเมื่อก่อนส่วนทิวาก็ช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ ในบ้าน ไม่ถือตัวแม้ว่าเขาจะเป็นเจ้าของบริษัทใหญ่โตเย็นวันนั้น ขณะที่พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า เปมิกาเดินออกมานั่งรับลมเย็นๆ ทิวาเดินเข้ามากอดเธอจากด้านหลังอย่างอ่อนโยน“ฉันอยากให้เธอมีความสุขที่สุดเลยนะหวาน”เปมิกาหันไปสบตาเขาแล้วพยักหน้า
หลังจากกลับจากทริปทะเล ทิวา เปมิกา ธามไท และเลขาสาว ต่างก็กลับมาทำงานกันตามปกติแต่ดูเหมือนว่าความสงบจะอยู่ได้ไม่นานข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วบริษัทว่า ฝ่ายการเงินที่ถูกจับก่อนหน้านี้ได้รับการประกันตัวออกมาแล้วไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาคิดจะทำอะไรต่อ แต่สำหรับทิวาแล้ว เขาไม่ใส่ใจนัก เพราะมั่นใจว่าความถูกต้องจะจัดการทุกอย่างเองแต่เขาไม่รู้เลยว่า ความอาฆาตของคนที่หมดอนาคตไปเพราะเขายังไม่จบลงง่ายๆในห้องลับแห่งหนึ่ง ชายที่เคยเป็นหัวหน้าฝ่ายการเงินกำลังนั่งสูบบุหรี่ด้วยแววตาแข็งกร้าว“ไอ้ทิวาเพราะแก ฉันต้องเสียทุกอย่าง”ลูกน้องของเขาที่เป็นอดีตพนักงานบริษัทเดียวกันพยักหน้า“มันทำให้พวกเราถูกไล่ออก แถมยังทำให้ชีวิตพังยับเยิน! ถ้าไม่มีมันพวกเราคงยังสุขสบายอยู่ที่เดิม”ชายคนเดิมเคาะบุหรี่ลงในที่เขี่ยบุหรี่ ก่อนจะแสยะยิ้มร้าย“ฉันไม่สนแล้วว่ามันจะมีอำนาจแค่ไหน แต่ฉันจะทำให้มันพัง! จัดหาคนให้ฉัน...ฉันต้องการให้มันเจ็บปวดที่สุด”ลูกน้องพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อ
ทิวามองตามหลังธามไทที่เดินออกไปก่อนจะหัวเราะเบาๆ อย่างรู้ทันเขาส่ายหัวน้อยๆ ก่อนจะหันไปมองเปมิกาที่กำลังนั่งทำงานอยู่ข้างๆ"หวาน ไปเที่ยวทะเลกันไหม"เปมิกาเงยหน้าขึ้นจากงาน "หืม อยู่ๆ ก็อยากไปเที่ยวเหรอเหรอคะ""อืมถือว่าไปพักผ่อน เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง" เขาพูดพลางยกมือไปลูบหน้าท้องของเปมิกาที่เริ่มโตขึ้นน้อยๆ ด้วยความอ่อนโยน"อีกอย่างเธอควรได้พัก ไม่ใช่นั่งทำงานทั้งวัน"เปมิกาหัวเราะเบาๆ "ไปแค่เราสองคนเหรอคะ""ไม่สbฉันว่าจะพาไอ้ธามไปด้วย" ทิวาพูดพร้อมกับยกยิ้มเจ้าเล่ห์ "แล้วก็คุณแก้ม"เปมิกาขมวดคิ้วเล็กน้อย "คุณแก้ม""ก็ใช้ไง"เปมิกาอ้าปากเป็นรูปตัวโอ ก่อนจะเข้าใจเจตนาของสามีตัวเองทันที "อ๋อออออ! คุณคิดจะจับคู่ให้คุณธามงั้นสิ!"ทิวามองหน้าภรรยาพลางกระตุกยิ้ม "ก็ไม่แน่ แค่เห็นว่ามันแวะมาหาฉันบ่อยเกินไปช่วงนี้ คงไม่ได้มาหาฉันหรอกมั้ง"เปมิกาหัวเราะคิก "คุณนี่มันจริงๆ เลย""เอาเป็นว่าทริปนี้นอกจากจะไปเที่ยวพักผ่อนแล้วเรามาลุ้นคู่นี้กันหน่อยดีไหม" ทิวาพูดพลางยกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งเป
ที่ออฟฟิศ บรรยากาศดูผ่อนคลายลงหลังจากที่ฝ่ายการเงินชุดเก่าถูกจัดการเรียบร้อยแล้วแต่บรรดาพนักงานก็เริ่มจับตามองบางอย่างที่น่าสนใจมากกว่าเดิม"นี่ๆ พวกเธอว่ามั้ยว่าคุณธามไทช่วงนี้มาที่นี่บ่อยจัง""ใช่ ฉันเห็นเขาคุยกับเลขาบอสบ่อยขึ้นด้วย"พนักงานหญิงหลายคนเริ่มซุบซิบกันเบาๆ เพราะปกติธามไทเป็นผู้ชายที่ไม่ค่อยสนใจใครง่ายๆแต่ตอนนี้เขากลับคอยวนเวียนอยู่ใกล้ๆ แก้วตาบ่อยขึ้นแก้วตาเองก็เริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้เหมือนกันวันนี้เธอกำลังนั่งจัดเอกสารอยู่ในห้องทำงานของทิวา ขณะที่กำลังจดจ่ออยู่กับงาน ธามไทก็เดินเข้ามาแล้ววางกาแฟเย็นลงตรงหน้าเธอแก้วตาเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างงุนงง "เอ่อคุณธามไท"ธามไทกระแอมเบาๆ ก่อนจะยักไหล่ "ฉันเห็นเธอทำงานเหนื่อย เลยซื้อมาให้"น้ำกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะอมยิ้ม "ขอบคุณค่ะ""อืม" เขาพยักหน้าเล็กน้อย แล้วเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้แก้วตามองตามด้วยรอยยิ้ม"คุณธามไทนี่ก็น่ารักเหมือนกันนะ"หลังเลิกงาน ทิวากลับมาหาเปมิกาที่เพนต์เฮ้าส์ วันนี้เขามีเซอร์ไพรส์เล็กๆ ให้เธ
ก่อนที่ทิวาเดินเข้าเขาก็โทรหาธามไท ชวนให้เขามาด้วยทิวาอยากเลี้ยงตอบแทนเพื่อนที่ช่วยจัดการปัญหาให้ในช่วงที่เขาไม่อยู่"ไอ้ธาม เย็นนี้ว่างไหม" เสียงทิวาดังมาจากปลายสาย"ว่าไงล่ะ" ธามไทถามกลับ"มาด้วยกันสิ ฉันอยากขอบใจที่แกช่วยดูแลบริษัทตอนฉันไม่อยู่"ธามไทหัวเราะเบาๆ "แหม ฟังดูเป็นทางการไปหรือเปล่าวะ""ก็มันเรื่องจริงนี่หว่า แกช่วยฉันไว้เยอะมากนะเว้ยไอ้เพื่อนรัก" ทิวายืนยันธามไทหัวเราะออกมาแต่ไม่ได้ปฏิเสธ เขาตอบตกลงก่อนจะขับรถมาที่ร้านอาหารที่ทิวานัดไว้เมื่อธามไทเดินเข้ามาในร้าน สายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับใครบางคนทันที'แก้วตา'เลขาของทิวานั่งอยู่ที่โต๊ะเดียวกับเปมิกา เมรี และกานดา เธอยิ้มบางๆ ขณะคุยกับทุกคนธามไทรู้ตัวว่าเขากำลังมองเธออยู่นานเกินไปจนทิวาแอบกระแอมเบาๆ "ไอ้ธาม มึงมองอะไรขนาดนั้นวะ""หืม เปล่า" ธามไทรีบตอบ แต่สายตายังแอบเหลือบมองแก้วเป็นระยะพอทั้งชายหนุ่มเดินมาถึงโต๊ะ เปมิกาก็รีบแนะนำ "ธามไทมาถึงพอดีเลยค่ะทุกคน"แก้วตาเงยหน้าขึ้นสบตาธามไท เธอยิ้มให้อย่างสุภาพ "สวัสดีค่ะคุณธามไท"
ไม่นานนัก ประตูห้องประชุมก็เปิดออก หัวหน้าแผนกที่เกี่ยวข้องทยอยเดินเข้ามานั่งประจำที่ สีหน้าของแต่ละคนดูไม่สู้ดีนัก บางคนมีแววร้อนรน บางคนพยายามเก็บอาการ แต่สำหรับธามไทเขามองออกทุกอย่าง"มากันครบแล้วใช่ไหม" เสียงทุ้มเข้มของเขาทำให้บรรยากาศในห้องเงียบลงทันทีแก้วตาเลขาของทิวาพยักหน้าเป็นสัญญาณว่าทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า"โอเค งั้นมาดูกันว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน"เขาวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะแล้วเปิดออก"เรื่องการเงินที่ผิดพลาดใครเป็นคนรับผิดชอบในช่วงเวลาดังกล่าว"เสียงกระแอมดังขึ้นจากมุมหนึ่งของโต๊ะ หัวหน้าฝ่ายการเงินหลบตาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้น"เอ่อเรื่องนี้เป็นความผิดพลาดของทีมครับ แต่เรากำลังตรวจสอบอยู่"ธามไทเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเคาะแฟ้มเอกสารเบาๆ"แปลกนะ ผมได้ข้อมูลมาว่าเปมิกาถูกโยนความผิดให้ ทั้งที่เธอไม่ได้เป็นคนทำบัญชีช่วงนั้น แถมคนที่ทำก็ยังลอยตัวอยู่แบบนี้คุณจะอธิบายว่ายังไงดี"คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับหน้าซีดเผือด บางคนเริ่มมีเหงื่อซึมออกมาตามไรผม"คือเรากำลังสืบหาตัวคนทำผิดอยู่ครับ!" หัวหน้าฝ่ายการเงินรีบพูดเสียงร้อนรนธามไทยกยิ้มเย็น ก่อนจะหยิบเอกสารอีกฉบับขึ้นมา"ไม่ต







