Share

บทที่ 3

last update Tanggal publikasi: 2024-11-18 12:21:15

เมื่อหยุดไม่ได้ก็ต้องไปต่อ ชายหนุ่มหักห้ามใจไม่ให้ทำอะไรรุนแรงเกินไป ค่อยๆ แทรกตัวเข้าหาพร้อมกดน้ำหนักลงไปช้าๆ เนิ่บๆ รู้ว่าเธอเจ็บเพราะเห็นใบหน้าสวยเหยเกน่าสงสาร เขาจึงโน้มตัวลงไปจูบปากอิ่มที่เวลานี้บวมเจ่อเพราะฝีมือเขาอย่างดูดดื่มพร้อมกับใช้มือข้างหนึ่งนวดเฟ้นหน้าอกอวบอิ่มของเธอสลับบีบบี้เม็ดยอดสีชมพูสวยเบาๆ ในขณะที่สะโพกสอบก็ค่อยๆ เคลื่อนเข้าและออกอย่างเป็นจังหวะ

สัมปันนีรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะขาดอากาศหายใจ เธอเจ็บแต่ความเจ็บกลับมาพร้อมความเสียวซ่านที่เธอต่อต้านไม่ได้ รู้สึกเหมือนขณะนี้ร่างกายกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ มันเจ็บจนน้ำตาซึมแต่ไม่นานความเจ็บก็ค่อยๆ หายไปแล้วความรัญจวนแปลกใหม่ที่ไม่คุ้นเคยก็เข้ามาแทนที่

ร่างบอบบางไหวโยกไปตามแรงส่งของอีกฝ่าย เขาเฝ้าจูบเฝ้าสัมผัสจนเธอเตลิดสติล่องลอยและปล่อยให้ทุกอย่างเกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนาน อชิระเองก็กำลังหลงในรสสวาทที่กำลังเกิดขึ้น เขากลืนกินเธอครั้งแล้วครั้งเล่า แม้จะรู้ว่าหญิงสาวใหม่กับเรื่องบนเตียงทว่าเขากลับอดใจไม่ไหว

“อืม…ยังมีเวลาอีกหลายชั่วโมงกว่าจะเช้า” อชิระที่หยิบนาฬิกามาดูเวลายิ้มมุมปากออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ หลังจากครั้งแรกผ่านไปชายหนุ่มก็นอนกอดร่างเปลือยเพื่อพัก 

แต่ไม่กี่นาทีเขาก็ตื่นตัวพร้อมจะเริ่มครั้งที่สอง เขาพลิกตัวให้หญิงสาวในอ้อมกอดนอนตะแคง จูบไล้ไปตามแผ่นหลังเปลือยเปล่าเธอมีท่าทีขัดขืนเล็กน้อยแต่หลังจากนั้นก็โอนอ่อน หลังการเติมเชื้อไฟให้ลุกโชนครู่หนึ่งและมั่นใจว่าเธอพร้อมอชิระจึงสอดประสานเข้าหาเธอจากด้านหลัง

เสียงครางกระเส่าดังมาจากทั้งเขาและเธอ อชิระฝังริมฝีปากร้อนๆ จูบซับไปตามแผ่นหลังที่ชื้นด้วยเหงื่อของเธอจนร่างบางไหวสะท้านจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้น ชายหนุ่มยังสอดมือเข้าไปใต้ร่างแล้วบีบหน้าอกหนักเบาสลับกันในขณะที่สะโพกสอบก็ยังคงเคลื่อนไหวรุนแรง 

แผ่นหลังของเธอเว้าโค้งรับกับสะโพกผายที่ชายหนุ่มมักจะบีบหนักๆ ผมยาวสยายไปตามแผ่นหลัง ท่าทางยั่วยวนเหลือเกินเพราะแบบนั้นอชิระจึงเร่งจังหวะให้ถี่กระชั้นขึ้น จากท่านอนราบกับเตียงก็เปลี่ยนให้เธอขยับมานั่งคุกเข่าโดยมีเขาซ้อนอยู่ด้านหลัง เร่งจังหวะอีกนิดจากนั้นก็ปลดปล่อยทุกอย่างออกมาแล้วทิ้งตัวลงนอนโดยไม่ลืมที่จะคว้าเธอเข้ามากอดไว้ 

 

สัมปันนีตื่นมาพบว่าตัวเองนอนเปลือยอยู่บนเตียง โดยบริเวณเอวมีวงแขนข้างหนึ่งวางพาดกอดเธอจากด้านหลัง ทันทีที่รู้ก็เกิดความรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว หญิงสาวตกใจสุดขีดจนตัวแข็งทื่อและเพราะตกใจจึงทำตัวไม่ถูก สติเตลิดน้ำตาของความกลัวอย่างสุดหัวใจกำลังเอ่อล้นขอบตาทั้งสองข้าง 

สมองค่อยๆ ประมวลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนแต่ก็ยากเหลือเกิน เธอจำได้เพียงแค่ว่ากำลังนั่งกินข้าวอยู่กับรุ่นพี่แล้วจู่ๆ ภาพมันก็ตัดไป เธอเหมือนคนกึ่งหลับกึ่งตื่นรู้ตัวแต่ขัดขืนไม่ได้หนำซ้ำบางครั้งกลับโอนอ่อน ร่างกายที่เธอหวงแหนตอนนี้ตกเป็นของใครก็ไม่รู้  

การที่ตื่นมาแล้วพบกว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงในสภาพเปลือยเปล่าโดยมีผู้ชายสวมกอดอยู่ข้างหลัง มันไม่ใช่สิ่งที่จะรับได้ ทุกอย่างคือเรื่องจริงคือความเลวร้ายที่สุดของผู้หญิงก็ว่าได้ที่ถูกขืนใจ เวลานี้แม้จะกลัวและตกใจมากแต่สัมปันนีก็ไม่มีเวลามานั่งร้องไห้ สิ่งเดียวที่ต้องทำตอนนี้คือการพาตัวเองออกไปจากที่นี่

เธอค่อยๆ ยกแขนข้างนั้นให้พ้นไปจากลำตัวช้าๆ เพราะกลัวเจ้าของแขนจะตื่น โชคยังพอเข้าข้างอยู่บ้างเพราะเมื่อเธอยกแขนเขาออกชายคนดังกล่าวก็พลิกตัวนอนตะแคงไปอีกทาง เปิดโอกาสให้สัมปันนีพาร่างเปลือยของตัวเองลงจากเตียง

“อุ๊ย…เจ็บ” สัมปันนีนิ่วหน้าจากความเจ็บที่แล่นแปล๊บขึ้นตรงบริเวณกลางลำตัวซึ่งเป็นจุดอ่อนไหวที่เธอนั้นหวงแหนมากที่สุด พลันทำให้น้ำตาที่พยายามกั้นไว้หยดลงพื้นเป็นสาย 

เธอนั่งกอดร่างเปลือยของตัวเองอยู่ข้างเตียงแล้วร้องไห้ออกมาอย่างหนัก แต่เพราะกลัวทำให้คนบนเตียงตื่นจึงต้องยกมือขึ้นมาปิดปากกั้นเสียงสะอื้นไว้ ทั้งๆ ที่พยายามห้ามน้ำตาแล้วแต่ยิ่งห้ามมันกลับยิ่งไหล 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเลวร้ายที่สุดในชีวิตผู้หญิงอย่างเธอ สร้างความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสรวมถึงฝากบาดแผลที่ลึกลงกลางใจและความรู้สึกไม่รู้อีกนานแค่ไหนถึงจะเยียวยาตัวเองได้ ได้แต่เฝ้าถามตัวเองว่าเธอไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้ถึงตกอยู่ในสภาพแบบนี้

 ยิ่งคิดร่างกายของสัมปันนีก็เหมือนถูกตรึงให้อยู่กับที่ มีเพียงน้ำตาและลมหายใจที่ขาดเป็นช่วงๆ เท่านั้นที่ยังทำหน้าที่ของมัน ก่อนจะบอกตัวเองว่าเธอต้องออกไปจากที่นี่ ไปให้เร็วที่สุด 

สัมปันนียกมือขึ้นปาดน้ำตาพร้อมสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ แล้วย่อตัวให้ต่ำที่สุดค่อยๆ เอื้อมมือไปคว้าเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นขึ้นมาสวมพร้อมกับน้ำตาที่ยังคงหยดลงพื้น จากนั้นก็เดินตัวสั่นออกไป

ไม่กี่นาทีหลังจากเธอออกไปแล้ว ชายหนุ่มบนเตียงก็ค่อยๆ รู้สึกตัว สิ่งแรกที่เขาทำคือการควานหาหญิงสาวข้างกาย จำได้ว่าก่อนจะหลับเขาสวมกอดเธอไว้ 

ทั้งๆ ที่เขาเพลียจากการเดินทาง ทั้งๆ ที่เขาอยากเอ่ยปากไล่ให้เธออกไปพ้นๆ แต่ความรู้สึกของเขาเวลานั้นกลับเหมือนถูกกระตุ้นและเต็มไปด้วยความต้องการ ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นต่อเนื่องหลายชั่วโมงจึงจบลง เธอขัดขืนสลับโอนอ่อนราวกับว่าไม่ประสากับเรื่องทำนองนี้และเขาก็ได้รู้หลังจากนั้นว่าเพราะอะไร

“หายไปไหนแล้ว” อชิระพึมพำออกมาก่อนจะหยัดตัวขึ้นมากึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียงกว้างที่ตอนนี้ยับยู่ยี่จากกิจกรรมที่ผ่านไปซึ่งมันยังทิ้งร่องรอยสีแดงจางๆ ไว้บนผ้าปูที่นอนสีขาวอีกด้วย

เพราะมั่นใจว่าผู้หญิงคนนั้นอาจเก็บตัวอยู่ในห้องน้ำหรือมุมไหนสักมุมในเพนท์เฮ้าส์ ทำให้อชิระไม่ได้รีบร้อนจะตามหาตัวเธอสักเท่าไหร่ ชายหนุ่มนั่งคิดทบทวนเหตุการณ์เมื่อคืน เพราะเกิดความสงสัยว่าทำไมเขาถึงมีอารมณ์และความรู้สึกโหยหาเพศตรงข้ามมากมายถึงขนาดห้ามตัวเองไม่อยู่แบบนั้น 

กระทั่งสายตาหันไปเห็นแก้วที่ยังมีบรั่นดีสีสวยอยู่ก็พอจะเดาอะไรได้ เขาคงถูกพี่ชายเล่นตลกเข้าให้แล้ว ไม่แปลกที่อดุลย์ยึกยักตอนเขาไล่ให้กลับ ส่วนเขารู้ทันแต่ก็ชะล่าใจจนเข้าทางพี่ชาย

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ท่านประทานขา อย่ารังแกหนู   บทที่ 32-จบ

    “คุณเป็นคนเก่ง” อชิระเอ่ยขึ้นในขณะที่เลขากำลังแสดงท่าทางบางอย่างออกมา“ค่ะ” น้ำเสียงอ่อนหวานของปลายฟ้าเอ่ยรับ สิ่งเดียวที่ทำให้เธอตัดสินใจรับงานนี้ไม่ใช่เงินเดือนเป็นแสนหรือสวัสดิการพิเศษอะไร แต่คือประธานหนุ่มที่ชื่ออชิระที่พยายามยั่วเขามาหลายเดือนกลับไม่เคยสำเร็จ“แล้วทำไมถึงด้อยค่าตัวเองด้วยการทำตัวไม่น่ารักแบบนี้”“เอ้” ปลายฟ้าอุทานออกมาอย่างตกใจ“ผมรู้ว่าคุณกำลังคิดจะทำอะไร ครั้งนี้ผมแค่เตือน แต่ถ้าคุณไม่หยุดเราคงทำงานร่วมกันไม่ได้” อชิระไม่ใช่คนใสซื่อถึงตามไม่ทันมารยาหญิงและวิธีรับมือ“ทำไมถึงปฏิเสธฉันคะหรือว่าท่านประธานจะเป็นเกย์อย่างที่คนอื่นพูดๆ กัน” ปลายฟ้าเอ่ยถามนั่นเพราะทุกครั้งที่มีโอกาสเธอจะเข้าหาอชิระเสมอแต่ประธานหนุ่มกลับไม่ได้แสดงท่าทีสนใจเธอเลยแม้แต่น้อย“เปล่าแต่ผมมีผู้หญิงที่อยากให้เกียรติทั้งต่อหน้าและลับหลัง”“เธอคนนั้นโชคดี

  • ท่านประทานขา อย่ารังแกหนู   บทที่ 31

    อชิระและสัมปันนีคบหากันได้หลายเดือน จู่ๆ ก็มีข่าวทลายซ่องโสเภณีที่ฮ่องกง โดยหนึ่งในเหยื่อที่ถูกหลอกให้ไปทำงานจนแทบไม่เห็นเดือนเห็นตะวันที่นั่นคือพิจิกา แม้จะเบลอหน้าเหยื่อไว้แต่สัมปันนีก็มองออกว่าเป็นใคร ในขณะที่ข่าววงในจากอชิระก็ช่วยยืนยันว่าคือคนเดียวกันอีกด้วย“เห็นข่าวแล้วใช่ไหม”“ค่ะ” สัมปันนีเอ่ยรับ อชิระดึงเธอเข้ามากอดเพราะอย่างน้อยเวลานี้พิจิกาก็กำลังรับกรรมที่ก่อไว้ แม้จะไม่ได้มาจากพวกเขาโดยตรงก็ตาม“เห็นว่าเธอติดโรคมาด้วย ตอนนี้กำลังรักษาตัวอยู่”“กรรมค่ะ คนเราทำกรรมอะไรไว้ก็ต้องรับแบบนั้น” เวลานี้สัมปันนีอโหสิกรรมให้พิจิกาแล้วหลังจากนี้ก็ขอให้ต่างคนต่างอยู่“ผมมีอะไรให้ลูกหนูดู” เอ่ยบอกเสร็จอชิระก็พา สัมปันนีไปที่โต๊ะทำงาน ซึ่งตอนนี้พวกเขาอยู่ที่เพนท์เฮ้าส์ของชายหนุ่ม“อะไรคะ”“แบบบ้านครับ” เสียงทุ้มเฉลยนั่นทำให้สัมปันนีแปลกใจเป็นอย่างมาก

  • ท่านประทานขา อย่ารังแกหนู   บทที่ 30

    ทั้งอชิระและสัมปันนีก็ต่างเป็นคนสำคัญของกันและกัน เพราะไม่อยากให้กระทบกับหน้าที่การงานโดยเฉพาะอิชระ สัมปันนีจึงตั้งกฎว่าห้ามเปิดเผยความสัมพันธ์นี้ให้คนอื่นรู้อย่างเด็ดขาดแม้จะไม่อยากรับปากแต่อชิระก็จำต้องทำตามกฎที่เธอกำหนดขึ้นแต่ถึงอย่างนั้นประธานหนุ่มก็มักจะหาโอกาสหรือจังหวะเหมาะๆ เพื่อให้ได้อยู่ตามลำพังกับสัมปันนีในที่ทำงานเสมอๆ ใช้ข้ออ้างเรื่องงานยุ่งเรื่องกาแฟหมดเพื่อให้เธอมาดูแลบ้าง แม้สัมปันนีจะรู้ทันแต่เธอกลับไม่ได้แย้งอะไร“กาแฟค่ะ” เสียงสดใสเอ่ยบอกพร้อมกับวางกาแฟหอมๆ ลงบนโต๊ะทำงานประธานหนุ่มที่เวลานี้เขาคือความรักของเธอเช่นกัน“ขอบคุณครับ อืม…ช่วงนี้งานยุ่งมาก ลูกหนูคิดว่าผมรับเลขาคนใหม่ดีไหม” เสียงทุ้มเอ่ยถามนั่นเพราะตอนนี้ชมดาวได้ลาออกไปแล้วส่งผลให้ประธานหนุ่มไม่ได้มีเลขาส่วนตัว เหตุผลเพราะมั่นใจว่าตนทำงานคนเดียวได้ทว่าพึ่งมาตระหนักว่าเขาไม่ได้มีเวลามากพอที่จะจัดการทุกอย่างงานเล็กๆ น้อยๆ บางอย่างเขาก็ต้องส่งให้เลขาช่วยจัดการแทน ไม่อย่างนั้นคิวงานเขาจะชนกันอย่างที่เป็นอยู่ แต่สมัยนี้การจะหาเลขาเก่

  • ท่านประทานขา อย่ารังแกหนู   บทที่ 29

    วันรุ่งขึ้นอชิระมาที่บ้านของสัมปันนีตั้งแต่เช้าตรู่ ชายหนุ่มอาสาขับรถไปส่งทั้งคู่ที่โรงพยาบาลท่ามกลางความสงสัยของสัมปันนี นั่นเพราะแม่ของเธอไม่ได้มีปฏิกิริยาตกใจหรือสงสัยที่จู่ๆ อชิระก็มารับแม้แต่น้อย แต่ก็ยังคงเก็บความสงสัยเหล่านั้นเอาไว้ระยะเวลารอคิวที่โรงพยาบาลรัฐใช้เวลาครึ่งค่อนวันแต่อชิระก็ไม่ได้บ่นหรือแสดงท่าทางหงุดหงิดอะไร แต่เพราะอยากให้วรรณีได้รับการดูแลที่ดีกว่านี้เขาจึงเสนอทางเลือกให้ ซึ่งทั้งคู่กลับปฏิเสธที่จะรับข้อเสนอนั้นอชิระจึงมัดมือชกจัดการเปลี่ยนโรงพยาบาลจากรัฐไปเอกชนทันที“ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้โอม” ขณะนั่งรอเรียกพบหมอวรรณีก็เอ่ยขึ้น“ผมเต็มใจครับ อีกอย่างลูกเขยดูแลแม่ยายจะเป็นไรไป” อชิระยิ้มออกมา ซึ่งประโยคนี้สัมปันนีไม่ได้ยินเพราะเธอเดินไปซื้อน้ำ แต่พอกลับมาก็คอยสังเกตคนทั้งคู่มาตลอดหลังจากเก็บความสงสัยมาตั้งแต่เช้าในที่สุดก็เอ่ยถามออกไป“แม่รู้จักท่านประธานมาก่อนหรือเปล่าคะ”“ตอบยังไงดีล่ะทีนี้” วรรณีหันมองมาที่อชิระราวก

  • ท่านประทานขา อย่ารังแกหนู   บทที่ 28

    “ฉันต้องกลับบ้านแล้ว” สัมปันนีพยายามคุมโทนเสียงอย่างมากเพื่อไม่ให้สั่นสะท้านไปกับสัมผัสของอชิระ แต่ดูเหมือนประธานหนุ่มจะไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆ เพราะนอกจากลูบไล้เขาก็เริ่มเปลี่ยนมาเป็นขย้ำหน้าอกอวบอิ่มของเธอเบาๆ“ท่านประธาน…อา” เสียงครางกระเส่าดังมาจากคนในอ้อมกอด เธอเผลอส่งเสียงที่ทำให้อชิระตื่นตัวแบบนี้เขาจะปล่อยให้เธอกลับบ้านได้ยังไง“ลูกหนูกำลังทำให้ผมหลง”“หนูเปล่า” สัมปันนีขบเม้มริมฝีปากอิ่มแล้วเผลอเอ่ยแทนตัวเองด้วยชื่อนั่นกลับยิ่งทำให้อชิระยิ่งลูบไล้เธอมากขึ้น “สีหน้ายั่วๆ แบบนี้ เสียงกระเส่าแบบนี้ มันทำร้ายผมมากรู้ไหม เพราะฉะนั้นลูกหนูต้องรับผิดชอบ”“ท่านประธาน”“ทำไมถึงยังเรียกผมว่าท่านประธาน” เสียงทุ้มเอ่ยถาม“หนูอยากเรียก ในที่ทำงานหนูจะเรียกคุณว่าท่านประธาน”“แล้วนอกเวลางานจะเรียกว่าอะไร”“เอ่อ…” สัมปันนีอึกๆ อักๆ ทันที ใบหน้าหวานแดงก่ำ“ว่าไงจะเรียกว่าอ

  • ท่านประทานขา อย่ารังแกหนู   บทที่ 27

    “จะโกรธคุณ ฉันจะไปจากคุณ ฉันจะฆ่า…คุณ”“จะทำแบบนั้นกับผมจริงๆ นะเหรอลูกหนู” ขณะเอ่ยถามอิชระก็เร่งจังหวะนิ้วให้ถี่กระชั้นยิ่งขึ้น “ไม่ค่ะ ฉันไม่ทำ ได้โปรดอย่างทรมานฉันแบบนี้อีกเลย” สัมปันนีครางกระเส่าออกมา ดูเหมือนว่าเวลานี้เธอไม่อาจต่อรองอะไรกับอชิระได้ทั้งนั้น เธอต้องรังเกียจสัมผัสจากเขาไม่ใช่โหยหาอย่างที่เป็นอยู่ แต่ไม่ว่าจะบอกตัวเองยังไงร่างกายและหัวใจกลับไม่ทำตามคำตอบที่ได้ยินทำให้อชิระยิ้ม ชายหนุ่มเลื่อนกายขึ้นมาทาบทับบนร่างเปลือยของสัมปันนี เขาเองก็อดทนมามากพอแล้วเช่นกัน ทั้งคู่สบตากันก่อนที่อชิระจะมอบจูบให้เธออีกครั้งพร้อมกับค่อยๆ บดเบียดสะโพกสอบเข้าหาแล้วใช้หัวเข่าดันขาทั้งสองข้างของสัมปันนีให้แยกห่างออกจากกันจากนั้นก็ค่อยๆ แทรกตัวฝากฝังความเป็นชายที่เวลานี้ตื่นตัวอย่างเต็มที่ให้เธอ ความคับแน่นก่อเกิดเป็นความเจ็บที่ทำให้สัมปันนีสะดุ้ง แม้นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกแต่เธอก็ยังใหม่อยู่มาก“เจ็บใช่ไหม”“ค่ะ” สัมปันนีเอ่ยรับอย่างไม่ปิดบัง อชิระจึงเพิ่มความนุ่มนวลให

  • ท่านประทานขา อย่ารังแกหนู   บทที่ 25

    “อย่านะ”“งั้นก็ตอบตามความจริงมา” ลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่บริเวณใบหน้าของสัมปันนีนั่นยิ่งทำให้เธอประหม่า“ท่านประธานจะอยากรู้ไปทำไมว่าใช่ฉันหรือไม่ใช่”“ผมถามเรื่องสร้อยข้อมือไม่ได้ถามสักคำว่าคืนนั้นใช่คุ

  • ท่านประทานขา อย่ารังแกหนู   บทที่ 23

    พอไม่ได้เจอหน้ากันหลายวันก็พลันรู้สึกแปลกๆ กระทั่งสายตาของสัมปันนีมองเห็นสร้อยบนข้อมือของอชิระ เพราะดูเหมือนเขาจะใส่มันติดตัวตลอด ยิ่งมองก็ยิ่งใช่ มันคือสร้อยข้อมือของเธอไม่ผิดแน่ “แผลที่หลังมือหายแล้วใช่ไหมคะ” ขณะเอ่ยถามสายตาของสัมปันนีกลับไม่ได้มองไป

  • ท่านประทานขา อย่ารังแกหนู   บทที่ 22

    หลังบินไปทำงานที่มาเลยเซียครบอาทิตย์อชิระก็กลับเข้าบริษัท บางวันตั้งใจกลับช้าเพื่อทดสอบใครบางคนว่าเธอจะกลับก่อนเขาไหมหรือจะรอ แรกๆ สัมปันนีกลับตรงเวลาเลิกงานเป๊ะหลังจากนั้นก็กลับช้าขึ้น แต่ก็มักจะออกจากบริษัทก่อนเขาเสมอเพราะเป็นห่วงอชิระจึงขับรถไปดักรอเธอที่หน้าปากซอยบ้าน กระ

  • ท่านประทานขา อย่ารังแกหนู   บทที่ 20

    เพื่อนๆ ที่นี่เขาแทบไม่มี อาจเพราะเขาไปเรียนต่อที่ต่างประเทศและใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นมาตลอดหลายปี เพื่อนๆ ก็พลอยห่างเหินไม่ค่อยได้คุยและเพราะแบบนั้นจึงไม่ค่อยสนิทเหมือนสมัยยังเป็นเด็ก รวมทั้งเขาเป็นคนไม่ค่อยชอบเข้าสังคมเสียเท่าไหร่ ออกจะมีโลกส่วนตัวสูงอีกด้วย“เรียกว่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status