Share

ท่านพี่ ชาตินี้ข้าขอฝากชะตาไว้ที่จวนแม่ทัพ
ท่านพี่ ชาตินี้ข้าขอฝากชะตาไว้ที่จวนแม่ทัพ
Author: ธชิรินญ์

บทที่ 1 ข้ายังไม่อยากตาย

last update publish date: 2026-06-12 12:36:31

ท่ามกลางความมืดมิดที่เหน็บหนาว กลิ่นธูปหอมฉุนกึกผสมผสานกับกลิ่นชาดทาปากลอยแตะจมูก สติสัมปชัญญะที่เคยแตกซ่านค่อยๆ หลอมรวมกันอีกครั้ง ร่างกายที่ควรจะแหลกเหลวจากการถูกทุบตีและทรมานจนสิ้นใจ กลับสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเป็นจังหวะเนิบนาบ ราวกับกำลังนั่งอยู่บนพาหนะที่เคลื่อนตัวไปข้างหน้า

‘ไป๋เหมย’ พยายามสูดลมหายใจเข้าปอด แต่ความเจ็บปวดร้าวลึกลับแล่นพล่านจากหน้าอกจนต้องนิ่วหน้า นางจำได้แม่นยำว่าตนเองสิ้นใจไปแล้ว สิ้นใจอย่างโดดเดี่ยวและแสนทรมาน ในห้องเก็บของในเรือนร้างไร้ผู้คน อันมืดมิดและหนาวเหน็บของหอคณิกาอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง

นางคือคณิกาชั้นสูงผู้เลอโฉม ฉลาดหลักแหลม และเป็นที่หมายปองของบุรุษทั่วทั้งเมือง ทักษะการร่ายรำและเล่นพิณของนางสะกดทุกสายตาให้หยุดนิ่ง นางเป็นที่โปรดปรานของเหล่าคหบดีและขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่ร่ำรวย

แต่ความโดดเด่นนั้นกลับกลายเป็นหอกแหลมที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงตนเอง นางกลายเป็นที่ขัดหูขัดตาของ ‘ลี่ถิง’ คณิกาคู่แข่งที่ริษยาจนหน้ามืดตาบอด และยิ่งไปกว่านั้น นางยังกลายเป็นหนามยอกอกของฮูหยินเอกแห่งจวนเสนาบดีผู้หนึ่ง ที่หึงหวงสามีจนแทบคลุ้มคลั่ง

ภาพเหตุการณ์ในคืนแห่งความทุกข์ทรมานยังคงฉายชัดในความทรงจำ

คืนนั้น ขณะที่นางกำลังจะพักผ่อน ร่างของนางถูกชายฉกรรจ์ชุดดำนับสิบคนบุกเข้ามาจับกุม พวกมันทุบตีนางอย่างทารุณไร้ความปรานี ก่อนจะลากนางลงมายังห้องเก็บของเรือนร้างไร้ผู้คนของหอคณิกาหลังเก่า ที่ถูกทิ้งร้างไว้นานไม่มีคนดูแล และที่สำคัญที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ ร่างที่บอบช้ำถูกเหวี่ยงลงบนพื้นหินชื้นแฉะ กลิ่นคาวเลือดของตนเองคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

“นังหญิงต่ำช้า ใบหน้านี้ใช่หรือไม่ ที่ใช้ยั่วยวนสามีของข้าให้หลงใหลจนหลงลืมภรรยาแต่ง” เสียงแหลมของฮูหยินผู้นั้นตวาดลั่น พร้อมกับฝ่าเท้าที่กระทืบลงบนฝ่ามือของนางจนกระดูกแทบแหลกละเอียด

“โอ๊ย ฮูหยินจาง ได้โปรดเมตตาด้วย ข้ามิเคยคิดแย่งชิงสามีผู้ใด ข้าเป็นเพียงคณิกาขายศิลป์ มีหน้าที่เพียงดีดพิณและร่ายรำเท่านั้น หาได้เคยทอดกายหลับนอนกับบุรุษใดไม่” ไป๋เหมยร้องครวญคราง น้ำตาอาบสองแก้มที่บวมช้ำ

“หุบปาก นังตัวดี เป็นเจ้ามิใช่หรือที่ออดอ้อนขอใต้เท้าจางให้รับตัวเจ้าไปเลี้ยงดูนอกเรือน ทั้งที่ดินและทรัพย์สมบัติที่เจ้าขอ ล้วนเป็นสิ่งที่ใต้เท้ายินดีจัดเตรียมมอบให้เจ้าทั้งสิ้น โดยที่ภรรยาแต่งไม่เคยรับรู้”

‘ลี่ถิง’ คณิกาคู่แข่งก้าวออกมาจากมุมมืด กล่าวโป้ปดใส่ร้ายนางอย่างหน้าไม่อาย รอยยิ้มแสยะร้ายกาจปรากฏบนใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มอย่างงดงาม ขณะที่ฮูหยินจางได้ยินดังนั้น ใบหน้าอวบอูมกลับถมึงทึงด้วยความโกรธจัด

“ฮูหยินโปรดใจเย็นเถอะเจ้าค่ะ ขังนางไว้ที่นี่สักคืนให้นางหลาบจำ พรุ่งนี้ข้าจะปล่อยตัวนางออกไปเอง” ลี่ถิงหันไปพูดจาประจบสอพลอฮูหยินจาง

ฮูหยินผู้นั้นพูดจาข่มขู่ไป๋เหมยอีกสองสามประโยค ก่อนตบหน้านางแล้วคนทั้งคู่ก็สะบัดตัวเดินจากไป

 “ไม่ ปล่อยข้า ปล่อยข้าไปเถอะ ขอร้องล่ะ”

เสียงกรีดร้องอ้อนวอนของนางดังสะท้อนกำแพงหิน แต่ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ บานประตูเหล็กถูกปิดสนิท พร้อมกับเสียงลั่นดาลที่ดังกึกก้อง ตัดขาดแสงสว่างและอิสรภาพของนางนับแต่วินาทีนั้น

ความทรมานในห้องเก็บของแห่งนั้น คือนรกบนดินที่แท้จริง วันแรกๆ นางเอาแต่กรีดร้องและทุบประตูจนมือทั้งสองข้างแตกยับ เลือดสีสดไหลซึมออกมาอาบปลายนิ้ว

“ช่วยด้วย มีใครอยู่ข้างนอกหรือไม่ ช่วยข้าด้วย ข้าอยู่ทางนี้”

เสียงแหบพร่ากรีดร้องจนลำคอแทบฉีกขาด เลือดสีจางซึมขึ้นที่มุมปาก แต่เสียงนั้นกลับดังก้องและสะท้อนกลับมาเพียงความว่างเปล่า ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ ไร้ซึ่งเสียงฝีเท้าของผู้ใด มีเพียงความเงียบสงัดที่บาดลึกถึงกระดูก ไหนลี่ถิง บอกว่าจะให้คนมาปล่อยนางอย่างไรเล่า

นางหารู้ไม่ว่า หอจุ้ยฟางในเวลานี้ ‘ลี่ถิง’ คณิกาคู่แข่งได้วางแผนกำจัดนางไว้อย่างแนบเนียนไร้ร่องรอย

ตั้งแต่รุ่งสาง ลี่ถิงจงใจให้สาวใช้ของตนลอบเข้าไปขโมยเครื่องประดับชิ้นงามและเสื้อผ้าบางส่วนของไป๋เหมย นำไปทิ้งเป็นร่องรอยไว้ที่ประตูเมืองด้านหลัง พร้อมกับปล่อยข่าวลือหนาหูไปทั่วหอนางโลมว่า

‘ไป๋เหมย หอบเงินทองหนีตามบัณฑิตหนุ่มตกยากหน้าตาหล่อเหลาไปตั้งแต่กลางดึก’

ข่าวลือฉาวโฉ่นี้แพร่สะพัดอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง ประกอบกับข้าวของที่หายไป ทำให้แม่เล้าและทุกคนในหอต่างปักใจเชื่อและด่าทอนางว่าเนรคุณ ไร้ความละอาย ไม่มีผู้ใดคิดจะออกตามหา หรือเอะใจถึงการหายตัวไปอย่างกะทันหันของนางเลยแม้แต่น้อย

ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีผู้ใดเฉียดกรายเข้าไปใกล้ห้องเก็บของในเรือนร้างแห่งนั้น ลี่ถิงได้ลอบเรียกชายร่างยักษ์ผู้เป็นหัวหน้าเวรยามประจำหอจุ้ยฟางมาพบอย่างลับๆ ที่หลังจวน นางยัดถุงแพรที่หนักอึ้งใส่มือของเขา พร้อมกับรอยยิ้มที่เคลือบอาบไปด้วยยาพิษ

“สิบวันนับจากนี้ ห้ามเจ้าและลูกน้องลงไปเดินตรวจตราแถวเรือนร้างเก่าฝั่งตะวันตกเป็นอันขาด”

ลี่ถิงเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด

“เหตุใดจึงไปไม่ได้เล่าแม่นางลี่ถิง ที่นั่นเปลี่ยวและมืดทึบ หากมีขโมยลอบเข้ามา...”

ลี่ถิง แสร้งทำสีหน้าหวาดกลัว “นักพรตที่เพิ่งมาตรวจดูฮวงจุ้ยเอ่ยเตือนว่า ทิศนั้นมีไอสังหารและวิญญาณอาฆาตสิงสู่ เมื่อครู่เพิ่งจะมีการทำพิธีปัดเป่าและโรยผงกำมะถันสะกดวิญญาณเอาไว้ หากพวกเจ้าเฉียดกรายเข้าไป ระวังภัยร้ายจะมาถึงตัว ข้าเพียงมิอยากให้พวกเจ้าเดินเพ่นพ่าน ไปเหยียบย่ำทำลายข้าวของทำพิธีเหล่านั้นจนเกิดเรื่องใหญ่”

นางปรายตามองถุงเงินในมือชายร่างยักษ์ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงยั่วยวน

“หากเจ้าหรือลูกน้องบังเอิญได้ยินเสียงลมพัดลอดช่องกำแพง คล้ายเสียงคนร้องโหยหวนหรือเสียงทุบกำแพงดั่งวิญญาณร้าย ก็จงทำหูทวนลมเสีย ถือว่าเงินถุงนี้คือค่าปิดหูปิดตา ซื้อความสบายใจและต่อดวงชะตาให้พวกเจ้า เข้าใจที่ข้าพูดหรือไม่?”

หัวหน้าเวรยาม รีบเก็บถุงเงินเข้าพกเสื้อและพยักหน้ารับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะ ความโลภบังตาจนละทิ้งหน้าที่ ไม่คิดจะตั้งคำถาม หรือแม้แต่จะให้ลูกน้องเฉียดกรายเข้าไปใกล้พื้นที่ต้องห้ามนั้นอีกเลย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ท่านพี่ ชาตินี้ข้าขอฝากชะตาไว้ที่จวนแม่ทัพ   บทที่ 55 น้องสาวบุญธรรม

    “ท่านข้าหลวง โปรดระงับโทสะด้วยขอรับ สุขภาพของท่านสำคัญที่สุด”พ่อบ้านคนสนิทรวบรวมความกล้าคลานเข่าเข้าไปใกล้ เอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ“ระงับโทสะงั้นหรือ หน้าตาของตระกูลหลี่ถูกปู้ยี่ปู้ยำจนป่นปี้ถึงเพียงนี้ ข้ายังจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนได้อีก” หลี่กวงต๋าทุบโต๊ะเสียงดังสนั่น“ส่งคนไปเตรียมรถม้าเดี๋ยวนี้ ไปลากตัวคุณหนูของพวกเจ้ากลับมา หากนางดื้อดึงขัดขืน ก็จับมัดแล้วยัดใส่รถม้ามาเสีย ข้าจะไม่ยอมให้นางอยู่ที่นั่นเพื่อสร้างความอับอายให้ข้าอีกต่อไปแล้ว”“แต่คุณหนูอ้างว่าต้องอยู่ช่วยท่านแม่ทัพทำบัญชีเสบียงนะขอรับ หากไปรับตัวกลับมากลางคัน เกรงว่า...” พ่อบ้านแย้งอย่างกล้าๆ กลัวๆ“บัญชีเสบียงบ้าบออันใดกัน โยนทิ้งไปให้หมด” ข้าหลวงใหญ่ตวาดตัดบท“ข้าไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ต่อให้น้ำท่วมเมืองอุดร ข้าก็จะไม่ยอมให้ลูกสาวข้าอยู่ที่จวนนั้นแม้แต่ครึ่งเค่อ ไปเดี๋ยวนี้!”คำสั่งเด็ดขาดของข้าหลวงใหญ่ไม่มีผู้ใดกล้าขัดขืน เพียงไม่นาน รถม้าตระกูลหลี่พร้อมด้วยทหารองครักษ์นับสิบก็ควบตะบึงออกจากคฤหาสน์ มุ่งหน้าสู่จวนแม่ทัพเซียวจิ้งเฉินอย่างเร่งรีบ

  • ท่านพี่ ชาตินี้ข้าขอฝากชะตาไว้ที่จวนแม่ทัพ   บทที่ 54 ให้ข้าปกป้องเจ้า

    หวังอวี้หลานช้อนสายตาขึ้นมองเขา ไม่สะทกสะท้านที่ถูกจับได้“แล้วท่านพี่ โกรธหรือไม่เล่า ที่ข้าใช้เล่ห์เหลี่ยมเช่นนี้?”“ข้าจะโกรธได้อย่างไร ข้าเต็มใจหลงกลเจ้าต่างหาก”เซียวจิ้งเฉินลูบผมยาวสลวยของนางอย่างทะนุถนอม น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและลึกซึ้งขึ้น“อวี้หลาน ข้าอยากสารภาพความจริงกับเจ้าสักเรื่อง”นางเงยหน้าขึ้นรอฟังอย่างตั้งใจ“ตอนที่ราชโองการสมรสถูกส่งมา ข้าต่อต้านและหวาดระแวงเจ้ามาก”เขาสารภาพอย่างตรงไปตรงมา“ทุกคนรู้ดีว่าบิดาของเจ้าคือ เสนาบดีหวังจงหมิง ผู้กุมอำนาจฝ่ายพลเรือน เจ้าก็น่าจะรู้ว่าบิดาเจ้าและข้ามักไม่ลงรอยกัน ข้าคิดมาตลอดว่าบิดาเจ้าจงใจส่งเจ้ามา เพื่อสอดแนมความลับทางทหารของกองทัพอุดร”หวังอวี้หลานนิ่งอึ้งไปเล็กน้อย นางรู้ดีว่าสถานะบิดาของนางคือจุดอ่อนที่ทำให้บุรุษผู้นี้ไม่อาจไว้ใจนางได้ในคราแรก“แต่ที่ผ่านมา” เขากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น“เจ้าได้พิสูจน์ตัวเองแล้ว เจ้าปกป้องเรือนหลัง ปกป้องกองทัพจากพวกตงหู จัดการปัญหาด้วยความฉลาดเฉลียว และที่สำคัญ เจ้าไม่เคยเฉียดกรายหรือซ

  • ท่านพี่ ชาตินี้ข้าขอฝากชะตาไว้ที่จวนแม่ทัพ   บทที่ 53 จัดฉาก

    ซึ่งแน่นอนว่า การจะได้มาซึ่งสิทธิ์นั้นจากบุรุษที่บัดนี้มองนางเป็นดั่งยอดดวงใจ ย่อมง่ายดายเสียยิ่งกว่าอะไรสิ่งที่นางต้องทำ ก็มีเพียงแค่การจัดฉากแสดงเล็กๆ น้อยๆ บีบน้ำตาสักสองสามหยดเพื่อให้สามีตายใจ และยอมกระโดดลงมาเป็นเกราะกำบัง พร้อมทั้งยื่นดาบใส่มือนางด้วยความเต็มใจก็เท่านั้น“ชุนเถา ไปเตรียมน้ำชามาให้ข้า และเตรียมตัวดูงิ้วฉากต่อไปได้เลย”หวังอวี้หลานสั่งเสียงเรียบ แววตาพราวระยับด้วยแผนการคล้อยหลังไม่นาน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของเซียวจิ้งเฉินก็ดังขึ้นหน้าประตูเรือน ทันทีที่เงาร่างสูงใหญ่ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา หวังอวี้หลานก็เริ่มการแสดงของนางทันทีเพล้ง!ถ้วยชาใบงามถูกปัดตกลงพื้นแตกกระจาย หวังอวี้หลานสะบัดหน้าหนีไปทางหน้าต่าง แผ่นหลังบอบบางสั่นสะท้านน้อยๆ คล้ายคนกำลังกลั้นก้อนสะอื้นนางยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับหางตาที่จงใจบีบน้ำตาให้รื้นแดงอย่างมีชั้นเชิง ดูงดงาม น่าทะนุถนอม และน่าสงสารจับใจ โดยไม่มีเค้าความงี่เง่าไร้เหตุผลแม้แต่น้อย“อวี้หลาน เจ้าเป็นอะไรไป?” เซียวจิ้งเฉินตกใจ รีบก้าวข้ามเศษกระเบื้องเข้ามาหานาง

  • ท่านพี่ ชาตินี้ข้าขอฝากชะตาไว้ที่จวนแม่ทัพ   บทที่ 52 เล่ห์เสน่ห์นาง

    ข่าวการถูกลงโทษและขับไล่อย่างไร้ความปรานีของชุยเอ๋อร์ ดังไปถึงจวนข้าหลวงมณฑลอุดรในเวลาอันรวดเร็วทันทีที่ 'หลี่จินเยว่' ทราบเรื่อง จอกชาเคลือบชั้นดีในมือนางก็ถูกปาอัดกระแทกพื้นจนแหลกละเอียด ความโกรธแค้นสุมอกจนใบหน้างดงามบิดเบี้ยวนางอุตส่าห์ส่งคนสนิทไปปูทาง แต่กลับถูกสตรีแพศยาจากเมืองหลวงผู้นั้นหักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในเมื่อใช้ไม้ตายลับไม่ได้ผล นางก็จำต้องลงมาเล่นด้วยตนเอง!โอกาสทองของนางมาถึงเร็วกว่าที่คิด ช่วงนี้กองทัพกำลังประสบปัญหาวิกฤตเสบียงขาดแคลนเนื่องจากภัยธรรมชาติ และเพิ่งผ่านพ้นวิกฤตการระเบิดอุโมงค์ครั้งใหญ่มาได้ หลี่จินเยว่จึงร่วมมือกับบิดา อาศัยจังหวะนี้สวมบทบาทสตรีผู้มีเมตตาประดุจพระโพธิสัตว์สองวันต่อมา...ขบวนรถม้าที่ยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตาได้เคลื่อนขบวนมาหยุดลงที่หน้าลานกว้างของจวนแม่ทัพใหญ่ผู้พิทักษ์อุดร บนเกวียนนับสิบเล่มบรรทุกทั้งกระสอบข้าวสาร ธัญพืช และยารักษาโรคจำนวนมหาศาล เสียงเกือกม้าและล้อเกวียนดึงดูดความสนใจของทั้งทหารยามและชาวเมืองให้มามุงดูมืดฟ้ามัวดินร่างอรชรในชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนดูบ

  • ท่านพี่ ชาตินี้ข้าขอฝากชะตาไว้ที่จวนแม่ทัพ   บทที่ 51 กำจัดเสี้ยนหนาม

    เมื่อเซียวจิ้งเฉินกลับมาถึงจวนด้วยความเหนื่อยล้าเขาก็ถูกอาหลันเข้ามารายงานตามแผน ทันทีที่ได้ยินว่าภรรยารักรออยู่และมีของจะมอบให้ ความเหนื่อยอ่อนก็มลายหายไปจนสิ้น ชายหนุ่มรีบก้าวเท้าฉับๆ มุ่งหน้าไปยังเรือนของหวังอวี้หลานทันที โดยไม่ได้เฉลียวใจเลยว่ามีใครบางคนกำลังนอนรอเขาอยู่ในเรือนซางอิงภายในเรือนของหวังอวี้หลาน หญิงสาวเตรียมน้ำชาและขนมรสเลิศไว้รอรับสามีอย่างเอาอกเอาใจ นางปรนนิบัติเขาให้เปลี่ยนอาภรณ์เป็นชุดใหม่ที่นางตั้งใจตัดเย็บให้ เซียวจิ้งเฉินรู้สึกอิ่มเอมใจจนลืมสิ้นทุกสิ่ง เขารวบร่างอ้อนแอ้นของภรรยาเข้ามาสวมกอดจากทางด้านหลังพร้อมกับกดจุมพิตที่ขมับอย่างแสนรัก“เจ้าช่างแสนดีกับข้าเหลือเกินอวี้หลาน”หวังอวี้หลานแสร้งทำเป็นถอนหายใจยาว แววตาที่สดใสพลันหม่นแสงลงเล็กน้อยจนเซียวจิ้งเฉินสังเกตเห็น“เจ้าเป็นอะไรไป หรือว่าชุดที่ข้าใส่ดูไม่ดี”“มิใช่เจ้าค่ะท่านพี่ ชุดนี้เหมาะกับท่านมาก เพียงแต่...” หวังอวี้หลานเว้นจังหวะ“ช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ข้ารู้สึกว่ามีของบางอย่างในเรือนหายไป ข้ากำลังพยายามสืบหาความจริงอยู่ ทรัพย์สินบ

  • ท่านพี่ ชาตินี้ข้าขอฝากชะตาไว้ที่จวนแม่ทัพ   บทที่ 50 งูพิษ

    เมื่อเห็นว่าแม่ทัพหนุ่มเอาแต่บ่ายเบี่ยง ข้าหลวงหลี่ผู้เฒ่าจึงใช้แผนมัดมือชก อาศัยข้ออ้างเรื่องงานราชการ จัดฉากให้บุตรีของตนได้พบปะและคอยปรนนิบัติชงชาให้เซียวจิ้งเฉินอยู่บ่อยครั้ง ข่าวลือถูกกระพือโหมไปทั่วเมืองว่าคุณหนูหลี่คือว่าที่นายหญิงแห่งจวนแม่ทัพ ข้าหลวงหลี่ถึงขั้นตระเตรียมการเพื่อปูทางให้บุตรีอย่างออกหน้าออกตาและเพื่อเป็นการตอกย้ำสิทธิ์ขาดนั้น เขาได้ส่งชุยเอ๋อร์ สาวใช้คนสนิทที่รู้ใจบุตรีที่สุด ให้ล่วงหน้าเข้ามาอยู่ในจวนแม่ทัพในฐานะสาวใช้ห้องข้าง เพื่อคอยปรนนิบัติเรื่องบนเตียงและดูแลความเรียบร้อยก่อนที่คุณหนูหลี่จะแต่งเข้ามาเซียวจิ้งเฉินที่ไม่อยากหักหน้าข้าหลวงมณฑลจนเสียการใหญ่ จึงต้องจำใจรับชุยเอ๋อร์เข้ามาไว้ในจวนอย่างเสียมิได้ แต่เขาไม่เคยเรียกใช้นางให้มาปรนนิบัติบนเตียงเลยสักครั้งทุกอย่างดำเนินไปตามหมากที่ข้าหลวงหลี่วางไว้ คุณหนูหลี่เฝ้ารอวันที่จะได้สวมชุดมงคลสีแดง นั่งเกี้ยวแปดคนหามเข้าจวนแม่ทัพอย่างสมเกียรติทว่าความฝันอันแสนหวานกลับถูกทุบจนแหลกสลายไม่มีชิ้นดี!เมื่อจู่ๆ ราชโองการจากเมืองหลวงก็ถูกส่งมาอย่างเร่ง

  • ท่านพี่ ชาตินี้ข้าขอฝากชะตาไว้ที่จวนแม่ทัพ   บทที่ 7 วางหมาก

    เมื่อย้อนมองกลับไปในชาติภพที่แล้ว นางเป็นเพียงเด็กสาวตัวเล็กๆ ที่อ่อนแอและน่าเวทนา ไร้ซึ่งบ้านให้พักพิง ไร้ญาติขาดมิตรให้พึ่งพา เป็นเพียงสินค้าชิ้นหนึ่งที่ถูกต้อนเข้าสู่กรงทองอันโสมมของหอคณิกาตั้งแต่อายุยังน้อย ต้องจำทนมีชีวิตตกลงไปในวังวนแห่งตัณหาและเล่ห์เหลี่ยมมารยาอย่างไม่มีทางเลือก นางต้องปั้นห

  • ท่านพี่ ชาตินี้ข้าขอฝากชะตาไว้ที่จวนแม่ทัพ   บทที่ 6 โอกาสทอง

    เมื่อหวังอวี้หลานกวาดสายตาไล่เรียงลงมา แม้สภาพร่างกายจะดูอิดโรยไร้เรี่ยวแรง แต่ความหลวมโพรกของชุดเจ้าสาว ก็ไม่อาจซ่อนเร้นทรวดทรงสะคราญของดรุณีวัยแตกเนื้อสาวไว้ได้มิดชิด ส่วนเว้าส่วนโค้งที่เริ่มผลิบานตามวัยยังคงเด่นชัด อกอิ่มหยัดชูเย้ายวน เอวคอดกิ่วบอบบางราวกับกิ่งหลิวที่พร้อมจะลู่ตามลม สะท้อนให้เห็น

  • ท่านพี่ ชาตินี้ข้าขอฝากชะตาไว้ที่จวนแม่ทัพ   บทที่ 5 ฮูหยินแม่ทัพ

    เซียวจิ้งเฉิน แม่ทัพใหญ่ผู้กุมกำลังทหารนับแสน ไม่แม้แต่จะปรายตามองสตรีในชุดมงคลสีแดงที่ยืนสั่นเทาอยู่ตรงหน้าเขารู้ดีว่านางคือหมากที่ฮ่องเต้ส่งมาให้เขา เป็นบุตรีของศัตรูที่เขาชิงชังเข้าไส้ สตรีที่ไร้ประโยชน์เช่นนี้ แค่ให้ที่ซุกหัวนอนในจวนก็ถือว่าเมตตามากแล้ว“เริ่มพิธีกราบไหว้ฟ้าดินเสียที ข้าไม่มีเว

  • ท่านพี่ ชาตินี้ข้าขอฝากชะตาไว้ที่จวนแม่ทัพ   บทที่ 4 รับราชโองการ

    ตลอดการเดินทางรอนแรมร่วมเดือนจากเมืองหลวงมุ่งหน้าสู่แดนเหนืออันหนาวเหน็บ หวังอวี้หลานต้องทนอุดอู้ซ่อนตัวอยู่ในรถม้าคันใหญ่ที่บุด้วยนวมหนา เพื่อต้านทานพายุหิมะและสภาพอากาศอันเลวร้ายเมื่อขบวนเดินทางมาถึงโรงเตี๊ยมจุดพักม้า หน้าเมืองเป่ยยวน มามาก็ออกคำสั่งเด็ดขาด บังคับให้เจ้าของร่างที่มีสภาพเกือบไร้วิ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status