LOGIN“ข้างานยุ่งมากเจ้าก็รู้ แล้วบ้านเจ้าก็อยู่ไกลจากคุ้มของข้า ถ้าเลิกงานแล้วกลับมานอนที่นี่ ข้าคงหลับกลางทางทุกวันแน่.. เจ้าอยู่บ้านคนเดียวหรือเสี่ยวฮวา” ถามเมื่อไม่เห็นรถม้าของหลานสาวคนโตจอดอยู่
“ถ้าเจี่ยเจียรู้ว่าท่านจะกลับบ้านวันนี้ นางคงกลับมาเตรียมอาหารตั้งแต่เย็นแล้ว” พี่สาวของนางจะดีใจเสมอเมื่อรู้ว่าเขาจะกลับมานอนที่บ้าน และจะรีบปิดร้านกลับบ้านแต่วันเพื่อกลับมาทำอาหารรอเขา
“เพราะอย่างนี้ข้าถึงไม่บอกไง ข้ากำลังลดน้ำหนักน่ะ” เขาตั้งใจไม่บอกให้นางรู้ล่วงหน้าว่าจะกลับบ้าน ก็เพราะหลานสาวคนโตที่ชื่อไป๋หลานนี่แหละ
นางไม่ใช่หลานสาวแท้ ๆ ของเขา แต่นางเป็นลูกติดของพี่เขย มาอาศัยอยู่ด้วยตอนอายุประมาณสิบขวบ เพราะยายที่เลี้ยงนางมาตั้งแต่เล็กตาย ส่วนมารดาแท้ ๆ ของนางก็มีสามีและมีลูกใหม่ด้วยกัน จึงไม่อยากเอานางไปเลี้ยง พี่สาวของเขาเกิดความสงสารจึงให้สามีรับมาอยู่ด้วยกัน
หลังจากมาอยู่ด้วยนางก็จัดว่าเป็นเด็กดีอยู่ในโอวาทคนหนึ่ง เขาก็ไม่ได้รังเกียจอะไรนาง ให้ความเอ็นดูเกือบเท่าเทียมกับหลันฮวา จวบจนนางอายุได้สิบห้าปี พี่สาวและพี่เขยของเขาก็ประสบอุบัติเหตุรถม้าตกหน้าผาตายทั้งคู่
ด้วยความสงสารในโชคชะตาที่แสนอาภัพของนาง เขาจึงรับเลี้ยงนางในฐานะหลานสาวต่อไป แต่ยิ่งนับวันเขาก็ยิ่งรู้สึกว่านางไม่ได้มองเขาในฐานะของน้า นางพยายามเข้าหาเขาและรุกรานความเป็นส่วนตัวอย่างเปิดเผย จนเขาต้องคอยระวังตัวทุกครั้งที่กลับบ้าน นาน ๆ เข้าก็เริ่มจะกลับบ้านน้อยลงเพื่อป้องกันตัวเอง เพราะกลัวจะเผลอไผลเข้าสักวัน
“ท่านน้าก็ไม่ได้อ้วนสักหน่อย ถ้าจะลดน้ำหนักลดความเจ้าชู้แทนจะดีกว่านะ”
“ความคิดเจ้าเข้าท่าดีนะ” หยอกเอินหลานสาวกลั้วเสียงหัวเราะแล้วพากันเดินเข้าบ้าน นั่งจิบน้ำชาคุยกันต่อจนฟ้าเปลี่ยนสี
......................
เช้าวันใหม่
ซินหลางเดินออกมาจากห้องนอนในชุดผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดตา และต้องแปลกใจเมื่อเข้าไปในห้องกินข้าวแล้วเห็นหลานสาวคนโตเพียงคนเดียว
“เสี่ยวฮวาเล่า” นางไม่ได้อยู่ที่ห้องแน่ ๆ เพราะเขาเพิ่งเดินผ่านหน้าห้องนอนของนาง และเห็นสาวใช้กำลังทำความสะอาดกันอยู่
“ท่านจะกลับมานอนค้างที่บ้านทำไมไม่บอกข้าเจ้าคะ” ไป๋หลานถามคำถามแทนคำตอบขณะยกเครื่องดื่มของชาวตะวันตกที่เรียกว่ากาแฟให้เขา
“ขอบใจ พอดีผ่านมาทำธุระทางนี้ก็เลยแวะค้างสักคืนเท่านั้น”
“ธุระอะไรหรือเจ้าคะ”
คนที่กำลังจะดื่มกาแฟเหลือบมองหลานสาวคนโตเล็กน้อย
“อยากรู้ขนาดนั้นเลยหรือ” แล้วจิบกาแฟร้อนเบา ๆ
“เจ้าค่ะ ข้าอยากรู้ทุกเรื่องของท่าน”
“มาเรื่องส่วนตัวน่ะ”
“เรื่องส่วนตัว..” คิ้วเรียวโก่งโค้งค่อย ๆ ย่นเข้าหากัน สีหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นหงิกงอเล็กน้อย “เรื่องสตรีหรือเจ้าคะ”
“อือ”
“นางโลมคนล่าสุดที่ท่านถูกใจอยู่ในย่านนี้หรือเจ้าคะ”
“ใช่” มันไม่ใช่อย่างที่นางคิด แต่เขาก็ยินดีที่จะทำให้นางเข้าใจผิด
“เมื่อไหร่ท่านจะเลิกเจ้าชู้สักที”
“คงเมื่อหมดลมหายใจนั่นแหละเสี่ยวหลาน เพราะความเจ้าชู้มันเป็นสันดานของข้าไปแล้ว”
“ที่ท่านพูดแบบนี้เพราะต้องการทำร้ายจิตใจข้าใช่ไหม”
“แล้วจะให้ข้าเสแสร้งเพื่อเจ้าอย่างนั้นหรือ.. ทำไมข้าต้องทำแบบนั้นด้วยเล่า”
“ท่านก็น่าจะรู้ว่าข้ารักท่าน รักมาตลอดตั้งแต่ท่านพ่อท่านแม่ตาย” สตรีวัยยี่สิบแปดปีพรั่งพรูความในใจออกไป
“ไป๋หลาน!” ซินหลางตะคอกเสียงขุ่นใส่นาง “อย่าพูดในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ออกมาอีกนะ เราเป็นน้าหลานกันจะรักกันได้อย่างไร”
“ข้าไม่ใช่หลานของท่าน! ข้าเป็นคนอื่น!” แล้วถลาเข้าไปกอดร่างหนาไว้ทันที
ซินหลางรีบผลักไสหญิงสาวที่เข้ามากอดตน รีบลุกขึ้นยืนด้วยใจที่เต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ด้วยความตระหนกตกใจ
“เจ้า!! อย่าทำแบบนี้อีกนะ!” เกรี้ยวกราดใส่นางแล้วสะบัดหน้าตึงเดินจากไป
“น้าหลาง” ไป๋หลานรู้ว่าถูกโกรธ แต่นางก็หมดความอดทนแล้วเช่นกัน รีบก้าวเท้าตามร่างสูงใหญ่ กอดรัดเขาไว้แน่นจากทางด้านหลัง “ถ้าข้าเป็นที่หนึ่งไม่ได้ ท่านจะให้ข้าเป็นที่สอง ที่สาม หรือแค่อนุอุ่นเตียงข้าก็ยอมทั้งนั้น”
“อย่ามาพูดบ้า ๆ นะ! เจ้าไปเป็นที่หนึ่งของคนอื่นโน่นเถิด อย่ามาเสียเวลากับคนแก่ ๆ อย่างข้าเลย”
“แต่ข้าอยากเป็นของท่านคนเดียวเท่านั้น”
“ข้าบอกให้เจ้าหยุดพล่ามไร้สาระสักทีไงเล่า ปล่อย!” มือใหญ่งัดมือเล็กออกจากรอบเอวแล้วสะบัดทิ้งอย่างไม่ไยดี เดินหนีโดยไม่หันกลับไปมองคนที่ส่งเสียงร้องไห้โฮออกมาสักนิด
....................
ซินหลางกลับเข้าห้องนอนได้ก็รีบถอดเสื้อผ้าอาบน้ำอาบท่า เตรียมออกจากบ้านให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่เมื่อออกมาจากห้องน้ำก็ต้องตกใจจนตาค้างกับสิ่งที่อยู่บนเตียงนอน
“ไป๋หลาน!!!” เขาข่มใจอย่างมากกับภาพที่เห็น รีบเบือนหน้าหนีพร้อมตะคอกใส่ด้วยความโกรธสุดคนา “ออกไปจากห้องของข้าเดี๋ยวนี้!”
“ไม่ วันนี้ข้าจะต้องเป็นเมียท่านให้ได้” แล้วหญิงสาวที่ทำใจกล้าแก้ผ้านั่งคุกเข่าอยู่บนเตียงก็ก้าวลงไปหาชายหนุ่มที่ทำเมิน กระตุกผ้าที่พันไว้หมิ่น ๆ รอบเอวเขาทิ้งอย่างรวดเร็ว
เมื่อจัดการนางอยู่หมัดแล้วก็รีบอุ้มนางไปที่เตียง วางลงอย่างทะนุถนอม มองบุปผาดอกงามที่นอนหายใจระรินด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าอย่างไม่มีปิดบังต้าเทียนเอ๋อร์สะท้านอายระคนขัดเคืองใจตัวเองอยู่บ้าง ที่หลงระเริงกับความวาบหวามหวั่นไหวที่เขามอบให้ อยากขัดขืนแต่ก็ไม่กล้าเพราะกลัวเขาจะเล่นงานพี่ชายของตน นางหาข้ออ้างบอกกับใจตัวเองทั้งที่ลึก ๆ นั้นแอบคิดว่าไม่ใช่เพราะพี่ชายหรอก แต่เป็นเพราะนางเองนั่นแหละที่โหยหา“กอดข้าสิเอ่อร์เอ๋อร์”เสียงกระซิบข้างหูสั่นพร่าก่อนจะถูกเลียเบา ๆ ทำให้นางสะดุ้งวาบ เผลอตอบสนองต่อความต้องการของเขาทันควัน เมื่อรู้สึกตัวก็เผลอชะงักเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะทำตาม ปล่อยเนื้อปล่อยใจไปกับเขา“อา..” ครางสะท้านแผ่วเบาเมื่อความเจ็บแปลบเล็กน้อยสายหนึ่งเปลี่ยนเป็นความเสียวซ่าน.. ทั่วเรือนร่างของนางวาบหวาม ร้อนรุ่มไปทุกอณูที่เขาไล่สัมผัส เพลิดเพลินจนไม่รู้ตัวว่าอาภรณ์หลุดจากร่างไปตั้งแต่เมื่อใด รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เห็นเขายืนขึ้นปลดอาภรณ์ของตัวเองนางสะท้านอายต่อสายตาพราวระยับที่เต็มไปด้วยแววตัณหาจนสุดจะสู้สายตา จึงเลื่อนมองต่ำที่ลูกกระเดือกกลางลำคอ..แม่เจ้า! แค่ลูกกระเดือกทำ
“จะให้ข้าทำอย่างไรเล่าเสี่ยวเอ๋อร์ มันเป็นความต้องการของท่านหลาง”“แต่ข้าไม่ต้องการ!”พี่ชายมองหน้าน้องสาวด้วยสายตาขึ้งเครียดกังวล“แล้วเจ้าจะขัดคำสั่งเขาหรือ”สายตาและคำถามของพี่ชายทำให้อาการตึงตังของหญิงสาวเพลาลง นางหลับตาสูดลมหายใจลึก ๆ เข้าปอด.. มันมาถึงขั้นนี้แล้ว นางกลายเป็นสตรีของเขาไปแล้ว นางจะต้องทนทำตามคำสั่งของเขาไปอีกสองเดือนเพื่อพี่ชาย นางต้องทำให้ได้“ข้าเข้าใจแล้ว..” มองเรือนหลังเล็กกะทัดรัดแต่ดูสวยงามและเงียบสงบ เรือนหลังนี้น่าจะเป็นเรือนที่อยู่หลังในสุดภายในคุ้มซินหลางแห่งนี้ “ข้าต้องอยู่ที่นี่ใช่ไหมต้าเกอ”“ใช่ คิดว่าอยู่ได้ไหมเสี่ยวเอ๋อร์ ถ้าเจ้าอยู่ไม่ได้ข้าจะไปขอร้องท่านหลางให้เขาเปลี่ยนเรือนให้เจ้า” เรือนหลังนี้อยู่ห่างจากเรือนหลังอื่นมาก ได้ยินว่าเป็นเรือนหลังโปรดของท่านหลาง ในยามที่ท่านต้องการความเป็นส่วนตัว ตัดขาดจากความวุ่นวาย ท่านมักจะมาพักอยู่ที่เรือนหลังนี้แต่ความเป็นส่วนตัวแบบนี้ถ้าถึงยามค่ำคืน น้องสาวของเขาต้องรู้สึกกลัวอยู่บ้างไม่มากก็น้อย“จะไปขอร้องเขาทำไม ท่านมีสิทธิ์ต่อรองเขาขนาดนั้นเชียวหรือ”“ข้าก็คิดว่าน่าจะพูดได้”“ถ้าท่านพูดได้จริง เขาคงไม่ทำก
หัวใจที่แข็งแกร่งดั่งหินผาสะท้านวาบ มองไปที่หญิงสาวบนเตียงแล้วยิ่งปวดใจ ที่นางเพ้อแบบนี้ก็เพราะเขาเป็นต้นเหตุสินะ“..นางร้องไห้”“เจ้าค่ะ”“..เพราะข้าสินะ” รำพันเบา ๆ แล้วรีบดึงสติให้กลับมาสุขุมเยือกเย็นดั่งซินหลางคนเดิม “รีบเช็ดตัวให้นางเถิด” บอกกับหญิงสาวและเฝ้ามองนางปรนนิบัติคนป่วยอย่างเอาใจใส่.. แล้วคิ้วหนาก็ค่อย ๆ ขมวดมุ่น หรี่ตามองจ้องคนที่นอนนิ่งอย่างจับผิด “เสี่ยวปา”“ท่านหลาง”“ส่งผ้ามาให้ข้า ข้าจะเช็ดตัวให้นางเอง”เสี่ยวปาไม่กล้ายื่นผ้าในมือให้แม้จะเกรงกลัวเขาอยู่เป็นนิจ นั่นเพราะคนป่วยที่นอนซมไร้สติอยู่บนเตียงเป็นสตรีนั่นเอง“แต่นางเป็นสตรี.. บุรุษสตรีที่ไม่ใช่คู่สามีภรรยากันไม่ควรถูกเนื้อต้องตัวกันนะเจ้าคะ” เตือนสติเขาเสียงเบาหวิว ใบหน้าหวาดหวั่นแดงซ่านอย่างสะท้านอาย“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้ากับนางไม่ใช่สามีภรรยากัน” บุรุษรูปงามแสร้งถามเสียงดัง มองร่างระหงอวบอิ่มที่นอนอยู่บนเตียงไปด้วย.. กระตุกยิ้มมุมปากอย่างผู้มีชัยเมื่อเห็นเปลือกตาที่ปิดสนิทขยับไหว ปากที่ประกบกันก็เผลอเม้มเข้าหากัน แม้จะเพียงแค่เล็กน้อยแต่เขาก็มองเห็นชัดเจนกว่าในตอนแรกมากทีเดียวที่แท้นางก็แค่แกล้งหลับอยู
เขารีบเดินไปเปิดตู้ หยิบชุดผาวที่ใส่ง่ายที่สุดออกมา “ไปหาหมอกันเถิด อาการเจ้าไม่ดีเลย”“ใส่ชุดชั้นในให้ข้าก่อน” รีบท้วงคนที่กำลังสวมเสื้อให้“จะใส่ทำไม เสียเวลา เอาผ้าห่มคลุมอีกชั้นก็ดูไม่ออกแล้ว”หญิงสาวไม่มีสิทธิ์โต้ใด ๆ เพราะไร้เรี่ยวแรงและปวดศีรษะเจียนระเบิด ไม่มีอารมณ์จะเถียงเขาสักนิด ได้แต่ยอมอยู่นิ่ง ๆ ให้เขาทำอะไรกับตัวเองด้วยสติที่ไม่เต็มร้อยนัก......................สถานพยาบาลฉิ่งหยา“นางเป็นอย่างไรบ้างหมอฉิ่ง” ซินหลางถามอาการของหญิงสาวหลังจากเห็นหมอฉิ่งวางแขนนางลงและห่มผ้าให้หมอฉิ่งบอกให้ผู้ช่วยออกไปจากห้องเพื่อเตรียมยา รอจนนางปิดประตูสนิทแล้วจึงมองหน้าหนุ่มใหญ่ผู้สง่างาม ผู้เป็นเจ้าของคุ้มการค้าซินหลางที่ยิ่งใหญ่“ท่านหลางนี่นะ..” พูดพร้อมกับส่ายศีรษะ สายตาติดตำหนิ “ทำไมไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผาเสียบ้าง นางบอบบางดั่งปุยนุ่นท่านน่าจะรู้ดีที่สุด” หมอฉิ่งตำหนิเสียงเบา“ข้าก็ถนอมนางอย่างที่สุดแล้วนะท่านหมอ” บุรุษวัยกลางคนรีบแก้ตัวจริงจัง เขาถนอมนางที่สุด ละมุนละม่อมอย่างที่ไม่เคยทำกับสตรีใดมาก่อนด้วยซ้ำ“ถ้าท่านถนอมนางจริงนางคงไม่ป่วยหนักขนาดนี้ ร่างกายของนางบอบบาง จิตใจก็กำล
เขาเร่งทะยานสะโพกสอบหนักหน่วงแล้วกลับมาแผ่วเบาเพื่อยั่วเย้าให้นางคลั่ง เหงื่อกาฬของเขาแตกพลั่กแม้มีไอความเย็นครอบคลุม แต่ความร้อนก็ไม่ได้ทำให้ความกระสันในตัวสาวน้อยลดถอยลงบุรุษไร้พันธะวัยสี่สิบปลาย ๆ อย่างเขาทำงานเยี่ยงกรรมกรมาตั้งแต่แตกหนุ่มจนกระทั่งปัจจุบัน พละกำลังจึงเหลือล้น มีแรงขับเคลื่อนเหลือเฟือ เหงื่อแตกแค่นี้ยิ่งส่งผลดีต่อร่างกายเขาออกแรงบดขยี้แต่ก็ยังทะนุถนอมร่างนุ่มในอ้อมแขน ทำให้นางสุขสะท้านจนสาสมแล้วจึงทำตามใจตัวเอง เมื่อใกล้จะระเบิดก็รีบชักอาวุธคู่กายออกมาพ่นพิษด้านนอก นึกโกรธตัวเองที่หลงใหลสาวเจ้าจนลืมเตรียมวิธีป้องกัน แต่รอบหน้าไม่มีพลาดแน่เสร็จสมอารมณ์หมายแล้วจึงค่อย ๆ หย่อนสะโพกงามลงบนตั่ง มองนางที่หน้าตาบูดบึ้งแต่แดงก่ำยิ้ม ๆ ก่อนจะเฉไฉไปมองทางอื่นเมื่อถูกเขม้นใส่อย่างไม่พอใจ“สมใจแล้วก็ไปให้พ้นจากตัวข้าเสียที!” เทียนเอ๋อร์ตะคอกเสียงขุ่น เมื่อคนตัวโตนั้นยังกอดขาของนางไว้ แต่แทนที่เขาจะรีบทำตามกลับออกแรงกอดแน่นขึ้นกว่าเดิมพร้อมทำสีหน้ายียวนใส่อีก“ไม่ปล่อยหรอก เพราะข้ายังไม่สมใจอยากเลย” แล้วหนุ่มใหญ่ก็ชันเข่าที่นั่งทับไว้ โถมกายหนาลงบนร่างบาง โอบรัดไว้ในอ้อมแขนแล
“พี่เจ้าบอกว่าเจ้ายังเรียนอยู่” เริ่มชวนคุยเพื่อให้นางคลายกังวลนางมองหน้าเขา “ใช่” ตอบห้วน ๆ “เจ้าค่ะ” เห็นแววตาลุ่มลึกเขม้นใส่ก็ลดน้ำเสียงให้อ่อนลง“ด้านไหน”“สมุนไพร จะถามไปทำไมเจ้าคะ” แค่นเสียงถามไม่พอใจเล็กน้อย“ผู้ใหญ่ถามก็ตอบดี ๆ ชักสีหน้าแบบนี้ไม่น่ารักเลย”“เฉพาะผู้ใหญ่อย่างท่านนี่แหละที่ข้าไม่อยากทำตัวน่ารักด้วย”เหล้าร้อนในกาถูกยกดื่มกรอกปากอึกใหญ่เกือบครึ่งกาก่อนจะวางลง“งั้นก็ไม่ต้องตอบ เปลี่ยนมาทำอย่างอื่นแทนก็แล้วกัน”หญิงสาวรีบกระถดตัวหนีคนที่ลุกพรวดพราดมานั่งลงข้างกาย แต่เขาไวกว่ามาก ร่างเล็ก ๆ ของนางจึงถูกเขาตรึงเอาไว้ใต้ร่างหนา“จะทำอะไรน่ะ! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ!” ตวาดเสียงตื่นตระหนกตกใจ“ก็รู้ ๆ กันอยู่ ไม่เห็นต้องถาม” ปลายจมูกโด่งเป็นสันฉวยโอกาสแนบลงบนแก้มแดงปลั่งขณะตอบเสียงทุ้ม นางตื่นตระหนกไม่ได้ทำให้เขาหวาดหวั่นแต่อย่างใด เพราะเชื่อว่าจะจัดการนางอยู่หมัดได้ในไม่ช้า “คิดถึงหน้าพี่ชายของเจ้าเอาไว้สิ แล้วเจ้าจะได้คำตอบ”ร่างที่พยายามดิ้นรนสุดฤทธิ์หยุดกึกดั่งถูกจี้จุด จุกจนพูดไม่ออก ไร้คำย้อนแย้งใด ๆ.. รีบหลับตาลงแล้วปล่อยให้เขาเริ่มรุกรานเรือนร่างแข็งทื่อของตนแรก







