ANMELDEN“เฮ้ย!” ซินหลางรีบตะครุบผ้าผืนน้อยไว้แต่ไม่ทัน ร่างแกร่งจึงเปลือยเปล่าไม่ต่างกับสตรีที่เขามอบฐานะหลานสาวคนโตมาให้ตลอด ยังไม่ทันได้ตั้งหลักเจ้าโลกของเขาก็ถูกมือบางจับไว้มั่น และถูกครอบครองด้วยปากได้รูปทันควัน “หยุดนะไป๋หลาน!!” ตะคอกเสียงกร้าวก่อนที่สติจะไม่เหลืออยู่ รีบจับศีรษะนางไม่ให้ขยับ แล้วชักเจ้าโลกที่เริ่มตื่นตัวออกจากปากนาง
“น้าหลาง..” หญิงสาวรู้สึกอับอายยิ่งกว่าตอนที่ทำใจกล้าแก้ผ้าต่อหน้าเขา เมื่อถูกเขาผลักศีรษะทิ้งจนหงายและหันหลังให้
“ไสหัวออกไปจากห้องข้าเดี๋ยวนี้ แล้วข้าจะยกโทษให้เจ้าสักครั้ง”
“น้าหลาง..” น้ำตาเริ่มไหลอาบแก้มเมื่อได้ยินเสียงเยือกเย็นไร้ความอาทร
“ข้าบอกให้เจ้ารีบออกไปไงเล่า!”
ไป๋หลานลำคอตีบตัน มีแต่น้ำตาที่ไหลพรากออกมา ลุกขึ้นคว้าผ้าแล้ววิ่งออกไปจากห้อง
ซินหลางพ่นลมหายใจด้วยความโล่งอกอย่างใหญ่หลวง ตบอกที่อัดแน่นไปด้วยความหวามไหว ดีใจมากที่ความอดทนอดกลั้นสามารถเอาชนะตัวกิเลสตัณหาได้ แม้องค์รวมของความรู้สึกนั้นจะเป็นความโมโหโกรธามากกว่าก็ตาม
หนุ่มใหญ่หุ่นล่ำสันสลัดความคิดทั้งหมดทิ้ง หยิบเสื้อตัวแรกที่เจอในตู้มาใส่แล้วเดินทางกลับคุ้มซินหลางในทันที
……………..
“ทำไมอยู่ ๆ ถึงขอยกเลิกเสียเล่าเสี่ยวเอ๋อร์ ไหนว่าจะอยู่กับป้าต่ออีกสองปีไง”
“ตอนแรกข้าตั้งใจจะทุ่มเทกับการเรียนต่ออย่างเดียว แต่ตอนนี้ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ข้าจะทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ข้าก็เลยอยากย้ายกลับไปตั้งหลักที่บ้านก่อนเจ้าค่ะ”
“ฐานะทางบ้านเจ้าก็ไม่ได้ลำบากอะไร ทำไมต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยเล่า มันเหนื่อยมากนะเสี่ยวเอ๋อร์”
“ไม่ได้ลำบากแต่ข้าก็ต้องเรียนรู้อะไรด้วยตัวเองอีกมาก ข้าตัดสินใจแล้วเจ้าค่ะ” เทียนเอ๋อร์ตัดบทป้าเจ้าของหอเช่าที่เป็นคนดีมีน้ำใจ แต่ก็ชอบสอดส่องเรื่องของคนในหอแล้วเอามานินทาให้ฟังไปทั่ว และด้วยเหตุผลนี้จึงตัดสินใจออกจากที่นี่ เพราะสักวันหนึ่งตนอาจกลายเป็นขี้ปากของนาง
“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจเจ้านะ เอาเป็นว่าสิ้นเดือนนี้ป้าจะจัดการเรื่องค่ามัดจำให้ แต่เจ้าต้องเก็บของออกไปก่อนสักสามหรือสี่วันนะ เพราะข้าต้องทำความสะอาดห้องเพื่อเตรียมรับคนใหม่เข้ามาอีก”
“ไม่มีปัญหาเจ้าค่ะ ข้าขอกลับขึ้นห้องก่อนนะเจ้าคะ” สาวงามโค้งศีรษะลาสตรีสูงวัยที่นั่งอยู่อย่างนอบน้อม
“ขอโทษที่ขัดจังหวะ”
เสียงทุ้มต่ำเสนาะหูของบุรุษที่ทักทาย ทำให้สองสตรีต่างวัยหันไปมองเขาด้วยความสนใจ
ซินหลางเองก็เหลือบมองไปทางสตรีร่างเล็กข้างกาย เพื่อจะส่งยิ้มลุแก่โทษที่เข้ามาขัดจังหวะ.. แต่แล้วหัวใจในอกแกร่งของเขาก็ต้องกระตุกด้วยความตื่นเต้นยินดี เพราะนางก็คือหญิงสาวคนที่เขากำลังจะมาถามหาอยู่พอดี
“เจอตัวพอดี ข้าจดหมายถึงเจ้าตั้งหลายครั้งแต่เจ้าไม่ยอมตอบจดหมายของข้าสักที” ทักทายนางทันทีอย่างไม่มีลังเลว่าจะจำคนผิด
คิ้วเรียวที่ขมวดมุ่นด้วยความสงสัยในตอนแรกค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเลิกสูงขึ้นเมื่อเดาได้ว่าเขาคือใคร
“ทะ..”
“มาหาเสี่ยวเอ๋อร์หรือ ท่านเป็นอะไรกับนาง” ความอยากรู้อยากเห็นของแม่เฒ่าเจ้าของหอเริ่มทำงานทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น
คำพูดของหญิงสาวถูกขัดขึ้นด้วยคำพูดของสตรีสูงวัย ทันใดนั้นเท้าเล็ก ๆ ของนางก็เตะใส่หน้าขาเขาอย่างรวดเร็วก่อนที่เขาจะได้อ้าปากตอบคำถาม
“เขาเป็นญาติของข้าเองเจ้าค่ะ ท่านอาจะมารับข้าไปดูงานด้วยกัน ข้าต้องรีบไปแล้ว ขอตัวก่อนนะเจ้าคะท่านป้า” ตอบเจ้าของหอผู้สอดรู้สอดเห็นแล้วหันไปส่งยิ้มให้ผู้ชายตัวโตที่ยังดูหนุ่มและรูปงามมาก “ท่านอาไปรอข้าที่รถม้าก่อนนะเจ้าคะ ข้าขึ้นไปเอากระเป๋าแล้วจะรีบลงมา”
“อือ” ซินหลางรับสมอ้างยิ้ม ๆ พอเดาได้แล้วว่าทำไมสาวเจ้าถึงลงมือทำร้ายเขาด้วยเท้า แต่การกระทำอันน่าโมโหของนางเขากลับมองว่าน่าขันมากกว่า “ข้าจอดรถม้าไว้ที่ริมถนนด้านข้างนี้นะ รีบลงมาเร็ว ๆ” ทิ้งท้ายด้วยคำพูดและสายตามีนัยยะแอบแฝง โดยที่แม่เฒ่าผู้ดูแลไม่มีทางได้เห็น
“ข้านั่งรถม้าตามท่านอาไปดีกว่าเจ้าค่ะ ตอนกลับจะได้ไม่ลำบากท่าน”
“จะลำบากอะไรนักหนาเชียว ไปกับข้านี่แหละดีแล้ว จริงไหมท่านป้า” เขาถามสตรีวัยกลางคนที่คะเนว่าอายุน่าจะใกล้เคียงกับเขา
“จริงพ่อหนุ่ม เสี่ยวเอ๋อร์ไปกับอาเจ้านั่นแหละดีแล้ว เจ้าสายตาไม่ค่อยดีในตอนกลางคืนไม่ใช่หรือ”
“ท่านป้าดูแลเอาใจใส่นางดีมาก ๆ เลยนะ รู้แม้กระทั่งเรื่องส่วนตัวของนาง ข้าเป็นถึงอาของนางยังรู้ดีไม่เท่าท่านเลย” ได้ยินดังนั้นแล้วซินหลางก็อดที่จะแขวะใส่ไม่ได้
“ข้าก็รักทุกคนเหมือนลูกเหมือนหลานนั่นแหละนายท่าน อย่างเทียนเอ๋อร์นี่ก็เห็นหน้ากันมาตั้งหลายปีแล้ว ตั้งแต่ยังไม่มีคนรักจนมีคนรัก เห็นเขารักกันดีก็ยิ่งดีใจ” ยายเฒ่าผู้ไม่รู้อะไรตอบอย่างภาคภูมิ
“อย่างนั้นหรือ เขารักกันมากเลยหรือ”
“รักมาก สายตาของเสี่ยวเอ๋อร์ดูมีความสุขทุกครั้งเวลาที่มองคนรักของนาง”
“ทำไมเล่า ข้าน่ารังเกียจมากเลยหรือ” ถามเสียงเศร้าหน้าหม่นหมอง ด้วยคิดว่านางมองว่าเขาเป็นแค่ตาแก่ที่ไม่คู่ควรนางรีบส่ายหน้าปฏิเสธความคิดที่ตรงกันข้าม “ท่านดูดีผิดจากที่ข้าคาดไว้ราวฟ้ากับเหว เพราะตอนแรกข้าคิดว่าท่านเป็นชายแก่ตัณหากลับที่ผมอาจจะขาวหมดศีรษะไปแล้ว”ซินหลางหัวเราะกับความคิดของนาง “มิน่าเล่าเจ้าถึงตาโตมากตอนเจอข้าครั้งแรก แปลกใจมากเลยสินะที่ข้าหนุ่มกว่าอายุมาก”“ใช่ ท่านเหมือนคนที่เพิ่งอายุสามสิบต้น ๆ เท่านั้น ข้าพูดจริง ๆ นะ”“เมื่อเห็นว่าข้าไม่ใช่ชายชราผมสีขาวแล้วรู้สึกอย่างไร ตอนนี้เล่าเจ้าคิดอย่างไรกับข้าอีก”“ท่านหล่อเหลาเอาการเลยทีเดียว อ่อนโยนและเอาใจใส่ต่อข้า..ในแบบที่ข้าไม่เคยได้รับจากคุณชายหลินมาก่อน.. และตอนนี้ข้าก็รู้ตัวแล้วว่าเผลอใจรักท่านเข้าให้แล้ว ตอนแรกมันอาจจะเป็นความรักแบบเผลอไผล แต่ยิ่งใกล้ชิดท่านก็ยิ่งรู้สึกผูกพันลึกซึ้งจนยากจะตัดใจ” แม้จะขัดเขินที่ต้องเป็นฝ่ายสารภาพความในใจกับเขาบ้าง แต่ก็ตอบอย่างที่ใจคิดคำสารภาพพร้อมกับอาการหน้าแดงก่ำของนางทำให้หัวใจของซินหลางเต้นรัว รู้สึกถึงความเบ่งบานที่ขยายแน่นคับอก แบบนี้สินะที่เขาเรียกว่าดีใจจนหัวใจพองโต“เอ่อร
สะโพกสอบกระแทกหนักหน่วง ปากก็พร่ำเสียงสั่นพร่าแสดงความหวงแหน แต่แค่นี้ยังไม่เพียงพอกับความต้องการ จึงงัดร่างบางขึ้นมาจากที่นอน คร่อมบนตักแกร่งแล้วจับเอวคอดกิ่วให้ขยับขึ้นลงเต็มแรงเสียงกระแทกแห่งรักดังกระฉอกตับ ๆ ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่หยุดหย่อนเสียงครวญครางด้วยความเสียวซ่านของพวกเขาทั้งสองก็ดังสอดคล้องกันไม่แผ่ว“อ๊า..อืม..” ต้าเทียนเอ๋อร์ครางลั่นด้วยความเสียวสะท้าน กอดคอหนาไว้แน่นไร้แรงจะตอบโต้ ยอมปล่อยให้เขาควบคุมเรือนร่างของตน จะขยับซ้ายไปขวาหรือขวาไปซ้าย บดบี้เช่นใดก็ได้แต่ร้องครวญครางรับความเสียว สุขสมครั้งแล้วครั้งเล่าไม่รู้จักอิ่มซินหลางเหงื่อกาฬท่วมกายกว่าจะจบเพลงรัก ทิ้งตัวลงนอนข้างกายนางในดวงใจแล้วกอดร่างบางไว้แนบอก จูบทั่วใบหน้านวลอย่างรักใคร่“ข้ารักเจ้าหมดหัวใจเอ่อร์เอ๋อร์” กระซิบถ้อยคำหวานก่อนจะบอกให้นางหลับตานอนพักผ่อนหญิงสาวที่ถูกกระซิบเขินอายจนทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะตอบคำพูดของเขาอย่างไรดี“ไม่อาบน้ำกินข้าวก่อนหรือ ท่านไม่หิวหรือ”“ข้าอิ่มมากตอนนี้ นอนสักตื่นค่อยลุกมาอา
“อาจจะเป็นคนของเจ้าที่ให้ท่าท่านหลางของข้าก่อน” ได้ยินเขาต่อว่าต่อขานบุรุษที่ตนหมายใจมานานปีด้วยถ้อยคำหยาบคาย ก็แสดงความไม่พอใจออกมาอย่างไม่ไว้หน้า แต่เมื่อนึกได้ว่าไม่ควรทำให้ไก่ตื่นท่าทีก็อ่อนลง “แต่เรื่องแบบนี้คงโทษแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ ข้าจึงต้องมาพบเจ้านี่ไง”“ฮูหยินหมายความเช่นใด”“หมายความว่าเราต้องร่วมมือกัน จับพวกเขาแยกออกจากกันให้ได้ เจ้าเอาคนของเจ้าไปให้พ้นจากคนของข้า”“ข้าก็ต้องการเช่นนั้น แต่ตอนนี้เทียนเอ๋อร์อยู่ในคุ้มของท่านซินหลาง ข้าไม่มีโอกาสจะได้พบนางด้วยซ้ำ แล้วจะพานางออกมาได้อย่างไรเล่า”“เราถึงต้องมาเจอกันนี่ไง มาวางแผนร่วมกัน เจ้าสนใจจะร่วมมือกับเข้าหรือไม่..ถ้าเจ้ามัวแต่ลังเลข้าก็จะกลับเดี๋ยวนี้” เห็นเขาทำอึก ๆ อัก ๆ ลังเลไม่แน่ใจ ก็เริ่มเสียงขุ่นด้วยความขัดใจ“ข้าตกลง” เห็นนางลุกขึ้นก็รีบตอบรับไป๋หลานคลี่ยิ้มพึงพอใจ หย่อนก้นลงบนที่นั่งอีกครั้ง“แบบนี้ค่อยน่าเชื่อว่าเจ้ามีใจรักจริง”หลินเกิงพยักหน้ารับไร้คำ
“แล้วด้วยเหตุผลใด บอกข้ามาตามตรงเถิด” เห็นท่าทางอมพะนำไม่อยากพูดต่อของเขาก็ยิ่งอยากรู้“เรื่องนี้มันเป็นเหตุผลส่วนตัวของข้าเองฮูหยิน”“อย่างไรเล่า ช่วยบอกให้ข้าหายข้องใจหน่อยเถิด ถ้าท่านมัวแต่อมพะนำแบบนี้ข้าได้อกแตกตายเพราะความคับข้องใจแน่”“เช่นนั้นข้าจะให้ป้ากงบอกฮูหยินแทนข้าก็แล้วกัน” แล้วหันไปหาป้ากง “ป้ากง”นางกงที่นั่งนิ่งแทบไม่กระดิก ได้แต่ทนนั่งด้วยความอึดอัดใจทำหน้าตาตื่นเมื่อถูกพาดพิง“เจ้า เจ้าค่ะท่านหลาง..” ตอบลิ้นพันกัน แม้ใจไม่อยากจะพูด แต่ปากก็ไม่อาจต่อต้านคำสั่งได้ มองฮูหยินหลินแล้วกล้ำกลืนส่งยิ้มฝืนให้นาง “ต้ากูเหนี่ยงที่ฮูหยินต้องการทาบทามเป็นลูกสะใภ้นั้น แท้จริงแล้วคือสตรีที่ท่านหลางหมายใจจะแต่งเป็นฮูหยินเจ้าค่ะ” ด้วยความขุ่นเคืองนางจึงพูดเกินเลยไปจากที่รับรู้ซินหลางกระตุกยิ้มบางเบา เขารู้ว่านางกงเจตนาทำให้เขาลำบากใจ แต่คำพูดของนางดันตรงกับความต้องการของเขาจริง ๆ เสียนี่ เอาเป็นว่าเขาจะยกความดีความชอบให้นางในเรื่องนี้ก็แล้วกัน และอาจจะพิจา
“ตาเฒ่าหลาง! ถ้าท่านไม่หยุดข้าจะโกรธแล้วนะ” ด้วยความกลัวว่าจะมีใครมาตามเขาตอนนี้ มาพบความน่าอับอายนี้เข้า นางจึงเสียงแข็งใส่เขามือที่เริ่มซุกซนหยุดชะงัก ค่อย ๆ ละจากเนื้อนิ่มชวนคลึงอย่างนึกเสียดาย แต่เวลานี้อย่าทำให้นางโกรธจะดีที่สุด“ข้าหยุดก็ได้ ข้าจะไปคุยกับฮูหยินหลินก่อน เสร็จแล้วจะมาเล่นจ้ำจี้กับฮูหยินของข้าต่อ ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นข้าจะเปลี่ยนลำดับใหม่ตอนนี้เลย” เขาข่มขู่อย่างได้ใจเมื่อได้ยินเสียงสาวใช้เรียกหาอยู่ที่ด้านนอก“ก็ได้” รีบรับปากเมื่อมือใหญ่เริ่มยุ่มย่ามอีกครั้งโดยไม่สนใจเสียงที่เรียกอยู่ด้านนอก “ไปทำธุระให้เรียบร้อยก่อนแล้วข้าจะยอมเล่นกับท่าน”มือใหญ่ที่เริ่มซนยังไม่ยอมหยุด มองนางยิ้ม ๆ “วาจามีค่าดั่งทองคำ พูดแล้วห้ามคืนคำเสียเล่า”“ข้าไม่คืนแน่ รีบไปสักทีสิ ขานรับนางด้วยสิตาเฒ่าเอ๊ย”“ได้ยินแล้ว” ขานรับตามที่นางบงการแล้วจูบปากอิ่มชวนหลงใหลที่กล้าเรียกตนว่าตาเฒ่าอย่างโหยหาก่อนจะเดินออกไป.....................
ที่เขากลับมาถึงก่อนกำหนดก็เพราะครั้งนี้เขาไม่ได้ไปนอนค้างที่บ้านของหลานสาวนั่นเอง เพียงแต่ไปเจอกับหลานสาวคนเล็ก คุยด้วยสักครึ่งชั่วยามก็บอกลา โดยให้เหตุผลว่ามีงานต้องสะสาง แต่ความจริงแล้วอยากกลับมากอดร่างนุ่ม ๆ อุ่น ๆ หอม ๆ ของใครบางคนมากกว่า“ท่านหลางช่างเป็นเจ้านายที่น้ำใจโอบอ้อมอารีนัก ห่วงใยคนของตนดุจดั่งคนในครอบครัว”“เข้าใจผิดแล้วฮูหยิน ข้าห่วงใยคนที่จะมาเป็นคนในอ้อมกอดของข้าต่างหาก”ริมฝีปากที่มีริ้วรอยตามวัยคลี่ยิ้มละมุน “เช่นนั้นข้าก็ต้องรีบแสดงความยินดีกับป้ากงเสียแล้ว จากแม่บ้านจะกลายมาเป็นแม่ยาย นางช่างโชคดีเสียนี่กระไร”คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย กลั้วหัวเราะนุ่ม ๆ พร้อมโบกมือปฏิเสธเบา ๆ“ฮูหยินเข้าใจผิดไปใหญ่โตแล้ว ข้ากับกงลี่ไม่มีเรื่องเกินเลยไปมากกว่าบ่าวกับนาย พี่กับน้องหรอก” พูดโดยเจตนาให้สตรีอีกนางรับรู้ด้วยฮูหยินหลินทำหน้าแปลกใจ “แล้วใครคือสตรีนางนั้น ไยข้าจึงไม่เคยระแคะระคายเลย”“เมื่อถึงวันมงคลของข้าท่านได้รู้แน่”“ไยต้องปิดบังกัน







