Share

ตอนที่11

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-15 13:53:00

ตอนที่ 11

กึก! กึก!

เสียงฝีเท้าหนักดังปลุกให้ลู่เจียวที่หลับอยู่หน้าเตียงของคุณหนูสี่สะดุ้งก่อนจะลุกขึ้นนั่งด้วยใบหน้าเลิ่กลั่ก ก่อนจะซีดจนขาวเมื่อเห็นจนกระจ่างว่าผู้มาเยือนในยามดึกดื่นนั้นคือ ‘ท่านอ๋องแปด’ หาใช่คนร้ายที่ใด แต่สำหรับนางแล้วให้เป็นคนร้ายยังน่ากลัวน้อยกว่าท่านอ๋องแปดหลายส่วนนัก!

“ท่านอ๋องแปด!” 

“หุบปาก แล้วตามคนของเปิ่นหวางไปพักข้างนอก” 

ลู่เจียวนั้นยังคงนิ่ง เพราะไม่คิดทิ้งคุณหนูสี่ไว้กับบุรุษร้ายกาจนาม ‘หลี่ปิงเฉิง’ ต่อให้อีกฝ่ายมีใจคออำมหิตเพียงใดสาวใช้ผู้จงรักภักดีต่อนายสาวก็ไม่กลัวตาย

“อยากตายสินะ!” 

กระบี่ในมือตวัดไปพาดบนลำคอเล็กของสาวใช้ไม่กลัวตายตรงหน้าเตียง แต่ถึงลู่เจียวจะหวาดกลัวจนตัวสั่นหน้าซีดเผือด แต่นางกลับไม่ยอมขยับเปิดทางให้แก่ท่านอ๋องแปดแม้เพียงเสี้ยวธุลี หลี่ปิงเฉิงจับจ้องสาวใช้ของคุณหนูสี่ราวกับจะฉีกเนื้อเลาะกระดูก นางเองก็กัดฟันจ้องตอบเช่นกัน กลัวตายนั้นนางก็มีไม่ต่างจากคนอื่น ๆ แต่นางมีหน้าที่ ‘ปกป้อง’ คุณหนูสี่ ต่อให้ต้องตายลงเดี๋ยวนี้นางก็ไม่เสียใจ

“!!!” 

ลู่เจียวเร่งหลับตาลงทันทีที่เห็นว่าท่านอ๋องแปดเงื้อมือที่กำด้ามกระบี่ขึ้นสูงสุดปลายแขน ทำใจเอาไว้แล้วว่าชีวิตตนคงจบสิ้นลงในวันนี้ แต่ไม่เสียใจเลย ด้วยนางถือว่าตนตายเพราะปกป้องผู้มีพระคุณแล้วลงไปพบหน้าบิดามารดาในปรโลก นางก็ไม่รู้สึกผิดอีกต่อไปแล้ว

ตุ๊บ! โครม!

“นับว่าคนของเจ้าก็ไม่เลวทีเดียว” 

หลังจากฟาดสันมือลงบนต้นคอของ ‘ลู่เจียว’ สาวใช้คนสนิทของคุณหนูสี่ ท่านอ๋องแปดจึงพึมพำออกมา ทำให้ถานเมิ่งจีทราบทันทีว่าอีกฝ่ายนั้นรับรู้นานแล้วว่าตลอดเวลานางนั้นตื่นมาโดยตลอด แต่ก็หาเกินความคาดหมายไม่ เพราะคนที่เป็นถึงแม่ทัพใหญ่ปกครองทหารเรือนแสน และเผชิญศึกมาตั้งแต่อายุเพิ่งสิบหกสิบเจ็ดหนาวจะจับความเคลื่อนไหวของนางไม่ได้คงยากจะเป็นจริง

“ท่านอ๋องแปด ถึงเราเป็นคู่หมั้นคู่หมายและอีกไม่กี่วันก็แต่งงานร่วมผูกผม แต่วันนี้ยังไม่ใช่ แถมยังดึกดื่นเที่ยงคืนท่านปีนหน้าต่างเข้ามามันออกจะไม่สมควรไปหรือไม่เพคะ” 

ถานเมิ่งจีไม่ได้ขยับกายลุกขึ้นนั่ง เพราะอาการเคล็ดขัดยอกนั้นรุนแรงไม่น้อย ไหนจะปวดตึงบริเวณแผลทั้งสองอีกด้วย จึงนอนนิ่งพูดคุยกับอีกฝ่าย

“เจ้าคิดว่าคนเช่นข้านั้นเป็นบุรุษที่ดีถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?” 

หลี่ปิงเฉิงเก็บกระบี่วางเอาไว้ตรงหัวเตียง ก่อนที่เขาจะย้ายตนเองขึ้นไปนั่งบนเตียงเคียงข้างกับคนป่วย จนถานเมิ่งจีถึงกับอ้าปากค้างมองความหน้าด้านหน้าทนที่ท่านอ๋องแปดมีขณะนี้ราวกับถูกคำสาปไปเสียแล้ว

“ย่อมแน่แท้ว่าไม่เพคะ แต่ท่านอ๋องแปดจะมาปีนเตียงของหม่อมฉันเช่นนี้มิได้!” 

พอตั้งสติได้ถานเมิ่งจีก็แทบจะลุกขึ้นมาตบตีอีกฝ่ายให้ตายที่บังอาจมาปีนเตียงนอนตนเองเช่นนี้ เพราะถึงอย่างไรนางกับเขาก็ต่างยังไม่ได้แต่งงานกันอย่างถูกต้อง หากแต่ก็จนใจที่นางนั้นบาดเจ็บสาหัสเกินกว่าจะทำเช่นนั้นได้

“เผื่อเจ้าไม่แจ้งใจ นี่คือห้องของข้า เตียงนี้ก็เป็นของข้าอย่างถูกต้อง ภายในห้องนี้นอกจากเจ้ากับคนของเจ้าล้วนเป็นของข้าอย่างถูกต้องแล้วทั้งสิ้น คราวนี้ก็หุบปากแล้วนอนหลับไปเสีย ข้าเองก็เหนื่อยมาทั้งวันอยากพักเช่นกัน” 

“……” 

ถานเมิ่งจีหาเสียงของตนเองไม่เจอ หรือจะกล่าวให้ถูกต้อง แม้แต่หาวิธีขยับลิ้นเกรงว่านางก็ดูจะลืมไปแล้วจนสิ้นเพราะคืนก่อนเขาก็อยู่กับนางตลอด แต่ก็เพียงคิดว่าเขามีน้ำใจ ทว่านางไม่น่าจะลืมไปเลยว่าคนเช่นหลี่ปิงเฉิงนั้นหาใช่คนดีถึงเพียงนั้น!

“นอนได้แล้ว” 

“……” 

เสียงแหบห้าวที่เริ่มจะคุ้นหูดังขึ้นอีกครั้ง นางก็ยังพูดอันใดไม่ออกอยู่ดี และต่อให้ผ่านไปอีกครู่ใหญ่นางคิดจะถีบเขาแต่แค่ขยับปลายนิ้วยังเจ็บ แล้วจะเอาปัญญาและกำลังใดไป ‘ถีบ’ คนตัวเท่ายักษ์เช่นท่านอ๋องแปดกันเล่า?

นอนคิดไปคิดมาอาการหนาวสั่นกลับเข้าจู่โจมอีกครั้ง คิดจะเรียกสาวใช้ก็มีร่างใหญ่กั้นขวาง ถานเมิ่งจีเลยจำใจต้องอดทน แต่ผ่านไปจนใกล้สว่างอาการกลับหนักหนา สุดท้ายนางก็จำต้องสะกิดแขนแกร่งของคนที่หลับลึกได้เงียบกว่าสาวใช้ของนางเสียอีก

“มีอันใด ปวดแผลหรือ?” 

ผู้ใดจะคาด นางแตะเพียงแผ่วเบาท่านอ๋องแปดกลับดีดกายลุกขึ้นมานั่งว่องไว และเพียงครู่เดียวทั้งห้องก็สว่างไสวไปด้วยแสงของเทียนไข จนนางยังอึ้งกับกิริยาคล่องแคล่วของบุรุษเรือนกายสูงใหญ่เช่นนี้

“เจ้ามีไข้สูงอีกแล้ว” 

หลี่ปิงเฉิงสัมผัสไปตามตามใบหน้าและซอกคอจึงพบว่าผิวนุ่มของคุณหนูสี่ผู้นี้กำลังร้อนจัดใกล้เคียงกับน้ำอุ่น ๆ ก็สีหน้าตึงเครียด จากนั้นจึงเรียกเหลิ่งกงกงให้ตามหมอหลวงจางทันที

“ประเดี๋ยวกระหม่อมจะเพิ่มเทียบยาอีกสองขนานพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋องแปด” 

หลี่ปิงเฉิงที่ถอยไปยืนอยู่กลางห้องพยักหน้าว่าเขาไม่มีปัญหาอันใด จากนั้นลู่เจียวที่ถูกปลุกจนฟื้นคืนสติก็ได้รับมอบหมายหน้าที่ให้ไปต้มยากับฉงหลิน ส่วนตัวของท่านอ๋องแปดเองก็รับหน้าที่เช็ดตัวให้เช่นเคย

“เหตุใดจึงไม่เร่งปลุกข้าเสียตั้งแต่ไข้ยังไม่สูง เจ้าอยากตายหรือเมิ่งเมิ่ง” 

เช็ดตัวไปปากของท่านอ๋องแปดก็ไม่ว่างเว้น บ่นให้กับคนที่เขาคาดว่านางน่าจะมีไข้มาพักใหญ่ แต่ไม่เรียกผู้ใดรอจนตนเองแย่แล้วจึงปลุกเขา

“หม่อมฉันเกรงใจเพคะ” 

ถานเมิ่งจีพึมพำเสียงแผ่วตอบกลับมา ดวงตาคู่งามบัดนี้แดงก่ำไม่ต้องกล่าวถึงผิวกายของนางที่แดงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน แต่ที่ผิวของคุณหนูสี่ที่แดงซ่านนี้เขาเองก็ไม่ทราบเช่นกันว่ามันแดงเพราะอีกฝ่ายมีไข้สูง เนื้อตัวของนางก็แดงก่ำ หรือเพราะเขินอายกันแน่

ดังนั้นตั้งแต่คืนวานนี้ เขาจึงทำทีเป็นชวนนางพูดคุยหวังเบี่ยงประเด็นออกไปจากสถานการณ์ชวนวาบหวามนี้ ไม่ใช่ว่าเขาเป็นพระอิฐพระปูนที่เห็นเรือนร่างของสตรีแล้วไม่รู้สึกอันใด ตรงกันข้ามเขารู้สึกมากล้น แต่เพียงเห็นนางบาดเจ็บก็พอจะข่มอารมณ์เสน่หาอันไม่สมควรลงไปได้

“ชีวิตของตนเองรักให้มากหน่อย อย่าคิดถึงแต่คนอื่น เป็นพระชายาของ ‘เปี้ยนเฉิงหวาง’ เจ้าต้องเห็นแก่ตัวให้มากอย่าคิดถึงคนอื่นจนลืมคิดถึงชีวิตตนเอง” 

เสียงแหบห้าวยังบ่นให้กับนางอีกหลายคำ แต่ขณะนี้ถานเมิ่งจีไม่ได้อยู่ในสภาวะที่พร้อมจะโต้เถียง เนื่องจากหนาวสั่นและปวดไปหมดทั้งร่าง มีหลายครั้งที่นางกำหมัดพร้อมกัดฟันข่มกลั้น และพากเพียรกลืนความเจ็บลงท้องเพราะไม่อยากถูกอีกฝ่ายตำหนิเอาไว้ว่านางอ่อนแอ

“อดทนหน่อย” 

คงเพราะนางนั้นมีไข้ขึ้นสูงกระมังจึงฟังเสียงดุดันแหบห้าวของท่านอ๋องแปดว่าเป็นเสียงที่ทอดอ่อน คล้ายกับที่ถานไท่เว่ยผู้เป็นบิดามักชอบเอ่ยกับนางในยามที่เขาห่วงใย

“ยาได้แล้วเพคะท่านอ๋องแปด” 

เช็ดตัวซ้ำอยู่ราวสองรอบ ลู่เจียวและฉงหลินก็กลับมาพร้อมถาดบรรจุถ้วยถึงหกใบ ถานเมิ่งจีมองแล้วทดท้อกับชีวิตอย่างยิ่ง แต่ทำอันใดไม่ได้ ต่อให้เหม็นกลิ่นและชิงชังความขมติดปากติดลิ้นเพียงใด นางก็ต้องกินมันเพื่อจะได้มีชีวิตต่อไป

“ผลสาลี่เล่า?” 

ท่านอ๋องแปดหันไปจับจ้องฉงหลินนิ่ง จนอีกฝ่ายแทบจะพุ่งออกไปเสียจากประตูห้องไม่ทัน เพราะสายตาของท่านอ๋องแปดนั้นช่างน่ากลัวว่ามีดกว่าหอกมากล้น

“กินยาไปก่อนก็แล้วกัน ยิ่งนานมันจะเย็น และยิ่งเย็นจะยิ่งขม กลืนยากนัก” 

ถานเมิ่งจีไม่ปริปากโต้แย้ง พอถูกประคองลุกขึ้นจนดีก็รับเอาถ้วยมาจากมือของลู่เจียว จากนั้นก็หลับหูหลับตากลืนลงคอไปโดยเร็ว ส่วนภายในใจของนางนั้นก็มีความคิดว่าหากหายดี ต่อไปนางจะศึกษาด้านสมุนไพรให้แตกฉานพร้อมกับนำเอาความรู้ในสมัยยังเป็นนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์มาปรับใช้ ผลิตยาที่เป็นเม็ดเพื่อจะได้กินง่าย ไม่ใช่เป็นยาน้ำกินยากเช่นนี้

“สาลี่กับแอปเปิลมาแล้วพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋องแปด” 

ฉงหลินกลับมาก็พอดีกับที่ถานเมิ่งจีกินยาจนหมดทั้งหกถ้วย นางคิดว่าหากหายดีคราวนี้ตนเองคงกลายเป็นสตรีสายถึกบึกบึนกว่าเดิมไปอีกหลายส่วนเป็นแน่ เพราะสู้กับนักฆ่าก็ทำมาแล้ว ตกม้าก็ผ่านมาแล้วไม่ตายเสียด้วย หายดีไม่ถึกกว่ากระบือยังจะเปรียบเป็นอันใดไปได้อีก

“เจ้าตามฉงหลินไปพักเถอะ ส่วนคุณหนูสี่ของเจ้า ข้าจะดูแลให้เอง” 

ลู่เจียวหันซ้ายแลขวา แต่จากที่ดูมาพักใหญ่หลังจากนางฟื้น ท่านอ๋องแปดก็นับว่าเป็นบุรุษที่พึ่งพาอาศัยได้ หาได้ใจจืดใจดำและอำมหิตดังที่นางได้ยินได้ฟังข่าวลือมาตลอดชีวิต

“เพคะ” 

คิดตกเช่นนั้นลู่เจียวจึงตามคนของท่านอ๋องแปดไปพัก ไม่อยากเป็นก้างขวางคอว่าที่คู่บ่าวสาวอีก พอประตูปิดลงก็พอดีกับที่ร่างในอ้อมแขนของหลี่ปิงเฉิงอ่อนยวบลงไป พอเขาก้มลงมองจึงพบว่าคราวนี้ยาคงฤทธิ์แรงไม่น้อย เพราะไม่ทันถึงหนึ่งเค่อนางก็หลับไปเสียแล้ว

“ตัวยังร้อยอยู่เลย” 

ท่านอ๋องแปดพึมพำกับตนเองแล้วจึงลงมือเช็ดตัวให้คนตัวเล็กอีกครั้ง จนเวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วยามอาการตัวร้อนจัดของคุณหนูสี่จึงบรรเทาเบาบาง เขาจึงนำเสื้อคลุมเนื้อหนาตัวโตที่เป็นของตนเองมาสวมให้นางเปลี่ยนจากตัวเดิม

จากนั้นก็ตรวจเช็กดูอีกครู่ใหญ่ พอแน่ใจว่าอาการของถานเมิ่งจีดีขึ้นแล้วจริง ๆ เขาจึงล้มตัวลงนอนเคียงข้างกับเรือนกายอรชรอีกครั้ง แต่คงเพราะใกล้สว่างแล้วเขาจึงนอนไม่หลับ ยิ่งมีหลายสิ่งให้คิดและตัดสินใจ เขายิ่งข่มตาให้หลับไม่ลงเพิ่มขึ้นไปอีกหลายส่วน สุดท้ายจึงหันกายนอนตะแคงด้านข้างไปทางคนป่วย

นิ้วเรียวยาวยื่นออกไปลูบไล้สัมผัสแก้มนุ่มที่ยังมีสีชมพูระเรื่อ คาดว่าคงเพราะพิษไข้ของอีกฝ่ายเพิ่งบรรเทาความรู้สึกติดค้างในอดีต ทำให้เขารีบดึงมือกลับ ดวงตาคู่คมพลันมีวี่แววขึ้งโกรธส่งไปยังถานเมิ่งจีเมื่อนึกไปถึงคุณหนูเหลิ่งกับเด็กในครรภ์ที่ต้องถึงแก่ความตายก็เพราะสตรีตรงหน้า

“บัดซบ!” 

สุดท้ายก็สบถหยาบคายออกไปหลายคำ จากนั้นก็ผลุนผลันลุกจากเตียงแล้วหยิบกระบี่ตรงไปยังลานฝึกซ้อมด้านหลังตำหนักด้วยกิริยาราวกับถูกปีศาจไล่กวดก็มิปาน จากนั้นพอถึงลานฝึกท่านอ๋องแปดก็ทรมาทรกรรมคู่ซ้อมคนแล้วคนเล่า

“ท่านอ๋องแปดไปกินดีหมีมาหรือไรจึงมีโทสะดุเดือดถึงเพียงนี้” 

คำถามนี้ถูกถามออกไป แต่กลับไร้คำตอบ เพราะแม้แต่ตัวของหลี่ปิงเฉิงเองขณะนี้ก็ตอบตนเองไม่ได้ว่าตนนั้นกำลังขึ้งโกรธผู้ใดกันแน่ กำลังโกรธแค้นถานเมิ่งจี หรือที่แท้เขาโกรธตนเองที่ดูแลนางอย่างดีทั้งที่นางไม่สมควรได้รับมันจากเขาแม้แต่น้อย

“ฉงหลิน เตรียมผสมน้ำให้ข้าอาบเดี๋ยวนี้!” 

กรรมหนักไปตกใส่ศีรษะของขันทีหนุ่มแล้วทำเอาทหารในลานฝึกซ้อมต่างยกมือท่วมหัว ขอบคุณพระโพธิสัตว์ยังพระอารามหลวงทันทีเมื่อท่านอ๋องแปดเลิกฝึกซ้อมกระบี่สักครา พวกเขาจึงนับว่าพ้นทุกข์พ้นภัยรอดชีวิตไปอีกหนึ่งวันแล้ว

กายแกร่งสลัดอาภรณ์ออกจากตัวแล้วก้าวเท้ายาว ๆ ลงไปนั่งสงบจิตสงบใจอยู่ในถังอาบน้ำขนาดใหญ่ หลับตาลงแต่หัวใจกลับยังตื่น ไร้วี่แววง่วงงุน สุดท้ายมีเพียงเตือนตนเองว่าอย่าได้หวั่นไหวไปกับรูปโฉมงดงามของคุณหนูสี่เด็ดขาดเพราะจุดประสงค์แต่เดิมที่เขายอมแต่งกับนางก็เพื่อแผนการใหญ่ทั้งสิ้น

“นางก็เป็นได้เพียงหมากหนึ่งตัวเท่านั้น” 

พอคิดตกเช่นนี้หลี่ปิงเฉิงจึงค่อยกลับมาสงบนิ่งได้เช่นเดิม กระทั่งแช่น้ำอยู่อีกครู่ใหญ่จนเขารู้สึกสมองปลอดโปร่งแล้วเขาจึงลุกขึ้นไปแต่งกาย เตรียมตัวไปยังสถานที่หนึ่งที่เขาคิดว่าเช่นไรก็ต้องไปสอบสวนสาวใช้ผู้นั้นให้รู้แจ้งกับตัวสักหนึ่งครั้ง เพราะคนเช่นถานม่านอวี้หากไร้หลักฐานยากนักที่จะเอาผิดกับนางได้…

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ท่านอ๋อง มิใช่ท่านชิงชังข้าหรอกหรือ?   ตอนที่ 15

    ตลอดงานพิธีการในช่วงเช้าเริ่มตั้งแต่ลงจากหลังม้าจนยกน้ำชาให้กับฮ่องเต้และฮองเฮา ถานเมิ่งจีทำทุกสิ่งถูกต้องเพราะนางทำใจได้แล้ว คิดว่านับจากนี้นางคือลูกจ้าง ส่วนท่านอ๋องแปดคือนายจ้าง เรื่องทางกายนางคิดหลบหลีกคงยาก ซึ่งคิดให้ดีหลี่ปิงเฉิงเปิดเผยพูดจาจริงใจยังดีกว่าหลอกลวงให้นางคิดเข้าข้างตนเอง‘เป็นเช่นนี้ย่อมดีแล้ว’ นางคิดในใจอย่างไม่ถือโทษโกรธท่านอ๋องแปดอีกต่อไป เพราะเขาชัดเจน นางเองก็จะได้ชัดเจนเช่นกัน ระหว่างนางกับเขามีเพียงความใคร่ หากร่วมหมอนจะไม่มีสิ่งใดเกินไปจากนั้น“เจ้าเหนื่อยเกินไปจนสติวิปลาสไปแล้วหรือ?”หลี่ปิงเฉิงที่สังเกตมาพักใหญ่แล้วเห็นว่าถานเมิ่งจีนั้นดูยิ้มแย้มใบหน้าผ่องใส ผิดกับเมื่อครั้งลงจากหลังม้ามาพร้อมกัน ก็ให้สงสัยว่าที่ตนพูดออกไปอาจทำร้ายจิตใจนางจนสติวิปลาสไปแล้วหรือไม่ จึงดูกลับมาร่าเริงได้ไวถึงเพียงนี้ หรือผู้ใดแอบเอาน้ำชาต้าหมา (กัญชา) ให้นางกินเข้าไป จึงดูอารมณ์ดีเกินไปเช่นนี้“เหนื่อยนั้นมาก แต่รู้สึกว่าการแต่งงานนี้ที่จริงก็หาได้เลวร้าย จึงทำให้หม่อมฉันอารมณ์ดีเพคะ” หญิงสาวหันไปคุยกับเขาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มออกมาจากใจจริงแท้ ดูอย่างไรนางก็ไม่ได้เสแสร้งจนเ

  • ท่านอ๋อง มิใช่ท่านชิงชังข้าหรอกหรือ?   ตอนที่ 14

    ตอนที่ 14แปดวันช่างผ่านไปเร็วนัก นับตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาถานเมิ่งจีและถานม่านอวี้ถูกเหล่าฮูหยินถานและถานไท่เว่ยพาเข้าไปยังหอบรรพชนโดยมี ‘ถานเหยียนซ่ง’ บุตรชายคนรองสายตรงที่จะรับตำแหน่งผู้นำสกุลถานคนต่อไป ซึ่งเพิ่งกลับมาจากชายแดนถึงสกุลถานเมื่อสองวันก่อนก็เข้าไปร่วมชมพิธี ‘อำลาบรรพชน’ เช่นสตรีทุกคนในดินแดนต้าเซิ่งแห่งนี้ล้วนต้องกระทำเมื่อยามออกเรือน และถานเหยียนซ่งในอนาคตแน่นอนว่าจะต้องทำหน้าที่บิดาส่งบุตรสาวออกเรือนต่อจากถานหมิงฮ่าวคนเดียวที่ไม่อาจเข้าร่วมมีเพียงถานเถียนหย่ง ถึงภายนอกอีกฝ่ายไม่แสดงกิริยาไม่พึงใจออกไป แต่ภายในใจของคุณชายสามกลับเต็มไปด้วยความริษยาพร้อมจะสาดเพลิงโทสะสังหารพี่ชายต่างมารดาที่ได้ดีมีหน้ากว่าตนทุกสิ่ง โดยไม่สนใจว่ากว่าถานเหยียนซ่งเขาจะก้าวหน้าถึงเพียงนี้ลำบากยากเข็ญเพียงใด ต้องฝึกฝนวิชาการต่อสู้มาตั้งแต่วัยเพียงห้าหนาว จนเก่งกาจรอบด้านทั้งบุ๋นและบู๊ต่างจากเด็กวัยเดียวกันมากเพียงใด“เริ่มท่องคติธรรมครองเรือนแห่งต้าเซิ่งได้แล้ว เสี่ยวม่าน เสี่ยวเมิ่ง”สองกายอรชรในอาภรณ์สีแดงลวดลายนกยวนยางคู่สีทองนั่งบนเบาะหน้าแท่นวางป้ายวิญญาณคนสกุลถานเคียงข้างกัน โดยมีเห

  • ท่านอ๋อง มิใช่ท่านชิงชังข้าหรอกหรือ?   ตอนที่13

    ตอนที่ 13หน้าจวนสกุลถานไท่เว่ยวันนี้พอได้ฟังว่าหลานสาวตัวน้อยกำลังจะกลับจวน เหล่าฮูหยินถานก็ไม่กลัวแดดกลัวลมสั่งให้บ่าวไพร่ชายหญิงยกเก้าอี้มาให้นั่งรอตั้งแต่ดวงอาทิตย์ยังไม่ทันสาดแสงเลยด้วยซ้ำ เห็นแล้วสองพี่น้องถานเถียนหย่งและถานม่านอวี้ต่างก็ริษยาจนขนตาแทบไหม้“ท่านย่ากลับไปรอในโถงกลางดีหรือไม่เจ้าคะ แดดเริ่มแรงแล้ว ประเดี๋ยวจะป่วยเอาได้นะเจ้าคะ” ถานม่านอวี้ที่ไม่ยอมพลาดทุกการเคลื่อนไหวของศัตรูตัวร้ายของตนเร่งรุดตรงไปเอาหน้ากับผู้เป็น ‘ท่านย่า’ เพื่อประจบสอพลอ แต่ดูไม่ประจบสอพลอ ทว่ากิริยานั้นดูห่วงใยจากใจจริง แต่คนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาขนาดเหล่าฮูหยินมีหรือจะมองไม่ออก ถึงนางมองออกและเท่าทันอย่างไร เหล่าฮูหยินถานกลับไม่แสดงออกมา นางเลือกที่จะเก็บจดทดเอาไว้ในใจเพียงเท่านั้น เพราะหนึ่งในอดีตนางเคยใจร้ายกับมารดาของถานม่านอวี้ จนสุดท้ายพอคลอดถานเถียนหย่งออกมาได้เพียงเจ็ดวัน สตรีผู้นั้นก็แขวนคอตายจากไปกับสองเพราะนางผ่านโลกมานานจึงทราบว่ายิ่งตนเองตำหนิถานม่านอวี้ก็คล้ายดังนางโยนถ่านร้อน ๆ ไปใส่ถานเมิ่งจี เช่นนี้ที่ผ่านมานางจึงทำราวกับเป็นคนแก่สายตาไม่ดีหูก็ตึง ถานม่านอวี้รังแกถานเมิ่งจีบ

  • ท่านอ๋อง มิใช่ท่านชิงชังข้าหรอกหรือ?   ตอนที่12

    ผ่านไปถึงเจ็ดวันกว่าที่ถานเมิ่งจีจะลุกขึ้นจากเตียงไหว แต่ยังดีว่านับจากค่ำคืนนั้นหลี่ปิงเฉิงก็ไม่โผล่หน้ามาให้นางได้ลำบากใจอีกเลย ช่างดีต่อใจของนางอย่างยิ่งจนถึงวันนี้ก็เป็นเวลาถึงสิบเอ็ดวัน นางจึงได้โอกาสกลับจวนสกุลถาน เพราะเหลือเวลาสำหรับเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวอีกเพียงแปดวันเท่านั้น ซึ่งตลอดเวลาถานเมิ่งจีก็มีความสุขไม่น้อย เพราะที่ตำหนักซ่างหยางนี้ไม่มีถานม่านอวี้คอยทำให้นางปวดสมองกับความร้ายกาจที่มาในคราบของผู้ถูกกระทำ แล้วผลักภาระบทนางร้ายให้นางแสดงอยู่ทุกวัน ยิ่งท่านอ๋องแปดทำตัวดังกับว่าได้ตายจากไปแล้วนางยิ่งสุขล้น!“รถม้ามารอที่หน้าตำหนักแล้วพ่ะย่ะค่ะพระชายาถาน” คนที่กำลังเตรียมตัวจะลุกขึ้นเดินถึงกับสะดุดแทบล้ม ยังดีมีลู่เจียวช่วยประคอง เพราะอยู่ดี ๆ กลับถูกท่านกงกงอาวุโสเรียกนางว่า ‘พระชายาถาน’ ทั้งที่อีกตั้งแปดวันงานแต่งงานพระราชทานจะมาถึง“ทะ ท่านหลิ่วกงกง ข้ายังเป็นเพียงคุณหนูสี่เท่านั้น” นางเอ่ยแก้ความเข้าใจของท่านกงกงซึ่งดูจากหลายวันที่ผ่านมาแล้ว นางคิดว่ากงกงผู้นี้คงดูแลตำหนักซ่างหยางแห่งนี้ทั้งหมดเป็นแน่ อนาคตนางจะมาอาศัยที่ตำหนักแห่งนี้ก็สมควรพูดจาให้ดีกับกงกงผู้นี้เอาไ

  • ท่านอ๋อง มิใช่ท่านชิงชังข้าหรอกหรือ?   ตอนที่11

    ตอนที่ 11กึก! กึก!เสียงฝีเท้าหนักดังปลุกให้ลู่เจียวที่หลับอยู่หน้าเตียงของคุณหนูสี่สะดุ้งก่อนจะลุกขึ้นนั่งด้วยใบหน้าเลิ่กลั่ก ก่อนจะซีดจนขาวเมื่อเห็นจนกระจ่างว่าผู้มาเยือนในยามดึกดื่นนั้นคือ ‘ท่านอ๋องแปด’ หาใช่คนร้ายที่ใด แต่สำหรับนางแล้วให้เป็นคนร้ายยังน่ากลัวน้อยกว่าท่านอ๋องแปดหลายส่วนนัก!“ท่านอ๋องแปด!” “หุบปาก แล้วตามคนของเปิ่นหวางไปพักข้างนอก” ลู่เจียวนั้นยังคงนิ่ง เพราะไม่คิดทิ้งคุณหนูสี่ไว้กับบุรุษร้ายกาจนาม ‘หลี่ปิงเฉิง’ ต่อให้อีกฝ่ายมีใจคออำมหิตเพียงใดสาวใช้ผู้จงรักภักดีต่อนายสาวก็ไม่กลัวตาย“อยากตายสินะ!” กระบี่ในมือตวัดไปพาดบนลำคอเล็กของสาวใช้ไม่กลัวตายตรงหน้าเตียง แต่ถึงลู่เจียวจะหวาดกลัวจนตัวสั่นหน้าซีดเผือด แต่นางกลับไม่ยอมขยับเปิดทางให้แก่ท่านอ๋องแปดแม้เพียงเสี้ยวธุลี หลี่ปิงเฉิงจับจ้องสาวใช้ของคุณหนูสี่ราวกับจะฉีกเนื้อเลาะกระดูก นางเองก็กัดฟันจ้องตอบเช่นกัน กลัวตายนั้นนางก็มีไม่ต่างจากคนอื่น ๆ แต่นางมีหน้าที่ ‘ปกป้อง’ คุณหนูสี่ ต่อให้ต้องตายลงเดี๋ยวนี้นางก็ไม่เสียใจ“!!!” ลู่เจียวเร่งหลับตาลงทันทีที่เห็นว่าท่านอ๋องแปดเงื้อมือที่กำด้ามกระบี่ขึ้นสูงสุดปลายแขน ทำใจเ

  • ท่านอ๋อง มิใช่ท่านชิงชังข้าหรอกหรือ?   ตอนที่ 10

    ตอนที่ 10และตลอดทั้งบ่ายไปจนถึงตลอดคืน ไข้ของถานเมิ่งจีก็ยังสูงอย่างน่าเป็นห่วง จนหลี่ปิงเฉิงต้องเรียกให้ท่านหมอหลวงจางมาพักค้างแรมภายในตำหนักซ่างหยางของตนเสีย เนื่องจากเกรงว่าหากคุณหนูสี่อาการทรุดหนักก็จะได้มีหมอรักษาได้ทันเวลาไม่ประมาทอีกต่อไป“บาดแผลของคุณหนูสี่นั้นไม่ธรรมดา เป็นไข้หนักถึงเพียงนี้ยังนับว่าน้อยหรือ หากให้กระหม่อมกล่าวความจริงจากใจก็คือนางไม่ตายก็นับว่าแกร่งเกินบุรุษบางคนอยู่มากแล้วพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋องแปด” ท่านอ๋องแปดรับฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะออกคำสั่งให้ซ่งจินนั้นไปรับตัวสาวใช้คนสนิทของคุณหนูสี่แซ่ถานมาดูแลในช่วงสายของอีกวัน เพราะเขามีข้อราชกิจต้องไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ในช่วงค่ำของวันนี้ ไม่ไปไม่ได้ และคนในตำหนักข้างกายที่ตนวางใจได้มีแต่บุรุษทั้งสิ้น คงมีแต่วิธีเท่านั้นจึงพอคลายความกังวลว่านางอาจถูกอีกฝ่ายส่งคนมา ‘ซ้ำรอย’ จนนางถึงแก่ความตายไป เช่นนั้นแผนของเขาเห็นทีจะเสียหายไปไม่มากก็น้อยเป็นแน่“ข้าได้ข่าวว่าถานเมิ่งจีถูกลอบสังหาร เรื่องนี้จริงเท็จเป็นประการใดกันแน่ปิงเอ๋อร์” หลังจากประชุมขุนนางเสร็จเมื่อช่วงบ่าย บัดนี้จึงเป็นมื้อค่ำพร้อมหน้าทั้งไท่จื่อ กู้ฮองเฮา ร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status