Share

ตอนที่13

last update Last Updated: 2026-02-15 13:55:44

ตอนที่ 13

หน้าจวนสกุลถานไท่เว่ยวันนี้พอได้ฟังว่าหลานสาวตัวน้อยกำลังจะกลับจวน เหล่าฮูหยินถานก็ไม่กลัวแดดกลัวลมสั่งให้บ่าวไพร่ชายหญิงยกเก้าอี้มาให้นั่งรอตั้งแต่ดวงอาทิตย์ยังไม่ทันสาดแสงเลยด้วยซ้ำ เห็นแล้วสองพี่น้องถานเถียนหย่งและถานม่านอวี้ต่างก็ริษยาจนขนตาแทบไหม้

“ท่านย่ากลับไปรอในโถงกลางดีหรือไม่เจ้าคะ แดดเริ่มแรงแล้ว ประเดี๋ยวจะป่วยเอาได้นะเจ้าคะ” 

ถานม่านอวี้ที่ไม่ยอมพลาดทุกการเคลื่อนไหวของศัตรูตัวร้ายของตนเร่งรุดตรงไปเอาหน้ากับผู้เป็น ‘ท่านย่า’ เพื่อประจบสอพลอ แต่ดูไม่ประจบสอพลอ ทว่ากิริยานั้นดูห่วงใยจากใจจริง แต่คนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาขนาดเหล่าฮูหยินมีหรือจะมองไม่ออก ถึงนางมองออกและเท่าทันอย่างไร เหล่าฮูหยินถานกลับไม่แสดงออกมา นางเลือกที่จะเก็บจดทดเอาไว้ในใจเพียงเท่านั้น เพราะหนึ่งในอดีตนางเคยใจร้ายกับมารดาของถานม่านอวี้ จนสุดท้ายพอคลอดถานเถียนหย่งออกมาได้เพียงเจ็ดวัน สตรีผู้นั้นก็แขวนคอตายจากไป

กับสองเพราะนางผ่านโลกมานานจึงทราบว่ายิ่งตนเองตำหนิถานม่านอวี้ก็คล้ายดังนางโยนถ่านร้อน ๆ ไปใส่ถานเมิ่งจี เช่นนี้ที่ผ่านมานางจึงทำราวกับเป็นคนแก่สายตาไม่ดีหูก็ตึง ถานม่านอวี้รังแกถานเมิ่งจีบ้าง ถานเมิ่งจีลุกขึ้นมาโต้ตอบคืนบ้าง นางก็ทำเป็นมองไม่เห็น นั่นก็เพราะถือคติที่ว่าพี่น้องมีปากมีเสียงเถียงกันบ้างย่อมยิ่งรักใคร่กลมเกลียว

หารู้ไม่ว่านางเข้าใจผิดไปไกลอย่างยิ่ง เพราะจิตใจคนเรานั้นต่างกัน บางคนมีความเป็นคนมากจึงไม่ถูกเพลิงริษยากลืนกิน แต่บางคนหาได้เป็นเช่นนั้นจึงถูกเพลิงริษยากลืนกินไป จนบางคราแม้แต่ตนเองก็ถูกเผาผลาญมอดม้วยจนเถ้าธุลีไม่เหลือก็ยังมีให้เห็นอยู่มาก

“ไม่เป็นอันใดหรอกเสี่ยวม่าน ย่าอยากรอน้องสาวของเจ้าอีกหน่อย ว่าแต่เจ้าเถิดเพิ่งกลับจากวังหลวงได้พักผ่อนบ้างหรือไม่” 

เหล่าฮูหยินถานลูบไล้หลังมือหลานสาวคนโตด้วยสัมผัสรักใคร่จากใจจริง แต่เพราะถานม่านอวี้นั้นสันดานหยาบช้าเกินไป จึงไม่อาจรับรู้ถึงสิ่งที่หญิงชรามีให้กับตนเองเลย นางมีเพียงอคติแข็งแกร่ง ดังนั้นในยามที่หญิงชราเผลอ สายตาชิงชังรังเกียจเลยสาดซัดเข้าหาคนที่รักใคร่และหวังดีต่อนางจากใจจริงไม่ว่างเว้นทันที

“เสี่ยวม่านไม่เหนื่อยหรืออ่อนล้าอันใดเจ้าค่ะ หลายวันนี้กู้ฮองเฮาเมตตาเสี่ยวม่านยิ่งนัก ต้องขอบคุณท่านย่าที่สั่งสอนเสี่ยวม่านมาอย่างดีนะเจ้าคะ” 

“กล่าวอันใดเช่นนั้นเล่าเสี่ยวม่าน เจ้าคือบุตรสาวคนแรกของบิดาเจ้า และเป็นหลานคนแรกของย่า ย่าย่อมรักใคร่และหวังดีต่อเจ้าเสมอ ต่อให้หลังจากนี้เจ้าแต่งออกไปแล้วต้องเจอเรื่องหนักหนาก็จงจำเอาไว้ว่าจะมีสกุลถานอยู่เบื้องหลังไม่มีวันปล่อยมือ” 

เพราะสกุลถานนั้นเป็นทหารกล้ามาหลายรุ่น ทายาทจึงน้อย ดังนั้นที่ถูกอบรมสั่งสอนส่งต่อกันมาก็คือผู้รับหน้าที่ฮูหยินเอกของผู้นำตระกูลจะต้องสั่งสอนให้ลูกหลานรักใคร่กลมเกลียว ต่อให้เป็นสตรีที่แต่งงานออกไปก็มิเคยตัดสัมพันธ์ หากวันใดมีปัญหาจะมีคนสกุลถานเคียงข้างไม่จางหายเช่นสกุลที่อื่นบุตรสาวแต่งงานออกไปก็ให้นับเป็นน้ำที่ถูกสาดออกจากจวนไปแล้ว จะผิดจะพลาดสกุลเดิมไม่ร่วมรับผิดชอบ ยกเว้นเสียแต่ว่าจะเป็นหน้าเป็นตาให้สกุลเดิมได้เท่านั้น เช่นนี้ต่อให้ถานม่านอวี้เป็นเพียงบุตรสาวสายรอง แต่สิทธิ์ที่มีสกุลถานคอยเคียงข้างไปจนสิ้นใจก็ยังเป็นของนางไม่ต่างจากบุตรสาวและหลานสาวสายตรงเช่นถานเมิ่งจีแม้แต่น้อย

“ท่านย่า…” 

ถานม่านอวี้ทรุดลงนั่งด้านข้างเก้าอี้ตัวใหญ่แล้วแหงนมองประสานสายตากับหญิงชราด้วยสีหน้าตื้นตันใจสมจริง และยิ่งยากจะจับได้ว่าที่แท้นางก็เพียงแค่แสดงว่าซาบซึ้งเท่านั้นด้วยการบีบน้ำตาให้คลอหน่วยสมจริงยิ่งกว่าจริง จนแม้แต่คนมากประสบการณ์เช่นเหล่าฮูหยินถานเองก็ยังแยกแยะไม่ออกเลยแม้แต่น้อย

“เด็กโง่…” 

หญิงชราเห็นหลานสาวดูซาบซึ้งจนน้ำตาไหลก็ลูบมือลงไปบนศีรษะเล็กด้วยกิริยาอ่อนโยนยิ่งนัก แต่ช่างน่าเสียดายยิ่งนักที่ถานม่านอวี้กลับไม่เคยรับรู้ถึงความรักความจริงใจนี้ของคนเป็นท่านย่าแม้เพียงเสี้ยวธุลี!

“เสี่ยวม่านรักท่านย่าเหลือเกินเจ้าค่ะ” 

ปากกล่าวออกไปเช่นนั้น แต่ภายในใจมีแต่ถ้อยคำด่าทอหญิงชรามากมาย ไม่พอนางยังคิดว่าต่อไปหากตนได้เป็นใหญ่ คนแรกที่นางอยากให้ตายลงเป็นลำดับที่สองต่อจากถานเมิ่งจีก็ต้องเป็นยายเฒ่านี้อย่างไม่ต้องคิดนาน โดยไม่เคยนึกย้อนไปในอดีตเลยว่าหากไม่มี ‘ยายเฒ่า’ คนนี้ ชีวิตนางก็คงไม่มีวันนี้ เพราะบุตรสาวที่เกิดจากอนุภรรยาสกุลอื่นไม่เคยได้รับสิทธิ์เทียบเท่าคุณหนูสายตรงซึ่งเกิดจากฮูหยินเอก บางคนถึงขนาดถูกขายออกไปเป็นนางโลมยังมี หาได้มีสิทธิ์ติดตามบิดาหรือท่านย่าไปออกงานต่าง ๆ เชิดหน้าชูตาไม่แตกต่างจากถานเมิ่งจีที่เป็นบุตรจากฮูหยินเอกเลยสัก นางคิดแต่ในแง่ร้ายและคิดเอาแต่ด้านร้ายมาทำลายใจตนเองไม่รู้จักอิ่มรู้จักพอ จนกลายเป็นสันดานดิบฝังลึกไปแล้ว

“มากันแล้วเจ้าค่ะ” 

ท่านป้าซูผู้เป็นคนสนิทของเหล่าฮูหยินถาน พอเห็นรถม้าของสกุลถานมาจอดเทียบหน้าประตูใหญ่นางก็ร้องบอกกับผู้เป็นนายของตนด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น จนเพลิงริษยาในกายของถานม่านอวี้นั้นแทบเผาผลาญชีวิตตนเองกับคนภายในจวนถานไท่เว่ยแห่งนี้ให้มอดม้วยไปอีกหลายส่วน ยิ่งเห็นว่ารถม้าของคุณหนูสี่ได้จอดเทียบหน้าประตูใหญ่ต่างจากตนเองที่ตลอดมาจอดเทียบได้เพียงประตูข้างด้วยแล้ว นางก็อยากมีอำนาจในมือแต่โดยเร็วเหลือเกิน เพราะหากมีมันยามใด สกุลถานจะเป็นสกุลแรกที่นางจะ ‘กำจัด’ ไม่ให้เหลือแม้แต่สุนัข หรือสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ แน่นอน

“เสี่ยวเมิ่งคารวะท่านย่าเจ้าค่ะ” 

ถานเมิ่งจีพอก้าวลงจากรถม้าแล้วเห็นผู้เป็นท่านย่าถึงกับทนร้อนมานั่งตากแดดรอถึงหน้าจวนถานไท่เว่ย ก็ให้ตนเองยิ่งรู้สึกผิดที่พาตนเองไปพบพานอันตราย จนทำให้คนที่ห่วงใยนางอย่างแท้จริงต้องทนทุกข์ เพราะห่วงหาว่านางจะปลอดภัยหรือไม่เพิ่มขึ้นไปอีกหลายส่วน ก่อนที่สายตาจะไปปะทะเข้ากับคนที่นางสงสัยว่าอาจจะเป็นคนคิดร้ายกับตนเองถานม่านอวี้ก็ถึงกับแอบกลอกตาเป็นเลขแปดทันที

“เสี่ยวเมิ่งคารวะพี่หญิงใหญ่เจ้าค่ะ” 

หากแต่นางกลับไม่ได้แสดงกิริยาแข็งกระด้างเช่นกาลก่อน มีเพียงรีบหยิบเอาหน้ากากคนดีแสนโง่เง่าเต่าตุ่นมาสวมเข้าต่อสู้ฟาดฟันกับอีกฝ่าย เพราะทราบดีว่าหากนางยิ่งแสดงตัวว่าชิงชัง หรือเท่าทันอีกฝ่ายก็มีแค่เสียเปรียบทั้งขึ้นและล่อง

“น้องสี่ พี่ใหญ่ห่วงใยเจ้าแทบเสียสติ แต่เพราะฮองเฮามีคำสั่งเรียกให้ข้าเข้าวังไปเรียนรู้พิธีการก่อนวันแต่งเข้าตำหนักบูรพา หาไม่พี่ใหญ่คงตามลู่เจียวไปดูแลน้องสี่ด้วยตนเองแล้ว” 

ถานม่านอวี้ตรงเข้ามาลูบหน้าลูบหลังจนถานเมิ่งจีขนลุกอยากถีบคนตรงหน้าไปให้ไกล เพราะรู้สึกขยะแขยง แต่ที่นางทำได้มีเพียงเปิดปากยิ้มแย้ม ไม่พอยังตรงเข้าสวมกอดอีกฝ่ายราวกับพี่น้องที่พลัดพรากจากกันไปสามชาติกว่า

“ลำบากพี่หญิงใหญ่ต้องเป็นห่วงเป็นใยแล้ว” 

หากฟังให้ดีจะรับรู้ได้ว่าคนพูดนั้นกัดฟันพูด แต่เพราะทักษะหนึ่งหนาวที่ฝึกปรือมา ทำให้ถานเมิ่งจีนั้นทำได้ดีไม่ต่างจากถานม่านอวี้เลย

“เอาละ ข้างนอกทั้งร้อนทั้งลมแรง เจ้ายังไม่หายดีเร่งเข้าไปในเรือนเถิด ส่วนเสี่ยวม่าน เจ้าเพิ่งกลับมาเช่นกันก็ไปพักผ่อนก่อนเถิด ประเดี๋ยวช่วงบ่ายจึงค่อยมาร่วมดื่มน้ำชากับย่าและเสี่ยวเมิ่งก็แล้วกัน” 

เป็นเหล่าฮูหยินถานที่เอ่ยขึ้นมา หาไม่แล้วถานเมิ่งจีก็คิดว่าตนเองคงต้องทนปวดแผลไปอีกนาน เพราะทักษะแสดงงิ้วของถานม่านอวี้นั้นดูเบามิได้ ที่สำคัญเมื่อครู่ที่พุ่งกายเข้ามากอดกับนาง นางปีศาจอสรพิษก็ยังหยิกเล็บลงไปบนแผลของนางอีกด้วย ไม่ทราบได้ว่าบัดนี้ได้เลือดไปแล้วหรือไม่ ยังดีที่นางเองก็กางเล็บข่วนอีกฝ่ายคืนกลับไป หาได้ไว้ไมตรีเฉกเช่นเดียวกัน

“ท่านย่า เสี่ยวเมิ่งขออภัยที่ดื้อดึงออกจากจวนไปจนเกิดเรื่อง” 

พอเข้ามาอยู่ในเรือนกันตามลำพังย่ากับหลาน ถานเมิ่งจีก็ไม่รีรอที่จะทรุดกายลงคุกเข่าต่อหน้าหญิงชราแล้วโขกศีรษะสำนึกผิด เห็นแล้วเหล่าฮูหยินถานก็พลันน้ำตาไหลพร้อมกับคิดว่าผ่านมาสิบหกหนาว สุดท้ายก็มีวันที่หลานสาวตัวน้อยของนางเติบโตแล้วจริง ๆ 

“ลุกขึ้น ๆ เจ้าบาดเจ็บอยู่นะ และหากเจ้านั้นสำนึกรู้ถึงความผิดตนเองจากใจ ต่อไปก็อย่าทำให้ตนเองบาดเจ็บอีกเข้าใจหรือไม่” 

เหล่าฮูหยินถานประคองหลานสาวตัวน้อยให้ลุกขึ้นมา ก่อนจะดึงเข้าไปกอดเอาไว้แนบแน่น ถานเมิ่งจีจึงกอดตอบพลางน้ำตาซึม เพราะอีกฝ่ายไม่ตำหนิหรือด่าทอซ้ำเติมให้นางต้องเจ็บช้ำ ไม่ใช่เพียงครั้งนี้ แต่นับแต่หนึ่งหนาวก่อนหญิงชราก็ดีต่อนางมาตลอด ทำให้คนพลัดถิ่นฐานมาไกลยากจะกลับไปได้ แถมยังมืดมนดังคนดวงตามืดบอด เพราะมาอาศัยร่างนี้ต่อ แต่กลับไร้ความทรงจำเดิม จนบัดนี้สมองของนางนั้นยามใดที่พยายามคิดถึงอดีตก็ยังคงขาวโพลนเสมอต้นเสมอปลายไม่แปรผัน

“นอนพักเสียประเดี๋ยว ยามบ่ายย่าจะมาดื่มชาด้วย” 

หญิงชราจากไปแล้ว ถานเมิ่งจีจึงเรียกให้ลู่เจียวมาช่วยเปิดผ้าพันแผล เพราะนางรู้สึกเจ็บมากนับตั้งแต่ถูกถานม่านอวี้จิกเล็บลงมาเต็มแรง

“โอ้โหเลือดออกเลยเจ้าค่ะคุณหนู” 

ลู่เจียวอุทานพร้อมกับตาโตทันทีหลังเปิดเปลือยผ้าพันแผลตรงสีข้างของคุณหนูสี่ ตลอดมาลู่เจียวนั้นทราบดีว่าคนเช่นคุณหนูใหญ่นั้นร้ายกาจเงียบเพียงใด แต่ไม่เคยคิดว่าอีกฝ่ายจะใจดำใจทมิฬทำกับคุณหนูของนางได้ลงคอเช่นนี้

“แจ้งกับเหล่าฮูหยินและนายท่านดีหรือไม่เจ้าคะคุณหนูสี่” 

“บอกไปแล้วจะได้อันใดขึ้นมา เจ้าย่อมรู้ว่าในสายตาของคนในจวนนี้ข้าเป็นคนไม่ดี ส่วนปีศาจอสรพิษผู้นั้นกลับใสซื่อสะอาดบริสุทธิ์ราวกับหยาดน้ำค้าง พูดไปก็เปลืองน้ำลายไปเปล่า ๆ” 

เพราะเมื่อยามนางข้ามภพมาใหม่ ๆ รู้สึกไม่ยุติธรรมจึงบอกแก่บิดาและท่านย่า แต่สุดท้ายเพราะถานเมิ่งจีในอดีตร้ายกาจกับพูดจาอันใดเชื่อถือมิได้ พอนางพูดความจริงเลยไม่มีผู้ใดเชื่อถืออีกเลย

“ก็จริงของคุณสี่” 

“คนไม่ดีพอกลับใจคนก็ยากจะเชื่อถือน่ะลู่เจียว” 

สองนายบ่าวต่างปรับทุกข์กันไปพลาง และทำแผลใส่ยาใหม่กันไปพลาง ไม่นานก็เสร็จ ลู่เจียวจึงขออนุญาตไปจัดการซักผ้า และดูแลสาวใช้คนอื่นเก็บกวาดทำความสะอาดเรือนแห่งนี้ เพราะต่างจากไปหลายวัน

“เจ้าไปเถิด ข้าเองดื่มยาแล้วก็เริ่มง่วงนอนอีกแล้ว ขอหลับสักงีบ” 

หลังจากนั้นถานเมิ่งจีก็หลับสนิทในเวลาอันแสนสั้นด้วยฤทธิ์ของยาที่ดื่มเข้าไป เห็นเช่นนั้นลู่เจียวจึงปิดประตูให้อีกฝ่ายได้พักผ่อน จะได้หายก่อนวันแต่งงานในอีกแปดวันข้างหน้า

ฝ่ายของถานม่านอวี้พอกลับถึงเรือนของตนก็เปิดแขนเสื้อดูเช่นกัน เพราะนางเอกก็เจ็บไม่จาง พอเห็นรอยเล็บเข้าเนื้อจนเลือดซิบจึงกัดฟันแล้วหันไปมองทางเรือนที่อีกฝ่ายพักอยู่ด้วยสายตาแสนชิงชังและอาฆาตมาดร้าย ด้วยเดี๋ยวนี้ไม่ว่ากี่ครั้งถานเมิ่งจีก็สนองคืนนางมาด้วยกิริยาเยือกเย็น หาได้เป็นเช่นกาลก่อน จนนางจัดการกับอีกฝ่ายยากขึ้นทุกวัน

“คอยดูเถิด ก่อนเจ้าตาย ข้าจะทรมาทรกรรมเจ้าให้สาแก่ใจ!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ท่านอ๋อง มิใช่ท่านชิงชังข้าหรอกหรือ?   ตอนที่ 15

    ตลอดงานพิธีการในช่วงเช้าเริ่มตั้งแต่ลงจากหลังม้าจนยกน้ำชาให้กับฮ่องเต้และฮองเฮา ถานเมิ่งจีทำทุกสิ่งถูกต้องเพราะนางทำใจได้แล้ว คิดว่านับจากนี้นางคือลูกจ้าง ส่วนท่านอ๋องแปดคือนายจ้าง เรื่องทางกายนางคิดหลบหลีกคงยาก ซึ่งคิดให้ดีหลี่ปิงเฉิงเปิดเผยพูดจาจริงใจยังดีกว่าหลอกลวงให้นางคิดเข้าข้างตนเอง‘เป็นเช่นนี้ย่อมดีแล้ว’ นางคิดในใจอย่างไม่ถือโทษโกรธท่านอ๋องแปดอีกต่อไป เพราะเขาชัดเจน นางเองก็จะได้ชัดเจนเช่นกัน ระหว่างนางกับเขามีเพียงความใคร่ หากร่วมหมอนจะไม่มีสิ่งใดเกินไปจากนั้น“เจ้าเหนื่อยเกินไปจนสติวิปลาสไปแล้วหรือ?”หลี่ปิงเฉิงที่สังเกตมาพักใหญ่แล้วเห็นว่าถานเมิ่งจีนั้นดูยิ้มแย้มใบหน้าผ่องใส ผิดกับเมื่อครั้งลงจากหลังม้ามาพร้อมกัน ก็ให้สงสัยว่าที่ตนพูดออกไปอาจทำร้ายจิตใจนางจนสติวิปลาสไปแล้วหรือไม่ จึงดูกลับมาร่าเริงได้ไวถึงเพียงนี้ หรือผู้ใดแอบเอาน้ำชาต้าหมา (กัญชา) ให้นางกินเข้าไป จึงดูอารมณ์ดีเกินไปเช่นนี้“เหนื่อยนั้นมาก แต่รู้สึกว่าการแต่งงานนี้ที่จริงก็หาได้เลวร้าย จึงทำให้หม่อมฉันอารมณ์ดีเพคะ” หญิงสาวหันไปคุยกับเขาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มออกมาจากใจจริงแท้ ดูอย่างไรนางก็ไม่ได้เสแสร้งจนเ

  • ท่านอ๋อง มิใช่ท่านชิงชังข้าหรอกหรือ?   ตอนที่ 14

    ตอนที่ 14แปดวันช่างผ่านไปเร็วนัก นับตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาถานเมิ่งจีและถานม่านอวี้ถูกเหล่าฮูหยินถานและถานไท่เว่ยพาเข้าไปยังหอบรรพชนโดยมี ‘ถานเหยียนซ่ง’ บุตรชายคนรองสายตรงที่จะรับตำแหน่งผู้นำสกุลถานคนต่อไป ซึ่งเพิ่งกลับมาจากชายแดนถึงสกุลถานเมื่อสองวันก่อนก็เข้าไปร่วมชมพิธี ‘อำลาบรรพชน’ เช่นสตรีทุกคนในดินแดนต้าเซิ่งแห่งนี้ล้วนต้องกระทำเมื่อยามออกเรือน และถานเหยียนซ่งในอนาคตแน่นอนว่าจะต้องทำหน้าที่บิดาส่งบุตรสาวออกเรือนต่อจากถานหมิงฮ่าวคนเดียวที่ไม่อาจเข้าร่วมมีเพียงถานเถียนหย่ง ถึงภายนอกอีกฝ่ายไม่แสดงกิริยาไม่พึงใจออกไป แต่ภายในใจของคุณชายสามกลับเต็มไปด้วยความริษยาพร้อมจะสาดเพลิงโทสะสังหารพี่ชายต่างมารดาที่ได้ดีมีหน้ากว่าตนทุกสิ่ง โดยไม่สนใจว่ากว่าถานเหยียนซ่งเขาจะก้าวหน้าถึงเพียงนี้ลำบากยากเข็ญเพียงใด ต้องฝึกฝนวิชาการต่อสู้มาตั้งแต่วัยเพียงห้าหนาว จนเก่งกาจรอบด้านทั้งบุ๋นและบู๊ต่างจากเด็กวัยเดียวกันมากเพียงใด“เริ่มท่องคติธรรมครองเรือนแห่งต้าเซิ่งได้แล้ว เสี่ยวม่าน เสี่ยวเมิ่ง”สองกายอรชรในอาภรณ์สีแดงลวดลายนกยวนยางคู่สีทองนั่งบนเบาะหน้าแท่นวางป้ายวิญญาณคนสกุลถานเคียงข้างกัน โดยมีเห

  • ท่านอ๋อง มิใช่ท่านชิงชังข้าหรอกหรือ?   ตอนที่13

    ตอนที่ 13หน้าจวนสกุลถานไท่เว่ยวันนี้พอได้ฟังว่าหลานสาวตัวน้อยกำลังจะกลับจวน เหล่าฮูหยินถานก็ไม่กลัวแดดกลัวลมสั่งให้บ่าวไพร่ชายหญิงยกเก้าอี้มาให้นั่งรอตั้งแต่ดวงอาทิตย์ยังไม่ทันสาดแสงเลยด้วยซ้ำ เห็นแล้วสองพี่น้องถานเถียนหย่งและถานม่านอวี้ต่างก็ริษยาจนขนตาแทบไหม้“ท่านย่ากลับไปรอในโถงกลางดีหรือไม่เจ้าคะ แดดเริ่มแรงแล้ว ประเดี๋ยวจะป่วยเอาได้นะเจ้าคะ” ถานม่านอวี้ที่ไม่ยอมพลาดทุกการเคลื่อนไหวของศัตรูตัวร้ายของตนเร่งรุดตรงไปเอาหน้ากับผู้เป็น ‘ท่านย่า’ เพื่อประจบสอพลอ แต่ดูไม่ประจบสอพลอ ทว่ากิริยานั้นดูห่วงใยจากใจจริง แต่คนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาขนาดเหล่าฮูหยินมีหรือจะมองไม่ออก ถึงนางมองออกและเท่าทันอย่างไร เหล่าฮูหยินถานกลับไม่แสดงออกมา นางเลือกที่จะเก็บจดทดเอาไว้ในใจเพียงเท่านั้น เพราะหนึ่งในอดีตนางเคยใจร้ายกับมารดาของถานม่านอวี้ จนสุดท้ายพอคลอดถานเถียนหย่งออกมาได้เพียงเจ็ดวัน สตรีผู้นั้นก็แขวนคอตายจากไปกับสองเพราะนางผ่านโลกมานานจึงทราบว่ายิ่งตนเองตำหนิถานม่านอวี้ก็คล้ายดังนางโยนถ่านร้อน ๆ ไปใส่ถานเมิ่งจี เช่นนี้ที่ผ่านมานางจึงทำราวกับเป็นคนแก่สายตาไม่ดีหูก็ตึง ถานม่านอวี้รังแกถานเมิ่งจีบ

  • ท่านอ๋อง มิใช่ท่านชิงชังข้าหรอกหรือ?   ตอนที่12

    ผ่านไปถึงเจ็ดวันกว่าที่ถานเมิ่งจีจะลุกขึ้นจากเตียงไหว แต่ยังดีว่านับจากค่ำคืนนั้นหลี่ปิงเฉิงก็ไม่โผล่หน้ามาให้นางได้ลำบากใจอีกเลย ช่างดีต่อใจของนางอย่างยิ่งจนถึงวันนี้ก็เป็นเวลาถึงสิบเอ็ดวัน นางจึงได้โอกาสกลับจวนสกุลถาน เพราะเหลือเวลาสำหรับเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวอีกเพียงแปดวันเท่านั้น ซึ่งตลอดเวลาถานเมิ่งจีก็มีความสุขไม่น้อย เพราะที่ตำหนักซ่างหยางนี้ไม่มีถานม่านอวี้คอยทำให้นางปวดสมองกับความร้ายกาจที่มาในคราบของผู้ถูกกระทำ แล้วผลักภาระบทนางร้ายให้นางแสดงอยู่ทุกวัน ยิ่งท่านอ๋องแปดทำตัวดังกับว่าได้ตายจากไปแล้วนางยิ่งสุขล้น!“รถม้ามารอที่หน้าตำหนักแล้วพ่ะย่ะค่ะพระชายาถาน” คนที่กำลังเตรียมตัวจะลุกขึ้นเดินถึงกับสะดุดแทบล้ม ยังดีมีลู่เจียวช่วยประคอง เพราะอยู่ดี ๆ กลับถูกท่านกงกงอาวุโสเรียกนางว่า ‘พระชายาถาน’ ทั้งที่อีกตั้งแปดวันงานแต่งงานพระราชทานจะมาถึง“ทะ ท่านหลิ่วกงกง ข้ายังเป็นเพียงคุณหนูสี่เท่านั้น” นางเอ่ยแก้ความเข้าใจของท่านกงกงซึ่งดูจากหลายวันที่ผ่านมาแล้ว นางคิดว่ากงกงผู้นี้คงดูแลตำหนักซ่างหยางแห่งนี้ทั้งหมดเป็นแน่ อนาคตนางจะมาอาศัยที่ตำหนักแห่งนี้ก็สมควรพูดจาให้ดีกับกงกงผู้นี้เอาไ

  • ท่านอ๋อง มิใช่ท่านชิงชังข้าหรอกหรือ?   ตอนที่11

    ตอนที่ 11กึก! กึก!เสียงฝีเท้าหนักดังปลุกให้ลู่เจียวที่หลับอยู่หน้าเตียงของคุณหนูสี่สะดุ้งก่อนจะลุกขึ้นนั่งด้วยใบหน้าเลิ่กลั่ก ก่อนจะซีดจนขาวเมื่อเห็นจนกระจ่างว่าผู้มาเยือนในยามดึกดื่นนั้นคือ ‘ท่านอ๋องแปด’ หาใช่คนร้ายที่ใด แต่สำหรับนางแล้วให้เป็นคนร้ายยังน่ากลัวน้อยกว่าท่านอ๋องแปดหลายส่วนนัก!“ท่านอ๋องแปด!” “หุบปาก แล้วตามคนของเปิ่นหวางไปพักข้างนอก” ลู่เจียวนั้นยังคงนิ่ง เพราะไม่คิดทิ้งคุณหนูสี่ไว้กับบุรุษร้ายกาจนาม ‘หลี่ปิงเฉิง’ ต่อให้อีกฝ่ายมีใจคออำมหิตเพียงใดสาวใช้ผู้จงรักภักดีต่อนายสาวก็ไม่กลัวตาย“อยากตายสินะ!” กระบี่ในมือตวัดไปพาดบนลำคอเล็กของสาวใช้ไม่กลัวตายตรงหน้าเตียง แต่ถึงลู่เจียวจะหวาดกลัวจนตัวสั่นหน้าซีดเผือด แต่นางกลับไม่ยอมขยับเปิดทางให้แก่ท่านอ๋องแปดแม้เพียงเสี้ยวธุลี หลี่ปิงเฉิงจับจ้องสาวใช้ของคุณหนูสี่ราวกับจะฉีกเนื้อเลาะกระดูก นางเองก็กัดฟันจ้องตอบเช่นกัน กลัวตายนั้นนางก็มีไม่ต่างจากคนอื่น ๆ แต่นางมีหน้าที่ ‘ปกป้อง’ คุณหนูสี่ ต่อให้ต้องตายลงเดี๋ยวนี้นางก็ไม่เสียใจ“!!!” ลู่เจียวเร่งหลับตาลงทันทีที่เห็นว่าท่านอ๋องแปดเงื้อมือที่กำด้ามกระบี่ขึ้นสูงสุดปลายแขน ทำใจเ

  • ท่านอ๋อง มิใช่ท่านชิงชังข้าหรอกหรือ?   ตอนที่ 10

    ตอนที่ 10และตลอดทั้งบ่ายไปจนถึงตลอดคืน ไข้ของถานเมิ่งจีก็ยังสูงอย่างน่าเป็นห่วง จนหลี่ปิงเฉิงต้องเรียกให้ท่านหมอหลวงจางมาพักค้างแรมภายในตำหนักซ่างหยางของตนเสีย เนื่องจากเกรงว่าหากคุณหนูสี่อาการทรุดหนักก็จะได้มีหมอรักษาได้ทันเวลาไม่ประมาทอีกต่อไป“บาดแผลของคุณหนูสี่นั้นไม่ธรรมดา เป็นไข้หนักถึงเพียงนี้ยังนับว่าน้อยหรือ หากให้กระหม่อมกล่าวความจริงจากใจก็คือนางไม่ตายก็นับว่าแกร่งเกินบุรุษบางคนอยู่มากแล้วพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋องแปด” ท่านอ๋องแปดรับฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะออกคำสั่งให้ซ่งจินนั้นไปรับตัวสาวใช้คนสนิทของคุณหนูสี่แซ่ถานมาดูแลในช่วงสายของอีกวัน เพราะเขามีข้อราชกิจต้องไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ในช่วงค่ำของวันนี้ ไม่ไปไม่ได้ และคนในตำหนักข้างกายที่ตนวางใจได้มีแต่บุรุษทั้งสิ้น คงมีแต่วิธีเท่านั้นจึงพอคลายความกังวลว่านางอาจถูกอีกฝ่ายส่งคนมา ‘ซ้ำรอย’ จนนางถึงแก่ความตายไป เช่นนั้นแผนของเขาเห็นทีจะเสียหายไปไม่มากก็น้อยเป็นแน่“ข้าได้ข่าวว่าถานเมิ่งจีถูกลอบสังหาร เรื่องนี้จริงเท็จเป็นประการใดกันแน่ปิงเอ๋อร์” หลังจากประชุมขุนนางเสร็จเมื่อช่วงบ่าย บัดนี้จึงเป็นมื้อค่ำพร้อมหน้าทั้งไท่จื่อ กู้ฮองเฮา ร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status