Beranda / รักโบราณ / ท่านอ๋องกับชายาหมี / 3 เตียงเจ้าช่างใหญ่โต

Share

3 เตียงเจ้าช่างใหญ่โต

last update Tanggal publikasi: 2026-01-25 14:45:06

         บรรยากาศรอบวังเต็มไปด้วยกลิ่นไอความมงคล ผ้าแดงที่ประดับประดาระโยงระยางตามคานไม้ทั้งตัวอาคาร  พรมปูพื้นสำหรับให้ฮ่องเต้และฮองเฮาย่างพระบาทผ่าน ปะรำพิธีที่มีโต๊ะเก้าอี้สีแดงขลิบทอง ภาพประดับอันเป็นอุดมมงคลล้วนถูกคัดสรรเข้ามาในห้องโถงใหญ่

         เจ้าบ่าวตัวสูงเพรียวโดดเด่นในชุดสีแดง ในขณะที่เจ้าสาวร่างใหญ่สวมชุดแดงที่มีขนาดใหญ่กว่าเจ้าสาวทั่วไปถึงสี่เท่า แม้จะขยายไปในทางกว้าง แต่ความสูงของนางก็ยังอยู่ใต้ระดับจมูกของเจ้าบ่าว  

         ‘โอ๊ย! ซูเจินกับซูเมิ่ง พวกเจ้าทำชุดเจ้าสาวเล็กไปนะ ข้าจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว’

หานซู่ลี่หมุนตัวซ้ายขวาอย่างอึดอัด สายรัดเอวที่พยายามจะให้เห็นช่วงเว้าอันคอดกิ่ว กลับกลายเป็นเครื่องทรมานการหายใจ

         เจ้าสาวร่างใหญ่ท้องร้องโครกคราก เมื่อเช้าเป่ยซูเจินแอบเอาหมั่นโถให้นางหนึ่งลูก

ท่านอ๋องเก้าที่ยืนใกล้ได้ยินเสียงอย่างชัดเจน “เจ้าทนไหวไหม ”

         “จะ จะ ไม่ไหวแล้วเพคะ” จบคำนั้น องค์หญิงหมีขาวก็หงายผลึงลงไป

ท่านอ๋องเก้าเกร็งลมปราณที่แขนประคองนางไว้ได้ เคราะห์ดีที่ผ้าแดงปิดหน้าเจ้าสาวยังไม่หลุดออก

         บรรดาแขกผู้ใหญ่ร้องเอะอะโวยวาย ฮ่องเต้ที่ยังไม่เสด็จกลับ มองภาพนั้นแล้วส่ายพระพักตร์เบาๆ

‘อ๋องเก้าเอ๋ย! เราคงต้องทำดีกับเจ้าให้มากขึ้น เกือบไปแล้ว เกือบเป็นเราที่ต้องเป็นเจ้าบ่าว’

         หันมองซ้ายมองขวา ก็ไม่มีผู้ใดคิดจะช่วย

“นี่เป็นเจ้าสาวของเจ้า เจ้าก็อุ้มนางเข้าหอเลยแล้วกัน” ชินอ๋อง พี่ชายผู้รูปงามสง่ายืนเคียงข้างกับพระชายาเอกที่งดงามราวนางสวรรค์ทำสีหน้าเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ “ท่าทางนางคงจะหิวมากแล้ว เจ้ารีบพานางไปเถิด”

         เท่านั้นเอง ท่านอ๋องเก้าก็ต้องแบกนางขึ้นหลังเข้าหอ เหมือนครั้งแรกที่ได้ช่วยชีวิตนางในอุทยานหลวง หากจะให้อุ้มปกติ ท่านอ๋องเก้าอาจจะท่อนแขนหักทั้งสองข้างได้

ใบหน้าของพระสนมโจว มารดาของท่านอ๋องเก้าดูเหยเก ลูกสะใภ้ร่างใหญ่ราวหมีขาว ทำให้นางอับอายผู้คนยิ่ง ซ้ำร้ายยังมาเป็นลมในงานแต่งงานอีก    

         อ๋องเก้าแบกนางไปวางในห้องหอที่มีเตียงขนาดใหญ่สั่งทำพิเศษ ระหว่างที่ประวิงเวลาการอภิเษกสมรส เป็นช่วงการสั่งทำเตียง โต๊ะ เก้าอี้ใหม่ที่มีขนาดเหมาะกับนาง เพราะเก้าอี้ธรรมดานางไม่สามารถวางส่วนก้นลงไปได้ อีกทั้งขาเก้าอี้ก็มีแต่โอนเอนเหมือนจะหัก ยิ่งเตียงนอนในคืนสมรส ท่านอ๋องยิ่งหนักใจ

         “ท่านอ๋อง ท่านจะเข้าหอกับนางจริงหรือพะยะค่ะ ” ตงชางองครักษ์ฝ่ายซ้ายขมวดคิ้วมองดูเตียงที่ท่านอ๋องสั่งให้ยกเข้ามารอในห้องหอด้วยความหวาดหวั่น

         “แค่เข้าหอ จะเป็นไร”

นางเป็นองค์หญิงจากต่างแคว้นหากไม่เข้าหอจะทำให้เกิดข้อครหา

‘

         หนานเฉิง องครักษ์ขวาได้แต่มองตาปริบๆ เขาไม่ค่อยออกความเห็นสิ่งใด ปล่อยให้ตงชางพูดจะดีกว่า

“ตะ แต่ แต่ว่า....” เมื่อทั้งสองคิดถึงรูปร่างของเจ้าสาวแล้วถึงกับตาเหลือกขึ้นเล็กน้อย

         “เล่นงิ้วอีกสักฉาก ประเดี๋ยวก็จบแล้ว” ท่านอ๋องตัดบท ก็เพียงแค่รักษาหน้าให้นางในฐานะองค์หญิงต่างแคว้นเท่านั้น แค่เห็นรูปร่างของนางก็ยากจะทำอะไรได้แล้ว

         นางกำนัลรูปร่างล่ำสันทั้งสองเข้ามานวดเนื้อนวดตัวให้ ไม่นานนักเจ้าสาวของเขาก็ผุดลุก

         “เปิ่นกงหิวมาก....” เสียงนางแหบโหย ลุกขึ้นได้ก็ซวนเซไปที่โต๊ะอาหาร

         อ๋องเก้ามองแล้วส่ายหน้า เขากลับออกไปห้องโถงเพื่อร่วมดื่มกับแขกเหรื่อ แต่แล้วก็ต้องประหลาดใจที่เพื่อนสนิทดั้นด้นเดินทางจากแคว้นผิงกลับทันดื่มอวยพรในค่ำคืนนี้

         “หลี่เปียว เจ้ามาทันเวลาเสียด้วย”

ฝูหลี่เปียวเป็นคนสูงสันทัด ผอมบาง มีรอยยิ้มกรุ้มกริ่มประดับบนใบหน้าเสมอ“กระหม่อมต้องมาวันสำคัญของสหายอยู่แล้ว” แม้จะสงสัยที่งานเลื่อนเข้ามากะทันหัน แต่ยามนี้ไม่เหมาะที่จะมาซักถาม

ฝูหลี่เปียวมอบสร้อยไข่มุกล้ำค่าที่ได้มาจากการเดินทางไปค้าขายแถบทะเล เขาเดินทางไปทั่วทั้งแคว้นผิง แคว้นเหลียน และแคว้นจิน กว่าจะวนเวียนกลับมาถึงแคว้นหมิงก็มักจะค่อนปลายปี

ชายหนุ่มทั้งสองดื่มสุราสนทนากันอย่างออกรส เพราะไม่ได้เจอกันนาน ฝูหลี่เปียวตื่นเต้นที่องค์ชายเก้าได้รับการเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นจวิ้นอ๋อง ในวังหลวงที่มีองค์ชายจากรัชกาลเดิมจำนวนมาก หากไม่สร้างคุณความดีอย่างแท้จริง ฮ่องเต้หมิงมีหรือจะพระราชทานตำแหน่งสำคัญนี้ให้

“บางที เรื่องมันก็ไม่ได้เป็นแบบที่เจ้าได้ฟังมา”

สำหรับฝูหลี่เปียวแล้ว นอกจากจะเป็นสหายสนิทมาตั้งแต่เยาว์วัย ยังถือว่าเป็นญาติห่างๆ สายหนึ่งด้วย ทำให้มิตรภาพของทั้งสองแนบแน่น

“กระหม่อมมีเรื่องเล่าจากแคว้นผิงมาฝากท่านอ๋องด้วย”

“เอาไว้พรุ่งนี้เราค่อยคุยกัน”

ฝูหลี่เปียวงุนงง คืนนี้จะเข้าหอ แล้วพรุ่งนี้เจ้าบ่าวไฉนเลยจะอยากออกมาคุยกับสหายอีกเล่า  มิใช่อยากจะคลอเคลียอยู่กับเจ้าสาวดอกหรือ  ได้ยินว่า เจ้าสาวเป็นองค์หญิงมาจากแคว้นเว่ยที่ร่ำลือกันไปถึงแคว้นผิงว่า มีรูปโฉมงดงามโดยเฉพาะรูปร่างอันอ้อนแอ้นที่หากได้ยลยามนางเยื้องย่างแล้ว แทบจะลืมหายใจ

         “ท่านอ๋องคงจะยุ่งเรื่องภายในวังอีกหลายวัน  อีกห้าวันข้างหน้าหม่อมฉันจะมาเยือน พะยะค่ะ”

         อ๋องเก้านึกถึงความวุ่นวายที่ต้องจัดการเจ้าหมีขาวตัวนั้น แล้วก็ถอนหายใจ

         “เช่นนั้นก็ดี เราคงต้องทำสวนสัตว์ด้านหลังวังสักพัก”

         “.......” ฝูหลี่เปียวได้แต่ทำตาปริบๆ

         ร่างใหญ่ในชุดแดงกางแขนสองข้างครอบไปเสียเกือบครึ่งโต๊ะ นางใช้มือหนึ่งคืบตะเกียบอีกมือถือเนื้อหมูทอดชิ้นใหญ่ในมือ ความหิวโหยทำให้นางลนลานกว่าปกติ

         “องค์หญิงเพคะ อีกสักครู่ท่านอ๋องน่าจะเสด็จแล้ว รีบเถิด” เป่ยซูเจินคอยเร่งอยู่ข้างๆ หากท่านอ๋องมาเห็นสภาพนี้ ไม่รู้ว่าจะเคืองสักปานใด

         หานซูลี่ตัดใจโยนเนื้อหมูชิ้นสุดท้ายลงปาก เคี้ยวอย่างตั้งใจ หยิบจอกน้ำชามากระดกแล้วเทใหม่กระดกซ้ำ “อ่า....ค่อยยังชั่ว”

         เป่ยซูเจินเตรียมผ้าชุบน้ำมาให้องค์หญิงเช็ดมือ เลื่อนน้ำมาให้บ้วนปาก นำผ้ามาเช็ดปาก และเติมสีชาดให้เรียบร้อย นำองค์หญิงไปนั่งรอที่เตียง แล้วนำผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวมาคลุมไว้

         ร่างกายที่อิ่มหมีพีมันได้เวลาพักผ่อน ดีที่กำลังภายในนางแข็งแกร่งจึงนั่งหลับได้นาน นางไม่ได้ยินกระทั่งนางกำนัลป่าวร้องว่า “ท่านอ๋องเสด็จแล้ว”

         ตราบจนไม้ที่เปิดผ้าคลุมหน้าเสยเอาผ้าแดงผืนใหญ่ออก นางจึงเห็นเจ้าบ่าว ใบหน้าหล่อเหลาราวหยกสลักด้วยฝีมือเทพเซียนปรากฏต่อหน้า นัยน์ตาองค์หญิงพร่าพรายไปชั่วขณะ ตลอดเวลาทำพิธีนางเห็นเพียงท่อนล่างของชายหนุ่มในชุดสีแดง

         “เจ้าไม่ต้องคิดหรอกว่า เปิ่นหวางจะร่วมหอกับเจ้า” น้ำเสียงเย็นชานั้นไม่ดังนัก นางสลัดความมึนงงออก “เจ้ามีเรือนอยู่ด้านหลังวัง ทั้งเตียง โต๊ะและเก้าอี้พวกนี้ เปิ่นหวางจะให้บ่าวไพร่ขนไปให้ พรุ่งนี้เจ้าไปนอนที่โน่น”

         อ๋องเก้ามองใบหน้าจิ้มลิ้มที่จมลงไปในเนื้ออูมที่แทบจะท่วมดวงตา จมูก และปากของนาง “เจ้าดูเหมือนหมีขาวจริงๆ”

         หานซู่ลี่คิดจะโต้กลับ แต่เจ้าบ่าวกลับยื่นสองมือมาบีบแก้มของนางสองข้าง แยกออกจากกัน

         “ข้าจะคิดเสียว่า เลี้ยงหมีไว้ดูเล่นสักตัว”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 88 ครอบครัวเปี่ยมสุข (ตอนจบ)

    ฮ่องเต้ทรงพระราชทานข้าวของมากมายสำหรับทารกแฝดและพระชายาของอ๋องเก้า“กงกง เจ้าดูทีว่าพอหรือไม่”“ฝ่าบาท ทรงพระราชทานไปมากพอๆ กับที่เคยพระราชทานให้โอรสธิดาของชินอ๋องแล้ว พ่ะย่ะค่ะ”“อืม ให้เกินเข้าไว้ อย่าขาดก็พอ” หมิงฮ่องเต้พยักหน้าหงึกหงักขณะนั้นก็มีข่าวการปรากฏของตรากระเรียนทองคำในพระราชวังในแคว้นผิง ฮ่องเต้หมิงถึงกับกระสับกระส่าย“เจ้า! เจ้าไปเรียกอ๋องเก้ามาหาเจิ้นที”กงกงได้ยินก็ตะลึง “ฝ่าบาท พระองค์ตรัสเองว่าช่วงนี้ต้องไม่รบกวนท่านอ๋องเก้าเด็ดขาดนี่ พ่ะย่ะค่ะ”“จริงด้วย! ข้าลืมไป”หมิงฮ่องเต้เคยได้ข่าวว่าตรานั่นอยู่ในเมืองหลวงแคว้นตนแท้ๆ เหตุใดจึงไปปรากฏที่นั่นได้“อือ เจิ้นไม่ควรใจร้อน ถ้าอย่างนั้นก็ปรึกษาชินอ๋องก่อนก็แล้วกัน”ชินอ๋องถูกเรียกตัวเข้าวังอย่างเร่งด่วน หลังจากสองพี่น้องปรึกษาหารือกันเสร็จก็เห็นพ้องต้องกันว่าเรื่องนี้ต้องเป็นอ๋องเก้าเท่านั้นจึงจะจัดการได้สำเร็จ เจ็ดวันให้หลังอ๋องเก้าถูกตามตัวให้เข้าเฝ้า “ข้ามีเรื่องสำคัญอยากให้เจ้าช่วย” “เรื่องอันใดหรือ พ่ะย่ะค่ะ” “ข้าอยากขอยืมตรากระเรียนทองคำจากแคว้นเว่ย” อ๋องเก

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 87 เจ้าก้อนแป้งน้อย

    ชินอ๋องมองน้องชายที่เดินวนไปวนมาด้วยความขบขัน “เจ้านั่งก่อนได้ไหม ข้ารู้ว่าเจ้าตื่นเต้น ในคราที่อิงเอ๋อร์จะคลอดข้าก็แทบบ้าเช่นกัน” “พี่ห้า ข้าห่วงนางกับลูก” “มาๆ นั่งจิบชาเลิศรสนี่ก่อน พี่สะใภ้เจ้าเตรียมมาให้ เดี๋ยวนางก็คงพาหลานๆ ตามมาให้กำลังใจ” ชินอ๋องพยายามหาทางหลอกล่อด้วยของโปรดของน้องชาย “เอาไว้ก่อนเถิด ยามนี้ไม่รู้ว่าน้องหญิงของข้าเป็นอย่างไร” ชินอ๋องรู้สึกหนักใจที่น้องชายทำราวกับอยากกระโจนเข้าไปในห้องทำคลอด ภรรยาเขาเตือนนักเตือนหนาว่า อย่าเข้าไปรบกวนการทำคลอดของหมอตำแย ให้ห้ามอ๋องเก้าเอาไว้ให้ได้ เขาเดินเข้าไปคอยรั้งแขนน้องชายที่พยายามจะบุกเข้าห้องคลอดอยู่หลายครั้งยามที่พระชายาร้องเสียงดัง “ท่านพี่ ข้าเจ็บ! ข้าเจ็บมาก!” นางร้องเสียงดังราวกับตวาด ได้ยินแค่ภรรยาร้องเรียก อ๋องเก้าก็แทบจะทนไม่ไหวกำลังจะเปิดประตูเข้าไป “เจ้าเข้าไปไม่ได้” ชินอ๋องรีบเข้าไปรั้งเอวน้องชายเอาไว้ “แต่ลี่เอ๋อร์กำลังปวดมาก นางร้องเรียกข้าให้เข้าไปช่วย” น้ำเสียงร้อนรนของอ๋องเก้าทำเอาพี่ชายส่ายหน้าอย่างจนปัญญา

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 86 พระชายารองของอ๋องเก้า

    งานเลี้ยงที่ฮ่องเต้ทรงจัดพระราชทานมาถึงอย่างรวดเร็ว เหล่าชนชั้นสูงทั่วเมืองหลวงต่างโหมประโคมแต่งกายและหาเครื่องประดับมาโอ้อวดกันอย่างเต็มที่ อ๋องเก้าขนเอาเครื่องประดับเก่าแก่ของตระกูลมาให้พระชายาของตนได้ใส่อวดผู้อื่น ฮ่องเต้ทรงออกงานคู่กับฮองไทเฮาพระมารดาเลี้ยง โดยมีกุ้ยเฟยรูปโฉมงดงามนั่งอยู่เบื้องล่างเยื้องไป ครั้นชินอ๋องเสด็จพร้อมพระชายาฟ่านซิ่วอิงเสียงวิจารณ์ก็ดังระงม ความงามของนางนั้นนับว่าเหนือกว่ากุ้ยเฟยเสียอีก ทำให้ดึงความสนใจของคนทั้งงานไปได้ แต่คู่ที่ทุกคนรอคอยกลับเป็นท่านอ๋องเก้าและพระชายาหมีขาวที่ร่ำลือกันว่า ท่านอ๋องทรงรักพระชายาร่างอ้วนใหญ่ผู้นี้ยิ่งนัก ผู้ใดได้ยินได้ฟังก็หวังจะได้เห็นนางสักคราจึงตั้งตารอด้วยใจจดจ่อ “มาแล้ว! ท่านอ๋องเก้าเสด็จแล้ว” ทุกคนต่างหันพรึ่บไปยังทางเข้า อ๋องเก้าเดินนำหน้ามือกุมสตรีที่คล้องแขนไว้มั่น เมื่อทุกคนได้เห็นนางเต็มตาถึงกับตาค้าง ชั่วครู่ก็ปรากฏเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขรม “ท่านอ๋องเก้ามีพระชายารองใหม่ตั้งแต่เมื่อใด” “พระชายารองอ๋องเก้างดงามจริง งามยิ่งกว่าทุกคนในงานด้วยซ้ำ”

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 85 ข้าชอบที่เจ้าเป็นหมีขาว

    โจวจิงฝู่กั๋วกงแทบไม่เชื่อสายตาตนเองเมื่อได้เห็นหลานสะใภ้ประคองกล่องใส่ตรากระเรียนทองคำมาส่งถึงมือ อ๋องเก้ายืนยันเพียงว่าเพื่อนของนางเข้าไปเอาของมาให้ ท่านตากล่าวขอบใจหลานสะใภ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยความซาบซึ้งจึงมอบหยกประจำตัวให้นางเป็นสิ่งตอบแทน หลังจากส่งท่านตากลับแคว้นแล้ว อ๋องเก้าจึงเข้าวังไปสืบข่าวจากฮ่องเต้ แต่พระองค์กลับไม่แสดงพิรุธใด ตรัสว่าที่สั่งทหารล้อมตำหนักฮองเฮาไว้ก็เพราะต้องการหาหลักฐานเพิ่มเติมที่อาจจะซ่อนอยู่ในนั้น “ท่านพี่ หม่อมฉันหวังว่าท่านตาคงจะราบรื่นนะเพคะ” องค์หญิงนอนซบอกพระสวามี “ข้าส่งคนตามไปช่วยท่านตาแล้ว เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง” อ๋องเก้าลูบใบหน้าเล็กของนางอย่างเบามือ “น้องหญิง คราวหน้าห้ามเจ้าเป็นนินจาอีกจนกว่าจะคลอดเข้าใจไหม เมื่อวานข้าตกใจแทบตายที่หาเจ้าไม่เจอ จะเข้าไปตามในวังก็กลัวฮ่องเต้สงสัย” “หม่อมฉันอยากให้ท่านพี่กับท่านตาได้ของนั่นนี่นา” “แต่มันอันตราย เจ้าไม่รู้หรอกว่าข้าโมโหเพียงใด” ท่านอ๋องคำรามฮึ่มฮั่มพลางกอดจูบภรรยาด้วยความโมโห “ท่านพี่ เบาหน่อยเพคะ” “คราวหลังเจ้าอย่าทำแบบนี้อีก

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 84 บุกไปเอาของสำคัญ

    แม้อ๋องเก้าจะได้แผนที่ซ่อนตรากระเรียนทองคำ แต่กลับทำการเอิกเกริกมิได้เพราะหากฮ่องเต้รู้ย่อมจะถูกแย่งชิงไป การจะบุกเข้าไปในตำหนักฮองเฮาที่ยามนี้แม้จะไม่มีผู้อยู่อาศัยแต่กลับโดนอารักขาอย่างเข้มงวดอ๋องเก้าเกรงว่าฮ่องเต้อาจจะระแคะระคายเรื่องที่ฮองเฮาครอบครองตรากระเรียนทองคำอยู่ พี่ชายจอมเจ้าเล่ห์อันดับหนึ่งแห่งแคว้นหมิงมักจะรู้ในสิ่งที่คนทั่วไปคาดไม่ถึงเสมอท่านตาฝู่กั๋วกงแห่งแคว้นผิงของเขาทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเมื่อได้ประมวลสถานการณ์จากหลานชาย“ตาได้ประเมินแล้ว ถ้าภายในหนึ่งเดือนนี้เรายังหาตรากระเรียนทองคำไม่เจอ เห็นทีศึกชิงอำนาจในแคว้นผิงก็คงจะเริ่มขึ้น” “แย่เช่นนั้นเชียวหรือท่านตา” “อืม...คงสิ้นหนทางเยียวยา” ท่านตาพยักหน้า คนของเขารายงานเหตุในเดือนนี้มาแล้ว “พวกเขาเพิ่มความรุนแรงในการทำลายฝ่ายตรงข้าม นอกจากจะวางเพลิงแล้วยังเริ่มฆ่าคนขุนนางไปสองคนแล้ว” พระชายาที่แอบฟังอยู่ด้านนอกรู้สึกสงสารท่านตาโจวจิงจับใจ นางนึกถึงตอนที่แคว้นเว่ยของตนแพ้สงคราม สภาพเมืองที่ต้องกลายเป็นเชลยศึกของผู้อื่นก็คงไม่ต่างจากการเกิดสงครามกลางเมืองเท่าใดนัก‘ขึ้นชื่อว่าสงคราม ไม่ว

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 83 ช่วยชีวิตภรรยาและลูก

    ท่านอ๋องประคองพระชายาหมีขาวขึ้นมาห้องใต้ดินท่ามกลางความตะลึงงันขององครักษ์ทั้งหลาย โดยเฉพาะตงชางและหนานเฉิง เมื่อทั้งสองกลับลงไปห้องใต้ดินนินจาหงลี่ก็หายตัวไปแล้ว “น้องหญิง ห้องนี้เจ้าเคยมานอนเพียงคืนเดียว จากนี้ไปข้าจะพาเจ้ามาทุกครั้งที่เจ้าต้องการ” ท่านอ๋องคลี่ผ้าห่มคลุมร่างให้นาง “ได้เวลาที่เจ้าจะต้องเล่าให้ข้าฟังได้แล้วว่า มันเกิดเรื่องใดขึ้น” หานซูลี่พยักหน้าเอนตัวไปพิงอกพระสวามี “เพคะ หม่อมฉันจะเล่าให้ท่านพี่ฟัง” เมื่อฟังแต่ต้นจนจบ อ๋องเก้าร้องออกมาอย่างหงุดหงิด “นี่เจ้าทำงานเก็บเงินก็เพราะหวังจะหนีข้าไปเช่นนั้นหรือ ” ใบหน้าของเขาถมึงทึง “ก็ตอนนั้น หม่อมฉันไม่คิดนี่นาว่า ท่านพี่จะรักหม่อมฉัน” นางทำเสียงอ่อยๆ อยู่กับอก ทำเอาท่านอ๋องใจอ่อน “ก็ได้ ข้าจะยกโทษให้เจ้าเรื่องนี้ แต่เรื่องคืนนั้นของข้ากับหงลี่ ทำให้ข้าไม่สบายใจอยู่นานเทียว” อ๋องเก้าคิดถึงความเครียดที่เขาต้องแบกรับหลังจากที่คิดว่าตนเองมีสัมพันธ์สวาทกับนินจาที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับนาง "ยิ่งตอนนางมาบอกว่าตั้งครรภ์ ข้ายิ่งปวดศีรษะมากขึ้นไปอีก” องค์หญิงแอบยิ้มกับอก

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    บทที่ 81 เรื่องน่าตกใจของอ๋องเก้า

    ท่านอ๋องรู้อยู่แล้วว่า ตนเองจะต้องได้เสียเงินจึงสั่งให้ตงชางเตรียมมาอย่างนี้ เพลานี้ไม่รู้ว่าตนเองจะโดนตบทรัพย์หรือจะได้ซื้อข่าว แต่อย่างไรก็ต้องเงินมากๆ ไว้ก่อน “ตงชางส่งเงินให้นาง” ตงชางขว้างถุงเงินไปโดยเร็ว นินจาตงลี่รับไว้ทันทีแล้วเปิดออกดู“อืม...ท่านเตรียมการรอบคอบด

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    10 หน้าที่ของพระชายา

    นางสวมเสื้อคลุมนอนสีขาวเนื้อนิ่ม ใช้ผ้าเช็ดผมลวกๆ แล้วห่อผมเดินมายังชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งเหยียดขายาวรออยู่บนเตียง ดวงตาของนางแฝงแววหงุดหงิด นึกอยากจะตบโต๊ะดังๆ ถามว่า เขาจะเอาอย่างไรกับนาง แต่เพราะฐานะของพระชายาย่อมไม่เหมาะสมหากจะแสดงกริยาเยี่ยงนั้นกับพระสวามี “น้องหญิง เจ้ายังเ

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    9 มาเฝ้าเจ้าปลูกผัก

    ยามเซินแล้ว บรรดาบริวารตำหนักหมีขาวล้วนเตรียมตัวเพื่อปลูกผักกาดกวางตุ้ง เป่ยซูเมิ่งเติบโตมาจากชานเมือง นางจึงเคยปลูกผักมาก่อน นางให้เหล่าบ่าวรับใช้ขุดแปลงโดยทำร่องน้ำด้านซ้ายและขวาเพื่อจะได้วิดน้ำรดผักได้ง่าย แปลงผักค่อนข้างกว้าง ก่อนปลูกทำการตากดินทิ้งไว้สองวัน แปลงที่ขุดขึ้นมีขอบสูงเพื่อ

  • ท่านอ๋องกับชายาหมี    8 ข้าสืบนางอย่างใกล้ชิด

    ชินอ๋องมองพระอนุชาที่อุ้มลูกแฝดคนโตของตนอย่างพินิจพิเคราะห์ “เจ้าเข้าหอกับนางด้วยหรือ ” “เปิ่นหวางแค่นอนร่วมเตียง” น้ำเสียงราบเรียบนั้น ไม่บ่งบอกอารมณ์ภายใน อ๋องเก้าเป็นผู้ที่ยากจะคะเนอารมณ์แต่ไหนแต่ไรมา เขาดูสุขุมและมีความเป็นส่วนตัวอย่างยิ่ง แม้จะกล่าวได้ว่า อ๋

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status