LOGINยามอู่ [1]
เดิมทีไป๋ฉินหลันคิดจะมาที่จวนหลัวตั้งแต่เช้า ทว่าครั้นทบทวนดูจากเหตุการณ์เมื่อวาน นางจึงฉุดคิดได้ว่าเฉินอี้เหรินดูท่าจะชอบพอสตรีแซ่หลิวอยู่ไม่น้อย หากนางเดินทางไปที่จวนตั้งแต่เช้า ทั้งที่หลัวหยางโหวกับหลิวหลิงลี่เพิ่งร่วมหอกันไป นางย่อมไม่มีทางได้พบหน้าหลัวหยางโหวอย่างแน่นอน
แล้วอีกอย่างสตรีที่มาจากเมืองอันป๋อก็เติบโตมาพร้อมกับบุรุษหนุ่มเจ้าเมืองอันหยาง มีหรือนางจะไม่รู้ว่านิสัยจริง ๆ ของบุรุษหนุ่มที่หยิ่งทะนงผู้นี้เป็นเช่นไร ดังนั้นนางจะต้องพยายามเอาอกเอาใจเฉินอี้เหรินให้มาก ๆ เพราะเพียงมารดาของเขาพยักหน้า มิว่าเรื่องใด ๆ หลัวหยางโหวย่อมไม่กล้าขัด
ดังนั้นไป๋ฉินหลันจึงเปลี่ยนใจไม่ขอเข้าพบหลัวหยางโหว ทว่ากลับให้คนรับใช้ไปส่งเทียบขอเยี่ยมเยือนหลัวฮูหยินแทน พร้อมกับยังสั่งให้คนทำอาหารขึ้นชื่อของเมืองอันป๋อ พร้อมนำสุราที่เดิมทีนางคิดจะมอบให้หลัวหยางนำไปให้หลัวฮูหยินทานอีกด้วย เพราะหญิงสาวเคยได้ยินจากบิดาว่าสมัยที่เฉินอี้เหรินยังมิได้ออกเรือนมักชอบหนีออกจากจวนไปเที่ยวลิ้มลองอาหารและสุราของเมืองข้างเคียงอยู่เสมอ มิเช่นนั้นค
จางหลิงเยว่ไม่คิดจะเสียเวลาลากตัวหลิวหลิงลี่ไปยังเตียงนอน เพราะเสียงเพลงที่หยุดลงทำให้นางรู้ว่า นางจะต้องรีบไปเรียกบุรุษมากตัณหาเหล่านั้น มายังห้องนอนของหลิวหลิงลี่ได้แล้ว เพราะกว่านางจะวิ่งเข้าไปในงานเลี้ยงอีกครั้ง เพื่อนำทุกคนมาดูสภาพของนายหญิงแห่งจวนหลัว สมสู่กับบุรุษมากหน้าหลายตา เหล่าแขกเหรื่อในงานเลี้ยงอาจจะทยอยกันกลับไปแล้ว จางหลิงเยว่จึงต้องเร่งรีบแข่งกับเวลาเพื่อให้แผนการสำเร็จ แต่ก่อนที่จางหลิงเยว่จะออกจากห้อง นางก็ไม่ลืมจุดกำยานเสริมกำหนัด เพื่อให้หลิวหลิงลี่รู้สึกมีความสุขในขณะที่ร่วมราคะกับคุณชายบ้าตัณหาเหล่านั้นทว่าเพียงจางหลิงเยว่เปิดประตูออกมาก็ถึงกับหน้าเสีย เมื่อนางเห็นท่านอาของตนเองยืนอยู่ ทว่าเพียงชั่วพริบตาเดียว หญิงสาวก็ปรับสีหน้าให้เป็นปกติได้ อีกทั้งยังตั้งสติพร้อมคิดวิธีรับมือได้อย่างรวดเร็ว จางหลิงเยว่รีบก้าวเท้าออกมาจากห้องนอนของหลิวหลิงลี่ พร้อมกับปิดประตูก่อนจะเอ่ยถามจางอ้ายเหลียนที่ยืนรออยู่“ท่านอา! มาทำอันใดที่นี่หรือเจ้าคะ?”“ข้าเพียงแค่มาตามนายหญิงไปส่งแขกเท่านั้น แล้วเหตุใดเจ้าจึงต้องตกใจถึงเพียงนี้” จางอ้ายเหลียนตีหน้านิ่งทั้ง ๆ ที่กำลังโกหกครั้นจ
สาเหตุที่หลัวหยางโหวพยักหน้าตอบโดยไม่คิดนั้น เพราะเขาตั้งตารอให้สาวใช้แซ่จางลงมือมาตั้งนานแล้ว แต่ทว่าสาวใช้แซ่จางกลับไม่ลงมือเสียที จนเขาคิดว่าบางทีนางอาจจะเปลี่ยนใจไม่ทำเรื่องชั่วช้าเหล่านี้แล้ว แต่ครั้นได้เห็นจางหลิงเยว่ทำสุราหกใส่หลิวหลิงลี่ หลัวหยางโหวก็ไม่คิดรอช้าที่จะให้สาวใช้แซ่จางได้ทำตามแผนของนางหญิงสาวตระกูลจางเห็นว่าหลัวหยางโหวตอบตกลงแล้ว ก็ไม่ชักช้าที่จะรีบพาหลิวหลิงลี่ออกจากงานเลี้ยง แล้วเดินตรงไปยังเรือนตะวันตก นางเดินไปยิ้มไปเมื่อคิดว่าแผนการของนางใกล้สำเร็จลุล่วงแล้วหลัวหยางโหวเห็นมุมปากของจางหลิงเยว่ที่ยกขึ้นในช่วงเวลาอันสั้นก่อนจะหุบลง ‘เชิญเจ้าดีใจไปก่อนเถอะ ประเดี๋ยวเจ้าก็จะได้รู้ว่า เจ้าต่างหากที่เป็นเหยื่อในครานี้’ เพียงนึกขึ้นมาหลัวหยางโหวก็รู้สึกปรีดาอย่างยิ่ง ที่เขาจะกำจัดสาวใช้ที่คิดร้ายต่อหลิวหลิงลี่ได้อีกคนทุกความเคลื่อนไหวของหลัวหยางโหว หลิวหลิงลี่ และจางหลิงเยว่ในงานเลี้ยงวันนี้ ล้วนอยู่ในสายตาของจางอ้ายเหลียน เพราะหลายวันมานี้สาวใช้วัยกลางคนรับรู้ได้ถึงความผิดปกติของหลัวหยางโหวที่มีต่อนาง จึงได้คอยสังเกตชายหนุ่มเจ้าของจวนมาโดยตลอด เนื่องจากอย่างไรเสี
วันเกิดหลัวฮูหยินในที่สุดวันที่ใครหลาย ๆ คนรอคอยก็มาถึง คนที่มีแผนการจะลงมือในวันนี้ ต่างก็เตรียมตัวมาอย่างดี เพื่อให้เป้าหมายของตนเองสำเร็จส่วนทางด้านงานเลี้ยง ถึงหลิวหลิงลี่จะหายตัวไปหลายวัน และยังมีเรื่องงานศพของอนุเหมยเข้ามาอีก แต่จงเอ่าก็ช่วยผู้เป็นเจ้านายจัดเตรียมงานเลี้ยงได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ก่อนหน้าวันงานเพียงสองวัน หลัวหยางโหวจะเชิญพ่อครัวจากภัตตาคารหมู่ตานมาช่วยทำอาหารเพิ่มอีกสองสามอย่าง จงเอ่าก็ยังจัดการหาวัตถุดิบทุกอย่างได้อย่างครบครันงานวันเกิดปีนี้ของเฉินอี้เหรินไม่เพียงจัดใหญ่โตกว่าทุกปี แต่โรงทานก็ยังพิเศษกว่าทุก ๆ ปีที่ผ่านมา เพราะหลายปีที่ผ่าน ๆ มานี้ หลัวหยางโหวทำศึกสงครามมาโดยตลอด ดังนั้นเงินในคลังของจวนหลัว เฉินอี้เหรินจึงต้องสำรองเอาไว้ ไม่กล้าเอาออกมาใช้จ่ายแต่ปีนี้ด้วยเจตนาของเจ้าเมืองหนุ่มคือ ไม่คิดทำศึกสงครามกับเมืองอื่นอีกหากไม่จำเป็น ด้วยเหตุนี้หลิวหลิงลี่จึงกล้านำเงินบางส่วนที่แม่สามีเก็บเอาไว้ นำมาใช้กับการเปิดโรงทานในครั้งนี้ ดังนั้นจากปีก่อน ๆ ที่เป็นเพียงโจ๊ก หรือไม่ก็เป็นเพียงหมั่นโถว ปีนี้จึงเป็นบะหมี่ที่มีทั้งเนื้อหมูและเนื้อไก่ ให้คนที่มาต่อแถว
เมื่อความเสียวซ่านเข้าสู่ร่างของหญิงสาว ความถี่ของมือที่รูดขึ้นรูดลงก็ถี่ยิบตามไปด้วย มือเล็กที่สาวขึ้นลงทำเอาชายหนุ่มสิ้นสุดความอดทน“อา!!! น้องหญิง ขะ ข้าไม่ไหวแล้ว” ชายหนุ่มเงยหน้าเผยอปากหายใจถี่ ก่อนจะปล่อยน้ำรักขาวขุ่นอุ่นร้อนพุ่งออกมาจากส่วนปลาย หยาดน้ำขาวขุ่นทะลักไหลเปรอะเปื้อนตามมือและผิวกายของหญิงสาวหลัวหยางโหวโน้มใบหน้าบดจูบปากแสนน่าเอ็นดูอีกครั้งอย่างพอใจ ก่อนจะหยิบเสื้อผ้าใกล้มือมาเช็ดทำความสะอาดน้ำขาวขุ่นที่เลอะเทอะบนตัวของสตรีตรงหน้าทว่าเพียงหลัวหยางโหวทำความสะอาดเรือนร่างของหญิงสาวเสร็จ หลิวหลิงลี่ก็ลุกขึ้นนั่งคร่อมบนตัวชายหนุ่มทันที ช่วงล่างที่ชื้นแฉะของหญิงสาว ทาบทับลงบนมังกรที่เพิ่งเริ่มหดตัวลง แต่เพียงหญิงสาวขยับสะโพกของนางเบา ๆ ให้ช่วงล่างได้เสียดสีกับเจ้ามังกร จากที่กำลังหดตัวก็ขยายตัวตื่นขึ้นมาพองโตเหมือนเดิม“อืม...อา” ปากของหญิงสาวส่งเสียงครางต่ำยั่วคนใต้ร่างเสียงครางหวานล้ำเปล่งออกมาปลุกเร้าอารมณ์ให้มังกรตัวเขื่องตื่นขึ้นเต็มตัว ทว่าบุรุษหนุ่มก็ยังคงพยายามควบคุมอารมณ์ของตนเองเอาไว้ ให้หญิงสาวได้เป็นฝ่ายควบคุม ส่วนเขาได้แต่ระบายอารมณ์ด้วยการใช้ริมฝีปากขบเม้น
“อือ ข้ากลับมาแล้ว” หลัวหยางโหวตอบพร้อมกลืนน้ำลายลงคอลูกกระเดือกของหลัวหยางโหวเคลื่อนขึ้นเคลื่อนลงหลายครา ในใจของเขาแทบอยากจะกระโจนเข้าไปตะครุบหญิงสาวบนเตียงให้รู้แล้วรู้รอด ทว่าในเมื่อภรรยาสาวได้เตรียมรางวัลไว้ให้เขา ชายหนุ่มย่อมไม่ทำให้นางเสียแผน เขาจึงได้ยืนนิ่งรอดูท่าทีของนางว่าจะทำเช่นไรหญิงสาวที่นั่งอยู่บนเตียงไม่ปล่อยให้ชายหนุ่มที่เพิ่งเข้ามารอนาน ก็ลุกจากเตียงแล้วเดินเข้าไปหาบุรุษที่ยืนนิ่งด้วยเท้าเปล่า ชายหนุ่มจึงรีบสาวเท้ายาวเข้าไปพร้อมกับช้อนตัวนางด้วยมือข้างเดียว เพราะกลัวว่าความเย็นจากพื้นจะทำให้นางไม่สบาย“จะทำอันใด อย่าลืมสุขภาพตัวเองด้วย” เจ้าเมืองหนุ่มเอ่ยตำหนิหญิงสาว ก่อนใช้จมูกกดลงบนแก้มของหญิงสาวเบา ๆ ทั้งที่ใจจริงเขาอยากจูบนางมากกว่า แต่กลัวว่าตนจะยั้งอารมณ์ไม่อยู่“เจ้าค่ะ ท่านพี่” หลิวหลิงลี่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงยานคางเมื่อได้ยินเสียงตอบรับจากหญิงสาว หลัวหยางโหวจึงอุ้มนางเดินไปยังเตียงนอน หลิวหลิงลี่จึงใช้แขนทั้งสองข้างคล้องคอชายหนุ่มเอาไว้ขณะที่ชายหนุ่มกำลังอุ้มภรรยาตัวน้อยมาที่เตียงนอน สาบเสื้อของนางก็แยกออกเผยให้เห็นสายเล็ก ๆ ของเอี๊ยมสีแดงที่ตัดกับผิวขาวรา
เมื่อหลัวหยางโหวกับแม่ทัพทั้งสามข้างกาย รวมถึงหลิวเลี่ยงลี่มาถึงโรงน้ำชา ก็เห็นขุนนางต่างถิ่นทั้งสองกับคุณชายตระกูลเผยพูดคุยกันด้วยท่าทีเป็นมิตร พวกเขาจึงไม่ได้ลงจากหลังม้าบุรุษที่อยู่ในโรงน้ำชาได้ยินเสียงฝีเท้าม้าหลายตัวก็หันไปมองตามเสียง ครั้นเห็นบุรุษหนุ่มองอาจอยู่บนหลังม้า ก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินออกไปหาหลัวหยางโหวทันที มัชฌิมบุรุษทั้งสองเข้าไปทำความเคารพเจ้าเมืองหนุ่มตามมารยาท“ข้ารู้จุดประสงค์ที่พวกท่านเดินทางมาแล้ว แต่อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเกิดท่านแม่ของข้าแล้ว เช่นนั้นพวกท่านก็อยู่ร่วมงานเลี้ยงก่อนเถอะ จะได้ถือโอกาสนี้ทำความรู้จักกับคณะทูตจากเมืองต่าง ๆ ด้วย ส่วนคนที่เผยฮูหยินส่งมาข้าได้ส่งคนไปจัดการแล้ว รับรองว่าจะไม่ทำให้พวกท่านต้องลำบากใจ”เจ้าเมืองหนุ่มเอ่ยขึ้นโดยไม่รอให้ขุนนางต่างเมืองพูดอันใดขึ้นมา ในเมื่อเผยไจ่เหวินดึงขุนนางทั้งสองมาเป็นพวกได้แล้ว หลัวหยางโหวจึงไม่คิดทำให้ขุนนางวัยกลางคนทั้งสองต้องอึดอัดใจ“ขอบคุณขอรับท่านโหว” ขุนนางจากเมืองอันป๋อทั้งสองประสานเสียงตอบพร้อมกันเติ้งอีทั่นกับฟู่ปู้ฝานได้ยินคำพูดของหลัวหยางโหว ก็รู้ทันทีว่า หากเมื่อครู่พวกเขาลงมือกับเผยไจ่







