Masuk❤️40% : 💚40%
วันต่อมา ในที่สุด ธีร์ก็ได้ออกจากโรงพยาบาล นายณ์จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ทั้งสองเดินทางกลับทันที นายณ์เรียกรถไปลงสนามบินของจังหวัดนั้น เพื่อให้ถึงบ้านโดยเร็วที่สุด สนามบิน…. โถงรับผู้โดยสารขาเข้า ประตูทางออกเปิดออกสู่ห้องโถงกว้างที่เต็มไปด้วยผู้คนเดินพลุกพล่าน เสียงประกาศ เสียงรถเข็น และเสียงพูดคุยดังก้องสะท้อนไปทั่ว ท่ามกลางแสงไฟสว่างจ้าที่สาดส่องลงบนพื้นกระเบื้องขัดเงา นายณ์เดินนำหน้าเล็กน้อย มือข้างหนึ่งลากกระเป๋าเดินทางขนาดกลางอย่างคล่องแคล่ว ท่ามกลางฝูงชน ทั้งคู่แต่งกายเรียบง่ายแต่ดูสะอาดตาเข้ากับบุคลิกของตนเอง นายณ์ใช้สายตาเหลือบมองคนน้องที่เดินอยู่ข้างๆไม่ให้คาดสายตา ในใจยังพะวงในอาการป่วยที่ยังต้องคอยดูอาการต่อ ระหว่างนั้น ก็มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ ท่าทางเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและยินดี พวกเขาคือแฟนคลับที่บังเอิญเจอกับทั้งคู่พอดี นายณ์มองด้วยความประหลาดใจ ธีร์ก็ตกใจจนชะงักเท้า นายณ์ขยับตัวเข้าโอบไหล่ธีร์มาชิดราวกับสร้างเกราะป้องกันโดยไม่รีรอ รู้ดีว่าคนน้องไม่คุ้นชินกับความวุ่นวายแบบนี้ แต่ใบหน้าก็ยังคงรักษารอยยิ้มสุภาพต้อนรับ เพื่อให้ทั้งแฟนคลับและคนน้องรู้สึกผ่อนคลายขึ้น “พี่นายณ์กับน้องธีร์ใช่ไหมค่ะ” หนึ่งกลุ่มแฟนคลับเข้ามาทักทายอย่างสุภาพ “เออ..ครับ” นายณ์ยิ้มตอบ “พี่นายณ์! น้องธีร์! จริงๆด้วย!” พวกเขามีท่าทางดีใจที่ได้เจอบุคคลที่ชื่นชอบ “ขออนุญาตถามได้ไหมคะ ไปไหนกันมาหรอค่ะ” “พวกเราไปออกทริปมาน่ะครับ” “แล้วทำไมมากันสองคนละค่ะ ทริปนี้พี่นนท์ไม่ได้ไปด้วยหรอค่ะ” “ไปครับ แต่เกิดเรื่องนิดหน่อยพวกเราเลยกลับมาทีหลังน่ะครับ” “อ้ออออ” ทุกคนพยักหน้าเข้าใจ แต่อดไม่ได้ที่จะถามถึงความสงสัย “แล้ว…ทั้งสองคนเป็นอะไรกันหรอคะ ดูสนิทกันมากเลยแถมยังลงเครื่องมาด้วยกันอีก” แฟนคลับคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มกรุ่มกริ่ม นายณ์ยิ้มบางๆ ก่อนจะตอบอย่างสุภาพ “เราเป็นเพื่อนร่วมงานกันครับ” ธีร์ยืนอยู่ข้างๆนายณ์ ไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่พยักหน้ารับเบาๆ “ตรงนั้นๆ!!” เสียงทุ่มห้าวดังขึ้นจากข้างหน้าด้านหลังเหล่าแฟนคลับ เมษายกมือขึ้นโบกอย่างดีใจ กำลังเดินตรงมาพร้อมกับนนท์และโช ซึ่งกำลังมารับทั้งสองคน ทันทีที่เหล่าแฟนคลับเห็นผู้ที่มาใหม่ ก็หันไปให้คงามสนใจทันที พร้อมกับขยับเปิดทางให้เดินเข้ามาหานายณ์กับธีร์ที่ยืนอยู่ตรงกลาง “นึกว่าดาราโดนแฟนคลับรุม ที่ไหนได้…คนของเรานี่เอง” เมษาพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี “ดังใหญ่แล้วนะ” โชเดินเข้ามาสมทบ นนท์เดินเข้ามาเงียบๆ สายตามองไปที่ธีร์เพื่อสำรวจดูอาการ ว่าธีร์หายดีหรือยัง ผู้มาใหม่ที่คุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี ทำให้เหล่าแฟนคลับต่างตื่นเต้นดีใจที่ได้เจอสมาชิกของช่องดังครบทีม ขอให้ธีร์ที่กำลังตื่นตระหนกได้หายใจหายคอได้บ้าง หลังจากหลุดพ้นจากวงล้อมมาได้ โชก็รีบเข้ามาช่วยลากกระเป๋าอย่างรู้งาน “เป็นไงบ้างธีร์ อาการดีขึ้นแล้วใช่ไหม” เมษาหันไปถามธีร์ที่เดินอยู่ข้างๆ “ธีร์ดีขึ้นมากแล้วครับ” ธีร์หันมายิ้มดูสดใสขึ้นกว่าตอนที่อยู่ในโรงพยาบาลมาก “คุณหมอว่าไงบ้าง ต้องดูแลอะไรเป็นพิเศษไหม” นนท์ถามขึ้นบ้าง “ไม่มีแล้วนะ หมอบอกว่าอีกสองสามวันก็หายเป็นแล้ว” นายณ์ตอบแทนพร้อมหันไปยิ้มให้ธีร์ ทั้งห้าคนเดินพูดคุยกันอย่างเป็นกันเองด้วยความสนิทสนมตลอดทางที่เดินออกมาจากสนามบิน แต่ถึงแม้บรรยากาศจะดูผ่อนคลาย แต่ทั้งห้าคนก็สัมผัสได้ถึงสายตาที่จับจ้องมาจากทุกมุม มีผู้คนมากมายที่หันมามองพวกเขา บางคนก็แอบถ่ายรูป บางคนก็หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายวิดีโออย่างห้ามไม่ได้ วันต่อมา… ในห้องนั่งเล่น ธีร์นั่งอยู่บนโซฟาสีดำตัวยาว หัวคิ้วขมวดเข้าหากัน พลางใช้นิ้วไล้ไปบนหน้าจอไอแพด สายตากำลังไล่อ่านคอมเมนต์ใต้คลิปวิดีโอที่ถูกปล่อยออกไป [พี่นายณ์เอ็นดูน้องธีร์สุดๆ คิดอะไรกับน้องป่ะเนี้ย😏] [เคมีเคใจเข้ากันมาก อยากกรี้ด!🤩] [มาดูรายการเพราะคนหล่อ แต่ดันมาเจอโมเม้นท์หวานซะงั้น อยากมุดดินหนี😝] [โอ๊ย!!!…สาววายสมองไหล😚] [น้องธีร์ไม่เขินพี่นายณ์บ้างหรอ ทำไมชั้นเขินแทน😚] [พี่นายณ์แหย่น้องขนาดนี้ ชอบน้องอ่ะดิ🤔] “ทำไม…คอมเมนต์มัน…อ่านแล้วแปลกๆ?” ธีร์พึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความประหลาดใจ “ก็ไม่แปลกนะ พวกเขาดูพวกนายแหย่กันแล้วชอบมากกว่า” เมษาที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาอีกตัว มือก็คีบขนมเข้าปากไปพลางพูดขึ้น “อ่านแล้ว…เหมือนเป็นกระแสคู่จิ้นอะไรแบบนั้นเลย” “อ้าว พึ่งรู้หรอฉันก็ว่ามันชัดมากเลยนะ” “ธีร์กับพี่นายณ์เนี้ยนะ?” ธีร์ถามย้ำอีกครั้งอย่างตกใจ เมษาหัวเราะเบาๆ “ทำไมอ่ะ? ตอนฉันตัดต่อก็ชอบนะ พวกนายอยู่ด้วยกันน่ารักดีออก ธีร์ก็ดูเป็นธรรมชาติมากด้วย” “พี่นนท์เขา…ว่าไงบ้าง?” ธีร์หันไปมองเมษาด้วยความสงสัย อยากรู้ความรู้สึกของนนท์ที่มีต่อกระแสคู่จิ้น พร้อมความหวังเล็กๆในใจ “ไม่ว่าไงนิ เขาก็ดีใจแหละ ที่คลิปมีคนดูเยอะขึ้นน่ะ” เมษายิ้มกว้างภูมิใจ “งั้นหรอครับ” ธีร์พยักหน้ารับ พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกจุกและเจ็บปวดเอาไว้ “นี่…ขอถามอะไรหน่อยสิ” เมษาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย “ครับ?” “นายชอบพี่นนท์มากเลยหรอ?” เมษาที่ยังคงนั่งกินขนมอยู่ เอ่ยถามขึ้นมาตรงๆ “ครับ ชอบมานานแล้วด้วย” ธีร์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบอย่างตรงไปตรงมา “แล้วไอ้นายณ์ล่ะ?” “ทำไมถามถึงพี่นายณ์ล่ะครับ?” ธีร์รู้สึกแปลกใจกับคำถาม “ก็เห็นพวกนายสนิทกัน ตัวติดกันตลอด ไม่มีเผลอใจชอบมันบ้างหรอ?” เมษาพูดพลางเลิกคิ้ว ธีร์ส่ายหน้าเบาๆ “พี่นายณ์ก็น่ารักดีครับ อบอุ่น เอาใจใส่ แต่ก็แค่ในแบบพี่น้องนี่ครับ ผมก็ชอบพี่นายณ์เป็นพี่ชายคนนึง” “อ่อออ แล้ว…เคยใจเต้นแรงกับไอ้นายณ์บ้างไหม?” เมษาถามต่ออย่างจี้ใจดำ “อะ..เออ จะเป็นแบบนั้นได้ไงล่ะครับ พี่นายณ์ได้ต่อยธีร์พอดี” ธีร์ตอบตะกุกตะกัก พยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกที่กำลังก่อตัวขึ้น “ฉันไม่ต่อยนายหรอก” เสียงของนายณ์ดังขึ้น เดินผ่านโซฟาไปเปิดตู้เย็นที่อยู่ไม่ไกลนัก “อ้าว.. นายจะโผล่มาทำไมเนี้ย! กำลังจะได้เรื่องเลย” เมษาบ่นอุบ ดูเสียดายที่บทสนทนาอันน่าสนใจถูกขัดจังหวะ “นายไม่ต้องไปแหย่ธีร์หรอก เอาเวลาไปทำงานของนายซะ” นายณ์พูดพลางหยิบน้ำเย็นในตู้ขึ้นมาดื่มโดยไม่ได้หันมามองเมษา แต่ก็รู้ดีว่าเมษากำลังพยายามจะล้วงอะไรบางอย่างจากธีร์ “ชิ! ธีร์…เอาไว้มาคุยกันต่อนะ” เมษาพูดกับธีร์ ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้ธีร์กับนายณ์อยู่กันตามลำพัง ธีร์มองตามหลังเมษาอย่างงงๆ “ไม่ต้องไปสนใจคำพูดของเมษามากหรอก” นายณ์หันมาพูดกับธีร์ ธีร์พยักหน้ารับ แต่ในใจก็ยังคงสับสนกับคำถามของเมษา ไม่เคยคิดเรื่องความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อนายณ์ในมุมนั้นเลย ขณะที่นายณ์เดินผ่านไป กลิ่นอ่อนๆของยาทาแก้ปวดลอยมาตามลม ทำให้ธีร์นึกย้อนกลับไปถึงตอนที่หินก้อนใหญ่ตกใส่ข้อเท้าของนายณ์ตอนเดินป่า ธีร์อดเป็นห่วงไม่ได้ ไม่รู้เลยว่าอาการบาดเจ็บของนายณ์เป็นอย่างไรบ้าง ทางเดินหน้าห้องนอน… ธีร์ถือหลอดยาทาแก้ปวดในมือแน่น เดินมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องของนายณ์ที่อยู่ติดกัน ใบหน้าดูจริงจังและเต็มไปด้วยความเป็นห่วง หลังจากยืนเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก็ยกมือขึ้นเคาะประตูเบาๆ ก๊อก! ก๊อก! “พี่นายณ์ นี่ธีร์เอง ขอเข้าไปหน่อยได้ไหมครับ” แกร็ก! ประตูเปิดออกเพียงก่อนจะขยายออกเล็กน้อย เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งตรงหน้า นายณ์ดวงตาเบิกกว้างมองธีร์ด้วยสีหน้างงๆ “มีอะไรหรอ…’’ แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นหลอดยาทาในมืออีกฝ่าย ความสงสัยกลายเป็นความเป็นห่วงทันที “ปวดตรงไหนงั้นหรอ” ธีร์ส่ายหน้าเบาๆ สายตาเหลือบมองลงมาที่ข้อเท้าของนายณ์อย่างไม่วางใจ “เปล่า ไม่ใช่ธีร์ พี่นายณ์ต่างหาก” “ฉัน? ฉันทำไม” นายณ์ขมวดคิ้วเล็กน้อย ยกแขนขึ้นกอดอกยืนพิงกรอบประตู มองกลับมาด้วยสีหน้าสงสัย พยายามแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง “พี่ยังปวดข้อเท้าอยู่ใช่ไหม ธีร์ได้กลิ่นยาทาตอนพี่เดินผ่านเมื่อกี้” น้ำเสียงของธีร์หนักแน่น ไม่ยอมปล่อยผ่าน นายณ์ถอนหายใจเบาๆ สายตาเหลือบมองไปทางอื่น เมื่อถูกจับได้คาหนังคาเขา “อ่อ… ก็นิดหน่อย ไม่เป็นไรมากหรอก แค่ปวดตึงๆ เท่านั้นเอง” “ธีร์ขอดูหน่อย ไม่เป็นอะไรจริงหรือเปล่า” คนน้องก้าวเข้ามาไปเล็กน้อย ท่าทางเต็มใจที่จะช่วย “อะไร…ก็บอกว่าไม่เป็นอะไรไง” นายณ์พยายามผลักไส แสดงท่าทีไม่อยากยอมรับความจริง “ไม่เป็นแล้วจะทายาแก้ปวดทำไม ธีร์ไม่ได้โง่นะครับ” ธีร์พูดขึ้นอย่างหนักแน่นขึ้น นายณ์รู้สึกเขินอายเล็กน้อย จึงพยายามหาข้ออ้างแก้ตัว “ฉันทาเพราะมันหอมดีต่างหาก กลับไปห้องตัวเองได้แล้ว ฉันจะนอน” นายณ์พูดพร้อมจะผลักประตูปิด “ไม่ยอมใช่ไหม!” ปึก..! คนน้องยื่นเท้าแตะที่ข้อเท้าข้างที่เจ็บของนายณ์เบาๆเพื่อทดสอบอาการ “โอ๊ย!!! เจ็บนะ! เตะมากได้ ซี้ดดด!” นายณ์ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด กระตุกขาข้างนั้นถอยกลับทันที ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความรู้สึกปวดซ่านที่วิ่งขึ้นมาตามเส้นเอ็น “ไหนบอกไม่เจ็บแล้วไงครับ” ธีร์มองด้วยสีหน้าตำหนิเล็กน้อย แต่ก็รู้สึกผิดในใจ ก่อนจะรีบยื่นมือเข้าไปพยุงแขนนายณ์อย่างระมัดระวัง ธีร์พานายณ์เดินเข้ามาในห้อง แล้วจัดให้นั่งลงในท่าสบายบนเตียง ธีร์วางยาทาแก้ปวดลงบนโต๊ะข้างเตียง แล้วค่อยๆ คุกเข่าลงกับพื้นเพื่อให้ระดับสายตาเท่ากับข้อเท้าของอีกฝ่าย นายณ์นั่งตัวแข็งอยู่บนเตียง สีหน้าดูเขินอายปนอึดอัด ไม่คุ้นเคยกับการถูกใครมาดูแลแบบนี้ “ทำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้ แค่ปวดนิดหน่อยเอง” นายณ์พึมพำเสียงเบามองไปทางอื่น ธีร์ไม่สนใจคำพูด เอื้อมมือจับปลายกางเกงของนายณ์แล้วเลื่อนขึ้นช้าๆ เพื่อเปิดเผยข้อเท้าที่บวมแดงชัดเจน ธีร์ขมวดคิ้วแน่น แววตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง “ดูสิ บวมขนาดนี้ยังจะบอกว่าไม่เป็นไรอีก” นายณ์เม้มปากแน่น ไม่มีคำแก้ตัวอีกต่อไป ปล่อยให้อีกฝ่ายจัดการอย่างเงียบๆ เพียงแต่ใบหน้าค่อยๆ แดงระเรื่อขึ้นมาเมื่อรู้สึกถึงความอ่อนโยนจากมือของธีร์ที่สัมผัสผิวหนัง “ระวังหน่อย… มันยังเจ็บอยู่” เสียงเตือสั่นเล็กน้อย “รู้แล้วครับ ธีร์จะระวัง” ธีร์หยิบยาทาขึ้นมาบีบปริมาณพอเหมาะลงปลายนิ้ว ค่อยๆทาบริเวณที่บวมด้วยแรงที่พอดี ความเย็นของยากับความอุ่นจากมือทำให้ความปวดค่อยๆคลายลง บรรยากาศในห้องเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมผ่านหน้าต่างและเสียงหายใจของทั้งคู่ ธีร์จดจ่ออยู่กับการนวดยาอย่างตั้งใจ ดวงตาจ้องมองข้อเท้านั้นไม่วางตา นายณ์แอบมองใบหน้าของธีร์ รู้สึกถึงความอบอุ่นบางอย่างที่เข้ามาในใจจนทำให้ความเจ็บปวดที่ข้อเท้าน้อยลงไปทันที “รู้สึกยังไงบ้างครับ ดีขึ้นไหม” ธีร์ถามขึ้นเมื่อทายาเสร็จ เช็ดมือด้วยผ้าสะอาด เงยหน้ามองด้วยสายตาเป็นห่วง “อืม… ขอบใจนะ” พูดจบนายณ์ก็รีบเบนสายตาไปมองที่มุมห้องเพื่อซ่อนความเขินอาย แต่มุมปากกลับเผลอยกขึ้นยิ้ม จนคนน้องมองเห็นได้ “ถ้างั้นพี่พักผ่อนเยอะๆ นะ พรุ่งนี้ถ้ายังไม่ดีขึ้น ธีร์พาไปหาหมอ” ธีร์อมยิ้มมุมปากอย่างพอใจ พร้อมกับลุกขึ้นยืน “ไม่ต้องขนาดนั้นหรอก เดี๋ยวก็หาย” “พี่นายณ์เจ็บตัวเพราะช่วยธีร์ ธีร์ก็ต้องรับผิดชอบสิครับ” ธีร์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะเลื่อนตัวนั่งลงบนเตียงข้างๆนายณ์ แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและเป็นห่วง “จะรู้สึกผิดอะไร ฉันไม่เป็นไรเยอะซะหน่อย อีกสองสามวันก็หายแล้ว” นายณ์พยายามพูดให้ฟังดูสบายๆ ธีร์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามขึ้นด้วยความลังเลเล็กน้อย สายตาหลบตาลงมองมือตัวเอง “ที่พี่เมษาถามธีร์เมื่อกี้… พี่นายณ์จะไม่ต่อยธีร์จริงๆ ใช่ไหม” นายณ์เลิกคิ้วมองอย่างสงสัย ก่อนจะฉีกยิ้มมุมปากบางๆ “หมายความว่าไง นาย….ใจเต้นกับฉันหรอ” “ธีร์… ก็ไม่รู้” ธีร์ตอบเสียงอ่อย ไม่กล้ามองหน้าอีกฝ่าย “งั้น… หรออ” นายณ์ลากเสียงยาว ก่อนจะค่อยๆยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงนิดเดียว ลมหายใจอุ่นๆปะทะแก้มคนตรงหน้า จนคนน้องตัวแข็งทื่อ “พะ… พี่นายณ์จะทำอะไร” ธีร์ถามเสียงสั่น มองกลับด้วยความตื่นตระหนกปนเขินอาย “ตอนนี้ใจเต้นแรงขึ้นไหม” นายณ์ถามด้วยน้ำเสียงต่ำทุ้ม แววตาจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้นไม่กระพริบ “เล่นบ้าอะไรของพี่เนี้ย! ก็ต้องเต้นสิครับ เพราะตกใจไง” ธีร์รีบเถียงเสียงดังขึ้นเล็กน้อย มือน้อยๆยกขึ้นมาผลักหน้าอกของนายออกห่างจากตัว ความร้อนผุดขึ้นพร้อมหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อถูกจับได้ “ฮ่าๆๆๆ งั้นหรอ” นายณ์หัวเราะอย่างชอบใจ พลางยืดตัวนั่งท่าเดิม “พี่นายณ์เห็นกระแสคู่จิ้นในโซเชียลแล้วใช่ไหม”❤️30% :💚50% “พี่เห็นกระแสชคู่จิ้นในโซเชียลแล้วใช่ไหม” ธีร์ถามขึ้นด้วยท่าทางเขินอายที่ยังคงเหลือ “อือ… เห็นแล้ว” “ทำไมพี่ไม่บอกธีร์ล่ะ” นายณ์ถอนหายใจเบาๆ สายตาเหลือบมองไปทางอื่น “ก็นายชอบไอ้นนท์อยู่นี่ ฉันเลยกลัวว่าถ้าพูดขึ้นมา นายจะรู้สึกอึดอัดหรือจิตตกจนหายป่วยช้าน่ะสิ” เมื่อได้ยินแบบนั้น ธีร์ก็ขมวดคิ้วแสดงความไม่เห็นด้วย “ธีร์ไม่ใช่คนแบบนั้นนะ ใครมันจะอยากป่วยนานๆละครับ” “แคร์ความรู้สึกไอ้นนท์มากหรอ แล้ว…มันนึกถึงความรู้สึกของนายบ้างไหม” นายณ์หยุดไปชั่วขณะ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้น “แต่ฉันชอบนะ ที่ธีร์เป็นคนเข้มแข็ง ไม่บ่น ไม่เรียกร้อง ไม่คอยเซ้าซี้จนรำคาญ… ไม่รู้ไอ้นนท์มันคิดยังไง ถึงมองข้ามคนแบบนี้ไปได้” คำพูดสุดท้ายทำให้ธีร์เงยหน้ามองตรงเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายทันที พร้อมความรู้สึกที่พลุ่งพล่านขึ้นมาในอก “งั้น… พี่นายณ์ชอบธีร์หรอครับ” นายณ์ตกใจอึ้งไปเล็กน้อยกับคำถามที่ตรงไปตรงมา ด้วยใบหน้าใสซื่อของธีร์ “มะ… ไม่ใช่ชอบแบบนั้นครับ! ธีร์หมายถึง
❤️40% : 💚40% วันต่อมา ในที่สุด ธีร์ก็ได้ออกจากโรงพยาบาล นายณ์จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ทั้งสองเดินทางกลับทันที นายณ์เรียกรถไปลงสนามบินของจังหวัดนั้น เพื่อให้ถึงบ้านโดยเร็วที่สุด สนามบิน…. โถงรับผู้โดยสารขาเข้า ประตูทางออกเปิดออกสู่ห้องโถงกว้างที่เต็มไปด้วยผู้คนเดินพลุกพล่าน เสียงประกาศ เสียงรถเข็น และเสียงพูดคุยดังก้องสะท้อนไปทั่ว ท่ามกลางแสงไฟสว่างจ้าที่สาดส่องลงบนพื้นกระเบื้องขัดเงา นายณ์เดินนำหน้าเล็กน้อย มือข้างหนึ่งลากกระเป๋าเดินทางขนาดกลางอย่างคล่องแคล่ว ท่ามกลางฝูงชน ทั้งคู่แต่งกายเรียบง่ายแต่ดูสะอาดตาเข้ากับบุคลิกของตนเอง นายณ์ใช้สายตาเหลือบมองคนน้องที่เดินอยู่ข้างๆไม่ให้คาดสายตา ในใจยังพะวงในอาการป่วยที่ยังต้องคอยดูอาการต่อ ระหว่างนั้น ก็มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ ท่าทางเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและยินดี พวกเขาคือแฟนคลับที่บังเอิญเจอกับทั้งคู่พอดี นายณ์มองด้วยความประหลาดใจ ธีร์ก็ตกใจจนชะงักเท้า นายณ์ขยับตัวเข้าโอบไหล่ธีร์มาชิดราวกับสร้างเกราะป้องกันโดยไม่รีรอ รู้ดีว่าคนน้องไม่คุ้
❤️50% : 💚30% นนท์บอกพยาบาลด้วยน้ำเสียงร้อนรน พยาบาลสองคนรีบเข็นเตียงฉุกเฉินเข้ามา นายณ์ค่อยๆวางธีร์ลงบนเตียงอย่างระมัดระวัง ก่อนจะถอยออกมาเล็กน้อย มองตามร่างของธีร์ที่ถูกเข็นเข้าไปในห้องตรวจด้วยความเป็นห่วง นายณ์ยืนนิ่งอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน มือยังคงกำแน่น นนท์เดินเข้ามาตบไหล่เบาๆ เป็นเชิงให้กำลังใจ “ถึงมือหมอแล้ว เดี๋ยวก็ดีขึ้น” นนท์พูดพยายามปลอบ แต่แววตาฉายความกังวลไม่แพ้กัน หลังจากรอคอยด้วยความกระวนกระวายอยู่พักใหญ่ ประตูห้องตรวจก็เปิดออก คุณหมอเดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง นายณ์และนนท์รีบก้าวเข้าไปหาทันที “คุณหมอครับ ธีร์เป็นยังไงบ้างครับ” นายณ์ถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความกังวล คุณหมอมองทั้งสองคนแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่ม “เบื้องต้น น้องมีไข้สูงมากจากการติดเชื้อไวรัสบางอย่างครับ แต่ยังไม่รุนแรงมากนักนะครับ” นายณ์ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเล็กน้อย แต่ก็ยังคงมีความกังวลอยู่ “แต่เพื่อความปลอดภัยและให้แน่ใจว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ผมแนะนำให้คนไข้นอนพักดูอาการที่โรงพย
❤️50% : 💚20%"ธีร์ เป็นอะไรไปน่ะ?”นายณ์ถามขึ้น น้ำเสียงอ่อนโยนและเป็นห่วง "หูมันอื้อๆครับพี่นายณ์ ไม่รู้เป็นอะไร" ธีร์ตอบตามตรง ด้วยความกังวลนายณ์ขำออกมาเบาๆ เขาค่อยๆยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาขนาบแนบมือของธีร์ที่ปิดหูอยู่ พร้อมกับโน้มตัวลงมาให้ใบหน้าของเขาอยู่ในระดับเดียวกันกับธีร์"ไม่ต้องตกใจนะ ที่ธีร์หูอื้อแบบนี้ ก็เพราะว่าตอนนี้เราอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลมากไง อากาศมันเบาบางลง ก็เลยมีอาการหูอื้อได้ง่าย ไม่เป็นอะไรมากหรอก"ธีร์มองลึกเข้าใปในดวงตาของนายณ์ รับรู้ได้ถึงความจริงใจและความใส่ใจที่นายณ์มีให้ ทำให้ความกังวลในใจของธีร์ค่อยๆจางหายธีร์คลายมือที่ปิดหูออกช้าๆ ใบหน้าของคลายความตึงเครียดลง เผยรอยยิ้มบางๆที่มุมปาก"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง" ธีร์พึมพำ "ขอบคุณมากครับพี่นายณ์ ธีร์นึกว่าจะเป็นอะไรไปซะแล้ว""ไม่เป็นไรหรอก แค่ปรับตัวสักพักก็หายแล้ว" นายณ์ยังคงยิ้มอย่างอบอุ่นทั้งสองคนยืนมองวิวพระอาทิตย์ตกดินด้วยกัน บรรยากาศรอบตัวอบอุ่นขึ้น ภายใต้อุณหภูมิอากาศที่ลดลงต่ำ ความรู้สึกดีๆที่ก่อตัวขึ้นระหว่างทั้งสองคน ธีร์รู้สึกขอบคุณที่มีนายณ์อยู่ด้วย แ
❤️60% : 💚10%ฝนเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ จนทุกคนต้องเร่งฝีเท้าเพื่อไปยังจุดพักที่เจ้าหน้าที่ได้แจ้งไว้ นายณ์เดินขนาบข้างธีร์เพื่อคอยประคองไม่ให้ธีร์ลื่นจากทางเดินที่มีน้ำไหลลงมาและเพื่อกันสองคนที่คอยตามจีบธีร์แจอีกด้วย“เดินระวังกันด้วยนะครับ แถวนี้ค่อนข้างลื่นมาก เดี๋ยวก็ถึงจุดพักแล้ว” ไกด์นำทางตะโกนมาจากข้างหน้า เป็นห่วงสวัสดิภาพของสมาชิกกลุ่มทุกคนธีร์เดินตามหลังนนท์ สายตาก็ไปสะดุดกับก้อนหินก้อนใหญ่ที่ขวางทางอยู่ มันถูกน้ำฝนที่ไหลลงมาตามทางเดินเซาะจนหลวมเกือบจะหลุดออกจากเนินดิน และนนท์กำลังจะก้าวขึ้นไปเหยียบพอดี“พี่นนท์ ระวัง!!” จังหวะนั้น… ธีร์รีบก้าวเข้าไปตามสัญชาตญาณ ผลักร่างของนนท์ออกไปด้านข้าง ก่อนที่ฝ่าเท้าของนนท์จะสัมผัสกับหินก้อนนั้น ฝีเท้าทุกคนหยุดชะงักลง พร้อมกับสายตาที่จับจ้องมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนนท์ที่เซไปเล็กน้อยพยายามตั้งหลัก ก่อนจะหันกลับมามองธีร์ด้วยแววตาฉงนปนไม่เข้าใจ เขาไม่เห็นถึงอันตรายที่ธีร์กล่าวถึง และอดคิดไม่ได้ว่าธีร์อาจเพียงแค่ต้องการเรียกร้องความสนใจจากตนเท่านั้นสายตาธีร์ประสานเข้ากับนนท์ แต่สิ่งที่เขาพบกลับเป็น
❤️60% 💚10% ณ บ้านพักท่ามกลางธรรมชาติ ตอนเย็นที่ฟ้าเริ่มจะมืด รถตู้เคลื่อนตัวมาจอดสนิท ที่หน้าบ้านพักที่โอบล้อมไปด้วยขุนเขาและผืนป่า อากาศดูสดชื่นแตกต่างจากความวุ่นวายในเมืองลิบลับ “ธีร์ ตื่นเถอะ ถึงที่พักแล้ว” นายณ์เรียกธีร์เสียงเบา “ถึงแล้วหรอ…อ่ะ!...ขอโทษนะครับพี่นายณ์ ธีร์หลับไปนานเลย ขอโทษจริงๆครับ” ธีร์เอ่ยปากขอโทษด้วยน้ำเสียงเกรงใจ พลางลุกขึ้นนั่งเต็มตัว เป็นห่วงว่าเจ้าของตักนุ่มคงจะเมื่อยมากแน่ และไม่รู้ว่าเขาได้หลับบ้างหรือเปล่า นายณ์ยิ้มบาง ลูบผมธีร์เบาๆ “ไม่เป็นไรหรอกน่า ทีหลังก็ไม่ต้องเกรงใจมากนักก็ได้” เขาพูดพลางแกล้งหยอก “แต่หลังฉันชาไปหมดแล้วนะเนี่ย” “ถึงห้องแล้วเดี๋ยวธีร์นวดให้นะ ธีร์ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ” ธีร์ทำสีหน้าสำนึกผิด “ฮ่าๆๆๆ ฉันล้อเล่นน่ะ อย่าคิดมาก” รอยยิ้มของนายณ์ทำให้ธีร์สบายใจขึ้นเยอะ แต่ก็แอบรู้สึกผิดที่ตนเอาเปรียบนายณ์อยู่ดี ทั้งสามคนก้าวลงจากรถพลางบิดตัวคลายความเมื่อยล้า นายณ์ไม่รอช้ายกกล้องขึ้นมาเก็บภาพบรรยากาศรอบๆทันที ก่อนจะหันมาพูดคุยกับกล้องอย่างเป็นกันเอง “สวัสดีครับทุกคน! ตอนนี้เราก็มาถึงที่พักของเราในคืนนี้แล้วนะครับ เป







