LOGIN❤️50% : 💚20%
"ธีร์ เป็นอะไรไปน่ะ?” นายณ์ถามขึ้น น้ำเสียงอ่อนโยนและเป็นห่วง "หูมันอื้อๆครับพี่นายณ์ ไม่รู้เป็นอะไร" ธีร์ตอบตามตรง ด้วยความกังวล นายณ์ขำออกมาเบาๆ เขาค่อยๆยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาขนาบแนบมือของธีร์ที่ปิดหูอยู่ พร้อมกับโน้มตัวลงมาให้ใบหน้าของเขาอยู่ในระดับเดียวกันกับธีร์ "ไม่ต้องตกใจนะ ที่ธีร์หูอื้อแบบนี้ ก็เพราะว่าตอนนี้เราอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลมากไง อากาศมันเบาบางลง ก็เลยมีอาการหูอื้อได้ง่าย ไม่เป็นอะไรมากหรอก" ธีร์มองลึกเข้าใปในดวงตาของนายณ์ รับรู้ได้ถึงความจริงใจและความใส่ใจที่นายณ์มีให้ ทำให้ความกังวลในใจของธีร์ค่อยๆจางหาย ธีร์คลายมือที่ปิดหูออกช้าๆ ใบหน้าของคลายความตึงเครียดลง เผยรอยยิ้มบางๆที่มุมปาก "อ๋อ อย่างนี้นี่เอง" ธีร์พึมพำ "ขอบคุณมากครับพี่นายณ์ ธีร์นึกว่าจะเป็นอะไรไปซะแล้ว" "ไม่เป็นไรหรอก แค่ปรับตัวสักพักก็หายแล้ว" นายณ์ยังคงยิ้มอย่างอบอุ่น ทั้งสองคนยืนมองวิวพระอาทิตย์ตกดินด้วยกัน บรรยากาศรอบตัวอบอุ่นขึ้น ภายใต้อุณหภูมิอากาศที่ลดลงต่ำ ความรู้สึกดีๆที่ก่อตัวขึ้นระหว่างทั้งสองคน ธีร์รู้สึกขอบคุณที่มีนายณ์อยู่ด้วย และความปลอดภัยที่ได้รับจากนายณ์ เลนส์กล้องตัวหนึ่งกำลังจับภาพของทั้งสองคน นนท์มองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่สับสน เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร รู้สึกไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก แต่เขาก็เลือกที่จะถ่ายไว้เพราะเป็นภาพที่อบอุ่นเหมาะกับการลงในช่องเพื่อเรียกยอดชม และคิดว่าคนดูคงจะชอบแน่ เช้าวันใหม่บนยอดเขา แสงแรกของวันใหม่สว่างขึ้น แต่บนยอดเขานี้ ท้องฟ้ายังคงถูกปกคลุมด้วยม่านเมฆหมอกหนาทึบ ทำให้ไม่สามารถมองเห็นดวงอาทิตย์ได้ชัดเจนนัก บรรยากาศยามเช้าบนเขาเต็มไปด้วยความเย็นสบายและเงียบสงบ ทุกคนทยอยตื่นขึ้นมาทำกิจวัตรส่วนตัว บ้างก็ออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ บ้างก็กำลังเตรียมตัวสำหรับอาหารเช้า หลังจากรับประทานอาหารเช้ากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาเก็บเต็นท์เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางลงเขา ทุกคนช่วยกันเก็บสัมภาระอย่างขะมักเขม้น ไม่นานนัก ไกด์ก็เข้ามานัดรวมตัว พวกเขาจะพาคณะเดินทางไปยังจุดชมวิวอีกแห่ง ก่อนที่กรุ๊ปทัวร์จะเดินทางกลับ ขณะที่ทุกคนกำลังเดินตามไกด์ไปยังจุดชมวิว ก้องและวินก็เดินเข้ามาประกบข้างธีร์ พวกเขามีท่าทีประหม่าเล็กน้อย "ธีร์ครับ พอดี... เอ่อ... เราขอไลน์ธีร์ไว้หน่อยได้ไหมครับ ไว้มาแล้วแลกเปลี่ยนรูปกันน่ะ" ก้องเอ่ยขึ้นอย่างตะกุกตะกัก วินพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่! เผื่อมีทริปหน้าเราจะได้ไปด้วยกันอีกไง" “เอ่อ…คือ..” ธีร์ที่กำลังเดินอยู่ รู้สึกอึดอัดไม่น้อย ไม่รู้ว่าจะปฏิเสธอย่างไรดี โดยไม่ทำให้เสียน้ำใจ นายณ์ที่เดินอยู่ด้านหลังธีร์ ได้ยินบทสนทนาทั้งหมด จึงเดินเข้ามาหาพร้อมกับยกแขนขึ้นคล้องคอธีร์เบาๆ ราวกับจะแสดงความเป็นเจ้าของ "ขอโทษนะครับ" นายณ์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ "พอดีธีร์เขาไม่ค่อยสะดวกให้ช่องทางติดต่อใครง่ายๆน่ะครับ ต้องขอโทษด้วย" ก้องและวินมองหน้ากันเล็กน้อย พวกเขาดูอึ้งไปกับคำพูดและท่าทางของนายณ์ "อ๋อ... ครับ" ก้องตอบรับอย่างเก้อๆ "เข้าใจแล้วครับ" วินเสริม นายณ์ยังคงยิ้มบางๆที่มุมปาก "ขอบคุณที่เข้าใจนะครับ" นายณ์กระชับอ้อมแขนที่คล้องคอธีร์ไว้เล็กน้อย ก่อนจะดึงธีร์ให้เดินนำหน้าต่อไป ทิ้งให้ก้องและวินยืนมองตาม ธีร์เองก็รู้สึกโล่งใจที่นายณ์เข้ามาช่วยแก้สถานการณ์ให้ โดยที่ตนไม่ต้องลำบากใจ ในที่สุด คณะเดินทางก็มาถึงจุดชมวิวสุดท้าย ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดบนภูเขา เบื้องหน้าคือทุ่งหญ้าสีเขียวขจีที่ทอดกว้างสุดลูกหูลูกตา มีต้นสนใหญ่ต้นหนึ่งยืนตระหง่านเป็นเสมือนจุดสังเกตอันโดดเด่น ด้านหลังคือทิวเขาที่ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆจรดไปจนถึงขอบฟ้า ท้องฟ้าสีฟ้าอ่อนประดับด้วยเมฆบางๆที่ลอยเอื่อยๆ ทำให้ทัศนียภาพโดยรวมดูสดชื่น และน่าประทับใจมาก แพรวาและมายด์ที่เห็นเหตุการณ์ของธีร์เมื่อครู่ พวกเธอสัมผัสได้ถึงความความสัมพันธ์ที่คลุมเครือของพวกเขาทั้งสามคน จึงมองหาจังหวะที่จะเข้าไปพูดคุยกับธีร์ ขณะที่ธีร์กำลังยืนชมวิวอยู่คนเดียว ปล่อยใจไปกับความงดงามของธรรมชาติ แพรวาและมายด์ก็เดินเข้ามาหา "ธีร์ เสน่ห์แรงมากเลยนะ ตกผู้ขายได้อยู่หมัดเลย" แพรวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใส ธีร์มองกลับด้วยสายตางุนงง "เมื่อกี้เห็นก้องกับวินมาคุยด้วย แล้วนายณ์เดินเข้ามา เหมือนอัศวินขี่ม้าขาวเลย" มายด์เสริม ธีร์เห็นรอยยิ้มที่จริงใจของพวกเธอ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย “พูดอะไรน่ะ พี่นายณ์แค่เห็นธีร์กำลังอึดอัดเฉยๆ ก็เลยเข้ามาช่วยเท่านั้นเอง” ธีร์พยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงที่ยังคงมีความลังเล “จริงหรอ ฉันว่าธีร์มองไม่เห็นเองมากกว่า ฉันเห็นนะ พี่นายณ์เขาคอยดูแลธีร์อยู่ตลอด ใครเห็นก็รู้ว่าเขามีใจให้ธีร์น่ะ” มายด์มองธีร์ด้วยสายตาที่รู้ทัน คำพูดของมายด์ทำให้ธีร์หน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย “ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ พี่นายณ์เป็นคนเอาใจใส่คนเก่งอยู่แล้ว เขาก็ดูแลธีร์ในฐานะน้องชายคนนึงเท่านั้นแหละครับ” ธีร์ยังคงยืนยันในสิ่งที่ตัวเองคิด แม้ในใจจะมีความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายได้ยาก “งั้นหรอ ธีร์ชอบพี่นนท์ใช่ไหมล่ะ สายตาที่นายมองพี่นนท์น่ะ หวานซึ้งขนาดนั้น” แพรวายิ้มมุมปาก คำพูดทำให้ธีร์ยิ่งเขินอาย “ธีร์แสดงออกขนาดนั้นเลยหรอครับ” ธีร์ก้มหน้าพูดเสียงเบา มายด์มองธีร์ด้วยความเข้าใจ “แต่ฉันมองว่าธีร์เป็นคนซื่อตรงดีนะ การแสดงออกว่าชอบใครมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดหรอก แต่ถ้าเราชอบคนที่เขาไม่ได้ชอบเราแล้วละเลยคนที่เขาสนใจเรา นายอาจจะเสียใจทีหลังนะ” “.....” ธีร์เงียบไปครู่หนึ่ง ครุ่นคิดถึงสิ่งที่เพื่อนพูด แพรวาและมายด์เห็นความอึดอัดของธีร์ จึงตัดสินใจเปลี่ยนบรรยากาศ “พวกเราเห็นธีร์เป็นเพื่อนนะ ก็เลยอยากบอกในฐานะเพื่อน พวกเราจะคอยติดตามธีร์ผ่านช่องยูทูป เพราะเราสองคนเป็นแฟนคลับของธีร์ยังไงล่ะ” แพรวาพูดเสียงใส พยายามคลี่คลายความอึดอัดที่เกิดขึ้น “ขอบคุณนะครับ งั้นมาถ่ายรูปกันไหม” ธีร์เสนอ “ได้สิ” มายด์ตอบรับทันที ทั้งสามคนยืนเบียดกันถ่ายรูป นนท์ที่ยืนมองอยู่ห่างๆยิ้มบางๆ ถือกล้องคอยเก็บภาพบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความผูกพันของเพื่อนเอาไว้จากระยะไกล แสงแดดอ่อนๆ ยามสายสาดส่องลงมา ทำให้ภาพที่ออกมาดูอบอุ่นมาก ตกเย็น… ทริปเดินทางสิ้นสุดลงเมื่อทุกคนก้าวเท้ากลับมาถึงจุดเริ่มต้น แม้ว่าร่างกายจะรู้สึกหนักอึ้งอ่อนล้าจากการเดินไกล กล้ามเนื้อตึงตัวจากการก้าวเท้าตลอดวัน แต่ความเหนื่อยล้านั้นกลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกเต็มอิ่มในใจ รอยยิ้มยังคงติดบนใบหน้าของธีร์และเพื่อนใหม่ทุกคน ไม่มีความรู้สึกแปลกหน้าหลงเหลืออยู่อีกต่อไป กลับมีความผูกพันเล็กๆ ที่ก่อตัวขึ้นระหว่างการผจญภัยร่วมกัน ภาพทิวทัศน์ที่ผ่านตา เหตุการณ์สนุกๆ และช่วงเวลาที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน กลายเป็นความทรงจำที่ฝังแน่น ทำให้ทุกคนรู้สึกว่าทริปครั้งนี้มีคุณค่ามากกว่าแค่เดินทางไปยังที่แห่งหนึ่งเท่านั้น… ณ.ที่พัก. ระยะทางจากอุทยานกลับมายังที่พักใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง แต่ด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินเขา ธีร์ก็เผลอหลับซบไหล่นายณ์ที่นั่งอยู่ข้างๆ เมื่อรถตู้จอดเทียบหน้าห้องพัก นายณ์ค่อยๆ เขย่าตัวธีร์เบาๆ “นี่…ถึงที่พักแล้ว ตื่นได้แล้ว” “ถึงแล้วหรอครับ” ธีร์สะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย พร้อมหันหน้ามองไปนอกหน้าต่างรถ “น้ำลายไหลลงโดนชุดฉันแล้วเนี้ย” นายณ์พูดแหย่ขึ้นทันที “พี่นายณ์! ธีร์ไม่ได้แย่ขนาดนั้นนะ” ธีร์รีบประท้วงเบาๆ ทำให้นายณ์หัวเราะออกมาอย่างสนุกที่ได้แกล้งคนตรงหน้าให้หงุดหงิดได้ หลังจากทุกคนลงจากรถ นนท์ก็พูดขึ้น “ธีร์ไปอาบน้ำก่อนเลย จะได้พักผ่อนเร็วๆด้วย ท่าทางคงจะเหนื่อยมาก” “ธีร์ก่อนหรอครับ?” ธีร์ถามอย่างลังเล “จะไปไม่ไป งั้นฉันไปอาบก่อนนะ” นายณ์แกล้งพูดขึ้นพร้อมยืนเท้าเอวมองต่ำไปที่คนตัวเล็กตรงหน้า “ไปสิครับ!!” ธีร์รีบตอบรับและวิ่งเข้าห้องพักไปทันที ทิ้งให้นายณ์กับนนท์ยืนอยู่ด้วยกันสองคน “ข้อเท้าเป็นไงบ้าง” นนท์ถามขึ้น เพราะนายณ์เคยมาขอยาแก้ปวดไปทาน “ดีขึ้นแล้ว” “กลับไปให้หมอดูหน่อยก็ดีนะ” นนท์แนะนำอย่างเป็นห่วง ยังไงนายณ์ก็เป็นน้องชายตน “ได้ๆ อย่าบอกธีร์ก็พอ” นายณ์รีบพูด นนท์พยักหน้ารับ เขากำลังมองออกว่านายณ์เริ่มจะชอบธีร์ขึ้นมาแล้ว ทั้งที่รู้แบบนั้นนนท์ก็ทำเป็นไม่สนใจ แม้ความรู้สึกเจ็บปวดในอกจะผุดขึ้นมา และยังสับสนในตัวเอง แต่ก็พยายามทำตัวให้เป็นปกติ พลางคิดว่าไม่ใช่เรื่องของตน.. เช้าวันต่อมา อากาศยังคงเย็นสบายในยามเช้า ทุกคนเตรียมของที่จะขนขึ้นรถตู้เพื่อที่จะเดินทางกลับ หนุ่มน้อยหน้าหวานรู้สึกไม่สบายตัวเอาซะเลย ครั่นเนื้อครั่นตัวเป็นสัญญาณเตือนว่ากำลังจะป่วย ธีร์กัดฟันเก็บอาการไว้ พยายามช่วยนายณ์กับนนท์ขนสัมภาระขึ้นรถตู้ด้วยความขมักเขม้น แม้ว่าจะรู้สึกอ่อนแรงและหายใจหอบถี่ แต่ธีร์ก็ยังคงฝืนทำตัวให้เป็นปกติที่สุด หลังจากยกของขึ้นรถเสร็จ นนท์ก็เดินเข้ามาหาธีร์ด้วยความเป็นห่วง “ธีร์เป็นอะไรหรือเปล่า ดูหน้าแดงๆนะ” ด้วยความที่ธีร์เป็นคนผิวขาว จึงสังเกตเห็นความผิดปกติได้ง่าย “ธีร์แค่ร้อนนิดหน่อยครับ ไม่ได้เป็นอะไร” หนุ่มน้อยพยายามกลบเกลื่อน ไม่อยากให้นนท์มองว่าตัวเองอ่อนแอ หรือเป็นภาระให้กับใคร นนท์อยากจะเอื้อมมือไปแตะหน้าผากของธีร์เพื่อความแน่ใจ แต่เขาก็ชะงักไปเสียก่อน “งั้นก็ขึ้นไปนั่งตากแอร์ในรถก่อนเลยก็ได้ เดี๋ยวรถก็จะออกแล้ว” นนท์เปลี่ยนเป็นบอกให้ธีร์พักผ่อนในรถแทน “ครับ” ธีร์รับคำแล้วรีบก้าวขึ้นไปนั่งรอในรถทันที ทิ้งให้ความกังวลของนนท์ยังคงค้างอยู่ ไม่นานนัก นายณ์ก็ก้าวขึ้นรถมา เห็นธีร์นั่งสวมหมอนรองคอกำลังหลับเอนศีรษะพิงหน้าต่างของรถ นายณ์จึงเลือกที่จะไม่ปลุก นั่งลงข้างๆธีร์เหมือนเช่นเคย ก่อนจะค่อยๆดึงผ้าห่มที่เลื่อนหลุดลงไปกองอยู่ที่ตักของธีร์ขึ้นมาห่มให้อย่างเบามือ ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะตื่น 2 ชั่วโมงผ่านไป ในรถ … รถออกตัวเดินทางมาอย่างราบรื่น คนขับรถก็ขอแวะเข้าห้องน้ำที่ปั๊มน้ำมันข้างทาง ทันทีที่รถจอดสนิท นนท์ก็ก้าวลงจากรถเพื่อไปซื้อเครื่องดื่มและของกินไว้ทานระหว่างทาง ทำให้ในรถตู้เหลือเพียงนายณ์กับธีร์สองคน ในความเงียบ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ยังคงทำงานเบาๆ นายณ์เหลือบมองใบหน้าของธีร์ที่ยังคงหลับใหลอยู่ จึงอดไม่ได้ที่จะอมยิ้มให้กับภาพนั้น “ธีร์ จะลงไปเข้าห้องน้ำหน่อยไหม” นายณ์สะกิดธีร์เบาๆ “หื้อ…ธีร์หนาว~” เสียงของธีร์ที่เอ่ยออกมา อ่อนแรงและสั่นเครือ ทำให้นายณ์รู้สึกถึงความผิดปกติเกิดขึ้น นายณ์รีบจับตัวธีร์ให้หันมาหาตน แล้วก็ตกใจจนแทบหยุดหายใจ ผิวหน้าที่เคยขาวอมชมพู กลับเปลี่ยนเป็นสีชมพูอมแดง ดวงตาที่เคยสดใส ตอนนี้อ่อนล้าจนแทบจะปิดลง “ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ!” นายณ์อุทานด้วยความตกใจ รีบยกมือขึ้นแตะหน้าผากของธีร์ รับรู้ได้ถึงความร้อนราวกับมีไฟสุมอยู่ “ตัวร้อนมากเลย” นายณ์กล่าวด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความเป็นห่วง พร้อมโอบร่างของธีร์เอาไว้แน่น ธีร์เองก็ซบหน้าแนบกับแผงอกหนาของนายณ์ เลื่อนมือทั้งสองข้างกอดเอวของนายณ์ไว้แน่นเพื่อหาความอบอุ่นให้ตัวเอง ไม่นานนัก ประตูรถก็เปิดออก นนท์ก้าวขึ้นมา แต่ก็ต้องหยุดชะงักด้วยความตกใจเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ที่ทั้งสองคนกำลังกอดกันกลม นายณ์รีบหันไปหานนท์อย่างร้อนใจ “ตกใจอะไรเล่า ธีร์ไม่สบาย ตัวร้อนมาก ต้องรีบพาไปหาหมอก่อน” นนท์รีบก้าวขึ้นมาบนรถ เอื้อมมือไปแตะหน้าผากของธีร์ที่หลับตาพริ้มไม่ได้สติอยู่ในอ้อมแขนของนายณ์ ความกังวลฉายชัดในแววตาเช่นกัน “ก็ว่าทำไมหน้าแดงๆ แถวนี้เป็นในเมืองน่าจะหาโรงพยาบาลไม่ยาก” แล้วคนขับรถก็เดินเข้ามานั่งประจำที่คนขับ “พี่ครับช่วยพาไปโรงพยาบาลใกล้ๆ หน่อยได้ไหมครับ น้องผมไม่สบาย ตัวร้อนมากเลย” นนท์รีบพูดกับคนขับรถทันที “ครับ ได้ครับ” คนขับรถตอบรับอย่างรวดเร็ว นนท์ก้าวลงจากที่นั่งด้านหลัง แล้วเปิดประตูมานั่งข้างคนขับแทน ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาในใจ เขาโทษตัวเอง หากตอนนั้นเขากล้าตัดสินใจแตะตัววัดไข้ธีร์ตั้งแต่แรก ธีร์ก็คงไม่ต้องมามีอาการหนักถึงขนาดนี้ ร้อนใจอยากมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดโดยเร็ว ณ.โรงพยาบาล ในที่สุด รถตู้ก็เลี้ยวเข้ามาจอดเทียบที่หน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล นายณ์รีบเปิดประตูลงจากรถทันที โดยที่ยังคงอุ้มร่างของธีร์ที่อ่อนแรงไว้ในอ้อมแขน นนท์รีบวิ่งไปตามพยาบาลพร้อมแจ้งอาการของธีร์อย่างเร่งรีบ “คนไข้เป็นอะไรมาครับ” บุรุษพยาบาลเอ่ยถามทันที “น้องผมไม่สบาย ตัวร้อนมากครับ”❤️30% :💚50% “พี่เห็นกระแสชคู่จิ้นในโซเชียลแล้วใช่ไหม” ธีร์ถามขึ้นด้วยท่าทางเขินอายที่ยังคงเหลือ “อือ… เห็นแล้ว” “ทำไมพี่ไม่บอกธีร์ล่ะ” นายณ์ถอนหายใจเบาๆ สายตาเหลือบมองไปทางอื่น “ก็นายชอบไอ้นนท์อยู่นี่ ฉันเลยกลัวว่าถ้าพูดขึ้นมา นายจะรู้สึกอึดอัดหรือจิตตกจนหายป่วยช้าน่ะสิ” เมื่อได้ยินแบบนั้น ธีร์ก็ขมวดคิ้วแสดงความไม่เห็นด้วย “ธีร์ไม่ใช่คนแบบนั้นนะ ใครมันจะอยากป่วยนานๆละครับ” “แคร์ความรู้สึกไอ้นนท์มากหรอ แล้ว…มันนึกถึงความรู้สึกของนายบ้างไหม” นายณ์หยุดไปชั่วขณะ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้น “แต่ฉันชอบนะ ที่ธีร์เป็นคนเข้มแข็ง ไม่บ่น ไม่เรียกร้อง ไม่คอยเซ้าซี้จนรำคาญ… ไม่รู้ไอ้นนท์มันคิดยังไง ถึงมองข้ามคนแบบนี้ไปได้” คำพูดสุดท้ายทำให้ธีร์เงยหน้ามองตรงเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายทันที พร้อมความรู้สึกที่พลุ่งพล่านขึ้นมาในอก “งั้น… พี่นายณ์ชอบธีร์หรอครับ” นายณ์ตกใจอึ้งไปเล็กน้อยกับคำถามที่ตรงไปตรงมา ด้วยใบหน้าใสซื่อของธีร์ “มะ… ไม่ใช่ชอบแบบนั้นครับ! ธีร์หมายถึง
❤️40% : 💚40% วันต่อมา ในที่สุด ธีร์ก็ได้ออกจากโรงพยาบาล นายณ์จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ทั้งสองเดินทางกลับทันที นายณ์เรียกรถไปลงสนามบินของจังหวัดนั้น เพื่อให้ถึงบ้านโดยเร็วที่สุด สนามบิน…. โถงรับผู้โดยสารขาเข้า ประตูทางออกเปิดออกสู่ห้องโถงกว้างที่เต็มไปด้วยผู้คนเดินพลุกพล่าน เสียงประกาศ เสียงรถเข็น และเสียงพูดคุยดังก้องสะท้อนไปทั่ว ท่ามกลางแสงไฟสว่างจ้าที่สาดส่องลงบนพื้นกระเบื้องขัดเงา นายณ์เดินนำหน้าเล็กน้อย มือข้างหนึ่งลากกระเป๋าเดินทางขนาดกลางอย่างคล่องแคล่ว ท่ามกลางฝูงชน ทั้งคู่แต่งกายเรียบง่ายแต่ดูสะอาดตาเข้ากับบุคลิกของตนเอง นายณ์ใช้สายตาเหลือบมองคนน้องที่เดินอยู่ข้างๆไม่ให้คาดสายตา ในใจยังพะวงในอาการป่วยที่ยังต้องคอยดูอาการต่อ ระหว่างนั้น ก็มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ ท่าทางเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและยินดี พวกเขาคือแฟนคลับที่บังเอิญเจอกับทั้งคู่พอดี นายณ์มองด้วยความประหลาดใจ ธีร์ก็ตกใจจนชะงักเท้า นายณ์ขยับตัวเข้าโอบไหล่ธีร์มาชิดราวกับสร้างเกราะป้องกันโดยไม่รีรอ รู้ดีว่าคนน้องไม่คุ้
❤️50% : 💚30% นนท์บอกพยาบาลด้วยน้ำเสียงร้อนรน พยาบาลสองคนรีบเข็นเตียงฉุกเฉินเข้ามา นายณ์ค่อยๆวางธีร์ลงบนเตียงอย่างระมัดระวัง ก่อนจะถอยออกมาเล็กน้อย มองตามร่างของธีร์ที่ถูกเข็นเข้าไปในห้องตรวจด้วยความเป็นห่วง นายณ์ยืนนิ่งอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน มือยังคงกำแน่น นนท์เดินเข้ามาตบไหล่เบาๆ เป็นเชิงให้กำลังใจ “ถึงมือหมอแล้ว เดี๋ยวก็ดีขึ้น” นนท์พูดพยายามปลอบ แต่แววตาฉายความกังวลไม่แพ้กัน หลังจากรอคอยด้วยความกระวนกระวายอยู่พักใหญ่ ประตูห้องตรวจก็เปิดออก คุณหมอเดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง นายณ์และนนท์รีบก้าวเข้าไปหาทันที “คุณหมอครับ ธีร์เป็นยังไงบ้างครับ” นายณ์ถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความกังวล คุณหมอมองทั้งสองคนแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่ม “เบื้องต้น น้องมีไข้สูงมากจากการติดเชื้อไวรัสบางอย่างครับ แต่ยังไม่รุนแรงมากนักนะครับ” นายณ์ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเล็กน้อย แต่ก็ยังคงมีความกังวลอยู่ “แต่เพื่อความปลอดภัยและให้แน่ใจว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ผมแนะนำให้คนไข้นอนพักดูอาการที่โรงพย
❤️50% : 💚20%"ธีร์ เป็นอะไรไปน่ะ?”นายณ์ถามขึ้น น้ำเสียงอ่อนโยนและเป็นห่วง "หูมันอื้อๆครับพี่นายณ์ ไม่รู้เป็นอะไร" ธีร์ตอบตามตรง ด้วยความกังวลนายณ์ขำออกมาเบาๆ เขาค่อยๆยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาขนาบแนบมือของธีร์ที่ปิดหูอยู่ พร้อมกับโน้มตัวลงมาให้ใบหน้าของเขาอยู่ในระดับเดียวกันกับธีร์"ไม่ต้องตกใจนะ ที่ธีร์หูอื้อแบบนี้ ก็เพราะว่าตอนนี้เราอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลมากไง อากาศมันเบาบางลง ก็เลยมีอาการหูอื้อได้ง่าย ไม่เป็นอะไรมากหรอก"ธีร์มองลึกเข้าใปในดวงตาของนายณ์ รับรู้ได้ถึงความจริงใจและความใส่ใจที่นายณ์มีให้ ทำให้ความกังวลในใจของธีร์ค่อยๆจางหายธีร์คลายมือที่ปิดหูออกช้าๆ ใบหน้าของคลายความตึงเครียดลง เผยรอยยิ้มบางๆที่มุมปาก"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง" ธีร์พึมพำ "ขอบคุณมากครับพี่นายณ์ ธีร์นึกว่าจะเป็นอะไรไปซะแล้ว""ไม่เป็นไรหรอก แค่ปรับตัวสักพักก็หายแล้ว" นายณ์ยังคงยิ้มอย่างอบอุ่นทั้งสองคนยืนมองวิวพระอาทิตย์ตกดินด้วยกัน บรรยากาศรอบตัวอบอุ่นขึ้น ภายใต้อุณหภูมิอากาศที่ลดลงต่ำ ความรู้สึกดีๆที่ก่อตัวขึ้นระหว่างทั้งสองคน ธีร์รู้สึกขอบคุณที่มีนายณ์อยู่ด้วย แ
❤️60% : 💚10%ฝนเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ จนทุกคนต้องเร่งฝีเท้าเพื่อไปยังจุดพักที่เจ้าหน้าที่ได้แจ้งไว้ นายณ์เดินขนาบข้างธีร์เพื่อคอยประคองไม่ให้ธีร์ลื่นจากทางเดินที่มีน้ำไหลลงมาและเพื่อกันสองคนที่คอยตามจีบธีร์แจอีกด้วย“เดินระวังกันด้วยนะครับ แถวนี้ค่อนข้างลื่นมาก เดี๋ยวก็ถึงจุดพักแล้ว” ไกด์นำทางตะโกนมาจากข้างหน้า เป็นห่วงสวัสดิภาพของสมาชิกกลุ่มทุกคนธีร์เดินตามหลังนนท์ สายตาก็ไปสะดุดกับก้อนหินก้อนใหญ่ที่ขวางทางอยู่ มันถูกน้ำฝนที่ไหลลงมาตามทางเดินเซาะจนหลวมเกือบจะหลุดออกจากเนินดิน และนนท์กำลังจะก้าวขึ้นไปเหยียบพอดี“พี่นนท์ ระวัง!!” จังหวะนั้น… ธีร์รีบก้าวเข้าไปตามสัญชาตญาณ ผลักร่างของนนท์ออกไปด้านข้าง ก่อนที่ฝ่าเท้าของนนท์จะสัมผัสกับหินก้อนนั้น ฝีเท้าทุกคนหยุดชะงักลง พร้อมกับสายตาที่จับจ้องมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนนท์ที่เซไปเล็กน้อยพยายามตั้งหลัก ก่อนจะหันกลับมามองธีร์ด้วยแววตาฉงนปนไม่เข้าใจ เขาไม่เห็นถึงอันตรายที่ธีร์กล่าวถึง และอดคิดไม่ได้ว่าธีร์อาจเพียงแค่ต้องการเรียกร้องความสนใจจากตนเท่านั้นสายตาธีร์ประสานเข้ากับนนท์ แต่สิ่งที่เขาพบกลับเป็น
❤️60% 💚10% ณ บ้านพักท่ามกลางธรรมชาติ ตอนเย็นที่ฟ้าเริ่มจะมืด รถตู้เคลื่อนตัวมาจอดสนิท ที่หน้าบ้านพักที่โอบล้อมไปด้วยขุนเขาและผืนป่า อากาศดูสดชื่นแตกต่างจากความวุ่นวายในเมืองลิบลับ “ธีร์ ตื่นเถอะ ถึงที่พักแล้ว” นายณ์เรียกธีร์เสียงเบา “ถึงแล้วหรอ…อ่ะ!...ขอโทษนะครับพี่นายณ์ ธีร์หลับไปนานเลย ขอโทษจริงๆครับ” ธีร์เอ่ยปากขอโทษด้วยน้ำเสียงเกรงใจ พลางลุกขึ้นนั่งเต็มตัว เป็นห่วงว่าเจ้าของตักนุ่มคงจะเมื่อยมากแน่ และไม่รู้ว่าเขาได้หลับบ้างหรือเปล่า นายณ์ยิ้มบาง ลูบผมธีร์เบาๆ “ไม่เป็นไรหรอกน่า ทีหลังก็ไม่ต้องเกรงใจมากนักก็ได้” เขาพูดพลางแกล้งหยอก “แต่หลังฉันชาไปหมดแล้วนะเนี่ย” “ถึงห้องแล้วเดี๋ยวธีร์นวดให้นะ ธีร์ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ” ธีร์ทำสีหน้าสำนึกผิด “ฮ่าๆๆๆ ฉันล้อเล่นน่ะ อย่าคิดมาก” รอยยิ้มของนายณ์ทำให้ธีร์สบายใจขึ้นเยอะ แต่ก็แอบรู้สึกผิดที่ตนเอาเปรียบนายณ์อยู่ดี ทั้งสามคนก้าวลงจากรถพลางบิดตัวคลายความเมื่อยล้า นายณ์ไม่รอช้ายกกล้องขึ้นมาเก็บภาพบรรยากาศรอบๆทันที ก่อนจะหันมาพูดคุยกับกล้องอย่างเป็นกันเอง “สวัสดีครับทุกคน! ตอนนี้เราก็มาถึงที่พักของเราในคืนนี้แล้วนะครับ เป
![นายบำเรอของมาเฟีย [Mpreg]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






![10 Years ago [10 ปีที่แอบรัก] (BL- Mpreg)](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)