LOGIN❤️60% : 💚10%
ฝนเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ จนทุกคนต้องเร่งฝีเท้าเพื่อไปยังจุดพักที่เจ้าหน้าที่ได้แจ้งไว้ นายณ์เดินขนาบข้างธีร์เพื่อคอยประคองไม่ให้ธีร์ลื่นจากทางเดินที่มีน้ำไหลลงมาและเพื่อกันสองคนที่คอยตามจีบธีร์แจอีกด้วย “เดินระวังกันด้วยนะครับ แถวนี้ค่อนข้างลื่นมาก เดี๋ยวก็ถึงจุดพักแล้ว” ไกด์นำทางตะโกนมาจากข้างหน้า เป็นห่วงสวัสดิภาพของสมาชิกกลุ่มทุกคน ธีร์เดินตามหลังนนท์ สายตาก็ไปสะดุดกับก้อนหินก้อนใหญ่ที่ขวางทางอยู่ มันถูกน้ำฝนที่ไหลลงมาตามทางเดินเซาะจนหลวมเกือบจะหลุดออกจากเนินดิน และนนท์กำลังจะก้าวขึ้นไปเหยียบพอดี “พี่นนท์ ระวัง!!” จังหวะนั้น… ธีร์รีบก้าวเข้าไปตามสัญชาตญาณ ผลักร่างของนนท์ออกไปด้านข้าง ก่อนที่ฝ่าเท้าของนนท์จะสัมผัสกับหินก้อนนั้น ฝีเท้าทุกคนหยุดชะงักลง พร้อมกับสายตาที่จับจ้องมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นนท์ที่เซไปเล็กน้อยพยายามตั้งหลัก ก่อนจะหันกลับมามองธีร์ด้วยแววตาฉงนปนไม่เข้าใจ เขาไม่เห็นถึงอันตรายที่ธีร์กล่าวถึง และอดคิดไม่ได้ว่าธีร์อาจเพียงแค่ต้องการเรียกร้องความสนใจจากตนเท่านั้น สายตาธีร์ประสานเข้ากับนนท์ แต่สิ่งที่เขาพบกลับเป็นเพียงแววตาที่ไม่พอใจส่งกลับมา หัวใจของธีร์หล่นวูบลงไปกองที่ตาตุ่ม ความรู้สึกเจ็บปวดและน้อยใจถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็ว “มีอะไรหรอธีร์” นายณ์เดินรีบเดินเข้ามาข้างๆถามขึ้น “คือว่า…” ธีร์หันมาหานายณ์กำลังจะอธิบาย “ธีร์ระวัง!!!” เสียงก้องตะโกนดังขึ้น ธีร์หันมองต้นเสียง ก้องชี้นิ้วไปที่ก้อนหินที่ธีร์เห็นเมื่อกี้ มันถูกน้ำฝนเซาะจนหลุดจากเนินดิน กำลังจะกลิ้งไหลลงมาตามทางน้ำซึ่งเป็นจุดที่ธีร์ยืนอยู่พอดี พลั่ก!! นายณ์มองตามมือก้องจึงได้รู้สาเหตุ ออกแรงผลักธีร์ไปอีกทาง ก้องรีบก้าวเข้ามาประคองตัวธีร์ไว้ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ลื่นล้ม กึก...!! "อึก!" ก้อนหินใหญ่เท่าลูกฟุตบอลชนเข้ากับข้อเท้าของนายณ์เต็มแรง ทุกสายตาในกลุ่มเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกปนเป็นห่วง ภาพทั้งหมดก็ชัดเจนในความคิดของนนท์ เขาเพิ่งตระหนักว่าก้อนหินที่กลิ้งลงมานั้น คือก้อนเดียวกับที่เขากำลังจะเหยียบเมื่อครู่ การกระทำของธีร์ที่ผลักเขาออกไป ไม่ใช่การเรียกร้องความสนใจอย่างที่เขาเข้าใจผิดไป แต่เป็นการช่วยป้องกันไม่ให้เขาล้มลง ทว่าความเข้าใจที่สายเกินไปนี้ กลับมาพร้อมกับความรู้สึกผิดในใจที่ไม่อาจลบล้างได้ "พี่นายณ์!!" เสียงร้องด้วยความเป็นห่วงดังขึ้นจากธีร์ เขารีบผละออกจากก้อง วิ่งตรงเข้าไปหานายณ์ทันที สายตาจับจ้องไปยังคนที่เพิ่งช่วยตนไว้ด้วยความกังวล “พี่เป็นไงบ้าง เจ็บมากไหม!” ธีร์จับแขนทั้งสองข้างของนายณ์เอ่ยถามอย่างรนรานด้วยความเป็นห่วง นายณ์ที่ยังคงยืนทรงตัวอยู่ หันมายิ้มให้ธีร์อย่างอ่อนโยน เพื่อให้คนตรงหน้าคลายความกังวล แม้ว่าข้อเท้าที่โดนหินกระแทกจะส่งสัญญาณความเจ็บปวด เขาก็พยายามเก็บอาการไว้ "ฉันไม่เป็นไร ไม่ได้ชนแรงขนาดนั้นหรอก" นายณ์พยายามพูดเสียงให้ปกติที่สุด ก่อนจะขยับเท้าเล็กน้อย หินก้อนนั้นกลิ้งตกลงไปในหลุมดินที่มีน้ำขังอยู่พอดี "พี่นายณ์ช่วยธีร์ไว้อีกแล้ว ขอบคุณนะครับ" ธีร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงซาบซึ้งปนรู้สึกผิด "ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว" นายณ์ยกมือขึ้นลูบหัวธีร์ พร้อมยิ้มตอบอย่างอ่อนโยน ดวงตาฉายแววเอ็นดูธีร์อย่างปิดไม่มิด ขบวนเดินต่ออีกไม่กี่เมตร ก็มาถึงจุดพักที่ 1 มีผ้าใบกางคลุมไว้พักและหลบฝน 3-4 หลัง บรรยากาศภายในป่าทึบเริ่มมืดครึ้มลง เมื่อก้อนเมฆสีเทาปกคลุมบดบังแสงแดด อากาศก็เย็นฉ่ำขึ้นจนรู้สึกถึงความหนาวเหน็บ ชวนให้ขนลุกซู่ยิ่งกว่าเดิม นนท์เดินเข้ามาหาธีร์ที่กำลังนั่งพักอยู่ข้างๆนายณ์ เอื้อมมือยื่นขวดน้ำดื่มให้ “เอาน้ำไหม” “ขอบคุณครับ” ธีร์รับขวดน้ำมา พลางก้มหน้าหลบสายตาของนนท์ “เมื่อกี้ขอบคุณนะ ฉันไม่เห็นว่าหินมันไม่มั่นคง ถ้าไม่ได้นาย ฉันคงล้มไปแล้วจริงๆ ขอบคุณอีกครั้ง” นนท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจ “ไม่เป็นไรเลยครับ พี่ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว” ธีร์ตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางๆ ขณะนั้นเอง มายด์ก็เดินเข้ามาหานายณ์ด้วยสีหน้ากังวล “ขอโทษนะคะ พี่นายณ์ พี่พอจะทราบเรื่องกล้องดีใช่ไหมคะ กล้องของมายด์มันโดนน้ำแล้วตอนนี้เปิดไม่ติดเลยค่ะ ทั้งๆที่เป็นรุ่นกันน้ำแท้ๆ รบกวนช่วยดูให้หน่อยได้ไหมคะ” “ได้สิครับ” นายณ์ตอบรับพร้อมรอยยิ้มบางๆ “ขอบคุณนะคะ ตัวนี้ค่ะ” มายด์ยื่นกล้องให้นายณ์ “งั้นเราไปดูตรงนู้นดีกว่าครับ ตรงนี้มันมืดเกินไปหน่อย ผมมองไม่ชัด” นายณ์เสนอ ก่อนจะลุกเดินนำไปที่สว่างกว่า เขาเปิดให้โอกาศธีร์ได้อยู่กับนนท์ตามลำพัง แม้ว่าในใจจะรู้สึกเจ็บขึ้นมาก็ตาม ความเงียบปกคลุมระหว่างพวกเขาทั้งสอง ธีร์ไม่รู้จะเอ่ยอะไร จึงได้แต่นั่งก้มหน้ามองขวดน้ำที่กำอยู่ในมือ เสียงฝนเม็ดใหญ่ตกกระทบผ้าใบสีฟ้าดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณ “ธีร์ เมื่อกี้ผมแอบถ่ายรูปตอนคุณเผลอไว้ อยากดูไหมครับ” เสียงก้องที่เขาเดินเข้ามาพูดขึ้นทำลายความเงียบ ธีร์ที่ไม่ได้อยากพูดคุยกับก้องมากนัก จึงลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปถามนนท์ที่นั่งอยู่ข้างๆแทน “อ่อ…อ่ะ…พี่นนท์ มีอะไรจะคุยกับธีร์อีกไหมครับ?” ในใจแอบหวังลึกๆ ว่านนท์จะรั้งตนไว้ “อ่อ…ไม่มีแล้ว” นนท์ตอบพร้อมกับเปิดฝาขวดน้ำยกดื่ม ก่อนจะหันหน้าหนีไปทางอื่น ทำให้ธีร์รู้สึกผิดหวังบีบหัวใจ ก้องย่อตัวลงนั่งข้างๆ แล้วเปิดจอกล้องให้ธีร์ดู พยายามช่วยคุยอย่างเป็นกันเอง “ผมว่ารูปนี้ธีร์ดูดีมากเลยนะ ดูเป็นธรรมชาติสุดๆ” แม้จะมีคำชมดังอยู่ข้างหู ธีร์ก็ยังมองรูปนั้นด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในอก เพียงฝืนยิ้มแห้งๆ ตอบกลับไปตามมารยาท ไม่นานนัก เม็ดฝนที่โปรยปรายก็หยุดลง ท้องฟ้าที่เคยครึ้มกลับเปิดโล่ง เผยให้เห็นแสงแดดอ่อนๆสาดส่องลงมา ทุกคนต่างรู้สึกสดชื่นขึ้น และก็ออกเดินทางกันต่อ หลังจากเดินมาได้ไม่นาน ทัศนียภาพรอบตัวก็เปลี่ยนไป รอบตัวเป็นพื้นที่โล่ง มองเห็นภูเขาและป่าทึบเบื้องล่าง แสงแดดสาดส่องลงบนผืนหญ้าที่มีหยดน้ำของฝนเมื่อครู่ตกค้างอยู่ ทำให้รู้สึกสดชื่น แม้ว่าเนื้อตัวจะมีความอับชื้นอยู่บ้างแต่พอได้เห็นภาพทิวทัศน์ตรงหน้า ก็พลันลืมเลือนความอึดอัดทั้งหมดไปทันที ระหว่างทาง เสียงพูดคุยหยอกล้ออย่างสนุกสนานดังขึ้นเป็นระยะๆ บรรยากาศกลับมาคึกคักอีกครั้ง มายด์และแพรวา เดินเข้ามาหาธีร์ที่กำลังเดินอยู่ไม่ไกลนัก พวกเธอชวนเขาคุยอย่างเป็นกันเอง "ธีร์... นนท์เขาชอบผู้หญิงแบบไหนเหรอ?" แพรวาเอ่ยถามพลางส่งยิ้มหวาน "เอ่อ... เรื่องรสนิยมของพี่นนท์น่ะเหรอ" ธีร์เริ่มพูด พลางเหล่มองไปทางนนท์ที่กำลังเดินนำหน้าไปไกลพอสมควร "ผมก็ไม่รู้หรอกครับ เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น” ธีร์พึ่งมานึกถึงความสัมพันธ์กับนนท์ ซึ่งก็ไม่ได้สนิทกันเท่าที่ควร เพราะเหมือนนนท์จะตั้งกำแพงกับตนตลอด ความอึดอัดและความเจ็บปวดก่อขึ้นในใจอีกครั้ง "แล้วนายณ์ล่ะ? เขาเคยมีแฟนหรือยัง? ชอบผู้หญิงสไตล์ไหนเป็นพิเศษรึเปล่า?" มายด์เสริมทันที ธีร์พยายามนึกหาคำตอบที่ปลอดภัยที่สุด ถ้าจะบอกว่าไม่สนิทก็คงไม่มีใครเชื่อแน่ "เรื่องนั้นผมก็ไม่รู้หรอกครับ ผมพึ่งมาร่วมทีมได้ไม่นาน ถึงเราจะดูสนิทกัน แต่ก็เป็นแค่เรื่องงานเท่านั้น ไม่ค่อยได้คุยเรื่องส่วนตัวเท่าไหร่น่ะครับ” ธีร์เหลือบมองไปทางนายณ์ที่ตอนนี้กำลังหันกลับมามองตนพอดี ทำให้ธีร์ต้องรีบหลบสายตา มายด์สังเกตเห็นท่าทีของธีร์ เธอจึงลองถามต่อ "แล้วธีร์ล่ะ ชอบใครเป็นพิเศษรึเปล่า?" คำถามนี้ทำเอาธีร์แทบสำลักน้ำลาย "ผม... ผมขอตั้งใจทำงานอย่างเดียวดีกว่าครับ" ธีร์รีบปฏิเสธ ก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่อง "ว่าแต่... เราใกล้ถึงจุดกางเต้นรึยังครับ? ผมเริ่มเหนื่อยแล้ว” ความอึดอัดใจของธีร์ ทำให้มายด์และแพรวาแอบมองหน้ากันอย่างมีเลศนัย แต่ก็ยังคงยิ้มแย้มต่อไป ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทันใดนั้น เสียงหัวเราะสดใสของก้องและวินก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พวกเขาเดินเข้ามาหาธีร์ด้วยท่าทีร่าเริง "ธีร์ พวกเรากำลังจะทำคอนเทนต์เต้นกัน อยากชวนธีร์มาแจมด้วย มาทำด้วยกันนะ" ก้องเอ่ยเรียกพลางตบแขนธีร์เบาๆ "ใช่ๆ เพลงมันกำลังฮิตเลย มาเต้นด้วยกันสนุกๆ ถ่ายลงโซเชียลกัน!” วินเสริมพลางยื่นโทรศัพท์ที่เปิดแอปพลิเคชันวิดีโออยู่แล้วยื่นให้ธีร์ดู ธีร์มองไปที่โทรศัพท์ในมือวิน แววตาดูสนุกและสนใจ เห็นว่ามันเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ปลดปล่อยความตึงเครียดจากการพูดคุยเมื่อครู่ "เต้นเหรอ?" ธีร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มกว้าง "น่าสนุกดีนะ เอาสิ!" “มายด์กับแพรวาก็มาสนุกด้วยกันสิ” ก้องหันไปพูดกับอีกสองคนที่ทำหน้าสนใจไม่แพ้กัน “ได้เลย สนุกแน่ๆ!" มายด์ตะโกน "งั้นเราถ่ายมาด้วยนะ!" แพรวาเสริม ก้องกับวินยิ้มกว้าง พวกเขารีบดึงธีร์ไปยังบริเวณที่โล่งกว้างมองเห็นวิวภูเขาและผืนป่า เพื่อเริ่มถ่ายทำวิดีโอคอนเทนต์ ท่ามกลางบรรยากาศที่กลับมาสดใสและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะอีกครั้ง นายณ์ที่ถือกล้องวิดีโอในมือจับภาพความสนุกสนานของทุกคนที่กำลังเต้นอย่างสุดเหวี่ยง เสียงเพลงผสมผสานกับเสียงหัวเราะของสมาชิกคนอื่นๆ เวลานั้น สายตาของนายณ์จับจ้องที่ธีร์เพียงคนเดียว มองรอยยิ้มที่สดใสของธีร์ที่เป็นธรรมชาติ การเคลื่อนไหวที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานของธีร์ ทำให้หัวใจของนายณ์อบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด นายณ์ชอบที่จะเห็นเห็นธีร์ยิ้มอย่างมีความสุขแบบนี้ ด้วยหัวใจที่หวังดีของเขา ณ.จุดกางเต้นท์ ในที่สุดทุกคนก็เดินทางมาถึงจุดกางเต็นท์ที่เตรียมไว้ สัมภาระของแต่ละคนเรียงรายวางอย่างเป็นระเบียบ โดยฝีมือของลูกหาบที่ขนขึ้นมาให้ก่อนหน้านี้ เมื่อมาถึง ทุกคนก็ทรุดตัวลงนั่งพักเหนื่อย ดื่มน้ำและเครื่องดื่มเกลือแร่ที่เตรียมมา ก่อนจะเริ่มทยอยกางเต็นท์ของตัวเอง บรรยากาศเต็มไปด้วยความรู้สึกของการได้พักผ่อนหลังจากเดินเท้ามานาน แต่ก็แฝงไปด้วยความตื่นเต้นที่จะได้ใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติในค่ำคืนนี้ เพื่อประหยัดงบในการขนส่ง นนท์จึงจัดแจงเอาเต็นท์หลังใหญ่มาหลังเดียว นนท์กับนายณ์ช่วยกันช่วยกางเต็นท์อย่างคล่องแคล่ว ธีร์เป็นลูกมือคอยส่งอุปกรณ์และช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ หลังจากที่เต็นท์ตั้งตระหง่านเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็มารวมตัวกันเพื่อทานอาหารที่เตรียมมา นายณ์ก็ไม่ลืมที่จะหยิบกล้องวิดีโอขึ้นมาถ่ายคลิปวิดีโอเก็บภาพบรรยากาศไปด้วย "ธีร์ เมื่อกี้ตอนเต้นนี่น่ารักมากเลยนะ เหมือนเป็ดเลย" นายณ์พูดพลางยื่นกล้องไปทางธีร์ ทำเอาธีร์หน้าแดงเล็กน้อย "พี่สิเป็ด! ก็ธีร์ไม่เคยเต้นเพลงนี้นี่นา" ธีร์ก้มหน้าลงเล็กน้อย ความร้อนเริ่มผุดขึ้นที่ใบหน้า "ฮ่าๆๆๆๆ น่ารักดีออก" นายณ์ยิ้มกวนๆ "คนดูต้องชอบแน่ ฉันถ่ายเก็บไว้ทุกช็อตเลย" “น่าอาย…! จะบอกให้โชตัดทิ้งให้หมด” ธีร์รีบโวยวาย “ช๊อตเด็ดแบบนี้ถ้าตัดออก เพื่อนร่วมทริปคงเสียใจแย่ ตัดออกไม่ได้หรอกนะ~” นายณ์ยิ้มหยอกล้อธีร์ "ไว้พี่ทำตัวเปิ่นๆ ธีร์ก็จะถ่ายเก็บไว้บ้าง เอาให้พี่อายไปเลย!" ธีร์สวนกลับเล็กน้อย พยายามกลบเกลื่อนความเขินของตัวเอง นนท์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ได้แต่หัวเราะเบาๆ กับบทสนทนาของทั้งสองคน บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น ภายใต้เต็นท์หลังเดียวกัน เมื่อพระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลงสู่ขอบฟ้า ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มอมแดงสะท้อนกับผืนป่าเบื้องล่าง ทุกคนที่ทำกิจกรรมส่วนตัวกันเสร็จแล้ว ก็ทยอยเดินออกมาที่จุดชมวิวเพื่อบันทึกภาพความงามยามเย็น ลมเริ่มพัดแรงขึ้น พาเอาความเย็นสบายมาแตะต้องผิว ธีร์ยืนหันหน้าออกไปหาวิวสวยเบื้องหน้า สูดลมหายใจเข้าลึกๆ มุมปากยกยิ้มด้วยความสุขพร้อมหลับตาลง ปล่อยใจให้ซึมซับอากาศอันสดชื่น แต่แล้วจู่ๆ ธีร์ก็รู้สึกเหมือนหูจะอื้อขึ้นมาอย่างกะทันหัน ธีร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ยกมือขึ้นมาปิดหูทั้งสองข้างทันที นายณ์ที่กำลังยืนถ่ายรูปอยู่ไม่ไกลนัก สังเกตเห็นอาการของคนน้อง จึงเดินตรงไปหาทันที "ธีร์ เป็นอะไรไปน่ะ?"❤️30% :💚50% “พี่เห็นกระแสชคู่จิ้นในโซเชียลแล้วใช่ไหม” ธีร์ถามขึ้นด้วยท่าทางเขินอายที่ยังคงเหลือ “อือ… เห็นแล้ว” “ทำไมพี่ไม่บอกธีร์ล่ะ” นายณ์ถอนหายใจเบาๆ สายตาเหลือบมองไปทางอื่น “ก็นายชอบไอ้นนท์อยู่นี่ ฉันเลยกลัวว่าถ้าพูดขึ้นมา นายจะรู้สึกอึดอัดหรือจิตตกจนหายป่วยช้าน่ะสิ” เมื่อได้ยินแบบนั้น ธีร์ก็ขมวดคิ้วแสดงความไม่เห็นด้วย “ธีร์ไม่ใช่คนแบบนั้นนะ ใครมันจะอยากป่วยนานๆละครับ” “แคร์ความรู้สึกไอ้นนท์มากหรอ แล้ว…มันนึกถึงความรู้สึกของนายบ้างไหม” นายณ์หยุดไปชั่วขณะ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้น “แต่ฉันชอบนะ ที่ธีร์เป็นคนเข้มแข็ง ไม่บ่น ไม่เรียกร้อง ไม่คอยเซ้าซี้จนรำคาญ… ไม่รู้ไอ้นนท์มันคิดยังไง ถึงมองข้ามคนแบบนี้ไปได้” คำพูดสุดท้ายทำให้ธีร์เงยหน้ามองตรงเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายทันที พร้อมความรู้สึกที่พลุ่งพล่านขึ้นมาในอก “งั้น… พี่นายณ์ชอบธีร์หรอครับ” นายณ์ตกใจอึ้งไปเล็กน้อยกับคำถามที่ตรงไปตรงมา ด้วยใบหน้าใสซื่อของธีร์ “มะ… ไม่ใช่ชอบแบบนั้นครับ! ธีร์หมายถึง
❤️40% : 💚40% วันต่อมา ในที่สุด ธีร์ก็ได้ออกจากโรงพยาบาล นายณ์จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ทั้งสองเดินทางกลับทันที นายณ์เรียกรถไปลงสนามบินของจังหวัดนั้น เพื่อให้ถึงบ้านโดยเร็วที่สุด สนามบิน…. โถงรับผู้โดยสารขาเข้า ประตูทางออกเปิดออกสู่ห้องโถงกว้างที่เต็มไปด้วยผู้คนเดินพลุกพล่าน เสียงประกาศ เสียงรถเข็น และเสียงพูดคุยดังก้องสะท้อนไปทั่ว ท่ามกลางแสงไฟสว่างจ้าที่สาดส่องลงบนพื้นกระเบื้องขัดเงา นายณ์เดินนำหน้าเล็กน้อย มือข้างหนึ่งลากกระเป๋าเดินทางขนาดกลางอย่างคล่องแคล่ว ท่ามกลางฝูงชน ทั้งคู่แต่งกายเรียบง่ายแต่ดูสะอาดตาเข้ากับบุคลิกของตนเอง นายณ์ใช้สายตาเหลือบมองคนน้องที่เดินอยู่ข้างๆไม่ให้คาดสายตา ในใจยังพะวงในอาการป่วยที่ยังต้องคอยดูอาการต่อ ระหว่างนั้น ก็มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ ท่าทางเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและยินดี พวกเขาคือแฟนคลับที่บังเอิญเจอกับทั้งคู่พอดี นายณ์มองด้วยความประหลาดใจ ธีร์ก็ตกใจจนชะงักเท้า นายณ์ขยับตัวเข้าโอบไหล่ธีร์มาชิดราวกับสร้างเกราะป้องกันโดยไม่รีรอ รู้ดีว่าคนน้องไม่คุ้
❤️50% : 💚30% นนท์บอกพยาบาลด้วยน้ำเสียงร้อนรน พยาบาลสองคนรีบเข็นเตียงฉุกเฉินเข้ามา นายณ์ค่อยๆวางธีร์ลงบนเตียงอย่างระมัดระวัง ก่อนจะถอยออกมาเล็กน้อย มองตามร่างของธีร์ที่ถูกเข็นเข้าไปในห้องตรวจด้วยความเป็นห่วง นายณ์ยืนนิ่งอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน มือยังคงกำแน่น นนท์เดินเข้ามาตบไหล่เบาๆ เป็นเชิงให้กำลังใจ “ถึงมือหมอแล้ว เดี๋ยวก็ดีขึ้น” นนท์พูดพยายามปลอบ แต่แววตาฉายความกังวลไม่แพ้กัน หลังจากรอคอยด้วยความกระวนกระวายอยู่พักใหญ่ ประตูห้องตรวจก็เปิดออก คุณหมอเดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง นายณ์และนนท์รีบก้าวเข้าไปหาทันที “คุณหมอครับ ธีร์เป็นยังไงบ้างครับ” นายณ์ถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวังและความกังวล คุณหมอมองทั้งสองคนแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่ม “เบื้องต้น น้องมีไข้สูงมากจากการติดเชื้อไวรัสบางอย่างครับ แต่ยังไม่รุนแรงมากนักนะครับ” นายณ์ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเล็กน้อย แต่ก็ยังคงมีความกังวลอยู่ “แต่เพื่อความปลอดภัยและให้แน่ใจว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ผมแนะนำให้คนไข้นอนพักดูอาการที่โรงพย
❤️50% : 💚20%"ธีร์ เป็นอะไรไปน่ะ?”นายณ์ถามขึ้น น้ำเสียงอ่อนโยนและเป็นห่วง "หูมันอื้อๆครับพี่นายณ์ ไม่รู้เป็นอะไร" ธีร์ตอบตามตรง ด้วยความกังวลนายณ์ขำออกมาเบาๆ เขาค่อยๆยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาขนาบแนบมือของธีร์ที่ปิดหูอยู่ พร้อมกับโน้มตัวลงมาให้ใบหน้าของเขาอยู่ในระดับเดียวกันกับธีร์"ไม่ต้องตกใจนะ ที่ธีร์หูอื้อแบบนี้ ก็เพราะว่าตอนนี้เราอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลมากไง อากาศมันเบาบางลง ก็เลยมีอาการหูอื้อได้ง่าย ไม่เป็นอะไรมากหรอก"ธีร์มองลึกเข้าใปในดวงตาของนายณ์ รับรู้ได้ถึงความจริงใจและความใส่ใจที่นายณ์มีให้ ทำให้ความกังวลในใจของธีร์ค่อยๆจางหายธีร์คลายมือที่ปิดหูออกช้าๆ ใบหน้าของคลายความตึงเครียดลง เผยรอยยิ้มบางๆที่มุมปาก"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง" ธีร์พึมพำ "ขอบคุณมากครับพี่นายณ์ ธีร์นึกว่าจะเป็นอะไรไปซะแล้ว""ไม่เป็นไรหรอก แค่ปรับตัวสักพักก็หายแล้ว" นายณ์ยังคงยิ้มอย่างอบอุ่นทั้งสองคนยืนมองวิวพระอาทิตย์ตกดินด้วยกัน บรรยากาศรอบตัวอบอุ่นขึ้น ภายใต้อุณหภูมิอากาศที่ลดลงต่ำ ความรู้สึกดีๆที่ก่อตัวขึ้นระหว่างทั้งสองคน ธีร์รู้สึกขอบคุณที่มีนายณ์อยู่ด้วย แ
❤️60% : 💚10%ฝนเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ จนทุกคนต้องเร่งฝีเท้าเพื่อไปยังจุดพักที่เจ้าหน้าที่ได้แจ้งไว้ นายณ์เดินขนาบข้างธีร์เพื่อคอยประคองไม่ให้ธีร์ลื่นจากทางเดินที่มีน้ำไหลลงมาและเพื่อกันสองคนที่คอยตามจีบธีร์แจอีกด้วย“เดินระวังกันด้วยนะครับ แถวนี้ค่อนข้างลื่นมาก เดี๋ยวก็ถึงจุดพักแล้ว” ไกด์นำทางตะโกนมาจากข้างหน้า เป็นห่วงสวัสดิภาพของสมาชิกกลุ่มทุกคนธีร์เดินตามหลังนนท์ สายตาก็ไปสะดุดกับก้อนหินก้อนใหญ่ที่ขวางทางอยู่ มันถูกน้ำฝนที่ไหลลงมาตามทางเดินเซาะจนหลวมเกือบจะหลุดออกจากเนินดิน และนนท์กำลังจะก้าวขึ้นไปเหยียบพอดี“พี่นนท์ ระวัง!!” จังหวะนั้น… ธีร์รีบก้าวเข้าไปตามสัญชาตญาณ ผลักร่างของนนท์ออกไปด้านข้าง ก่อนที่ฝ่าเท้าของนนท์จะสัมผัสกับหินก้อนนั้น ฝีเท้าทุกคนหยุดชะงักลง พร้อมกับสายตาที่จับจ้องมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนนท์ที่เซไปเล็กน้อยพยายามตั้งหลัก ก่อนจะหันกลับมามองธีร์ด้วยแววตาฉงนปนไม่เข้าใจ เขาไม่เห็นถึงอันตรายที่ธีร์กล่าวถึง และอดคิดไม่ได้ว่าธีร์อาจเพียงแค่ต้องการเรียกร้องความสนใจจากตนเท่านั้นสายตาธีร์ประสานเข้ากับนนท์ แต่สิ่งที่เขาพบกลับเป็น
❤️60% 💚10% ณ บ้านพักท่ามกลางธรรมชาติ ตอนเย็นที่ฟ้าเริ่มจะมืด รถตู้เคลื่อนตัวมาจอดสนิท ที่หน้าบ้านพักที่โอบล้อมไปด้วยขุนเขาและผืนป่า อากาศดูสดชื่นแตกต่างจากความวุ่นวายในเมืองลิบลับ “ธีร์ ตื่นเถอะ ถึงที่พักแล้ว” นายณ์เรียกธีร์เสียงเบา “ถึงแล้วหรอ…อ่ะ!...ขอโทษนะครับพี่นายณ์ ธีร์หลับไปนานเลย ขอโทษจริงๆครับ” ธีร์เอ่ยปากขอโทษด้วยน้ำเสียงเกรงใจ พลางลุกขึ้นนั่งเต็มตัว เป็นห่วงว่าเจ้าของตักนุ่มคงจะเมื่อยมากแน่ และไม่รู้ว่าเขาได้หลับบ้างหรือเปล่า นายณ์ยิ้มบาง ลูบผมธีร์เบาๆ “ไม่เป็นไรหรอกน่า ทีหลังก็ไม่ต้องเกรงใจมากนักก็ได้” เขาพูดพลางแกล้งหยอก “แต่หลังฉันชาไปหมดแล้วนะเนี่ย” “ถึงห้องแล้วเดี๋ยวธีร์นวดให้นะ ธีร์ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ” ธีร์ทำสีหน้าสำนึกผิด “ฮ่าๆๆๆ ฉันล้อเล่นน่ะ อย่าคิดมาก” รอยยิ้มของนายณ์ทำให้ธีร์สบายใจขึ้นเยอะ แต่ก็แอบรู้สึกผิดที่ตนเอาเปรียบนายณ์อยู่ดี ทั้งสามคนก้าวลงจากรถพลางบิดตัวคลายความเมื่อยล้า นายณ์ไม่รอช้ายกกล้องขึ้นมาเก็บภาพบรรยากาศรอบๆทันที ก่อนจะหันมาพูดคุยกับกล้องอย่างเป็นกันเอง “สวัสดีครับทุกคน! ตอนนี้เราก็มาถึงที่พักของเราในคืนนี้แล้วนะครับ เป







