Share

อย่าดื้อ

last update Tanggal publikasi: 2025-10-04 18:39:57

ลู่เป่ยเปียนหยิบซองเอกสารขึ้นมาเปิด ภายในซองเอกสารมีรูปคนชายวัยกลางคนหนึ่ง นั่นก็คือหัวหน้าตระกูลไป่ที่เขาต้องไปสังหาร หลังจากคืนนั้นนี่ก็ผ่านมาสามวัน เขาสืบข้อมูลของหัวหน้าตระกูลไป่ว่าไปที่ไหนมาบ้าง เกี่ยวข้องกับใคร มีบอดี้การ์ดเท่าไร ซึ่งได้ข้อมูลมาว่าวันนี้หัวหน้าตระกูลไป่มีดินเนอร์บนเรือหรูกลางแม่น้ำเซี่ยงไฮ้ พร้อมกับบอดี้การ์ดยี่สิบคน ซึ่งเขาต้องจัดการสังหารทั้งหมด

เขาจัดการจองตั๋วเพื่อขึ้นไปบนเรือเรียบร้อยแล้ว ปกติเรือลำนี้ต้องจองก่อนล่วงหน้าเป็นเดือนแต่เขาใช้อำนาจเส้นสายของซีห่าวเพื่อให้การทำงานนั้นง่ายมากขึ้น เขามองเฟยหมิงนักฆ่าของซีห่าวอีกคนพวกเขาต้องทำงานร่วมกันในวันนี้ เขารอให้ถึงเวลาขึ้นไปบนเรือ นั่งรออยู่ร้านกาแฟใกล้ท่าเรือ เฟยหมิงเอาแต่เล่นโทรศัพท์จนอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าทำอะไรอยู่ แต่เขาไม่ได้ถามทำเพียงแต่จ้องมองเฟยหมิงจนเจ้าตัวรู้สึกตัว

“อะไรกันเป่ย นายคิดอะไรกับฉันปะเนี่ยมองกันขนาดนี้”

“...”

“โอเค มองฉันทำไม” เฟยหมิงละสายตาจากมือถือวางมันลงบนโต๊ะแล้วยกมือขึ้นมากอดอก

“นายไม่ควรเล่นโทรศัพท์เวลางาน”

“ฉันแค่เล่นไอจี”

“...”

“โอเคๆ ฉันไม่เล่นแล้วพ่อคนเย็นชา เลิกจ้องกันด้วยสายตาแบบนั้นได้แล้ว”

“ไอจีคืออะไร”

“ห้ะ นายไม่รู้จักไอจีเหรอ” เฟยหมิงทำสีหน้าตกใจ จากมือที่กอดอกยกขึ้นมาป้องปากแทน ตากลมสุกใสเบิกกว้าขึ้นก่อนจะทุบโต๊ะดังปั้ง

“…”

“เฮ้ เลิกทำหน้าเหม็นเบื่อที ฉันอธิบายให้ฟังก็ได้ มันเป็นแอพในมือถือน่ะไว้ลงรูปให้คนอื่นดู หรือจะเปิดไว้เป็นส่วนตัวก็ได้นะให้แค่คนรู้จักดู ลงสตอรี่ก็ได้ว่าวันนี้ไปทำอะไรมาบ้าง”

“อืม”

“นายอยากเล่นมันเหรอ” เป่ยเปียนนิ่งไปนิดแล้วส่ายหน้าตอบกลับไป เขาไม่ค่อยถ่ายรูปอะไรอยู่แล้ว อีกอย่างคนอย่างเขาคงไม่มีเวลาเล่นอะไรไร้สาระแบบนี้

“จริงๆ บางคนเปิดแอคไอจีเพื่อลงรูปอาหาร รูปสถานที่นะ ไม่จำเป็นต้องลงรูปคนเลย หรือจะลงรูปคนรักไว้ก็ได้โรแมนติกดีออก” เฟยหมิงพูดเสริม เป่ยเปียนใช้ความคิดก่อนพยักหน้ารับ เขาก้มมองดูนาฬิกาข้อมือใกล้ถึงเวลาที่ต้องไปที่เรือแล้ว ดูดกาแฟให้หมดแก้วแล้วลุกออกไป ทิ้งเฟยหมิงมึนงงแล้วรีบวิ่งตามเขามา

“รอด้วยสิเป่ย!”

ถึงเวลากลางคืนที่ควรจะเริ่มแผนการได้แล้ว ตอนนี้เขานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารบนเรือกับเฟยหมิง สายตาลอบมองไปที่เป้าหมายกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ มีบอดี้การ์ดล้อมรอบ เฟยหมิงลุกเดินไปหาเป้าหมายพร้อมแก้วไวน์ทำให้เขาต้องลุกเดินตามอยู่ห่างๆ เฟยหมิงทำท่าสะดุดขาตัวเองเอนเอียงเซไปชนบอดี้การ์ดคนหนึ่ง ไวน์องุ่นกลิ่นหอมหกใส่เสื้อของบอดี้การ์ดคนนั้น

“อุ้ย ขอโทษครับพอดีผมซุ่มซ่ามไปหน่อย ซุ่มซ่ามจนเอ่อ...น่าจะเผลอยิงโดนหัวคุณไป่” พูดจบเฟยหมิงก็ยิงหัวบอดี้การ์ดคนนั้นทิ้งทันที ทันใดนั้นเหตุการณ์ชุลมุนจึงเกิดขึ้น เมื่อผู้โดยสารทั้งหลายได้ยิงเสียงปืนต่างพากันตกใจบางคนวิ่งหนีไปตรงอื่น บางคนมุดลงไปใต้โต๊ะ เขาเห็นบอดี้การ์ดคนหนึ่งทำท่าจะยิงเฟยหมิง เฟยหมิงหลบกระสุนได้ทันท่วงทีเขาจึงยิงปืนไปที่ขมับและอกบอดี้การ์ดคนนั้นจนร่างทรุดลงไปนอนกองกับพื้น เขาวิ่งไปหันหลังชนกันกับเฟยหมิง บอดี้การ์ดพวกนั้นล้อมพวกเขาไว้เป็นวงกลม

ด้วยความที่หันหลังชนกันกับเพื่อนร่วมงานจึงโค้งตัวให้เฟยหมิงหันหลังขึ้นมาบนตัวเขาแล้วเขาก็หมุนตัวเป็นวงกลมให้เฟยหมิงสาดกระสุนไปทั่วโดนบอดี้การ์ดที่ล้อมรอบตัวพวกเขาไว้ หลังจากที่ปล่อยเฟยหมิงลง ก็แยกไปยิงบอดี้การ์ดที่เหลือ มีบอดี้การ์ดจากไหนไม่รู้มาล็อกคอเขาไว้ เขาแกะเข็มพิษจากกระดุมแขนเสื้อจิ้มไปที่แขนคนที่ล็อกคอเขาไว้ บอดี้การ์ดคนนั้นเป็นอัมพาตไปชั่วขณะเขาจึงใช้จังหวะนี้กลับหลังหันไปยิงที่หัวบอดี้การ์ดคนนั้น

หันไปมองเฟยหมิงถูกบอดี้การ์ดสามคนรุมล้อม เขาเปิดเสื้อสูทมาหยิบมีดสามเล่มปาไปที่ต้นคอสามคนนั้นอย่างละเล่ม มีดปักโดนเส้นเลือดใหญ่ที่คอเลือดสีแดงพุ่งกระฉูดในทันที เฟยหมิงพยักหน้าขอบคุณ

กวาดสายตามองหาผู้นำตระกูลไป่ กำลังวิ่งหนีไปกับบอดี้การ์ดอีกสามคน เขาวิ่งตามถือปืนยิงไล่หลังพลางหลบกระสุนที่ถูกยิงสวนลู่เป่ยเปียนหยิบซองเอกสารขึ้นมาเปิด ภายในซองเอกสารมีรูปคนชายวัยกลางคนหนึ่ง นั่นก็คือหัวหน้าตระกูลไป่ที่เขาต้องไปสังหาร หลังจากคืนนั้นนี่ก็ผ่านมาสามวัน เขาสืบข้อมูลของหัวหน้าตระกูลไป่ว่าไปที่ไหนมาบ้าง เกี่ยวข้องกับใคร มีบอดี้การ์ดเท่าไร ซึ่งได้ข้อมูลมาว่าวันนี้หัวหน้าตระกูลไป่มีดินเนอร์บนเรือหรูกลางแม่น้ำเซี่ยงไฮ้ พร้อมกับบอดี้การ์ดยี่สิบคน ซึ่งเขาต้องจัดการสังหารทั้งหมด

เขาจัดการจองตั๋วเพื่อขึ้นไปบนเรือเรียบร้อยแล้ว ปกติเรือลำนี้ต้องจองก่อนล่วงหน้าเป็นเดือนแต่เขาใช้อำนาจเส้นสายของซีห่าวเพื่อให้การทำงานนั้นง่ายมากขึ้น เขามองเฟยหมิงนักฆ่าของซีห่าวอีกคนพวกเขาต้องทำงานร่วมกันในวันนี้ เขารอให้ถึงเวลาขึ้นไปบนเรือ นั่งรออยู่ร้านกาแฟใกล้ท่าเรือ เฟยหมิงเอาแต่เล่นโทรศัพท์จนอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าทำอะไรอยู่ แต่เขาไม่ได้ถามทำเพียงแต่จ้องมองเฟยหมิงจนเจ้าตัวรู้สึกตัว

“อะไรกันเป่ย นายคิดอะไรกับฉันปะเนี่ยมองกันขนาดนี้”

“...”

“โอเค มองฉันทำไม” เฟยหมิงละสายตาจากมือถือวางมันลงบนโต๊ะแล้วยกมือขึ้นมากอดอก

“นายไม่ควรเล่นโทรศัพท์เวลางาน”

“ฉันแค่เล่นไอจี”

“...”

“โอเคๆ ฉันไม่เล่นแล้วพ่อคนเย็นชา เลิกจ้องกันด้วยสายตาแบบนั้นได้แล้ว”

“ไอจีคืออะไร”

“ห้ะ นายไม่รู้จักไอจีเหรอ” เฟยหมิงทำสีหน้าตกใจ จากมือที่กอดอกยกขึ้นมาป้องปากแทน ตากลมสุกใสเบิกกว้าขึ้นก่อนจะทุบโต๊ะดังปั้ง

“…”

“เฮ้ เลิกทำหน้าเหม็นเบื่อที ฉันอธิบายให้ฟังก็ได้ มันเป็นแอพในมือถือน่ะไว้ลงรูปให้คนอื่นดู หรือจะเปิดไว้เป็นส่วนตัวก็ได้นะให้แค่คนรู้จักดู ลงสตอรี่ก็ได้ว่าวันนี้ไปทำอะไรมาบ้าง”

“อืม”

“นายอยากเล่นมันเหรอ” เป่ยเปียนนิ่งไปนิดแล้วส่ายหน้าตอบกลับไป เขาไม่ค่อยถ่ายรูปอะไรอยู่แล้ว อีกอย่างคนอย่างเขาคงไม่มีเวลาเล่นอะไรไร้สาระแบบนี้

“จริงๆ บางคนเปิดแอคไอจีเพื่อลงรูปอาหาร รูปสถานที่นะ ไม่จำเป็นต้องลงรูปคนเลย หรือจะลงรูปคนรักไว้ก็ได้โรแมนติกดีออก” เฟยหมิงพูดเสริม เป่ยเปียนใช้ความคิดก่อนพยักหน้ารับ เขาก้มมองดูนาฬิกาข้อมือใกล้ถึงเวลาที่ต้องไปที่เรือแล้ว ดูดกาแฟให้หมดแก้วแล้วลุกออกไป ทิ้งเฟยหมิงมึนงงแล้วรีบวิ่งตามเขามา

“รอด้วยสิเป่ย!”

ถึงเวลากลางคืนที่ควรจะเริ่มแผนการได้แล้ว ตอนนี้เขานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารบนเรือกับเฟยหมิง สายตาลอบมองไปที่เป้าหมายกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ มีบอดี้การ์ดล้อมรอบ เฟยหมิงลุกเดินไปหาเป้าหมายพร้อมแก้วไวน์ทำให้เขาต้องลุกเดินตามอยู่ห่างๆ เฟยหมิงทำท่าสะดุดขาตัวเองเอนเอียงเซไปชนบอดี้การ์ดคนหนึ่ง ไวน์องุ่นกลิ่นหอมหกใส่เสื้อของบอดี้การ์ดคนนั้น

“อุ้ย ขอโทษครับพอดีผมซุ่มซ่ามไปหน่อย ซุ่มซ่ามจนเอ่อ...น่าจะเผลอยิงโดนหัวคุณไป่” พูดจบเฟยหมิงก็ยิงหัวบอดี้การ์ดคนนั้นทิ้งทันที ทันใดนั้นเหตุการณ์ชุลมุนจึงเกิดขึ้น เมื่อผู้โดยสารทั้งหลายได้ยิงเสียงปืนต่างพากันตกใจบางคนวิ่งหนีไปตรงอื่น บางคนมุดลงไปใต้โต๊ะ เขาเห็นบอดี้การ์ดคนหนึ่งทำท่าจะยิงเฟยหมิง เฟยหมิงหลบกระสุนได้ทันท่วงทีเขาจึงยิงปืนไปที่ขมับและอกบอดี้การ์ดคนนั้นจนร่างทรุดลงไปนอนกองกับพื้น เขาวิ่งไปหันหลังชนกันกับเฟยหมิง บอดี้การ์ดพวกนั้นล้อมพวกเขาไว้เป็นวงกลม

ด้วยความที่หันหลังชนกันกับเพื่อนร่วมงานจึงโค้งตัวให้เฟยหมิงหันหลังขึ้นมาบนตัวเขาแล้วเขาก็หมุนตัวเป็นวงกลมให้เฟยหมิงสาดกระสุนไปทั่วโดนบอดี้การ์ดที่ล้อมรอบตัวพวกเขาไว้ หลังจากที่ปล่อยเฟยหมิงลง ก็แยกไปยิงบอดี้การ์ดที่เหลือ มีบอดี้การ์ดจากไหนไม่รู้มาล็อกคอเขาไว้ เขาแกะเข็มพิษจากกระดุมแขนเสื้อจิ้มไปที่แขนคนที่ล็อกคอเขาไว้ บอดี้การ์ดคนนั้นเป็นอัมพาตไปชั่วขณะเขาจึงใช้จังหวะนี้กลับหลังหันไปยิงที่หัวบอดี้การ์ดคนนั้น

หันไปมองเฟยหมิงถูกบอดี้การ์ดสามคนรุมล้อม เขาเปิดเสื้อสูทมาหยิบมีดสามเล่มปาไปที่ต้นคอสามคนนั้นอย่างละเล่ม มีดปักโดนเส้นเลือดใหญ่ที่คอเลือดสีแดงพุ่งกระฉูดในทันที เฟยหมิงพยักหน้าขอบคุณ

กวาดสายตามองหาผู้นำตระกูลไป่ กำลังวิ่งหนีไปกับบอดี้การ์ดอีกสามคน เขาวิ่งตามถือปืนยิงไล่หลังพลางหลบกระสุนที่ถูกยิงสวนเข้ามาด้วย วิ่งไปถึงห้องโถงของเรือผู้โดยสารพากันหลบตามจุดต่างๆ เขามองไปที่เป้าหมายหลบอยู่หลังโต๊ะบาร์ มีบอดี้การ์ดสามคนยิงปืนใส่แล้วเดินมาทางเขา เขาม้วนตัวหลบกระสุนแล้วยิงสวนไป มีบอดี้การ์ดมาประชิดตัวเขาต่อยหมัดทำให้เขารีบหลบไปทางซ้าย ยกขาเตะเท้าอีกฝ่ายให้เสียหลักแล้วจัดการยิงปืนใส่ไปสามนัด ร่างนั้นนอนแน่นิ่งจมกองเลือด

เหลือบอดี้การ์ดอีกสองคนที่ยิงกระสุนใส่เขา เขาหลบอย่างชำนาญเปลี่ยนแม็กกระสุนแล้วยิงสวนไป เฟยหมิงวิ่งตามมาพอดีช่วยเขายิง เขาวิ่งไปล็อกบอดี้การ์ดคนนึงไว้เพื่อเป็นโล่กำบังขณะที่บอดี้การ์ดคนสุดท้ายยิงกระสุนใส่เขาทำให้บอดี้การ์ดคนนั้นโดนกระสุนปืนแทนเขา เหลือบอดี้การ์ดคนสุดท้ายเขาคว้าขวดไวน์ปาใส่หัวอีกฝ่ายแล้วยิงที่หัวหนึ่งนัดและอกอีกสองนัด เดินไปหลังบาร์เห็นผู้นำตระกูลไป่หลบอยู่ เล็งปืนไปที่ชายวัยกลางคนยังไม่ทันได้เหนี่ยวไกปืนอีกฝ่ายก็พูดขึ้นมาเสียก่อน

“ใครจ้างมา อย่าฆ่าฉันเลยฉันให้มากกว่านั้นห้าเท่า”

“ไม่ได้เกี่ยวกับเงิน มันเกี่ยวกับความซื่อสัตย์” พูดจบก็ยิงไปที่หน้าผากชายคนนั้นทันที...เป็นอันเสร็จงาน

“เคลียร์โต๊ะ” หันไปบอกเฟยหมิง เฟยหมิงรีบโทรติดต่อบริษัทกำจัดศพที่รอสแตนบายบนเรือไว้ทันที เขาติดต่อสมาชิกซีห่าวให้นำเรือเล็กมารับพวกเขาสองคน เมื่อเรือมาถึงก็รีบไปทันที

“วู้ วันนี้โครตสนุกเลยเป่ยตอนที่นายยกฉันขึ้นมาโครตเท่เลยรู้ปะ” เฟยหมิงตบมืออย่างชอบใจ

“…”

“พูดอะไรบ้างเถอะ ไม่งั้นฉันจะคิดว่านายเป็นใบ้แล้วนะ” เฟยหมิงขมวดคิ้ว แล้วเอาขายันขาเขาเบาๆ เขาผลักมันออกแล้วมองหน้าเพื่อนร่วมงานนิ่งๆ คนที่จะเอาขามาอยู่บนตัวเขาได้มีเพียงแค่สวีเยว่ซือเท่านั้น

“โว้วๆ อย่าส่งสายตาอาฆาตขนาดนั้น” เขาไม่ตอบอะไรหันหน้าออกไปมองผืนน้ำขณะเรือกำลังแล่น เขาอยากกลับไปนอนกอดแมวน้อยของเขาซะแล้วสิ แถมไม่รู้ด้วยว่ากลับไปจะโดนเยว่ซือทำอะไรบ้าง เพราะวีรกรรมเขาที่ทำกับเจ้าตัวนี่ไม่ใช่เล่นๆ เลย

เยว่ซือกำลังหงุดหงิด เขาหงุดหงิดมากใช้ให้เป่ยเปียนไปทำงานแต่นี่เข้าวันที่สี่แล้วเจ้าตัวก็ยังไม่โผล่มาสักที เขาอยากคิดบัญชีกับไอ้คนนิสัยไม่ดีที่กล้ามาท้าทายคนอย่างเขา คอยดูเถอะถ้าเจอหน้าจะอัดให้น่วมเลยข้อหาบังอาจมาแย่งชิงเอกราชเขาไป ยิ่งคิดยิ่งโมโหปาเอกสารทิ้งลงพื้นอย่างไม่ไยดี มองอะไรก็ขัดหูขัดตาไปหมด เบลโล่ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ให้เจ้านาย เขารับอารมณ์เจ้านายมาสี่วันแล้ว ไม่รู้ว่าเจ้านายเขาไปกินรังแตนที่ไหนมาเหมือนกัน ถึงได้ดูเหมือนโกรธใครมาไม่รู้หลายสิบชาติ

“เอ่อ นายท่านครับ”

“อะไร” ตอบเสียงห้วนจนเบลโล่สะดุ้ง นานๆ ทีเขาจะเห็นเจ้านายบันดาลโทสะขนาดนี้ ปกติเจ้านายเขามักจะทำหน้านิ่งไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา

“คือวันนี้ไปดูบ่อนหน่อยมั้ยครับ”

“เออ” เบลโล่โค้งหัวก่อนจะรีบออกจากห้อง ถ้าอยู่กับเจ้านายตอนท่านอารมณ์เป็นอย่างนี้มีหวังเขาหัวได้หลุดออกจากบ่าแน่นอน

เยว่ซือหยิบบุหรี่ขึ้นจุดสูบหวังจะคลายความขุ่นมัวที่เกิดขึ้นในอกที่กัดกินมาเป็นเวลาหลายวัน พ่นควันสีเทาให้ฟุ้งไปรอบบริเวณ บุหรี่กลิ่นมินต์ช่วยให้เขาผ่อนคลายมากขึ้น มองเอกสารที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นหยิบมันขึ้นมากลับมาวางบนโต๊ะ เขาต้องใจเย็นให้ได้มากกว่านี้ การที่คนเราโมโหจะทำให้ขาดสติ เขาจะต้องมีสติให้ได้มากที่สุด คิดได้ดังนั้นจึงออกจากห้องทำงานไปที่ห้องนอน หยิบเสื้อผ้าสำหรับไปคาสิโนวันนี้ แล้วเดินเข้าไปอาบน้ำให้รู้สึกดีขึ้น

“นายท่านครับข้างล่างมีคนทะเลาะกัน”

“พวกนายควบคุมกันเองไม่ได้รึไง”

“ขอโทษครับ”

“เดี๋ยวลงไป” เยว่ซือมาถึงคาสิโนแล้วเขาก็อยู่ในห้องทำงาน ไม่ค่อยมีคนมาทะเลาะในคาสิโนของเขานักเพราะรู้กิตติมศักดิ์ดีว่าถ้ามาทะเลาะกันในที่ของเขาจะเจอกับอะไร แต่นี่มีคนกล้ามาตีกันในคาสิโนของเขาคงเพราะเป็นลูกค้าใหม่ เขาลงไปข้างล่างเห็นคนกำลังต่อยตีกัน

“มึงโกงกูใช่มั้ยไอเหี้ย”

“มึงกากเองก็อย่ามาโทษกูสิวะ”

“หยุดเดี๋ยวนี้” เขาประกาศกร้าวเสียงดังทั้งคู่ชะงักแล้วหันมามองเขา คนนึงที่ถูกกระชากเสื้อหลบตาเขาส่วนคนที่กระชากเสื้ออีกฝ่ายหันมามองเขาอย่างท้าทายไม่เกรงกลัวเลยสักนิด

“มึงเป็นใครวะมาสั่ง”

“ฉันบอกให้หยุดไม่ใช่มายอกย้อน”

“คิดว่ามึงกลัวมึงเหรอ” เขาไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรหยิบปืนที่เหน็บจากข้างเอวขึ้นมายิงที่ขาของชายคนนั้นทันที

“โอ้ย ไอเหี้ยมึงเอาปืนเข้ามาได้ไงวะ เจ้าของบ่อนแม่งอยู่ไหนวะสัส”

“ปากดีนัก” เขามองด้วยสายตาเย็นยะเยือก ก่อนจะหันไปสั่งลูกน้องให้ลากไอ้คนเหิมเกริมออกไปนอกพื้นที่ของเขา แต่ไม่ทันจะได้ทำอะไรคนที่ถูกยิงก็ใช้แรงเฮือกสุดท้ายยกเก้าอี้ฟาดลงมาที่หัวเขาขณะเขากำลังหันหลังให้

“นายท่าน!” เบลโล่ตะโกนเสียงดังอย่างตกใจ ตายแน่ๆ เขาตายแน่ๆ เจ้านายเขาเจ็บตัว เขาคุ้มกันไม่ทัน

ปัง ปัง ปัง

สิ้นเสียงกระสุนปืน เลือดแดงฉานไหลนองเต็มพื้นที่ร่างไร้วิญญาณนอนแน่นิ่ง เขากุมหัวตัวเองปาดเลือดที่หัวออก ทันใดนั้นก็มีมือปริศนาคว้าเข้าที่มือเขา

“คุณเยว่!” หันไปตามเสียงเรียก พบคนที่ไม่ได้เจอเขาเป็นเวลาสี่วัน สีหน้าดูตกใจที่เห็นเขาเลือดอาบหัว ดึงเขามาสำรวจร่างกายว่าแผลตรงไหนอีกมั้ยก่อนจะลากเขาขึ้นไปห้องทำงาน

“นายจะลากฉันไปไหน”

“เงียบ” ยังบังอาจมาสั่งเขาอีก แต่อีกฝ่ายดูเหมือนจะโมโหอะไรมา นี่เขายังโกรธเป่ยเปียนอยู่นะ แล้วนี่อะไรอยู่ดีๆ มาลากเขา ดึงเขาไปนั่งที่โซฟาก่อนจะหยิบกล่องปฐมพยาบาลติดมือมาด้วย

“ฉันทำเองได้”

“อย่าดื้อได้มั้ยคุณเยว่”

“นายยังมีคดีติดตัวนะเป่ยเปียน”

“ให้ผมทำแผลให้คุณเสร็จก่อน คุณจะต่อยจะตีผมยังไงก็ได้”

“ไม่ต้องฉันทำเอง” คิดจะแย่งกล่องพยาบาลมาจัดการตัวเอง แต่อีกฝ่ายยื้อเอาไว้ทำสีหน้าดุๆ ใส่เขา เขาเบ้ปากมองบนใส่คนตัวสูงกว่า เป่ยเปียนใช้มือบีบปากเขา

“นิ่งๆ บอกว่าอย่าดื้อ” เขาใช้มือตีข้างที่บีบปากเขาอย่างแรง นี่เขาเป็นเจ้านายมันนะทำไมถึงทำตัวเป็นใหญ่กว่าเขาได้กัน

“ฉันไม่ได้ดื้อนะเป่ย!”

“ที่คุณทำอยู่เขาเรียกว่าดื้อ” เป่ยเปียนใช้มือข้างหนึ่งจับมือเขาไม่ให้ผลักเป่ยเปียนออก ใช้มืออีกข้างนำผ้ามากดแผลเพื่อหยุดเลือดเขาไว้

“เชี่ย เบาๆ ดิวะ” เขาสบถออกมา ทำไมมือมันหนักอย่างนี้วะ เขาฮึดฮัดแต่ก็ยอมอยู่เฉยๆ ให้อีกฝ่ายทำเพราะไม่งั้นเป่ยเปียนก็คงจะดึงดันทำอยู่ดี

“ขอโทษครับ”

“รีบๆ ทำดิ”

“ผมเคยบอกไปแล้วใช่มั้ยว่าถ้าไม่มีผมอยู่ผมขอให้คุณดูแลตัวเองดีๆ”

“ฉันดูแลตัวเองไม่ดีตรงไหน”

“ก็ตรงที่คุณทำให้ตัวเองเจ็บตัวอยู่แบบนี้ไงคุณเยว่”

“ฉันเคยพูดไปแล้วเหมือนกันว่าชีวิตฉันมันอันตรายมาทั้งชีวิต เจ็บตัวแค่นี้มันเป็นเรื่องปกติปะวะ”

“คุณควรจะไปหาหมอ” เมื่อสำรวจแผลเขา เช็ดทำความสะอาดแผลเรียบร้อยแล้ว ก็ฉุดรั้งให้เขายืนขึ้นเดินไปที่ประตู เขายื้อแขนไว้

“ไม่ไป”

“คุณเยว่ คุณก็โตแล้วนะทำไมดื้อเหมือนเด็กแบบนี้”

“ฉันไม่ได้เหมือนเด็ก!!”

“ผมบอกว่าให้ไปหาหมอ”

“ไม่ไง นายพูดไม่รู้เรื่องเหรอวะ”

“ผมเป็นห่วง” เป่ยเปียนพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล ถ้าเจ้านายเขาเป็นไฟเขาต้องเป็นน้ำให้อีกฝ่าย ถ้าไฟกับไฟมาเจอกันมันยิ่งทวีคูณความรุนแรงขึ้นไป

“ไม่ต้องมาเป็นห่วงฉัน หายหน้าหายตาไปหลายวัน หึ” ทำเสียงหึขึ้นจมูกบ่งบอกถึงความไม่พอใจ เป่ยเปียนส่ายหน้าน้อยๆ ด้วยความเหนื่อยใจ ทำไมเจ้านายของเขาพูดไม่รู้เรื่องแบบนี้นะ

“ผมไปทำงานคุณก็รู้”

“เออเรื่องของนาย”

“ทีนี้ไปหาหมอได้แล้วคุณเยว่ แผลคุณลึก”

“ไม่ไปไงวะ” เป่ยเปียนถอนหายใจ เขาชักหมดความอดทนกับเยว่ซือแล้วเขาจึงอุ้มเจ้านายพาดบ่า เดินลงไปด้านล่างสั่งให้เบลโล่เปิดประตูรถโดยบอกว่าจะพาเจ้านายไปโรงพยาบาล เบลโล่เห็นดังนั้นจึงทำตามเป่ยเปียนทันที เพราะเป็นห่วงเยว่ซือเหมือนกัน

ออกมาจากโรงพยาบาลหลังจากทำแผลเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขายังฉุนคนที่นั่งอยู่ข้างๆ อยู่ คิดว่าตัวเองเป็นใครกันตัดสินใจเองเสร็จสับแถมยัดเขาขึ้นมาบนรถโดยที่เขาไม่ได้ยินยอมสักนิด รถจอดหน้าคฤหาสน์เขาเดินลงมาจากรถ ชะงักไปนิดก่อนจะหันไปสั่งเป่ยเปียน

“ไปรอฉันที่ห้องทำงาน”

“ครับ”

ผลัวะ

หมัดหนึ่งหมัดถูกเข้าที่หน้าของเป่ยเปียน เขาหันไปตามแรงกระแทกและมีหมัดอีกหลายหมัดตามมากระทบที่ใบหน้าเขา เลือดไหลจากมุมปาก เขาไม่สวนหมัดกลับไปปล่อยให้เยว่ซือระบายความโกรธลงที่ร่างกายของเขา

“นายรู้ใช่มั้ยว่าฉันต่อยนายเพราะอะไร”

“ครับ”

“รู้แล้วก็จำใส่หัวเอาไว้ว่าอย่าทำอีก”

“ห้ามล่วงเกินคุณนั่นเป็นสิ่งที่ยากอยู่นะคุณเยว่”

“นาย!”

“ครับ”

“นายลืมเรื่องนั้นไปเลยนะไอ้ทุเรศ” เขาหายใจแรงๆ ระงับโทสะที่กำลังประทุ นึกแล้วอยากจะต่อยหน้าอีกฝ่ายอีกสักหลายๆ หมัด ไอ้หน้านิ่งๆ นั่นมันทำให้เขาหงุดหงิด เขาเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเป่ยเปียนบีบปลายคางให้หันมาสบตาเขา แต่เป่ยเปียนกลับไม่แสดงสีหน้าใดๆ ออกมา

“ฉันไม่ยอมให้นายทำแบบนั้นเป็นครั้งที่สองแน่ไอ้เวร”

“ครับ”

“เหอะ เออจะไปไหนก็ไป” เอ่ยปากไล่อีกฝ่าย เป่ยเปียนโค้งหัวให้ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง เขาหยิบบุหรี่ขึ้นจุดสูบ เขาสังเกตตัวเองว่าช่วงนี้เขาสูบบุหรี่จัดมากกว่าเดิม คิดได้ดังนั้นก็รีบดับบุหรี่ก่อนที่ปอดตัวเองจะพังไปมากกว่านี้ คว้าลูกอมรสหวานเข้าปากแล้วอ่านเอกสารที่ค้างไว้ต่อ

เข้ามาด้วย วิ่งไปถึงห้องโถงของเรือผู้โดยสารพากันหลบตามจุดต่างๆ เขามองไปที่เป้าหมายหลบอยู่หลังโต๊ะบาร์ มีบอดี้การ์ดสามคนยิงปืนใส่แล้วเดินมาทางเขา เขาม้วนตัวหลบกระสุนแล้วยิงสวนไป มีบอดี้การ์ดมาประชิดตัวเขาต่อยหมัดทำให้เขารีบหลบไปทางซ้าย ยกขาเตะเท้าอีกฝ่ายให้เสียหลักแล้วจัดการยิงปืนใส่ไปสามนัด ร่างนั้นนอนแน่นิ่งจมกองเลือด

เหลือบอดี้การ์ดอีกสองคนที่ยิงกระสุนใส่เขา เขาหลบอย่างชำนาญเปลี่ยนแม็กกระสุนแล้วยิงสวนไป เฟยหมิงวิ่งตามมาพอดีช่วยเขายิง เขาวิ่งไปล็อกบอดี้การ์ดคนนึงไว้เพื่อเป็นโล่กำบังขณะที่บอดี้การ์ดคนสุดท้ายยิงกระสุนใส่เขาทำให้บอดี้การ์ดคนนั้นโดนกระสุนปืนแทนเขา เหลือบอดี้การ์ดคนสุดท้ายเขาคว้าขวดไวน์ปาใส่หัวอีกฝ่ายแล้วยิงที่หัวหนึ่งนัดและอกอีกสองนัด เดินไปหลังบาร์เห็นผู้นำตระกูลไป่หลบอยู่ เล็งปืนไปที่ชายวัยกลางคนยังไม่ทันได้เหนี่ยวไกปืนอีกฝ่ายก็พูดขึ้นมาเสียก่อน

“ใครจ้างมา อย่าฆ่าฉันเลยฉันให้มากกว่านั้นห้าเท่า”

“ไม่ได้เกี่ยวกับเงิน มันเกี่ยวกับความซื่อสัตย์” พูดจบก็ยิงไปที่หน้าผากชายคนนั้นทันที...เป็นอันเสร็จงาน

“เคลียร์โต๊ะ” หันไปบอกเฟยหมิง เฟยหมิงรีบโทรติดต่อบริษัทกำจัดศพที่รอสแตนบายบนเรือไว้ทันที เขาติดต่อสมาชิกซีห่าวให้นำเรือเล็กมารับพวกเขาสองคน เมื่อเรือมาถึงก็รีบไปทันที

“วู้ วันนี้โครตสนุกเลยเป่ยตอนที่นายยกฉันขึ้นมาโครตเท่เลยรู้ปะ” เฟยหมิงตบมืออย่างชอบใจ

“…”

“พูดอะไรบ้างเถอะ ไม่งั้นฉันจะคิดว่านายเป็นใบ้แล้วนะ” เฟยหมิงขมวดคิ้ว แล้วเอาขายันขาเขาเบาๆ เขาผลักมันออกแล้วมองหน้าเพื่อนร่วมงานนิ่งๆ คนที่จะเอาขามาอยู่บนตัวเขาได้มีเพียงแค่สวีเยว่ซือเท่านั้น

“โว้วๆ อย่าส่งสายตาอาฆาตขนาดนั้น” เขาไม่ตอบอะไรหันหน้าออกไปมองผืนน้ำขณะเรือกำลังแล่น เขาอยากกลับไปนอนกอดแมวน้อยของเขาซะแล้วสิ แถมไม่รู้ด้วยว่ากลับไปจะโดนเยว่ซือทำอะไรบ้าง เพราะวีรกรรมเขาที่ทำกับเจ้าตัวนี่ไม่ใช่เล่นๆ เลย

เยว่ซือกำลังหงุดหงิด เขาหงุดหงิดมากใช้ให้เป่ยเปียนไปทำงานแต่นี่เข้าวันที่สี่แล้วเจ้าตัวก็ยังไม่โผล่มาสักที เขาอยากคิดบัญชีกับไอ้คนนิสัยไม่ดีที่กล้ามาท้าทายคนอย่างเขา คอยดูเถอะถ้าเจอหน้าจะอัดให้น่วมเลยข้อหาบังอาจมาแย่งชิงเอกราชเขาไป ยิ่งคิดยิ่งโมโหปาเอกสารทิ้งลงพื้นอย่างไม่ไยดี มองอะไรก็ขัดหูขัดตาไปหมด เบลโล่ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ให้เจ้านาย เขารับอารมณ์เจ้านายมาสี่วันแล้ว ไม่รู้ว่าเจ้านายเขาไปกินรังแตนที่ไหนมาเหมือนกัน ถึงได้ดูเหมือนโกรธใครมาไม่รู้หลายสิบชาติ

“เอ่อ นายท่านครับ”

“อะไร” ตอบเสียงห้วนจนเบลโล่สะดุ้ง นานๆ ทีเขาจะเห็นเจ้านายบันดาลโทสะขนาดนี้ ปกติเจ้านายเขามักจะทำหน้านิ่งไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา

“คือวันนี้ไปดูบ่อนหน่อยมั้ยครับ”

“เออ” เบลโล่โค้งหัวก่อนจะรีบออกจากห้อง ถ้าอยู่กับเจ้านายตอนท่านอารมณ์เป็นอย่างนี้มีหวังเขาหัวได้หลุดออกจากบ่าแน่นอน

เยว่ซือหยิบบุหรี่ขึ้นจุดสูบหวังจะคลายความขุ่นมัวที่เกิดขึ้นในอกที่กัดกินมาเป็นเวลาหลายวัน พ่นควันสีเทาให้ฟุ้งไปรอบบริเวณ บุหรี่กลิ่นมินต์ช่วยให้เขาผ่อนคลายมากขึ้น มองเอกสารที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นหยิบมันขึ้นมากลับมาวางบนโต๊ะ เขาต้องใจเย็นให้ได้มากกว่านี้ การที่คนเราโมโหจะทำให้ขาดสติ เขาจะต้องมีสติให้ได้มากที่สุด คิดได้ดังนั้นจึงออกจากห้องทำงานไปที่ห้องนอน หยิบเสื้อผ้าสำหรับไปคาสิโนวันนี้ แล้วเดินเข้าไปอาบน้ำให้รู้สึกดีขึ้น

“นายท่านครับข้างล่างมีคนทะเลาะกัน”

“พวกนายควบคุมกันเองไม่ได้รึไง”

“ขอโทษครับ”

“เดี๋ยวลงไป” เยว่ซือมาถึงคาสิโนแล้วเขาก็อยู่ในห้องทำงาน ไม่ค่อยมีคนมาทะเลาะในคาสิโนของเขานักเพราะรู้กิตติมศักดิ์ดีว่าถ้ามาทะเลาะกันในที่ของเขาจะเจอกับอะไร แต่นี่มีคนกล้ามาตีกันในคาสิโนของเขาคงเพราะเป็นลูกค้าใหม่ เขาลงไปข้างล่างเห็นคนกำลังต่อยตีกัน

“มึงโกงกูใช่มั้ยไอเหี้ย”

“มึงกากเองก็อย่ามาโทษกูสิวะ”

“หยุดเดี๋ยวนี้” เขาประกาศกร้าวเสียงดังทั้งคู่ชะงักแล้วหันมามองเขา คนนึงที่ถูกกระชากเสื้อหลบตาเขาส่วนคนที่กระชากเสื้ออีกฝ่ายหันมามองเขาอย่างท้าทายไม่เกรงกลัวเลยสักนิด

“มึงเป็นใครวะมาสั่ง”

“ฉันบอกให้หยุดไม่ใช่มายอกย้อน”

“คิดว่ามึงกลัวมึงเหรอ” เขาไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรหยิบปืนที่เหน็บจากข้างเอวขึ้นมายิงที่ขาของชายคนนั้นทันที

“โอ้ย ไอเหี้ยมึงเอาปืนเข้ามาได้ไงวะ เจ้าของบ่อนแม่งอยู่ไหนวะสัส”

“ปากดีนัก” เขามองด้วยสายตาเย็นยะเยือก ก่อนจะหันไปสั่งลูกน้องให้ลากไอ้คนเหิมเกริมออกไปนอกพื้นที่ของเขา แต่ไม่ทันจะได้ทำอะไรคนที่ถูกยิงก็ใช้แรงเฮือกสุดท้ายยกเก้าอี้ฟาดลงมาที่หัวเขาขณะเขากำลังหันหลังให้

“นายท่าน!” เบลโล่ตะโกนเสียงดังอย่างตกใจ ตายแน่ๆ เขาตายแน่ๆ เจ้านายเขาเจ็บตัว เขาคุ้มกันไม่ทัน

ปัง ปัง ปัง

สิ้นเสียงกระสุนปืน เลือดแดงฉานไหลนองเต็มพื้นที่ร่างไร้วิญญาณนอนแน่นิ่ง เขากุมหัวตัวเองปาดเลือดที่หัวออก ทันใดนั้นก็มีมือปริศนาคว้าเข้าที่มือเขา

“คุณเยว่!” หันไปตามเสียงเรียก พบคนที่ไม่ได้เจอเขาเป็นเวลาสี่วัน สีหน้าดูตกใจที่เห็นเขาเลือดอาบหัว ดึงเขามาสำรวจร่างกายว่าแผลตรงไหนอีกมั้ยก่อนจะลากเขาขึ้นไปห้องทำงาน

“นายจะลากฉันไปไหน”

“เงียบ” ยังบังอาจมาสั่งเขาอีก แต่อีกฝ่ายดูเหมือนจะโมโหอะไรมา นี่เขายังโกรธเป่ยเปียนอยู่นะ แล้วนี่อะไรอยู่ดีๆ มาลากเขา ดึงเขาไปนั่งที่โซฟาก่อนจะหยิบกล่องปฐมพยาบาลติดมือมาด้วย

“ฉันทำเองได้”

“อย่าดื้อได้มั้ยคุณเยว่”

“นายยังมีคดีติดตัวนะเป่ยเปียน”

“ให้ผมทำแผลให้คุณเสร็จก่อน คุณจะต่อยจะตีผมยังไงก็ได้”

“ไม่ต้องฉันทำเอง” คิดจะแย่งกล่องพยาบาลมาจัดการตัวเอง แต่อีกฝ่ายยื้อเอาไว้ทำสีหน้าดุๆ ใส่เขา เขาเบ้ปากมองบนใส่คนตัวสูงกว่า เป่ยเปียนใช้มือบีบปากเขา

“นิ่งๆ บอกว่าอย่าดื้อ” เขาใช้มือตีข้างที่บีบปากเขาอย่างแรง นี่เขาเป็นเจ้านายมันนะทำไมถึงทำตัวเป็นใหญ่กว่าเขาได้กัน

“ฉันไม่ได้ดื้อนะเป่ย!”

“ที่คุณทำอยู่เขาเรียกว่าดื้อ” เป่ยเปียนใช้มือข้างหนึ่งจับมือเขาไม่ให้ผลักเป่ยเปียนออก ใช้มืออีกข้างนำผ้ามากดแผลเพื่อหยุดเลือดเขาไว้

“เชี่ย เบาๆ ดิวะ” เขาสบถออกมา ทำไมมือมันหนักอย่างนี้วะ เขาฮึดฮัดแต่ก็ยอมอยู่เฉยๆ ให้อีกฝ่ายทำเพราะไม่งั้นเป่ยเปียนก็คงจะดึงดันทำอยู่ดี

“ขอโทษครับ”

“รีบๆ ทำดิ”

“ผมเคยบอกไปแล้วใช่มั้ยว่าถ้าไม่มีผมอยู่ผมขอให้คุณดูแลตัวเองดีๆ”

“ฉันดูแลตัวเองไม่ดีตรงไหน”

“ก็ตรงที่คุณทำให้ตัวเองเจ็บตัวอยู่แบบนี้ไงคุณเยว่”

“ฉันเคยพูดไปแล้วเหมือนกันว่าชีวิตฉันมันอันตรายมาทั้งชีวิต เจ็บตัวแค่นี้มันเป็นเรื่องปกติปะวะ”

“คุณควรจะไปหาหมอ” เมื่อสำรวจแผลเขา เช็ดทำความสะอาดแผลเรียบร้อยแล้ว ก็ฉุดรั้งให้เขายืนขึ้นเดินไปที่ประตู เขายื้อแขนไว้

“ไม่ไป”

“คุณเยว่ คุณก็โตแล้วนะทำไมดื้อเหมือนเด็กแบบนี้”

“ฉันไม่ได้เหมือนเด็ก!!”

“ผมบอกว่าให้ไปหาหมอ”

“ไม่ไง นายพูดไม่รู้เรื่องเหรอวะ”

“ผมเป็นห่วง” เป่ยเปียนพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล ถ้าเจ้านายเขาเป็นไฟเขาต้องเป็นน้ำให้อีกฝ่าย ถ้าไฟกับไฟมาเจอกันมันยิ่งทวีคูณความรุนแรงขึ้นไป

“ไม่ต้องมาเป็นห่วงฉัน หายหน้าหายตาไปหลายวัน หึ” ทำเสียงหึขึ้นจมูกบ่งบอกถึงความไม่พอใจ เป่ยเปียนส่ายหน้าน้อยๆ ด้วยความเหนื่อยใจ ทำไมเจ้านายของเขาพูดไม่รู้เรื่องแบบนี้นะ

“ผมไปทำงานคุณก็รู้”

“เออเรื่องของนาย”

“ทีนี้ไปหาหมอได้แล้วคุณเยว่ แผลคุณลึก”

“ไม่ไปไงวะ” เป่ยเปียนถอนหายใจ เขาชักหมดความอดทนกับเยว่ซือแล้วเขาจึงอุ้มเจ้านายพาดบ่า เดินลงไปด้านล่างสั่งให้เบลโล่เปิดประตูรถโดยบอกว่าจะพาเจ้านายไปโรงพยาบาล เบลโล่เห็นดังนั้นจึงทำตามเป่ยเปียนทันที เพราะเป็นห่วงเยว่ซือเหมือนกัน

ออกมาจากโรงพยาบาลหลังจากทำแผลเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขายังฉุนคนที่นั่งอยู่ข้างๆ อยู่ คิดว่าตัวเองเป็นใครกันตัดสินใจเองเสร็จสับแถมยัดเขาขึ้นมาบนรถโดยที่เขาไม่ได้ยินยอมสักนิด รถจอดหน้าคฤหาสน์เขาเดินลงมาจากรถ ชะงักไปนิดก่อนจะหันไปสั่งเป่ยเปียน

“ไปรอฉันที่ห้องทำงาน”

“ครับ”

ผลัวะ

หมัดหนึ่งหมัดถูกเข้าที่หน้าของเป่ยเปียน เขาหันไปตามแรงกระแทกและมีหมัดอีกหลายหมัดตามมากระทบที่ใบหน้าเขา เลือดไหลจากมุมปาก เขาไม่สวนหมัดกลับไปปล่อยให้เยว่ซือระบายความโกรธลงที่ร่างกายของเขา

“นายรู้ใช่มั้ยว่าฉันต่อยนายเพราะอะไร”

“ครับ”

“รู้แล้วก็จำใส่หัวเอาไว้ว่าอย่าทำอีก”

“ห้ามล่วงเกินคุณนั่นเป็นสิ่งที่ยากอยู่นะคุณเยว่”

“นาย!”

“ครับ”

“นายลืมเรื่องนั้นไปเลยนะไอ้ทุเรศ” เขาหายใจแรงๆ ระงับโทสะที่กำลังประทุ นึกแล้วอยากจะต่อยหน้าอีกฝ่ายอีกสักหลายๆ หมัด ไอ้หน้านิ่งๆ นั่นมันทำให้เขาหงุดหงิด เขาเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเป่ยเปียนบีบปลายคางให้หันมาสบตาเขา แต่เป่ยเปียนกลับไม่แสดงสีหน้าใดๆ ออกมา

“ฉันไม่ยอมให้นายทำแบบนั้นเป็นครั้งที่สองแน่ไอ้เวร”

“ครับ”

“เหอะ เออจะไปไหนก็ไป” เอ่ยปากไล่อีกฝ่าย เป่ยเปียนโค้งหัวให้ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง เขาหยิบบุหรี่ขึ้นจุดสูบ เขาสังเกตตัวเองว่าช่วงนี้เขาสูบบุหรี่จัดมากกว่าเดิม คิดได้ดังนั้นก็รีบดับบุหรี่ก่อนที่ปอดตัวเองจะพังไปมากกว่านี้ คว้าลูกอมรสหวานเข้าปากแล้วอ่านเอกสารที่ค้างไว้ต่อ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นักฆ่าของมาเฟีย NC BDSM   ลูกแมวน้อย

    เบลโล่เดินหน้ามุ่ยมาหาเจียอี เจียอีหลับตาปี๋เตรียมรอรับคำต่อว่า แต่ไม่มีคำพูดว่าร้ายออกมาจากปากของเบลโล่เลย เบลโล่คว้าถุงของใช้จากมือเจียอีมาถือเอง“คุณเบลเจียขอโทษ”“เฮ้อ ช่างมันเถอะ”“โกรธเจียไหม”เบลโล่มองใบหน้าหวานที่คลอไปด้วยหยาดน้ำตา ตอนแรกก็ว่าจะโกรธอยู่หรอกแต่พอเห็นท่าทีสลดแล้วก็โมโหไม่ลง อีกฝ่ายพึ่งจะเคยมาเมืองหลวง ไม่แปลกใจที่จะหลง มาถึงห้างได้ขนาดนี้ก็ดีมากแล้ว“ไม่”เบลโล่เดินนำเจียอีมาที่รถ แต่เจียอีทำเพียงแต่ก้มหน้านิ่งไม่ยอมขยับตัว เบลโล่ถอนหายใจออกมาแล้วย้ายของใช้ที่ถืออยู่ไปไว้ที่มือข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างเอื้อมไปจูงเจียอีให้ออกก้าวเดิน“ฮึก..”เสียงสะอื้นเบาๆ จนแทบไม่ได้ยินดังขึ้นคนที่เดินนำอยู่ชะงักกึก เจียอีน้ำตาหยดลงพื้นพยายามกลั้นเสียงไม่กล้าที่จะร้องไห้ออกมาดังๆ เมืองหลวงน่ากลัว แถมคุณเบลโล่ก็ยังทำท่าเหมือนจะรำคาญเขาอีก ไม่รู้ว่าถ้ากลับไปที่เพนท์เฮาส์จะโดนดุอะไรบ้าง“เป็นอะไร”“เปล่าครับ...”เจียอีรีบตอบทันควัน ปาดน้ำตาบนใบหน้าลวกๆ แต่อาการสั่นเทายังไม่ลดละ มือขวาของมาเฟียกรอกตามองบนเขาไม่ใช่พี่เลี้ยงเด็กสักหน่อย จะให้ปลอบเด็กมันก็กระไรอยู่“อย่าร้อง”ยิ่งห้ามเ

  • นักฆ่าของมาเฟีย NC BDSM   เจียอีกับความไม่ได้เรื่อง

    เป็นเบลโล่งั้นไม่ง่ายเลย เพราะอะไรน่ะหรือ เขาต้องมาดูเด็กใหม่เจียอีทำงานยังไงล่ะ เป็นคำสั่งจากเยว่ซือว่าให้คอยมองเอาไว้เผื่อเด็กนั่นทำอะไรผิดแปลก และตอนนี้เขากำลังใช้เจียอีชงกาแฟอยู่ กาแฟดำถูกวางลงบนโต๊ะทำงาน เขาคว้าขึ้นมาจิบแต่ไม่ทันได้กลืนมันลงคอก็ต้องพ่นกาแฟรสประหลาดออกมาก่อน“ทำไมมันเค็มแบบนี้!”“เอ้ะ เจียว่าเจียใส่น้ำตาลนะ”“เกลือชัดๆ”กาแฟรสชาติดื่มไม่ได้ถูกดันออกไป ใครสั่งใครสอนให้ชงแบบนี้ เจ้าเด็กนี่แยกน้ำตาลกับเกลือไม่ออกหรือไงทำงานร้านอาหารประสาอะไร ถ้าชงกาแฟแบบนี้ไปให้เยว่ซือมีหวังตายแน่นอน คงถูกจับโยนออกไปข้างนอก“เดี๋ยวเจียไปชงให้ใหม่”“พอเลยพอ”เบลโล่รีบห้ามปราม ถ้าขืนปล่อยให้ชงกาแฟใหม่มีหวังเลวร้ายมากไปกว่านี้ สงสัยคงต้องให้อีกฝ่ายทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่เข้าครัว อาจจะเป็นทำความสะอาดบนโต๊ะทำงาน ต้องได้สิแค่ทำความสะอาดเอง“มาทำความสะอาดบนโต๊ะนี่ซะ”สั่งร่างตรงหน้า เจียอีรีบไปหาอุปกรณ์ทำความสะอาดทันที เบลโล่ปล่อยให้เจียอีทำความสะอาดไปเรื่อยๆ โดยที่เขานั่งทำเอกสารอยู่ข้างๆ เขาคงไม่ปล่อยให้เจียอีอยู่ตามลำพังแน่ เพราะว่า...เพล้งนั่นไงพูดไม่ทันขาดคำ!หันไปมองตามเสียงของตก ถึงกั

  • นักฆ่าของมาเฟีย NC BDSM   เจียอี

    เยว่ซือเดินทางมาตามที่เฟิงฉินบอกเขามาพร้อมบอดี้การ์ดของเฟิงฉิน พบร้านอาหารเล็กๆ ซึ่งพ่อลูกคู่หนึ่งกำลังทำความสะอาดร้านอยู่ เยว่ซือก้าวขาเข้าไปคนเป็นลูกรีบวิ่งเข้ามาต้อนรับ“รับอะไรดีครับ”“เงินที่กู้ไปเมื่อไรจะคืน”“เอ้ะ!”ร่างบางหวีดร้องอย่างตกใจเมื่อเยว่ซือถีบเก้าอี้ตรงหน้าล้มลง บอดี้การ์ดกรูเข้ามาล้อมไว้ พ่อลูกแสดงท่าทีหวาดหวั่น แต่สวีเยว่ซือไม่คิดจะสนใจ กระชากคอเสื้อคนเป็นพ่อลอยหวือขึ้นมากลางอากาศ“อย่าทำอะไรพ่อผมเลยนะ!”เสียงหวานตะโกน ร่างนั้นเข้ามากอดขาเยว่ซือไว้ เยว่ซือมองเพียงแค่หางตาพยายามสะบัดขาให้ออกจากการเกาะกุม“เงินจะจ่ายตอนไหน”เยว่ซือถามอีกครั้งด้วยเสียงเย็นยะเยือก“ผมยังไม่มีจ่ายเลยครับ”ชายมีอายุหลับตาปี๋ตอบด้วยท่าทีหวาดกลัวเริ่มทวีคูณขึ้น บอดี้การ์ดที่มากับเยว่ซือเริ่มพังร้าน คนเป็นลูกกอดขาเข้าร้องไห้ออกมา“ผมไม่มีจ่าย ผมไปทำงานใช้หนี้คุณได้ไหม”ลูกชายเจ้าของร้านอาหารเสนอ เงยหน้าขึ้นสบตาเยว่ซือที่จ้องมองอยู่แล้ว ใบหน้าหวานน้ำตานองหน้าจมูกแดงจากการร้องไห้ ร่างกายสั่นเทาช่างเหมือนลูกนกตกรังที่อยู่ในกำมือเขา อยากจะขยี้ให้แหลกคามือ“มันไม่ใช่เรื่อง”“ได้โปรด”อ้อนวอนด้วยเ

  • นักฆ่าของมาเฟีย NC BDSM   กลับมาทำงาน

    แสงจันทร์สะท้อนผืนแผ่นน้ำในยามราตรี เสียงของเกลียวคลื่นกระทบฝั่ง มีสายลมพัดให้เย็นสบายแต่ภายในจิตใจของผู้เป็นมือขวาเจ้านายไม่ได้เย็นตามลมเลย เงยหน้าขึ้นท้องฟ้าที่มืดสนิท อยากอ้อนวอนดวงดาวให้อยู่เป็นเพื่อนในตอนนี้ ท่ามกลางความเงียบสงบทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา ทำไมโชคชะตาถึงทำร้ายกันขนาดนี้ดันไปรักใครคนหนึ่งที่เขาไม่รักเสียงฝีเท้าหยุดอยู่ข้างหลังทำให้หันไปมอง ร่างสูงของนักฆ่าฝีมือดีมองตรงมา เฟยหมิงขยับเข้ามาใกล้เบลโล่ เห็นหยดน้ำตาไหลมาจากดวงตาคู่สวย คนตรงหน้าคงจะผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมา“เบลโล่”“อย่ามองนะ!”เบลโล่หันหน้าหนีไปอีกทาง ปาดน้ำที่ใบหน้าออกจนหมด สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบสติ“ฉันจะไม่ถามหรอกนะว่าเป็นอะไร”คนที่มักจะขี้เล่นพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก้าวขาไปยืนข้างกายคนร้องไห้ จับใบหน้าหวานให้หันมาใช้นิ้วเรียวยาวปาดคราบน้ำตาที่หลงเหลืออยู่“นายมาทำอะไรตรงนี้เฟย”“มาเดินเล่นน่ะ”หลังจากคำตอบกลับความเงียบก็เข้าปกคลุม เบลโล่ยืนกัดปากกลั้นน้ำตาไม่ให้ร่วงหล่นจากดวงตา เขาไม่อยากให้คนอื่นรับรู้ถึงความอ่อนแอของเขา“ถ้าจะร้องไห้ ยืมไหล่ฉันก็ได้นะ”เฟยหมิงกระซิบที่ข้างหู ไม่รอให้อีกฝ่ายตอบกลับตวั

  • นักฆ่าของมาเฟีย NC BDSM   เป็นฉันบ้างไม่ได้เหรอ?

    “จิน!” เบลโล่ก้าวเท้าฉับให้ทันร่างสูง เรียกตะโกนให้อีกฝ่ายหยุดรอ จินหันมาพร้อมกับหยาดน้ำตาที่นองหน้า“...”“นะ..นายร้องไห้”“ฉันจะร้องไห้บ้างไม่ได้หรือไง”ปาดน้ำตาบนใบหน้าออกจนหมด สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ให้คงที่ อยากลบเลือนภาพที่บาดตาให้ออกจากสมองแต่มันก็เอาแต่ฉายซ้ำๆ ในหัวของเขา ถ้าบังคับให้เลือกส่งหัวใจดวงน้อยได้เขาคงไม่เลือกส่งให้คนไร้หัวใจอย่าสวีเยว่ซือ“นายชอบนายท่านจริงๆ หรือ”“การแสดงออกของฉันมันไม่มากพอสินะ”ตัดพ้อออกมากรอกตาขึ้นมองข้างบน น้ำตาที่อยากจะกลั้นไว้ก็จะไหลมาอีกครั้งจนต้องหันหน้าหนีไปอีกทางเพื่อไม่ให้เบลโล่เห็นหยดน้ำที่หล่นมาจากดวงตา“ก็ไม่ใช่..แต่”“แต่ไม่ควรรักสวีเยว่ซือยังไงล่ะ”พูดออกมาทันควัน เขาไม่ควรรักผู้เป็นนายในแง่นี้ไม่ควรเลย รู้ทั้งรู้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ตอบรับความรู้สึกแต่ความรักที่มีให้มันมากเกินไปที่จะเก็บไว้ อยากจะห้ามตัวเองเท่าไรแต่หัวใจไม่เคยที่จะเชื่อฟัง เจ็บเจียนตายขนาดไหนอีกฝ่ายก็คงไม่รับรู้อยู่ดี“ทั้งชีวิตไม่ได้มีแค่นายท่านสักหน่อย”“นายจะไปเข้าใจอะไร”เบลโล่นิ่งงันกำหมัดแน่น ในใจตีด้วยหลากหลายเหตุผลที่จะพูดความรู้สึกออกไปดีไหม วูบไหวทุก

  • นักฆ่าของมาเฟีย NC BDSM   เป็นหมอนข้างให้หน่อย

    เยว่ซือลืมตามาภายในห้องที่มืดสนิท มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเท่านั้นที่ดังให้ได้ยิน รู้สึกหนักเพราะท่อนแขนแกร่งพาดอยู่ที่เอวขยับตัวนิดหน่อยอ้อมกอดก็กระชับแน่นขึ้น คนถูกกอดยิ้มออกมาราวกับผู้ชนะ ใครกันแน่ที่หนีไปจากเขาไม่ได้ แผนที่เขาสร้างขึ้นไม่ไม่ใช่เพราะเขาต้องการชนะพนัน เขารู้อยู่แล้วทั้งของเดิมพันของเป่ยเปียนและเรื่องที่เป่ยเปียนจะชนะ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นแผนการที่เขาสร้างขึ้นเพื่อให้อีกฝ่ายตกในบ่วงของเขา ลุ่มหลงแค่เขาการใช้ร่างกายเพื่อให้ร่างสูงอยู่ในโอวาทก็เป็นแผนที่ไม่เลว หลับตาลงด้วยความเหนื่อยอ่อนแผนร้ายที่สร้างไว้สูบพลังงานไปเยอะไออุ่นที่แนบสนิทเชิญชวนให้นอนหลับฝันดีเป่ยเปียนตื่นมามองคนที่หลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมกอด ไออุ่นจากร่างกายแนบชิดสนิทกระชับอ้อมกอดให้แน่นดั่งกลัวว่าอีกฝ่ายจะหนีหายไปจากเขา หอมเรือนผมนิ่มจูบซับที่พวงแก้มใสคลอเคลียไม่ห่างจากกาย เอื้อมมือบีบจมูกคนนอนหลับอย่างมันเขี้ยว อยากจะจับฟัดกดอีกคนให้จมเตียงคนถูกรบกวนส่งเสียงในลำคอแต่ไม่ได้ลืมตา ปัดมือแกร่งที่กำลังรังแกจมูกเขา คนขี้แกล้งหัวเราะเบาๆ แต่ก็ไม่ทำอะไรเพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกตัวอีก อยากจะนอนกกไปทั้งวันซึมซ

  • นักฆ่าของมาเฟีย NC BDSM   กวาดล้าง

    วันนี้แล้วสินะที่แก๊งฟางหรงจะต้องหายไป เขาสืบมาเรียบร้อยแล้วว่าวันนี้หัวหน้าแก๊งฟางหรงอยู่คฤหาสน์แน่นอน และต่อให้ใครหลุดรอดไปเขาก็จะไปตามเก็บมันทีหลังอยู่ดี เยว่ซือกำชับเสื้อสูทให้แน่นขึ้น เขาเตรียมลูกน้องพร้อมที่จะไปบุกแก๊งฟางหรง จริงๆ แล้วเขาไม่ได้มีความบาดหมางกับแก๊งนี้ แต่เพียงเพราะผู้จ้างวานนั

  • นักฆ่าของมาเฟีย NC BDSM   ไฮเดรนเยีย

    ก๊อก ก๊อก ก๊อก “เข้ามา” สิ้นเสียงเคาะประตูก็ถูกเปิดออก เบลโล่เดินเข้ามาหาเขาอ่านรายงานสถานการณ์คลังอาวุธที่อิตาลี รายงานเสร็จเบลโล่ทำท่าจะเดินออกไปแต่เขาเรียกไว้ก่อน เดินไปหน้าลูกน้องคนสนิทใช้ฝ่ามือตบลงไปที่ใบหน้าอีกฝ่าย เบลโล่นิ่งงันแต่ไม่ได้ขยับตัวหรือพูดอะไร “ทำไมถึงยอมให้ไอ้เป่ยมันอุ้มฉันห

  • นักฆ่าของมาเฟีย NC BDSM   ครอบครอง NC

    “ฮึ่มมมม” เสียงครางแผ่วบ่งบอกถึงความพอใจของเจ้านาย เป่ยเปียนขยับริมฝีปากให้เร็วขึ้นเพื่อเร่งอารมณ์เยว่ซือให้ได้ถึงฝั่งฝัน เร่งจังหวะสักพักน้ำรักสีขาวขุ่นก็ถูกปลดปล่อยออกมา เป่ยเปียนกลืนกินเข้าไปทั้งหมดลิ้นอุ่นตวัดเลียคราบน้ำที่เกาะไปทั่วแก่นกลางกาย จูบซับไปทั่วลำท่อน เขาข่มอารมณ์ที่เกิดขึ้นแต่ไม่นา

  • นักฆ่าของมาเฟีย NC BDSM   ซื่อสัตย์

    ผ่านมาสองเดือนเยว่ซือได้เจรจากับฝ่ายรัฐบาลเรียบร้อย เขาจ่ายค่าเสียหายห้าร้อยล้านให้ทางรัฐบาลจากการเอาตัวนักฆ่ามือฉมังอย่างลู่ เป่ยเปียนมา อาการของเป่ยเปียนดีขึ้นทุกวันแขนที่หักก็รักษาจนหายซึ่งไม่แปลกสำหรับร่างกายที่แข็งแรง หลังจากวันนั้นเยว่ซือก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกับเป่ยเปียนอีก เยว่ซือให้คนรับใช้และ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status