เข้าสู่ระบบวันต่อมา เฟื่องลดาตื่นตามเสียงนาฬิกาปลุกตั้งแต่ตีห้ามาอาบน้ำแต่งตัวและเก็บกระเป๋าเตรียมเดินทางไปหัวหิน กายอรชรค่อนข้างผอมบางน้ำหนักหล่อนลงเยอะมากจากเกือบห้าสิบสองเหลือสี่สิบหก เกิดจากความเครียด นอนน้อย กินน้อย นอนดึกตื่นเช้าทำงานเสริมและอ่านหนังสือหนัก สภาพแบบนี้ถ้าเจ้จอยเห็นเข้าคงจะตกใจ เพราะล่าสุดที่เจอกันตอนหลังคลอดหล่อนตัวอวบมีน้ำมีนวลกว่านี้มาก สาเหตุที่เฟื่องลดาไม่ค่อยติดต่อเจ้จอย ส่วนหนึ่งเพราะหล่อนกลัวถูกเกลียดเรื่องทิ้งลูก แต่เจ้ไม่เกลียดคงเพราะ… เอยขอไว้
เฟื่องลดาลงรองพื้นหนักมือมากกว่าทุกวัน เขียนคิ้ว ทาปากเล็กน้อยก่อนจะลงไปช่วยงานในครัวเหมือนอย่างทุกเช้า ทว่าระหว่างทางเดินก็ตกใจที่เห็นคุณนายแขไขกำลังนั่งจิบชากับลูกชาย
“คุณแข กลับมาตั้งแต่ตอนไหนเหรอคะ”
“เมื่อกี้นี้เอง เก็บกระเป๋าเสร็จหรือยัง เธอต้องไปให้ถึงก่อนเที่ยงนะ” ท่านวางแก้วชาลงปรายสายตามามอง เปลี่ยนเรื่องคุยราวกับไม่ต้องการจะพูดถึงเรื่องร้ายแรงที่เกิดขึ้นเมื่อวาน
“เก็บเรียบร้อยแล้วค่ะ เฟื่องจะไปกับรถตู้บริษัท” มีเสี้ยววินาทีหนึ่งที่เฟื่องลดาแอบมองรณภพ ทว่าใบหน้าเขายังเคร่งขรึม วางมาด และไม่ยอมปรายสายตามามองหล่อนเลยแม้แต่น้อย
เฟื่องลดาก้มหน้ามองลงต่ำซ่อนหยาดน้ำตาไว้ไม่ให้ไหลรินเสียใจที่ลูกกำลังเอื้อมมือมาทางนี้แต่กลับไม่กล้าเข้าไปกอด เห็น แต่ต้องแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นว่าเขากีดกันตนเองกับลูก
“แต่เลขาฉันบอกว่าจัดที่นั่งกับจำนวนรถครบคนแล้วไม่ใช่เหรอ ได้โทรถามหรือยัง”
“ยังเลยค่ะ ไว้เฟื่องจะโทรถามนะคะ”
“ไม่ต้องโทรหรอก ฉันโทรถามแล้วถึงรู้ว่ารถเต็มแล้วยังไงล่ะ” ท่านมองแววตาตำหนิก่อนจะหันมามองลูกชาย
“วันนี้ภพจะไปดูที่ดินแถวนั้นไม่ใช่เหรอ ให้เฟื่องเขาติดรถไปด้วยหน่อยสิ หรือรถเต็มแล้วเพราะชวนสาวๆ ไปด้วย”
“เปล่าครับ ผมไปคนเดียว แต่ก็ไม่ได้อยากให้ใครบางคนติดรถไปด้วย แค่เจอกันในบ้านไม่กี่นาทียังสะอิดสะเอียน อย่าให้ถึงขั้นร่วมทางกันหลายๆ ชั่วโมงเลย ผมทำใจไม่ได้” อุ้มลูกขึ้นมานั่งบนตักคอยจับมือป้อมๆ ไว้เพื่อไม่ให้ตาหนูหันหน้าไปจ๊ะเอ๋หรือเรียกแม่ให้เข้ามาอุ้ม ตาหนูกัปตันงอแง ดื้อทำเสียงจะร้องหาแม่ให้ได้
“ไม่เป็นไรค่ะคุณแข เฟื่องไปเองได้ หัวหินใกล้แค่นี้เองมีรถไปเยอะแยะค่ะ”
“พูดง่ายเหมือนไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ทั้งที่ฉันมอบหมายงานในส่วนของฉันให้เธอดูแล”
แล้วท่านจะให้ทำยังไง รถบริษัทเต็ม ลูกชายท่านก็ไม่ยอมให้ติดรถไปด้วย เฟื่องลดาเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจในน้ำเสียงและเสี้ยวสายตาไม่พอใจจากท่านจึงขอตัวไปช่วยแม่บ้านทำอาหาร
เฟื่องลดาใจลอย เครียด คิดมากเรื่องงานแล้วก็เรื่องเมื่อวาน
“โอ๊ย…” ร้อนจี๋ หล่อนตกใจรีบสะบัดมืออกมาเพราะป้านงค์ก็ยกหม้อข้าวต้มมาเฉียดหลังมือ
“โทษที ไม่ทันมอง” ป้าแกหันหลังให้เดินถือหม้ออาหารออกไปนอกครัว หลังมือบริเวณที่โดนของร้อนแดงเป็นวงล้อมขึ้นมาแทบจะในทันที เฟื่องลดาเจ็บมากจำเป็นต้องวางมือจากมีดยกขึ้นมามอง
“เจ็บไหมคะคุณเฟื่อง ยมว่าไปพักเถอะนะคะยมทำต่อเอง”
“ไม่เป็นไรจ้ะ ไม่เจ็บมาก พี่ช่วยทำจะเร็วกว่า”
“แต่ผิวแดงมากเลยนะคะ อย่างน้อยก็ไปหายาทาก็ดี ยมไปดูในตู้ยาคุณท่านให้นะคะ” ว่าจบเด็กยมก็รีบวิ่งออกไปจากห้องครัวไม่ฟังคำทัดทาน เฟื่องลดายิ้ม ดีใจที่อย่างน้อยก็รู้ว่ายมไม่ได้เกลียดตน
“หลอดนี้เป็นเจลทาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก คุณเฟื่องเก็บใส่กระเป๋าไปทำงานด้วยนะคะ ยังมีอีกหลายหลอดยังไม่ได้แกะ”
“จ้ะ ขอบใจมากนะจ๊ะ เราทำอาหารต่อเถอะจะได้ยกออกไป” ยังไม่ทันจบคำก็เห็นป้านงค์เดินเข้ามาทำหน้าทำตาใส่ เร่งให้ทำอาหาร พอทำเสร็จก็เข้ามาแย่งตักใส่จานถือเอาหน้าออกไปเสิร์ฟให้เจ้านาย
“ป้าแกก็นิสัยแบบนี้ คุณเฟื่องอย่าไปใส่ใจเลย เห็นว่ามีคุณภพเข้าข้างก็ไม่เคยกลัวอะไร ยมเองก็โดนด่าทุกวัน”
“ยมเข้ามาทำงานในนี้ได้ยังไงเหรอ”
“ยมมากับแม่ค่ะ แม่ทำงานให้คุณท่านมาก่อนแต่ท่านเสีย ยมรอหลังเรียนจบก็ตั้งใจจะกลับไปอยู่บ้าน ไปหางานทำแถวนั้น”
“คุณแม่ของยมน่าจะเป็นคนใจดีแล้วก็น่ารักมากๆ เหมือนยม เสียดายที่พี่ไม่มีโอกาสได้เจอท่าน” ชวนคุยพลางเก็บของให้เข้าที่เข้าทาง อะไรที่ต้องล้างก็คัดแยกออกไว้โดยมียมเข้ามาช่วยงานอีกแรง
“ยมมาจากต่างจังหวัดค่ะ ขอนแก่น แล้วคุณเฟื่องเป็นคนที่ไหนเหรอคะ ใช่จากกรุงเทพหรือเปล่า”
“อยุธยาจ้ะ เข้ามาเรียนกรุงเทพตอนมหา’ลัย แต่ก่อนอยู่กับคุณยายพอท่านเสียก็เลยไม่มีที่ให้กลับไป ต้องหางานทำอยู่กรุงเทพ”
“เสียใจด้วยนะคะ คุณเฟื่องคงรักคุณยายมาก”
“จ้ะ” ตัดจบแค่นั้นไม่ได้ชวนยมคุยอะไรอีก เฟื่องลดาไม่ได้กินข้าวเช้ากลับขึ้นห้องไปโทรหาเลขาคุณแขไขถึงทราบว่ารถเต็มจริงๆ จะเบียดไปก็ไม่ได้ มีคนขับรถไปเองบ้างแต่ก็ไม่ได้รู้จักอะไรกับเขา สุดท้ายตัดสินใจว่าจะนั่งรถตู้สาธารณะไปหัวหินจึงรีบออกแต่เช้า บังเอิญเห็นคุณแขไขเฟื่องลดาอดเป็นห่วงเรื่องสำคัญไม่ได้
“รีบยกขึ้นเร็วเข้า ฉันอยากไปให้ถึงโรงพยาบาลก่อนท่านตื่น เปลนอนของหลานฉันพับก่อนด้วยนะจะได้ยกขึ้นลงง่ายๆ”
“ขออนุญาตค่ะคุณแข” เฟื่องลดาลากกระเป๋าเข้าไปหาท่าน
“ว่าไงเฟื่อง มีอะไร” ตามองส่วนมือก็ยังสะบัดชี้สั่งเด็ก
“เฟื่องอยากถามอาการท่านเจ้าสัวค่ะ ท่านดีขึ้นบ้างหรือยังคะ”
“ดีขึ้นแล้ว สุขภาพท่านไม่ได้ดีมาตั้งแต่ต้น หมอก็เลยอยากให้นอนพักดูอาการต่ออีกวันสองวัน เธอไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอกนะ”
“ค่ะ แล้ว เอ่อ… ระหว่างช่วงคุณแขดูแลท่านใครจะดูแลหลานเหรอคะ คุณภพกับเฟื่องต่างก็ต้องออกไปทำงานกันทั้งคู่”
“ฉันจะพาหลานไปอยู่ด้วยกันที่โรงพยาบาล มียมไปช่วยด้วย ห้องพักของท่านเจ้าสัวเป็นห้องรับรองพิเศษ กว้างขวาง เป็นส่วนตัว ตาหนูไม่เสี่ยงติดโรคหรือสุขภาพไม่ดีแน่นอน แกเป็นหลานชายของฉัน ฉันจะดูแลแกเต็มที่เธอไม่ต้องกังวล ทำงานให้สนุก พักผ่อนให้สบาย”
“ขอบคุณมากนะคะ ได้ยินแบบนี้เฟื่องก็หายห่วง”
“หายห่วงก็ดีแล้วจะได้ไม่ต้องเครียดคิดมาก ฉันขอโทษที่ดุเธอเมื่อกี้นะ แล้วจะไปหัวหินยังไงจะไปหารถที่หมอชิตเหรอ”
“ค่ะ คุณแขไม่ต้องห่วงนะคะ เฟื่องคำนวณเวลาดูแลน่าจะไปทันก่อนเริ่มสัมมนาบ่ายโมง”
“แต่ฉันว่าไปถึงก่อนสิบ-สิบเอ็ดโมงจะดีกว่า”
“ถ้าอย่างนั้น เฟื่องอยากขอยืมรถคุณแขสักคันได้ไหมคะ เฟื่องจะขับระวัง จะเติมน้ำมันให้ เฟื่องไม่มีรถ ยังไงก็ต้องไปถึงช้า”
“ฉันไม่ได้หวงรถ ไม่ได้ห่วงอยากได้ค่าน้ำมันหรอกนะ แต่จะลำบากขับไปเองทำไมก็ไปกับตาภพเลยสิ เขาอยู่ทางนั้นรีบตามไป” ท่านชี้นิ้วไปยังโรงจอดรถกระจก ด้านหน้ามีซุปเปอร์คาร์คันหนึ่งจอด และหากจะตั้งใจมองจะเห็นว่ามีผู้ชายกำลังนั่งรอข้างใน
“ไม่มีแต่ ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น รีบไปก่อนตาภพจะเปลี่ยนใจ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะกว่าฉันจะพูดจนเขายอมให้เธอติดรถไปด้วย”
“เฟื่องขอบคุณมากนะคะ แล้วก็ขอโทษเรื่องที่…”
“ช่างเถอะ คนป่วยเขายังไม่โทษเธอสักคำ แล้วฉันจะไปโทษเธอทำไม ไว้กลับมาค่อยไปขอโทษท่านด้วยตัวเธอเองก็แล้วกัน” มือข้างหนึ่งของท่านยกขึ้นมาแตะไหล่บาง เสียใจที่แตะลงแล้วสัมผัสได้ถึงกระดูกที่นูนขึ้นมา เห็นตัวเล็กๆ ไม่คิดว่าจะผอมได้มากขนาดนี้
“เธอไปทำงานเถอะ มีปัญหาอะไรก็บอกคุณโสมไม่ก็โทรหาฉัน ฉันจะช่วยเธอเอง” ออกแรงผลักไหล่ข้างนั้นให้รีบเดินไปขึ้นรถ มองตามหลังอย่างพินิจพิจารณาจนกระทั่งเฟื่องลดาขึ้นไปนั่งบนรถ ประตูยังไม่ทันปิดสนิทด้วยซ้ำเจ้าของรถก็กระชากรถให้เคลื่อนไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง นิสัยแบบนี้ไปได้มาจากไหนนะ
ถึงจะเป็นลูกตัวเองก็อดโกรธไม่ได้
4ใกล้จะถึงกำหนดคลอดลูกคนที่สองแล้ว รณภพตื่นเต้นมากกว่าภรรยาเสียอีก จัดเตรียมกระเป๋าไว้ตั้งแต่อายุครรภ์เข้าสู่เดือนที่แปด เป็นกังวลว่าถ้าหากภรรยาคลอดก่อนกำหนดหรือรีบมากๆ จะลืมของสำคัญ เขาจัดไปหมดแม้กระทั่งตุ๊กตายังเอาไปด้วย ตั้งใจจะวางไว้ข้างหมอนให้ภรรยาได้เห็นว่ามีหมีน้อยๆ คอยให้กำลังใจ เขากลัวหล่อนจะมีภาพคลอดลูกคนแรกติดตาจึงดูแลทุกอย่างเป็นอย่างดี จัดหาห้องพักที่ดีที่สุด หมอที่เก่งที่สุด และการดูแลในระดับดีเยี่ยม ยอมทุ่มเทจ่ายค่าคลอดลูกรวมกันหลายล้านญาติๆ ต่างทยอยมาเยี่ยมตั้งแต่อยู่บ้าน เขาให้คนขับรถไปรับแม่ฟ้ากับน้องฟางที่อยุธยามาให้กำลังใจเฟื่องลดาด้วยอายุครรภ์ของเฟื่องลดามากกว่าเก้าเดือน แต่ลูกชายตัวน้อยยังไม่มีวี่แววจะอยากออกมาดูโลกภายนอก คุณหมอจึงแนะนำให้ผ่าคลอด มันฟังดูน่ากลัวมากสำหรับผู้ชายทั้งแท่งอย่างเขา“ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะเข้าไปในห้องคลอดด้วย” รณภพลากเก้าอี้เข้ามานั่งเฝ้าเตียง บางครั้งก็กลัวบางครั้งก็ตื่นเต้น ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอเก็บบรรยากาศห้องพักฟื้นไว้และนับเวลารอเจอน้องกราฟเขาตั้งชื่อลูกชายคนที่สองว่า ‘กราฟิก’ ไม่มีความหมายอะไรพิเศษ แค่อยากให้คล้องจองกับพี่กัปตันจึงเล
3 “กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ ฮาไฮ ฮาไฮ!” ทีมเชียร์รัวกลองสนามหญ้าเทียมโซนบีมีสาวๆ หยุดมองมากเป็นพิเศษเพราะนักเตะในสนามล้วนมีหน้าตาเกรดเอ หล่อเหมือนดารากันทุกคนแถมกล้ามยังแน่น วิ่งไล่บอลเหมือนม้าสู้ศึกแรงดีไม่มีตก เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีระหว่างรณภพกับผองเพื่อนและหนุ่มๆ สถาปนิกจากบริษัทไทยออลสตาร์ นำทีมโดยคุณพ่อลูกหนึ่งอย่าง ภูดิศ หรือพี่หมอกพักหลังร่วมธุรกิจกันหลายอย่าง สนิทกันเหมือนญาติพี่น้อง ทว่ารณภพอยากทำอะไรที่มันมากกว่านั้น ก็เลยไปท้าพี่เขาแข่งบอล ถ้าเขาแพ้จะขอถอนตัวแล้วเลิกตื๊อพี่หมอกอีกตลอดชีวิตแต่ถ้าชนะ พี่หมอกต้องทำโปรเจ็คร่วมกันกับบริษัทเขาพี่หมอกรับคำท้าเพราะเป็นนักบอลเก่าและชอบออกกำลังกายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แท็กทีมเพื่อนฝูงกล้ามโตมาเต็มแน่นสนาม ตัดภาพมาที่ทีมเขาสิ ผู้รักษาประตูเป็นไอ้สารวัตรหมี กองหน้าเป็นไอ้รัน สองคนนี้ทำผลงานได้แย่ที่สุดในทีมเล่นเหมือนถูกบังคับก็บังคับพวกมันจริงๆ นั่นแหละ แต่เขาก็ติดสินบนไปแล้วไม่น่าจะมีปัญหา รณภพวิ่งไล่บอลหอบหายใจถี่กระชั้นกดดันเนื่องจากใกล้หมดเวลาครึ่งแรกแล้ว เขาโมโห ด่ากราดเพื่อนร่วมทีม“ไอ้หมี มึงมีสมาธิหน่อยสิวะ กูให้มึงเฝ้า
2แท็กซี่มาส่งที่สนามบินเชียงใหม่ก่อนถึงเวลาขึ้นเครื่องสองชั่วโมง จึงมีเวลาเดินเล่น กินข้าว ซื้อของฝากกลับกรุงเทพ“คุณภพ ซื้ออะไรมาเยอะแยะขนาดนั้นคะ น้ำหนักจะเกินหรือเปล่า” เฟื่องลดากำลังเหม่อได้ที่มาได้สติตอนที่ลูกวิ่งเข้ามาเกาะขา เอียงใบหน้าไปมองก็เห็นพ่อของลูกถือถุงแคปหมูกับของฝากอื่นๆ พะรุงพะรังมาเต็มมือ เขาอุ้มลูกพาไปซื้อน้ำซื้อขนม ให้หล่อนนั่งรออยู่หน้าเกทขณะรอช่วงบอร์ดดิ้งไทม์กลับกรุงเทพลูกน้อยได้ขนมมาหนึ่งชิ้น กัดกินกรุบๆ ซุกหน้าซบบนหน้าขา เฟื่องลดาต้องอุ้มดึงแกขึ้นมานั่งบนตักช่วยเช็ดคราบเลอะ“ไม่รู้จะซื้ออะไรกลับไปฝากคนที่บ้าน เราน่าจะแวะร้านของฝากก่อนเข้าสนามบินเนอะ จะได้ซื้อใส่กระเป๋าโหลดใต้เครื่อง”“แค่นี้ก็เยอะแล้วค่ะ” ยื่นมือออกไปจะช่วยถือ“ไม่เป็นไร” เขาปฏิเสธ ย้ายมานั่งลงข้างเฟื่องลดาแล้วมัดปากถุงของฝากรวมกัน อีกไม่ถึงสิบนาทีก็จะถึงเวลาเรียกขึ้นเครื่องแล้ว เขาต้องถือถุงพวกนี้กับกระเป๋าใบเล็กของตัวเองแล้วก็เมีย ช่วงบ่ายคนพลุกพล่านมาก ยิ่งเวลาใกล้จะเรียกขึ้นเครื่องคนก็ยิ่งเยอะเป็นพิเศษ เก้าอี้ว่างแทบไม่เหลือเลยหลายคนต้องยืนรอ“แหวนไปไหน?” เขาเงียบไปนานมากกว่าจะทักถาม หล
ตอนพิเศษถ้าหากถามว่าความรู้สึกดีๆ ที่เขามีให้เฟื่องลดาเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน เขาคงจะขอเวลานอกสักครึ่งชั่วโมงเพื่อลำดับเหตุการณ์และความรู้สึก ก่อนจะหันไปมองคนถามและตอบว่า ‘ไม่รู้’เขาไม่รู้เลยว่าเริ่มรักหล่อนตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าเปิดใจให้ตอนไหน สิ่งเดียวที่เขารู้คือไม่ว่าเขาจะรู้สึกดี รู้สึกแย่ หรือชีวิตประสบพบเจออะไรร้ายแรงมากแค่ไหนมองกลับมาก็จะยังเห็นหล่อนคอยยืนรออยู่ข้างหลัง หล่อนรอคอยเขาอย่างใจจดใจจ่อ คอยส่งกำลังใจมาให้ แม้ว่าสถานะของหล่อนนั้นจะอยู่ในจุดไร้ตัวตนเขามันก็แค่ผู้ชายเห็นแก่ตัวคนหนึ่งที่มองหล่อนไว้ว่าไม่คู่ควร ไม่ต้องการจะให้คุณค่าให้ราคาอะไร แค่อยากเก็บไว้ใช้งานเวลามีความต้องการ รวมไปถึงใช้หล่อนให้ช่วยเลี้ยงลูกชาย คิดแค่นี้ ในหัวสมองของเขาเค้นความคิดชั่วร้ายออกมาได้เท่านี้จริงๆหลายคนอาจมองว่าความรักของเขาเกิดจากความสงสาร ว่าหล่อนป่วย ก็ใช่ เพราะหลังจากเขารู้ความจริงก็พยายามใจดีขึ้นทั้งที่เนื้อแท้ของเขาไม่เคยต้องพูดจาดีกับใครเลยการมีเงินทองมากมายทำให้เขาไม่สามารถเข้าถึงหัวใจของใครได้ ไม่พอใจอะไรก็ใช้เงินใช้อำนาจเข้าสู้ จึงเป็นเหตุให้หน้าที่การงานสะดุดเพราะถูกเกล
บทส่งท้ายฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ เมื่อไหร่ที่เมฆหมอกจางไปสายรุ้งก็จะมาทักทาย ชีวิตของเฟื่องลดามีความสุขมากยิ่งขึ้นนับจากวันที่กลับจากเชียงใหม่ รณภพให้ทุกอย่างที่หล่อนต้องการและสบายใจอยากได้ เขาให้เวลา ให้ความรัก ให้ความมั่นใจ จัดงานแต่งแม้จะมีลูกสองคนแล้ว เขาเชิญครอบครัวทั้งทางพ่อและแม่หล่อนมาร่วมงาน จัดหารถรับส่ง ที่พัก แล้วก็คอยดูแลอุปการะครอบครัวพวกท่านให้กินอยู่สบายมากขึ้น ที่สำคัญคือเขายอมจดทะเบียนสมรสโดยไม่กลัวว่าหล่อนจะหลอกเอาสมบัติเขาครึ่งหนึ่ง เขาบอกว่าไม่หวง อยากให้หล่อนสบาย สามีน่ารักแบบนี้หล่อนจะไปไหนได้ รูปพรีเวดดิ้งวางเต็มบ้านเดินไปมุมไหนก็เจอ ครรภ์เฟื่องลดาใหญ่มากอีกเดือนเดียวก็ถึงกำหนดคลอดแล้ว สามีไม่ให้ไปทำงานให้อยู่บ้านทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ กับลูกชาย เขากลัวหล่อนเบื่อก็แนะนำให้กลับไปทำวิดีโอเล็กๆ น้อยลงยูทูบ รีวิวเครื่องสำอาง รีวิวกระเป๋าแบรนด์เนมที่เขาขยันซื้อให้ไม่ขาดคุณแม่แขไขตื่นเต้นไม่แพ้กันกับเขาเตรียมหาของรับขวัญตั้งแต่หลานยังอยู่ในครรภ์รวมไปถึงญาติๆ ของเขาเช่นเดียวกัน ทุกคนต่างซื้อของฝากมากมายส่งมาให้ที่บ้าน แวะมาเยี่ยม มาถ่ายรูปกับหล่อน ยังไม่ถึงกำหนดคลอดเลยแต่สาม
ในห้องนอนของรีสอร์ตรณภพได้รับกุญแจสำรองจากอาชวินเพื่อไขเข้ามาโดยไม่กวนเฟื่องลดาเพราะตอนนี้ก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว นางฟ้าตัวน้อยของเขานอนหลับตามคาด ลูกน้อยก็นอนหลับอยู่ข้างๆ ขวดนมยังวางอยู่ข้างเตียงเย็นหมดแล้วคาดว่าทั้งสองน่าจะเข้านอนได้ราวหนึ่งชั่วโมงรณภพเดินอ้อมมาอุ้มลูกพาไปนอนเตียงสำหรับเด็กให้สบายตัว ก่อนจะกลับมานั่งบนขอบเตียงกว้างโน้มใบหน้าลงจูบหน้าท้อง“พี่กัปตันเข้านอนแล้วนะ มาม๊าก็หลับแล้ว เหลือแค่ป๊ะป๋าอยู่คุยกับหนู ป๊ะป๋าอยากเจอหน้าหนูนะลูกรีบโตไวๆ นะ ป๊ะป๋ารักหนู รักพี่กัปตัน รักมาม๊ามากนะครับ”อุ้งมือใหญ่วางแนบลงบนหน้าท้องที่มีชุดนอนเบาบางขวางกั้น รณภพน้ำตาปริ่มๆ ขอบก้มหน้าลงจูบลูกอีกครั้ง ก่อนจะเคลื่อนกายกำยำขึ้นมานอนกอดเฟื่องลดาฝังใบหน้าลงจูบบนหน้าผากนวลผ่อง‘เฟื่องเสียเลือดเยอะมาก หมอบอกว่าเฟื่องกำลังจะไปจากเราแล้ว แต่เพราะกัปตัน เพราะได้ยินเสียงลูก เฟื่องถึงกลับมามีชีวิต เฟื่องตายไปแล้วครั้งหนึ่ง ถ้าหากเป็นอะไรไปอีกแล้วลูกจะอยู่ยังไง เฟื่องถึงเลือกทิ้งลูกไว้กับเราไงคะ เข้าใจหรือเปล่าว่าเฟื่องอยากให้ลูกอยู่กับคุณภพ…’“ผู้หญิงใจร้าย เจ็บหนักมากขนาดนี้ทำไมถึงไม่ยอมบอกอะไรเล
สวยจัง ก่อนออกจากร้านก็ไม่วายชมตัวเองให้มีกำลังใจหล่อนตั้งใจจะกลับโรงแรมทว่าฉุกคิดขึ้นได้ว่าลืมซื้อเครื่องสำอาง ดูเวลาเห็นว่าเพิ่งจะห้าโมงครึ่งจึงรีบเดินไปเซเว่นเฟื่องลดาอารมณ์ดี ฮึมฮัมร้องเพลง มือเล็กหิ้วตะกร้าข้างในมีขนม นม ของกินจุกจิกหลายอย่างแล้วก็เครื่องสําอางราคาปร
เขาเกลียดที่สุดคือการเป็นผู้แพ้กับการถูกหักหลัง! รณภพมีปัญหาเรื่องงานหลายอย่าง ราวกับกำลังถูกคนบางกลุ่มกลั่นแกล้ง อย่างเช่นเรื่องล่าสุดที่มีปัญหาก็คือโครงการใหม่แกะกล่องที่ยื่นเข้าที่ประชุมผ่านแล้วขั้นแรกเหลืออนุมัติวงเงินก้อนแรกมาใช้จ่าย เขาเล็งที่ดินแปล
รถเมล์ราคาประหยัดก็จริงแต่คนขับชอบขับเร็วเหมือนไปโกรธใครมา จะขึ้นจะลงทีลากกระเป๋าตัวแทบไถลล้มหน้าคว่ำ เฟื่องลดาเดินทางมาจนใกล้ถึงบ้านนั่งวินมอเตอร์ไซค์กอดกระเป๋าลากไว้ ค่าวินสิบบาท หล่อนยืนจ่ายหน้าบ้านและในขณะนั้นเองรถของรณภพก็เพิ่งมาถึงบ้าน เขากดรีโมตอัตโนมัติเปิดและขับด้วยความเร็วเข้าในบ้าน ทำเ
‘นี่เธอ! เธอนั่นแหละ ชื่ออะไร เป็นเพื่อนกับน้องเอยใช่ไหม’ เป็นเสียงของรณภพไม่ผิดแน่แม้จะไม่ได้เห็นหน้าแต่หล่อนก็จำได้ เฟื่องลดาจำได้ว่านั่นเป็นครั้งแรกที่เขาคุยกับหล่อนราวสามปีก่อน หล่อนหันกลับมามองแล้วพยักหน้ารับ เขาใช้เวลาไม่กี่วินาทีในการค้นหาอะไรบางอย่างยื่นมาตรงห







