Share

บทที่ 6 (02)

last update publish date: 2026-07-14 20:53:27

“ผมจะมาพูดเรื่องลูก” หมอหนุ่มเข้าประเด็นสำคัญที่ทำให้ต้องถ่อมาถึงที่นี่

          “ไจ๋เลี้ยงคนเดียวได้ ส่วนพ่อใหม่ไจ๋จะพิจารณาอีกที” หญิงสาวไม่คิดให้เขามารับผิดชอบ ลูกควรมีแต่เธอที่เป็นแม่ ส่วนพ่อที่ทำให้แกเกิดมาเพราะอยากเอาใจคนที่แอบรักไม่มีซะดีกว่า

          “แต่นั่นลูกผม” พริษฐ์จ้องจนิตาเขม็ง ปากได้รูปเอ่ยย้ำเตือนความจริงที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ “ผมทำเองกับมือ”

          “อยากมารับผิดชอบ?” ดวงตาคมเฉี่ยวตวัดมองคนที่เพิ่งจะนึกอยากเป็นคนดีขึ้นมา ในเมื่อเขาอยากได้หน้าที่นัก เธอก็จะไม่ใจร้าย “ไม่ต้องห่วงนะคะ ยังไงคุณพายก็จะได้มีชื่อบนใบเกิดของลูกแน่”

          พริษฐ์เอียงคอรับ ทว่าเพียงอึดใจเดียวความพอใจนั้นก็เปลี่ยนเป็นความเดือดดาล

          “ในฐานะที่เป็นคุณหมอทำคลอด...” สิ้นคำ จนิตาก็สะบัดตัวเข้าบ้านแล้วเหวี่ยงประตูไม้ปิดใส่หน้าคมเข้มดังโครมด้วยความสะใจ เธอยอมให้เขาเป็นคนทำคลอดลูกให้ก็นับว่าเป็นบุญหัวมากพอแล้ว “ไจ๋ไจ๋” คนถูกเมินคำรามลั่น แล้วออกแรงทุบประตูเพื่อเรียกให้คนด้านในเปิดออกมาคุยกัน “เปิดประตูเดี๋ยวนี้ครับ เรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง”

          นอกจากจนิตาจะไม่ยอมเปิดประตูแล้ว เจ้าตัวยังฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี พลางเร่งเสียงโทรทัศน์ให้ดังกระหึ่มเพื่อกลบเสียงไม่พึงประสงค์ ทำให้คนด้านนอกหน้าขึ้นสี

          พริษฐ์นึกโมโหคนเอาแต่ใจ แล้วเปลี่ยนเป็นโทร.หาแทน

          ปิ๊บๆ

          จนิตารีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วทำการบล็อกเบอร์พริษฐ์ทันที

          “ไจ๋...” ชายหนุ่มถึงกับพูดไม่ออก แต่เขาก็ยังมีอีกวิธีด้วยการส่งข้อความแชตไปแทน

          Pharit : เปิดประตูให้ผม

          มือหนาออกแรงทุบอีกหลายรอบ แต่ผลที่ได้ยังคงเดิม จนใจเต็มไปด้วยความหงุดหงิด   

          “งั้นก็ตามใจ ผมก็ไม่ได้อยากสน อยากมารับผิดชอบนักหรอก” ในเมื่อเจ้าตัวไม่ต้องการความรับผิดชอบ ก็ถือว่าทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้ว เขาก็แค่ไม่อยากถูกตราหน้าว่าเป็นคนเลวทิ้งลูกทิ้งเมียก็เท่านั้น แล้วเดินจากไปอย่างฉุนเฉียว

          “ไอ้เฮงซวย”

          จนิตาบริภาษเสียงเขียว ไม่นานก็ต้องพยายามทำใจให้เย็นลง เพราะมันไม่ดีต่อลูกของเธอ

         

          “แล้วทำไมมึงต้องลากกูมาด้วยวะ”

          เสียงบ่นพึมพำอย่างหัวเสียดังมาจากปากของศัลยแพทย์มือหนึ่งอย่างวาโย เมื่อถูกเพื่อนรักลากตัวออกมาในช่วงบ่าย ทั้งที่เป็นวันหยุดพักผ่อนแท้ๆ

          พริษฐ์ไม่ได้โต้ตอบอะไร สองเท้ายังคงก้าวสม่ำเสมอเข้าไปในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เพราะตั้งใจจะมาเลือกซื้อของขวัญ เนื่องในโอกาสเกษียณอายุของอาจารย์หมอที่ตนให้ความเคารพรัก  

          “ปกติเห็นซื้อเองได้ ไม่เคยต้องง้อใคร” วาโยยังไม่เลิกเซ็ง เขาอยากจะกลับไปทิ้งตัวนอนบนเตียงใจจะขาด ทว่าแค่ครู่เดียวก็ต้องทำเสียงลากยาวเหมือนเพิ่งนึกอะไรออก “อ๋ออ...”

          พริษฐ์เลิกคิ้วใส่ท่าทางกวนประสาทของเพื่อน        

          “กูจำได้ละ ปกติคุณไจ๋เป็นคนเลือกให้มึงนี่หว่า” ถึงว่าทำไมมันต้องถ่อไปลากเขามาด้วย

          “แล้วมึงจะไปพูดถึงทำไม” พริษฐ์แสดงอาการหงุดหงิดทันตา แค่ได้ยินชื่อก็นึกถึงแต่ใบหน้าเชิดรั้นและความเอาแต่ใจ

          “ก็ความจริง” วาโยบิดปากใส่ นึกสมน้ำหน้าเพื่อนอยู่ในใจ ก่อนปรับสีหน้าจริงจังขึ้น “ว่าแต่เรื่องลูกเอาไง”

          “ไม่สนใจ” พริษฐ์ตอบแบบสั้นๆ ง่ายๆ ในเมื่ออีกฝ่ายไม่อยากให้ไปใส่ใจ แล้วจะดันทุรังไปทำไม

          “แต่นั่นลูกมึงเลยนะ” วาโยถึงกับโวย มันจะไม่มีสำนึกขนาดนั้นเลยหรือ เรื่องนี้เขารู้มาจากพวกพยาบาลที่เม้าท์กันให้แซ่ดทั้งแผนก

          “กูมีใหม่ได้” คนตอบยักไหล่ราวกับเป็นเรื่องเล็กน้อย พลันกลอกตาใส่เพื่อนที่ยังพูดไม่หยุด สงสัยเขาจะคิดผิดที่ลากมันมาด้วย

          “ถามจริง?” วาโยแทบจะหยุดเดิน รู้สึกอึ้งจนพูดไม่ออก ไม่อยากจะเชื่อว่าไอ้คนใจดำตรงหน้าจะเป็นเพื่อนเขาจริงๆ

          พริษฐ์วางหน้านิ่งไม่ได้ตอบโต้อะไรอีก ตั้งใจจะเดินเข้าห้างสรรพสินค้าไปให้จบเรื่อง ทว่าจู่ๆ เพื่อนก็โพล่งคำถามแปลกๆ ออกมาอีก     

          “ว่าแต่...มึงแวะซื้อเตารีดใหม่ด้วยเลยไหม”

          “ซื้อเพื่อ?”       

          “มึงควรรีดเสื้อก่อนออกจากบ้านสักหน่อยนะเพื่อน” วาโยบุ้ยปากไปที่เสื้อเชิ้ตของเพื่อนที่ยับยู่ยี่จนน่าแปลกใจ กางเกงสแล็กที่เคยเนี้ยบกริบก็มีรอยยับไม่แพ้กัน “ดูสภาพมึงสิ กล้าหยิบออกมาใส่ได้ไงวะ”         

          “ก็ปกติ” พริษฐ์ก้มมองเสื้อของตัวเองเล็กน้อยอย่างไม่ใส่ใจ  

          “ปกติกับผีสิ หรือที่ผ่านมาคุณไจ๋รีดให้มึงตลอด?” ปกติพริษฐ์เป็นคนเจ้าระเบียบ เสื้อผ้าจะต้องเรียบกริบจนแทบบาดมือคนจับได้ แต่วันนี้กลับหมดสภาพหมอหนุ่มสุดเนี้ยบ    

          “มึงจะหยุดพูดถึงได้ยัง” คนถูกจี้จุดชักไม่สบอารมณ์ หน้าตาเริ่มบูดบึ้ง

          “ไม่ได้ เพราะกูอยากจะพูดให้ไอ้คนที่เมียไม่รักแล้วได้รู้ตัว” มันควรตื่นได้แล้ว ถึงขั้นคนที่รักมันมากที่สุดขอหย่า ลูกก็น่าจะไม่ให้รับผิดชอบ ยังจะมาทำเป็นปากเก่งอยู่อีก ร้องไห้เหมือนหมาเมื่อไหร่เขาจะอัดคลิปวิดีโอแล้วส่งไปให้ทั่วโรงพยาบาลเลย   

          “บางทีไจ๋ไจ๋อาจจะยังรักกูอยู่ก็ได้” พริษฐ์ไม่พูดเปล่า ทว่ากลับยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะด้วย

          “มึงเอาอะไรมามั่น อมหลวงพ่อองค์ไหนไว้ในปากหรือไง”

          หมอสูติฯ บุ้ยปากบอกเพื่อนให้มองไปที่ร้านกาแฟด้านหน้า แล้วปากได้รูปก็ปล่อยประโยคที่เต็มไปด้วยความมั่นใจออกมา “ก็ไจ๋ไจ๋ยังนั่งมองแหวนของกูอยู่เลย”

          วาโยมองตามแล้วเห็นว่าจนิตานั่งอยู่ภายในร้านกาแฟ ในมือนุ่มถือแหวนเพชรวงหนึ่งไว้ ซึ่งน่าจะเป็นแหวนแต่งงาน

          พริษฐ์กดยิ้มยามเห็นว่าเวลานี้คนอวดเก่งเห็นพวกเขาแล้ว

          “คุณไจ๋มองมาด้วยว่ะ”

          คำบอกนั้นทำให้คุณหมอสูติฯ ยิ่งเผยยิ้มเต็มใบหน้า สายตามองไปยังหญิงสาวไม่คิดจะหลบ

          ฝ่ายจนิตากลอกตามองบนที่ดันมาเจอคนที่ไม่อยากเจอเสียได้ แล้วทำเป็นมองไม่เห็นพร้อมขยับตัวลุกขึ้น เพราะมีเรื่องต้องจัดการ

          หญิงสาวเดินตรงออกจากร้านกาแฟ แม้จะรู้ว่ามีคนเดินตามก็ไม่สนใจ กระทั่งหายเข้าไปในร้านหนึ่ง ด้านวาโยร้องอุทานออกมา

          “ไอ้เหี้ย คุณไจ๋เอาแหวนมึงไปขาย” เขารีบหันไปมองเพื่อนรักที่เคยยิ้มย่องอย่างอวดดี แต่ตอนนี้ใบหน้าหล่อเหลากลับซีดเผือดลงทันตา

          พริษฐ์ขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมา หากจนิตาไม่ต้องการก็ควรคืนเจ้าของอย่างเขาไม่ใช่ขายทิ้ง

          “มึงจะไปไหน” วาโยรีบคว้าแขนเพื่อนไว้

        

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที 13 (04)

    “ถ้าสมมุติว่าจริง แล้วคุณไจ๋เธอรู้ได้ไงวะ” วาโยทำสีหน้าครุ่นคิด แล้วก็มีชื่อหนึ่งลอยเด่นขึ้นมา “หรือคุณฉายบอก ว่าแต่คุณไจ๋ขอหย่ามึงวันไหนนะ” “วันที่...” พริษฐ์จำวันนั้นได้ขึ้นใจ จะลืมได้อย่างไรกับความบ้าของตัวเอง วาโยทำหน้าครุ่นคิด พลางยกมือขึ้นมาจับที่ปลายคาง “ก็หลังจากที่มึงชวนกูไปผับได้สองวัน” พริษฐ์บอกไปอีก “ไอ้เหี้ย...” บางอย่างฉายวาบเข้ามาในหัวสมองของวาโย เขาหน้าตาตื่นพร้อมหันไปมองจ้องตากับพริษฐ์ “หรือว่าคุณไจ๋จะได้ยินที่พวกกูคุยกันวะ” พริษฐ์เลิกคิ้วขึ้น เพราะต้องการคำอธิบายโดยด่วนและอย่างละเอียด “ก็วันนั้นที่ผับก่อนที่มึงจะมา ไอ้สิบบอกกูเรื่องนี้...” วาโยคิดว่าจำรายละเอียดส่วนนี้ได้ไม่ผิด “แล้วเหมือนกูก็จะเห็นเพื่อนคุณไจ๋แว้บๆ แต่กูก็ไม่ได้ไปสนใจ” พริษฐ์เริ่มหน้าเครียด หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ เขาก็คงได้คำตอบถึงสาเหตุการขอหย่าแล้ว “มึงลองเข้าไปส่องไอจีเพื่อนคุณไจ๋สิวะ” อย่างไรก็ต้องหาหลักฐานมาประกอบเพิ่ม “กูถูกบล็อกหมด” หมอสูติฯ ทำหน้าเศร้า “งั้นกูเอง” วาโยรีบหยิบสมาร์ตโฟนข

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 13 (03)

    “ผมยอมทุกอย่าง” พริษฐ์กล่าวไปเสียงหนัก “ต่อให้ผมบอกให้คุกเข่า หรือกราบขอร้องผม?” นพเก้าปรายตาลงพื้นเพื่อสื่อสาร “ผมยอม” พริษฐ์ตอบแบบแทบไม่หยุดคิด ศักดิ์ศรีไม่ได้มีค่าไปกว่าภรรยา ฉะนั้นต่อให้ต้องก้มกราบเท้าก็พร้อมทำ สิ้นคำพูดลำตัวก็ทิ้งลงคุกเข่าบนพื้นทันทีเพื่อแสดงความจริงใจ “ไม่ต้อง...” ฝ่ายคนที่เพียงอยากวัดความจริงใจยกมือขึ้นห้าม “ผมไม่รู้ว่าไจ๋อยู่ไหน แต่ที่พอรู้คือคุณรักไจ๋” ถ้าไม่รัก ฝ่ายนั้นคงไม่ยอมเท่านี้ หากเป็นเขาก็คงต้องชั่งใจอยู่นาน “ผมรักไจ๋เสมอมา รักไจ๋คนเดียว ไม่เคยรักคนอื่น” พริษฐ์ยืนยัน มันเป็นความจริงที่ถูกต้องที่สุด ขณะที่อีกฝ่ายนั้นเลิกคิ้วขึ้นมองมาอย่างตั้งคำถาม “ผมไม่เคยรักคุณฉาย” “แต่เธอบอกว่าคุณรักเธอ ถึงขั้นยอมแต่งงานกับไจ๋เพื่อเธอ” นพเก้ามีข้อขัดแย้ง เมื่อเรื่องพวกนี้ออกมาจากปากของตะวันฉาย ด้วยสีหน้าสุดแสนจะมั่นใจ พริษฐ์ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ก่อนค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นโดยมีวาโยช่วยประคอง พลันบอกข้อเท็จจริงไป “เพราะในตอนนั้นเธอจะฆ่าตัวตาย ผมเลยต้องรับปาก แต่ผมผิดเองที่คิดน้อยไปว่ายังไงผมก็

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 13 (02)

    “อะไร” เกวลินยื่นหน้าไปใกล้แล้วรอฟัง แต่ไม่ทันจะได้ฟังคำตอบก็มีคำถามดังขึ้น “ชุดนี้สวยไหม” จนิตาเดินออกมาหาเพื่อนทั้งสองพร้อมกับชุดคลุมท้องสีชมพูอ่อน เธอว่ามันน่ารักดี แต่ก็ไม่รู้ว่าจะหวานเกินไปหรือไม่ “สวย” เพื่อนทั้งสองรีบหันไปตอบ แล้วทำหน้าเก็บพิรุธหลังมีอีกคำถามตามมาติดๆ “ว่าแต่กระซิบกระซาบอะไรกัน มีเรื่องที่ไม่อยากบอกฉันหรือไง” “คุยเรื่องนังศรีจะมีผัวใหม่” เกวลินชี้นิ้วใส่ศรา “อีเกี๊ยว” คนผัวรักผัวหลงถึงกับยกมือขึ้นเท้าเอว นางเพื่อนบ้า เรื่องอื่นมีให้โกหกเยอะแยะไม่บอกไป ดันมาบอกว่าเธอจะมีสามีใหม่เสียได้ ป่านนี้ที่รักของเธอคงจามไม่หยุดแล้ว จนิตาหมุนตัวกลับไปด้านในร้าน เพราะเหนื่อยใจกับเพื่อนที่ชอบเย้าแหย่กัน ฝ่ายเกวลินรีบส่งสายตาไปคาดคั้นเอาคำตอบทันที “ผัวเก่ามันบอกว่าอะไร” “เขาบอกว่า รักนังไจ๋” “ฮะ?” คนฟังทำหน้าอิหลักอิเหลื่อ นึกขัดใจในถ้อยคำนั้น “มากี่ครั้งก็บอกทุกครั้ง” ศราย้ำ แล้วก็กลอกตามองบนใส่เช่นกัน “หรือนึกเสียดายนังไจ๋ขึ้นมา” เกวลินทำหน้าครุ่นคิด

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 13

    ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะเบี่ยงตัวหลบ ยืนนิ่งรับแรงดันน้ำที่ปะทะร่างกายจนเปียกโชกไปทั้งตัว เขายอมให้ศราสาดซัดความโกรธแค้นใส่ได้ตามสบาย ขอแค่เจ้าตัวใจอ่อนยอมบอกที่ซ่อนของจนิตา ศราเร่งระดับน้ำให้แรงขึ้นไปอีก จะดูว่าคนหน้าด้านจะทนได้สักแค่ไหน ทว่าเวลาผ่านไป คนตรงหน้ากลับยังยืนนิ่งเฉย ไม่ยอมหนีเลยแม้แต่น้อย จนหญิงสาวเริ่มขบเม้มปาก ใจกลัวขึ้นมาว่าตนเองจะเป็นสาเหตุให้อีกฝ่ายแผลติดเชื้อ ถ้าถึงขั้นตายขึ้นมาตนจะซวยเอาได้ จึงฮึดฮัดขัดใจพร้อมทิ้งสายยางลงพื้น แล้วเปลี่ยนมาเท้าเอวด้วยความเหนื่อยหน่าย “โอ๊ย…มันอยู่ระยองมั้ง” “จริงเหรอครับ” พริษฐ์ตาโตอย่างมีความหวัง ระยองเป็นสถานที่ที่จนิตาชอบและเขาเคยพาเธอไปเที่ยวบ่อยๆ ไม่ต่างจากเขาใหญ่ “ไปหาเอาเอง” ศราสะบัดมือไล่ส่งๆ ไม่คิดจะขยายความต่อ “ขอบคุณครับ” พริษฐ์กล่าวขอบคุณจากใจ แม้จะรับรู้ว่าถ้อยคำนั้นอาจจะไม่ใช่ความจริง แต่มันก็เป็นความหวังได้อยู่ไม่น้อย ที่ผ่านมาธนกฤตส่งคนช่วยตามหาตามสถานที่ต่างๆ ที่เขาบอกแล้ว แต่ก็ไม่พบแม้แต่เงา ว่าแล้วร่างสูงก็พลิกตัวกลับขึ้นรถพร้อมมุ่งหน้าไปยังจังหวัดร

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 12 (04)

    ประนอมผ่อนลมหายใจช้าๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ “ป้าไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคุณไจ๋ที่รักคุณพายขนาดนั้น จู่ๆ ถึงขอหย่าได้ แล้วคุณพายเองก็รักคุณไจ๋ไม่แพ้กัน” ประนอมนึกถึงความหลัง “ที่คุณพายให้ป้ามาอยู่ที่นี่ก็เพราะอยากให้ป้าช่วยมาดูแลคุณไจ๋ เพราะเธอชอบหัดทำอาหารแล้วมือโดนน้ำมันกระเด็นใส่บ่อยๆ รวมถึงไม่อยากทิ้งให้คุณไจ๋ต้องอยู่บ้านคนเดียว เวลาที่คุณพายต้องไปทำงาน” หากไม่รักก็คงไม่เอาใจใส่และห่วงใยเท่านี้ แต่ก็ไม่รู้ว่าตนแก่เกินไปจึงไม่เข้าใจอารมณ์ของหนุ่มสาวหรือเปล่า “ส่วนหนึ่งก็น่าจะมาจากนิสัยมันแหละครับป้า ทำอะไรห่วงอะไรก็ไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยบอกเมีย” วาโยอธิบายเสริม ประนอมพยักหน้าเห็นด้วย เพราะเจ้านายเป็นคนปากหนักมาแต่ไหนแต่ไร ความรักความห่วงใยส่วนใหญ่มักจะแสดงออกผ่านการกระทำหรือฝากฝังผ่านเธอเสียมากกว่า “ยังไงผมก็ฝากมันด้วยนะครับ” “ค่ะ” ประนอมยิ้มรับคำฝากฝัง แล้วรีบหันไปตระเตรียมปรุงอาหารรสอ่อนๆ ที่พริษฐ์พอจะกินได้ ซึ่งก็ไม่พ้นเมนูโปรดของจนิตาอย่างข้าวต้มกุ้ง เผื่อว่ากลิ่นหอมคุ้นเคยจะช่วยให้เจ้านายเจริญอาหา

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 12 (03)

    “ญาติคนไข้คนนั้นตัดทิ้งได้เลย เขาไม่มีปัญญาจ้างมือปืนมายิงไอ้พายได้หรอก” ธนกฤตตอบ สีหน้ายิ่งเครียดหนักเมื่อคดีดูเหมือนจะวนกลับมาที่จุดเริ่มต้น “ทำไม” ทุกคนทำสีหน้าใคร่รู้ “เพราะเขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปเมื่อสามสัปดาห์ก่อน” คำเฉลยของธนกฤตทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่สิบทิศจะโพล่งถามถึงอีกคน “แล้วคนที่ไอ้พายไปมีเรื่องด้วยที่ผับล่ะ” “เพื่อนคุณไจ๋...เพื่อนสาว” “อะไรนะ” แม้แต่พริษฐ์ก็ทำหน้าตกใจ คาดไม่ถึงว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็นเพื่อนของจนิตา “เมื่อก่อนชื่อนน ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นเมธาวิน หรือวินนี่” ธนกฤตบอกถึงข้อมูลที่สืบทราบมาได้ “แล้วมึงจำไม่ได้เลยหรือไงวะพาย” วาโยหันไปถามคนบนเตียง “หรือว่าวันนั้นมึงเมาจนเบลอ” “จำไม่ได้ก็ไม่แปลก เพราะเขาศัลยกรรมมาเยอะ และได้ย้ายไปอยู่กับสามีที่ต่างประเทศมานานแล้ว วันนั้นเขาแค่คงอยากยั่วโมโหมัน” ธนกฤตอธิบายจนทุกคนกระจ่างใจ “ไว้มีโอกาสกูจะไปขอโทษเขา” พริษฐ์เริ่มจำได้ถึงเพื่อนคนดังกล่าว อีกฝ่ายเป็นเพื่อนที่จนิตาเคยพูดถึงอยู่บ้างว่าอยู่ต่างประเทศ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status