Share

บทที่ 7

last update Tanggal publikasi: 2026-07-15 23:03:46

“มึงจะไปไหน” วาโยรีบคว้าแขนเพื่อนไว้

          “มึงกลับไปได้เลย” พริษฐ์บอกด้วยอารมณ์คุกรุ่น ภายในอกราวกับมีพายุลูกโตหมุนวน “กูไม่ซื้อของแล้ว”

          วาโยพยักหน้ายอมปล่อยมือ สายตามองเพื่อนที่เดินดุ่มๆ ตามอดีตภรรยาไปด้วยความเวทนา ไม่ใช่ว่าไม่ห่วงฝ่ายหญิงหรอกนะ แต่รู้ดีว่าคนที่กำลังจะได้หน้าหงายกลับมาต้องเป็นพริษฐ์แน่

          ด้านพริษฐ์เร่งฝีเท้าตามจนิตาที่ออกจากร้านจำนำไปแล้ว ยามเห็นเจ้าตัวยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับเงินจำนวนหนึ่งในมือก็ยิ่งร้อนไปทั่วทรวง ทว่าในจังหวะที่เดินเข้าไปใกล้กลับเก็บซ่อนอารมณ์ แล้วเหยียดยิ้มบอกไป

          “ถ้าไม่มีเงินก็ขอผมสิ ผมจะสงเคราะห์ให้”

          หญิงสาวหยุดเท้าหันหลังไปมอง ปากเบะใส่ “เป็นคนดีเสียจริงค่ะ”

          “ครับ” พริษฐ์น้อมรับคำชมนั้น แล้วต้องยิ้มกว้างกว่าเดิมยามเห็นลูกไก่ตาดำๆ ถามมาด้วยน้ำเสียงคล้ายอ้อนวอน

          “ถ้าไจ๋ขอแล้วจะให้จริงๆ หรือคะ”

          “แค่คุณขอร้อง” พริษฐ์ยืดอกรอฟังอย่างทะนงตัว โดยมีแค่ข้อแม้เดียวเท่านั้น

          “ค่ะ ไจ๋ขอร้อง ไจ๋ไม่มีเงิน” หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ ทำท่าเป็นต้องการเงินจากอดีตสามี ดวงตาเป็นประกายวูบไหวให้อีกฝ่ายอดจะสงสารไม่ได้

          “ผมจะโอนให้บัญชีเดิม” ชายหนุ่มหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเข้าแอปพลิเคชันธนาคาร แล้วจัดการโอนเงินจำนวนหนึ่งเข้าบัญชีของหญิงสาวอย่างเร็วไว

          ไม่นานจนิตาก็ได้ยินเสียงข้อความแจ้งเตือน

          เงินเข้า บ/ช x-xxx จำนวน 300,000.00 บ. จากนายพริษฐ์ xxx

          “เท่านี้?” จนิตากลอกตาใส่จำนวนเงิน ก่อนปรายตามองคนตรงหน้าที่กล้ามาโชว์ป๋าใส่ “แล้วยังจะกล้ามาหน้าใหญ่”

          “คุณต้องการเท่าไร” พริษฐ์เค้นเสียงถาม จนิตาอยากได้เท่าไรก็บอกมา เขาจะได้โอนเงินให้ได้ถูกใจ

          “ห้าล้าน จ่ายมาค่ะ” หญิงสาวกระดิกนิ้วยิกๆ

          คนฟังทำท่าตกใจในความต้องการนั้น ใบหน้าคมคายสั่นไปมา “ตอนนี้ผมไม่มีมากขนาดนั้นหรอก”

          “ทีหลังก็อย่าอวดรวยค่ะ คุณหมอขี้งก” จนิตาไม่อยู่ฟังคำใดๆ ต่อรีบจ้ำอ้าวเดินจากไป อย่างน้อยก็ได้ลาภลอยมาสามแสนบาท แต่หากเทียบกับสิ่งที่เธอถูกหลอกมา มันน้อยไปด้วยซ้ำ

           “จนิตา”

          ฝ่ายพริษฐ์คำรามที่ถูกต่อว่า รู้ว่าหญิงสาวปากร้าย แต่พอเจอเข้ากับตัวเองก็อึ้งจนพูดไม่ออก ทำได้เพียงยืนงุ่นง่านอยู่ลำพัง เพราะทำอะไรไม่ได้สักอย่าง

บทที่ 7

          ภายในห้องตรวจของแผนกศัลยกรรม พริษฐ์ก้าวเข้ามานั่งรอได้ราวห้านาทีแล้ว ทว่าเจ้าของห้องที่นั่งอยู่ก่อนกลับไม่มีทีท่าว่าจะสนใจเขาเลยสักนิด วาโยยังคงเอาแต่ก้มหน้าก้มตาจดจ่ออยู่กับหน้าจอสมาร์ตโฟนในมือพร้อมกับสวมหูฟัง

          “กูมานานแล้ว” พริษฐ์ร้องบอกพร้อมกับเคาะนิ้วบนโต๊ะ

          “แล้ว” เสียงรบกวนทำให้วาโยจำใจเงยหน้าขึ้นมอง เขาทราบแล้วว่ามันเดินเข้ามา เพียงแค่ยังไม่อยากให้ความสนใจ

          “มึงดูอะไรนักหนา” คนมาใหม่พยายามมองไปยังจุดสนใจของเพื่อน แต่ก็มองไม่เห็น

          “ดูนมเมียมึง” วาโยกระตุกยิ้มบอก แต่ยังไม่ยอมโชว์หน้าจอให้ได้เห็น

          “มึงพูดห่าอะไร” พริษฐ์ไม่เข้าใจในคำบอก อีกอย่างในตอนนี้ตนก็ไม่ได้มีเมียอีกแล้ว เพิ่งไปหย่ากันมาหยกๆ มันลืมหรืออย่างไร

          “ก็คุณไจ๋กำลังไลฟ์ขายนมอยู่ โชว์นมด้วย ขาวฉิบหาย” วาโยกดยิ้มลึก แล้วทำหน้าหื่นกระหายประกอบด้วย นั่นทำให้ได้เห็นว่ามีคนตาลุกเป็นไฟ

          พริษฐ์เอื้อมสุดมือไปคว้าสมาร์ตโฟนของวาโยมาไว้ในมืออย่างร้อนรน แล้วรีบก้มมองหน้าจอ ก่อนจะคำรามเสียงดุดันออกจากลำคอ

          “ไอ้โย”

          “ก็คุณไจ๋ขายนมจริงๆ”

          วาโยไม่ได้พูดผิดไปสักคำ จนิตาขายนมจริงๆ แต่เป็นนมกล่อง ทั้งรสหวาน รสเปรี้ยว รสโกโก้ แล้วก็มีสีขาว ไม่เห็นแปลกตรงไหน ดวงตาหรี่มองคนที่มีอาการร้อนรน เป็นเดือดเป็นร้อน

          พริษฐ์ใช้ลิ้นดุนดันกระพุ้งแก้มอย่างหงุดหงิดใจ “กูก็แค่กลัวว่าภาพลักษณ์กูจะเสียหายไปด้วยก็เท่านั้น”

          “ก็หย่ากันแล้วปะ มึงจะเสียภาพลักษณ์ได้ไง อีกอย่างนะคนที่รู้ว่ามึงแต่งงานกับคุณไจ๋ก็มีนิดเดียว จะกลัวไปทำไม” วาโยเท้าคางมองพริษฐ์ คิดว่าอาการมันแปลกๆ ชอบกล หรือว่าสามปีที่ผ่านมามันจะหวั่นไหวกับจนิตา

          พริษฐ์ไม่ตอบ เพราะสายตาเอาแต่จ้องมองหน้าจอที่กำลังมีภาพเคลื่อนไหวของจนิตาที่ไลฟ์ขายนมด้วยชุดสายเดี่ยวสีแดงขับผิวขาวให้ยิ่งดูโดดเด่น ก่อนจะคว้าหูฟังอีกข้างของเพื่อนมายัดใส่หู

          “ไจ๋รับรองว่านมของไจ๋ทั้งหวาน ทั้งหอม” อดีตภรรยากำลังจีบปากจีบคออ้อล้อกับพวกแฟนคลับที่กดส่งดอกไม้ กดส่งหัวใจให้ โดยเฉพาะแฟนคลับผู้ชายที่กำลังแทะโลมอย่างโจงแจ้ง

          PP : จริงหรือครับ

          TON : พี่อยากดูด...นมน้องไจ๋จัง อยากชิมครับ อยากชิม

          TON : ขอไปชิมถึงบ้านได้ไหมครับ

          ด้านจนิตาเห็นคอมเมนต์รัวๆ เข้ามาก็แย้มยิ้มกว้าง แม้ว่าจะมีข้อความไม่พึงประสงค์มาด้วย แล้วขายนมต่อไปอย่างมืออาชีพ เพราะเมื่อก่อนเธอเจอเรื่องพวกนี้มานับไม่ถ้วน

          “อยากชิมต้องซื้อค่ะ เดี๋ยวไจ๋จะใส่หัวใจไจ๋ลงไปด้วย” หญิงสาวยกมือขึ้นทำท่าส่งหัวใจกลับคืนไป ก่อนหัวคิ้วจะขมวดมุ่นเมื่อเห็นถึงข้อความหนึ่ง

          Wayo : มันแทะโลมไม่รู้ตัวหรือไง

          จนิตามองไปยังภาพโพรไฟล์ที่แค่เห็นก็รู้ว่าเป็นของศัลยแพทย์ เพื่อนรักของอดีตสามี แล้วก็มีข้อความส่งมาอีก

          Wayo : ตกลงนี่ขายนม หรือขายอะไร

          แม้ตาอ่าน แต่ปากกลับยังขายของที่อยู่ในมือ เธอประกาศคัมแบ็กไม่นานก็มีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับนมติดต่อมา ซึ่งเคยร่วมงานกันเมื่อหลายปีก่อน

          “ใครอยากกินนมไจ๋... รีบจิ้มที่ตะกร้านะคะ และช่วงนี้ไจ๋ก็กลับมารับงานร้องเพลงแล้ว ใครมีงานเล็กใหญ่ติดต่อผ่านผู้จัดการไจ๋ได้เลย”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 10

    “ฮะ? อะไรนะ” วาโยเบิกตาโต ทวนประโยคนั้นซ้ำเพื่อให้แน่ใจ มันเมาถึงพูดผิดพูดถูกหรือเปล่า “มึงรักคุณไจ๋?” “ไม่รักแล้วกูจะแต่งงานกับไจ๋ทำไมวะ” พริษฐ์มองหน้าคนถามอะไรแปลกๆ อย่างไม่เข้าใจ ฝ่ายวาโยนิ่งและอึ้งไป สมองเริ่มมีความสับสน ส่วนนายตำรวจหนุ่มได้แต่ยืนเกาศีรษะ เพราะเริ่มตามไม่ทันแล้ว ทางด้านเมธาวินเดินลิ่วๆ ไปยังรถคันหรูที่สตาร์ตเครื่องรออยู่ สองเท้าก้าวขึ้นไปนั่งที่เบาะหลังด้วยท่าทางสบายใจ “วินมาแล้ว...” ทุกสายตาในรถจับจ้องที่เขาเป็นจุดเดียว ศราเผยอปากจะถามแต่เจ้าตัวกลับยกมือห้าม “ขอเวลาห้านาที” เมธาวินก้มหน้าก้มตาจัดการสมาร์ตโฟนสักพัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองจนิตา “ไจ๋ เงินเข้าหรือยัง” “เงินอะไร” หญิงสาวที่นั่งนิ่งมาตั้งแต่ก้าวเท้าขึ้นรถเลิกคิ้วขึ้น สีหน้ามีความตึงเครียดไม่น้อย “ไจ๋ก็ดูสิ” เมธาวินพยักพเยิดหน้าให้จนิตาหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเช็ก หญิงสาวทำตาม ไม่นานก็ต้องตาเบิกกว้าง เมื่อได้รับข้อความแจ้งเตือนจากธนาคาร ว่าเมธาวินโอนเงินให้เธอถึงสองแสนบาทแล้วรีบถามไป “แกโอนเงินให้ฉันทำไม...ตั้งสองแสน”

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 9 (02)

    “เฮ้ย นั่นมันจะจูบคุณไจ๋หรือเปล่าวะ” ภาพที่ผู้ชายใบหน้าหล่อเหลากำลังโน้มใบหน้าไปแนบชิดกับดวงหน้าหวานจนปลายจมูกแทบชนกัน สิ้นเสียงของธนกฤต พริษฐ์ก็สะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม สองเท้าพุ่งทะยานไปยังโต๊ะเป้าหมายด้วยความเร็วแสง แล้วกระชากคอเสื้อของไอ้คนหน้าด้านให้ห่างจากภรรยาของเขา “อย่ามายุ่งกับเมียกู” พริษฐ์ประกาศก้อง นัยน์ตาแดงก่ำราวกับมีลูกไฟลุกโชนอยู่ภายใน “ใครเมียมึง” เมธาวินตวัดสายตามองพริษฐ์ตั้งแต่หัวจดเท้า ก่อนจะใช้ลิ้นเลียริมฝีปากแล้วบอกออกไป “ของดีๆ ใครก็อยากเอาปะวะ” “ไอ้เหี้ย” เพียงเท่านั้นสติของพริษฐ์ก็ขาดผึง ปล่อยหมัดซัดใส่ใบหน้าของคนที่มันพูดจาแทะโลมจนิตา หนำซ้ำยังจะกล้ามาจูบปากนุ่มๆ ที่เป็นของเขาอีก “ว้าย” เสียงร้องด้วยความตกใจดังระงม ศราและเกวลินมองภาพตะลุมบอนตรงหน้าด้วยอาการตาค้าง เพื่อนของพริษฐ์รีบปรี่เข้ามาห้ามทัพพัลวัน “ไอ้พายหยุดเถอะ ตั้งสติหน่อย” วาโยพยายามดึงตัวเพื่อนออก แต่กลับถูกพริษฐ์สะบัดจนกระเด็น ธนกฤตพยายามล็อกแขนเอาไว้ แต่วันนี้พริษฐ์กลับมีแรงมหาศาลจนเขาแทบหน้าคะมำ ทว่าจู่ ๆ ทุกอย่างก็หยุดนิ

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 9

    บทที่ 9 “มันเป็นเหี้ยอะไร” เมื่อนายตำรวจหนุ่มเดินมาถึงโต๊ะก็เอ่ยถาม สายตาจ้องมองพริษฐ์ที่เอาแต่กระดกน้ำสีอำพันเข้าปากราวกับเป็นน้ำเปล่า และได้ข่าวมาว่าเพื่อนรักดื่มหนักแบบนี้ติดต่อกันมาสามวันแล้ว “ถามมันเองเลย” วาโยมองสภาพของคุณหมอสูติฯ แล้วนึกสมเพช ตั้งแต่ที่ถูกจนิตาแจ้งความก็เอาแต่จมอยู่กับแก้วเหล้า “สรุปมึงเป็นอะไรไอ้พาย” ธนกฤตแย่งแก้วเหล้าออกจากมือพริษฐ์ สภาพเพื่อนตอนนี้ดูเหมือนคนอกหักปางตาย ทั้งที่มีข่าวลือหนาหูว่ามันกำลังจะแต่งงานใหม่ “เอาแก้วกูคืนมาไอ้ธาม” พริษฐ์เอื้อมมือจะคว้าคืน แต่อีกฝ่ายเบี่ยงตัวหลบ “ตอบกูมาก่อน แล้วกูจะคืนให้” พริษฐ์ใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม นัยน์ตาแดงก่ำสั่นไหวด้วยความตัดพ้อและเจ็บช้ำ ก่อนแค่นยิ้มสมเพชตัวเอง จนิตาใจร้ายกับตนเหมือนคนเกลียดชังกันมาสิบชาติ “ตอบเร็วสิมึง” ธนกฤตเร่งเร้า “กูเรียกเอาแก้วใหม่ก็ได้” พริษฐ์ตัดบทด้วยความหงุดหงิด มือกวักเรียกบริกรให้นำแก้วใบใหม่มาให้ทันที ธนกฤตมองเพื่อนอย่างใช้ความคิด พริษฐ์เป็นคนพูดน้อยก็จริง แต่ไม่เคย

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 8 (02)

    “เรากลับกันดีกว่าค่ะพี่เก้า ไจ๋เหนื่อยแล้ว” “ได้สิครับ” นพเก้าพยักหน้าตอบตกลง ศีรษะค้อมลงเล็กๆ ให้คนที่จะมารับหน้าที่ลงนรกต่อจากตน แล้วพาจนิตาเดินปลีกตัวออกไปขึ้นรถคันหรูของตัวเอง พริษฐ์ยืนหายใจหอบถี่ด้วยความหงุดหงิด โมโหคนอวดดีอย่างจนิตาที่ไม่ยอมฟังคำเตือนกันเลย แล้วพยายามบอกตัวเองว่าอย่าไปใส่ใจ ในเมื่อจนิตาอยากรนหาที่นักก็ช่างปะไร อย่างไรเสียตนกับฝ่ายหญิงก็หย่าขาดจากกันแล้ว ทว่าสุดท้ายกลับสบถออกมาเสียงดัง มือยกขึ้นขยี้ผมตัวเองอย่างแรง “บ้าเอ๊ย” ฝ่ายคนที่นั่งอยู่บนรถคันหรูหันไปมองสารถีหนุ่ม ในสมองมีคำถามผุดขึ้นและเลือกจะถามออกไปตรงๆ “พี่เก้ามาที่โรงแรมนี้ได้ยังไงคะ บังเอิญหรือตั้งใจมา?” จนิตาอยากรู้ว่าทำไมนพเก้าถึงมายังโรงแรมจัดงานแห่งนี้ได้ “เรียกว่าถูกเชิญมาดีกว่าครับ” นพเก้าตอบ เขาคงไม่ต้องบอกว่าใครเป็นคนร่อนบัตรเชิญไปให้ถึงหน้าบ้าน คราแรกตนไม่คิดจะมาด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่อความอยากรู้ว่าตะวันฉายต้องการจะทำอะไร และตอนนี้ก็ได้คำตอบที่แจ่มชัดแล้ว เจ้าหล่อนต้องการประกาศชัยชนะ “เธ

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 8

    บทที่ 8 “เหอะ” จนิตากดยิ้มลึกและทำเสียงต่ำในลำคอ นึกถึงถ้อยคำที่พริษฐ์บอกไว้ พริษฐ์เชิญเธอมางานจริงๆ ช่างเป็นคนที่รักษาคำพูดเสียจริง ก่อนดึงสายตาไปมองคนบนเวทีที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุข ยิ้มให้กับชายที่รักเจ้าหล่อนท่วมหัว จนิตารีบยกมือขึ้นปรบมือเป็นคนแรก เรื่องน่ายินดีแบบนี้ทุกคนก็ต้องช่วยกันอวยพร นั่นทำให้ตะวันฉายเบนสายตาไปมองแล้วยิ้มพึงพอใจ จากนั้นพิธีกรบนเวทีก็รีบทำตามหน้าที่ของตัวเอง “พวกเราขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ” “ค่ะ” ตะวันฉายยิ้มขอบคุณ แล้วหันไปจับมือของบิดาไว้แน่น สายตามองไปรอบๆ ล้วนแต่มีคนร่วมยินดีไปกับเธอ ก่อนจะหันไปมองพิธีกรพร้อมเอ่ยบอก “เพลงต่อไปฉายขอเป็นเพลงรักอวยพรให้พวกเราได้ไหมคะ” “งานนี้คงต้องฝากไว้ที่น้องไจ๋ไจ๋แล้วครับ” พิธีกรผายมือไปยังด้านข้างเวทีอีกด้าน หวังว่านักร้องคนที่สองคงมีลิสต์เพลงรักหวานชื่นอยู่บ้าง “ยินดีค่ะ” จนิตาก้าวเท้าขึ้นไปเผชิญหน้าบนเวทีอย่างไม่หวั่นเกรง และจะไม่พลาดโอกาสทองที่จะมอบคำอวยพรให้ทั้งสอง “งั้น...ไจ๋ขอเป็นคนกล่าวคำอวยพรให้ทั้งคู่นะคะ”

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 7 (04)

    “งานเลี้ยงบริษัทน่ะ” เกวลินเอ่ยบอก ในอดีตเธอเคยทำหน้าที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวให้เพื่อนรัก และตอนนี้ก็กลับมาช่วยดูแลคิวงานให้ระหว่างที่จนิตากำลังรันวงการอีกครั้ง “เห็นว่าเป็นงานรวมเครือบริษัทใหญ่น่ะ ฉันเพิ่งได้รับการติดต่อมาเมื่อเย็นวาน รายละเอียดคร่าวๆ คือเป็นงานใหญ่พอตัวเลยนะ...แกจะรับไหม” “รับสิ” จนิตาตอบโดยไม่ต้องคิด งานคือเงิน และเงินคืออนาคตที่จะกลายเป็นค่านมผงให้เจ้าตัวเล็กในท้อง “แต่อีกสามวันนะนังไจ๋” เกวลินบอกถึงกำหนดวันที่ค่อนข้างเร่งด่วน “ฮะ?” หญิงสาวตกใจเล็กน้อยเพราะเวลากระชั้นชิดมาก แถมยังร้างสนามมานาน แม้ที่ผ่านมาจะฝึกร้องเพลงที่บ้านอยู่บ่อยๆ แต่การขึ้นเวทีจริงมันต่างกัน “เห็นว่าถูกนักร้องดังเท” เกวลินบอกเหตุผลที่ทางผู้จ้างบอกมา ช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาล คิวของคนดังมากดังน้อยจึงพลอยแน่นไปหมด “อ้อ...” จนิตาลากเสียงยาว แต่ก็ไม่ได้ทำให้บั่นทอนจิตใจ เพราะทุกโอกาสมีค่าเสมอ “ว่าแต่แกเป็นไงบ้าง” เกวลินถามด้วยความห่วงใย อยากให้เพื่อนย้ายมาอยู่คอนโดมิเนียมด้วยกันจะได้ช่วยดูแล แต่จนิตาก็ดื้อแพ่งไม่ยอมท่าเดียว “ก็ด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status