Beranda / รักโบราณ / นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า / ตอนที่31 รื้อฟื้นความทรงจำ

Share

ตอนที่31 รื้อฟื้นความทรงจำ

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-14 03:04:25

“เราอุ่นเตียงกันเรียบร้อยแล้ว” เขาเอ่ยขึ้นพร้อมสังเกตสีหน้าของนางไปด้วย นางทำหน้าตกใจจากนั้นก็ฉีกยิ้มออกมาอย่างตื่นเต้นและพอใจ

“เราอุ่นเตียงกันแล้ว! เสียดายข้าจำไม่ได้เลย ถ้าเช่นนั้นพี่ลี่เฉี่ยว เรามารื้อฟื้นความจำกันใหม่ได้หรือไม่เจ้าคะ?” ลี่เฉี่ยวจ้องใบหน้างามอย่างจับผิด นางแสร้งจำไม่ได้หรือเปล่านะ ทำเนียนอยากรื้อฟื้นความจำ เพราะติดใจลีลาเร่าร้อนของเขาหรือเปล่า แต่จะพูดอย่างนั้นก็ไม่ถูก เพราะเมื่อคืนเป็นนางที่ควบขี่เขาทั้งคืน น่าจะเป็นเขาที่ติดใจลีลาของนางเสียมากกว่า

“หากเจ้าอยากรื้อฟื้นเอาสิข้ารออยู่” ลู่เจินใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย จะให้นางเป็นเริ่มหรือ มันน่าอายเกินไป แต่แล้วเป็นเขาที่กระชากให้นางนอนลงไป ก่อนเขาจะขึ้นมาคร่อมร่างของนาง

“ร่องรอยพวกนี้เป็นเจ้าและข้าทำมันขึ้นเมื่อคืน หากเจ้าจำไม่ได้ ข้าจะช่วยรื้อฟื้นให้เจ้าเอง” เอ่ยจบเขาก็ก้มลงมาบดจูบอย่างร้อนแรง นางเอกก็จูบตอบเขาอย่างร้อนแรงไม่แพ้กัน  ลู่เจินเหมือนความจำจะกลับมาทันที เมื่อเขาส่งแท่งหยกเข้าไปในกายของนาง เขาเห็นท่าทีของนางเปลี่ยนไป ก็เดาว่านางคงจำได้แล้ว ฮึแม่ตัวดีถึงคราวข้าบ้างแล้ว วันนี้เจ้าไม่ต้องลงจากเตียง

ทางด้านลู่อันเมื่อรู้สึกตัวตื่น ก็รีบก้าวลงจากเตียงเพื่อจะไปปลดทุกข์ แต่แล้วเพียงแค่ก้าวขา นางก็ล้มลงที่พื้นอย่างไม่เป็นท่า ร่างกายของนางไม่ได้สวมใส่สิ่งใดเลยสักชิ้น นางนั่งงุนงงอยู่ที่พื้นก่อนจะรีบทบทวนความจำอย่างเร่งด่วน เพราะเพิ่งตื่นนอนนางจึงจับต้นชนปลายไม่ถูก

 เจียวลู่มองลู่อันที่นั่งอยู่กับพื้นอย่างขบขัน เมื่อคืนเขามีความสุขมาก เขากับนางเข้ากันได้ดีอย่างน่าเหลือเชื่อ 

“เจ้าลงจากเตียงก่อนถือว่าแพ้”

“แพ้ชนะใครสนกัน พี่ลู่ขาของข้าไม่มีแรงเลย ข้าอยากไปปลดทุกข์” นางทำหน้าน่าสารมาก เขาจึงรีบลุกมาอุ้มพานางไปห้องน้ำ เขารอจนนางทำธุระเสร็จ ก็อุ้มกลับไปวางบนเตียงก่อนจะดึงร่างบางมาสวมกอด

“รู้สึกเจ็บหรือไม่?”

“ก็มีเจ็บอยู่บ้างเจ้าค่ะ แต่ว่าวันนี้ข้าคงลุกไม่ไหว ร่างกายไร้เรี่ยวแรงแข้งขาข้าก็สั่นมาก” เจียวลู่หลุดหัวเราะออกมา เป็นไงละอวดเก่งดีนัก เมื่อคืนนึกว่าวิญญาณผีนางโลมเข้าสิง พอหมดฤทธิ์ยากำหนัดและฤทธิ์สุรา กลายเป็นไก่หง่อยช่างน่าสงสาร

“หัวเราะเยาะเย้ยข้า นี่แหนะ ๆ” ลู่อันใช้นิ้วจี้เอวของเขาด้วยความหมั่นไส้ เขาไม่ใช่คนที่บ้าจี้แต่กลับมีความรู้สึกอื่นเข้ามาแทน

“เจ้าอยู่นิ่ง ๆ ไม่เช่นนั้นอาจเดินไม่ได้ไปสามวัน” ลู่อันขมวดคิ้วเข้าหากัน เหตุใดถึงจะเดินไม่ได้ไปสามวัน เขาเห็นนางทำหน้าสงสัย ก็จับมือของนางไปสัมผัสกับเจียวลู่น้อย ที่เริ่มตื่นตัวอีกครั้ง ลู่อันรีบมุดหน้าเข้าไปซุกยังอกเขาด้วยความเขินอาย คนบ้า!

ทางด้านลู่เสียนยามนี้นอนซบอยู่บนตัวเหว่ยอ๋อง หลับสบายดั่งแมวน้อย พวกเขาทั้งคู่เพิ่งจะได้นอนในยามรุ่งสาง เพราะเมื่อคืนลู่เสียนได้กลายร่างเป็นแม่เสือสาว จัดให้เขาแบบไม่พัก ยามนี้เหว่ยอ๋องแทบนอนเป็นผัก ปล่อยให้นางนอนอยู่บนตัวเขาโดยไม่กล้าขยับ เพราะกลัวว่านางจะตื่นมาจัดการเขาต่อ 

ลู่เสียนขยับตัวอย่างเกียจคร้าน บิดขี้เกียจไปสามสี่รอบ โดยมีเขานอนมองอย่างไม่วางตา พอนางหันไปเห็นว่าเอามองอยู่ ก็รีบก้มลงไปจุ๊บแก้มซ้ายขวาอย่างรักใคร่เอ็นดู

“ตื่นแล้วเหรอเพคะ เหนื่อยหรือไม่ เดินไหวหรือเปล่าฮิฮิ” นางแกล้งเย้าเขาก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ

“เจ้าควรเปลี่ยนชื่อเป็นนางมารน้อย”

“ท่านอ๋องหากเป็นชื่อเป็นนางมาร หม่อมฉันจะร้ายกว่าเดิม เอ่อหมายถึงร้อนแรงกว่าเดิม ท่านอ๋องรับไหวหรือเพคะ? ไหนหม่อมฉันขอดูหน่อย เจ้าหนอนน้อยตื่นหรือยัง?”

“เจ้า!!” เขารู้สึกมันเขี้ยวนางเหลือเกิน อยากจัดอีกสักรอบ แต่ว่าร่างกายของเขาเหนื่อยล้าเต็มที ดูนางเอาเถิดนางคึกคักไม่มีอาการเหนื่อยล้าให้เห็นเลยสักนิด ต่างจากเขาลิบลับ

“น่าสงสารเทพสงคราม แพ้ราบคาบบนเตียงเช่นนี้ใช้ได้ที่ไหนกันเพคะ แต่จะว่าไปเทพสงครามยังไงก็ไม่อาจสู่นารีพิฆาตได้อยู่แล้ว” เหว่ยอ๋องเมื่อถูกหยามเกียรติ ก็เริ่มจะทนไม่ไหวตวัดร่างของนางมาอยู่ใต้ร่าง

“ลู่เสียน! ข้าจะสั่งสอนเจ้าให้หลาบจำ ที่บังอาจมาดูถูกความสามารถของสามีเจ้า” ลู่เสียนยิ้มหวานหยดให้เขา

“สามีรีบมาสั่งสอนข้าเร็วเข้า” กล่าวจบนางก็ขยิบตาให้เขาอย่างท้าทาย เหว่ยอ๋องหมดความอดทน ก้มลงไปตะโบมจูบอย่างดุเดือด ลู่เสียนจูบตอบด้วยไฟปรารถนาอันร้อนแรง 

“ท่านอ๋อง หม่อมฉันไม่รู้ว่าไปรักท่านตอนไหน แต่อยากจะบอกว่า หากท่านทำแรงกว่านี้ หม่อมฉันจะรักท่านมากที่สุด”

“ลู่เสียน เจ้าตายแน่!!” เขาอัดกระแทกไม่ยั้ง จนลู่เสียนหัวสั่นหัวคลอน ก่อนทั้งเขาและนางจะเกร็งกระตุกปลดปล่อยน้ำรักออกมามากมาย

เขายกมือขึ้นมาปัดไรผมออกจากใบหน้าของนาง ก่อนจูบลงบนหน้าผากชื้นเหงื่ออย่างแสนรักใคร่ “ข้ารักเจ้านะนางมารน้อยของข้า” ลู่เสียนระบายยิ้มออกมา “หม่อมฉันก็รักพระองค์นะเพคะจอมมารของหม่อมฉัน”

เป็นเวลาบ่ายที่พวกเขาพากันออกจากห้อง ลู่เฉิงที่กำลังใช้กรรไกรตัดแต่งกิ่งต้นไม้อย่างอารมณ์ดี เห็นพวกเขาออกมาแล้วก็ยิ้มร่า เพราะเขาได้ให้บ่าวตระเตรียมอาหารบำรุงเอาไว้ แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยอะไรออกไป บ่าวในจวนก็รีบมารายงานเสียก่อน

“ท่านอ๋ององครักษ์จางไห่มาขอพบพ่ะย่ะค่ะ”

“ให้เข้ามา” เหว่ยอ๋องจับมือลู่เสียนไปที่ห้องโถง เจียวลู่จึงจับมือลู่อันเดินตามไป และตามด้วยรองแม่ทัพฉือกับลู่เจิน เมื่อจางไห่มาถึงก็รีบโค้งคำนับ ก่อนจะรีบรายงานทันที

“ทูลท่านอ๋องสายลับมารายงานว่า ดูเหมือนคุณชายกู้จะติดต่อกับคนผู้หนึ่งอยู่บ่อยครั้ง ล่าสุดเหมือนจะนัดเจอกันที่โรงน้ำชาพ่ะย่ะค่ะ จากที่กระหม่อมตามสืบดูชายผู้นั้น ดูเหมือนเขาจะเป็นหยวนอ๋องจากแคว้นเจินพ่ะย่ะค่ะ”

เหว่ยอ๋องรับฟังอย่างนิ่งสงบ ก่อนจะครุ่นคิดว่า เขาผู้นี้คงมีแผนการบางอย่างเป็นแน่ สัญญาสงบศึกเป็นเวลา5ปี ในระหว่างนี้เขาคงคิดแผนการเอาคืนแคว้นโจว เขารู้สึกเบื่อหน่ายสงครามเต็มที เมื่อไหร่แคว้นเจินจะเลิกบ้าอำนาจ และเลิกอยากได้ดินแดนผู้อื่นเสียที 

 

 

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่64 แผนวางยาลูกเขย

    เมื่อกลับมาถึงจวนลู่เสียนและลู่หลินก็อาสาทำอาหารเอง เพราะนึกอยากกินก๋วยเตี๋ยว เหว่ยอ๋องและรัชทายาทไม่ได้กลับมาด้วยเพราะต้องอยู่พูดคุยเรื่องงานกันต่อที่ห้องทรงอักษร ลู่เสียนและลู่หลินจึงได้แวะตลาดก่อนเพื่อที่จะซื้อกระดูกหมู เนื้อหมู หัวไชเท้าและผัก ยามนี้เป็นเวลาใกล้เที่ยงแล้ว ลู่เสียนจึงคิดว่าทำเผื่อมื้อเย็นไปด้วยเลยจะได้ไม่ต้องเสียเวลา“พี่หญิงมีอะไรให้ข้าช่วยบ้างเจ้าคะ?” ลู่ฟางและลู่เซียนเดินเข้ามาถาม เพราะได้ยินว่าลู่เสียนและลู่หลินจะทำอาหารเอง ด้านหลังตามมาด้วยสององค์ชาย ที่ทำตัวคล้ายหมาน้อยติดตามเจ้านายอย่างน่าเอ็นดู“เอากระเทียมไปแกะ”“เจ้าค่ะ”“พี่หญิงนางร้ายอันสองมารายงานตัวเจ้าค่ะ” เสียงลู่อันดังมาแต่ไกล“ข้านางร้ายอันดับสามก็มารายงานตัวเช่นกันเจ้าค่ะ” ลู่เสียนขำออกมากับท่าทางของพวกนาง “เช่นนั้นนางร้ายอันดับสองและอันดับสามไปนวดแป้ง เดี๋ยวข้าจะสอนทำบะหมี่ ลู่หลินเจ้าจะทำเส้นอย่างอื่นด้วยหรือไม่?”“ทำเส้นใหญ่เจ้าค่ะง่ายดี แล้วก็จะห่อเกี๊ยวด้วยเจ้าค่ะ”“ทำเยอะ ๆ ไปเลยเผื่อมื้อเย็นไปเลยทีเดียว อ้าวลู่เจียวเจ้ามาพอดีเจ้าเอาผักไปล้าง”“เจ้าค่ะ”ลู่เฉิงยืนเอามือไพล่หลังมองภาพที่บรร

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่63 สาสน์ขอตัวดู

    ยามนี้คนที่มีความสุขที่สุดจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคหบดีลู่เฉิง ที่เวลานี้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มีความสุขจนยากจะบรรยาย เหล่าบรรดาลูกเขยอยู่กันพร้อมหน้าถึงเจ็ดคน จะมีใครโชคดีเท่าเขาไม่มีอีกแล้ว “ลู่เฉิงจัดงานแต่งพร้อมกันทีเดียวไปเลยเจ็ดคู่ดีหรือไม่?” ฮ่องเต้เอ่ยถามเขาที่เอาแต่นั่งยิ้มไม่พูดไม่จา“ฝ่าบาทกระหม่อมกำลังคิดอยู่พอดีเลยพ่ะย่ะค่ะ”“ฝ่าบาทจัดงานพร้อมกันก็ดีนะเพคะ หม่อมฉันอยากเห็นงานแต่งที่ยิ่งใหญ่อลังการที่มีคู่บ่าวสาวถึงเจ็ดคู่” ฮองเฮาเอ่ยด้วยสีหน้าตื่นเต้นพระพักตร์เริ่มขึ้นสีแดงนิด ๆ เพราะได้ดื่มโซจูไปหลายจอก วันนี้นางรู้สึกผ่อนคลายและรื่นเริงมากจริง ๆ บรรยากาศเช่นนี้เป็นสิ่งที่นางใฝ่ฝันอยากได้มาตลอด เพราะวังหลวงไม่ใช่สถานที่ที่จะทำตามใจตนเองได้ พอได้มาสัมผัสบรรยากาศที่นี่จึงรู้สึกชอบเป็นพิเศษ “ฝ่าบาทมีสาสน์ส่งมาจากต่างแคว้นพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์รีบเข้ามารายงานพร้อมยื่นสาสน์ให้ฮ่องเต้ เขารับมาเปิดอ่านอย่างไม่รีรอ จากนั้นเขาก็ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ “ฮ่า ฮ่า ลู่เฉิงเมื่อก่อนไม่มีใครสนใจบุตรสาวตระกูลพ่อค้าของเจ้า แต่มายามนี้กลับแตกต่างออกไปแล้วอะนะ ดูเหมือนแคว้นเป่ยจะส่งสาสน์มาขอด

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่62 ข่าวน่ายินดี

    จื้อตงหยางและจื้ออี้เฉิงคิดว่าพวกเขาควรจะเอ่ยกับลู่เสียนและเหว่ยอ๋อง เรื่องที่พวกเขาได้ตัดสินอยากขอถอนคำพูดสิ่งที่เขาได้เอ่ยออกไปก่อนหน้านี้ว่า ไม่มีทางแต่งกับบุตรของอนุและอยากแก้ไขใหม่เป็น อยากขอคบหาดูใจกับพวกนางดูก่อน “ท่านอ๋อง คุณหนูใหญ่ ข้ามีเรื่องอยากจะขอร้อง คือก่อนหน้านี้ที่พวกข้าได้เอ่ยออกไปว่า ไม่มีทางแต่งกับบุตรของอนุ ในตอนนั้นพวกข้าพูดไปโดยไม่คิดไตร่ตรองให้ดี ในตอนนี้จึงอยากขอถอนคำพูดและเปลี่ยนเป็นขอคบหาดูใจกับพวกนางอย่างจริงใจ”“พวกท่านแน่ใจหรือเพคะ การตัดสินใจของพวกท่านในวันนี้จะมีผลในวันข้างหน้า พวกนางเป็นบุตรสาวที่เกิดจากอนุ จึงมีความรู้สึกต่อต้านอยู่ภายในใจตลอดเวลา ว่าจะมีคนจะมาดูถูกชาติกำเนิดของนาง เพราะฉะนั้นการแสดงความจริงใจคือสิ่งที่สำคัญมาก”“หม่อมฉันจะให้โอกาสพวกท่านคิดทบทวนอีกครั้ง เพราะพวกนางเป็นน้องสาวของหม่อมฉัน หม่อมฉันจึงจำเป็นต้องปกป้องพวกนางอย่างสุดความสามารถ อีกอย่างพวกท่านเป็นถึงองค์ชาย แต่งงานกับบุตรสาวของอนุย่อมไม่เป็นที่ยอมรับของราชวงศ์ หากแต่งออกไปฐานะทางสังคมก็คงเป็นได้เพียงอนุ หากว่าพวกท่านพร้อมจะยืดอกกางแขนปกป้องศักดิ์ศรีของพวกนางได้อย่างสง่าผ่า

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่61 ผูกด้ายแดง

    “ในเมื่อท่านทั้งสองคนเดินทางมาเพื่ออยากให้หม่อมฉันช่วยเหลือ หม่อมฉันยินดีช่วยแต่ว่าในเมื่อท่านเริ่มต้นไม่ดี หม่อมฉันก็จะให้บทลงโทษกับองค์ชายเช่นพวกท่านได้เรียนรู้เสียบ้าง เพราะเท่าที่เห็นพระองค์คงถูกตามใจจนเคยตัวและไม่เข้าใจการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นท่านสองคนต้องอยู่ที่นี่เพื่ออบรมบ่มนิสัยเสียใหม่ แลกกับการรักษาโรคระบาดที่เมืองเชียงตง ท่านทั้งสองจะว่าอย่างไรเพคะ?”ฮ่องเต้ได้ฟังลู่เสียนพูดก็นึกชื่นชมขึ้นมาในใจ นางช่างมีความคิดไม่เหมือนใครเลยจริง ๆ ซึ่งเขาก็ชอบวิธีการของนางมากเลยทีเดียว เหว่ยอ๋องยกมือขึ้นมาลูบศีรษะของนางอยากแสนภาคภูมิใจและมองนางอย่างรักใคร่ไม่ปิดบัง จื้อตงหยางครุ่นคิดว่าจะเอาอย่างไรดีสุดท้ายก็พยักหน้าตกลง หากนางยอมช่วยเหลือจะให้พวกเขาทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น“ได้พวกข้าตกลง”“ดีเพคะถ้าเช่นนั้น ลู่ฟาง ลู่เซียน พวกเจ้าพาพวกเขาไปทำแผล”“พี่หญิงทำไมต้องเป็นพวกข้า ข้าไม่อยากทำ” ลู่เซียนรีบเอ่ยปฏิเสธขึ้นมา เพราะนางไม่ชอบบุรุษที่ชอบพูดจาด้อยค่าผู้อื่น เพียงเพราะมีฐานะเหนือกว่า ลู่เสียนยกยิ้มมองน้องสาวอย่างเอ็นดู บุรุษที่ไม่ชอบบุตรสาวของอนุ ให้คลุกคลีอยู่ใกล้ชิดกัน ไม่นานพวก

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่60 สั่งสอนคนไร้มารยาท

    จื้อตงหยางและจื้ออี้เฉิงทะยานลงมาอย่างรวดเร็ว แล้วลงมาหยุดยืนต่อหน้าทุกคน ก่อนที่จื้ออี้เฉิงจะตรงมาคว้าข้อมือของลู่เซียน ส่วนจื้อตงหยางตรงเข้ามาคว้าข้อมือของลู่ฟาง ก่อนจะหมุนตัวแล้วเตรียมตัวใช้วิชาตัวเบาเหาะจากไป แต่ว่า…“เดี๋ยวก่อน!” เป็นเสียงของฮ่องเต้ที่เอ่ยขึ้นมา จื้ออี้เฉิงและจื้อตงหยางหันขวับมามองอย่างตกใจ เสด็จลุงมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร “คิดจะมาเอาคนไปช่วยแต่วิธีการของพวกเจ้าช่างไร้การอบรมสิ้นดี เห็นทีข้าคงต้องตักเตือนบิดาของเจ้าถึงการกระทำอันไรมารยาทของบุตรชายของเขาเสียแล้ว ข้านั่งอยู่ด้านใดไม่คิดจะมาทักทาย แต่ยังดันจะพาสตรีที่ยังไม่ออกเรือนไปด้วยเช่นนี้ เจ้าคงต้องรับผิดชอบผลของการกระทำของตัวเองแล้วละหลานชาย”“ถวายบังคมเสด็จลุง”“ตามข้าเข้าไปข้างใน” กล่าวจบฮ่องเต้สะบัดอาภรณ์เดินเข้าไปในจวนอย่างไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ที่เห็นสองหลานชายทำตัวไร้การอบรมเช่นนี้ จื้ออี้เฉิงยังคงจับแขนของลู่เซียนเอาไว้ไม่ปล่อย ส่วนตงอยางก็กำข้อมือของลู่ฟางเอาไว้แน่น ก่อนจะเดินตามฮ่องเต้เข้าไปด้านในจากทุกคนจึงเดินตามเข้ามาเพราะอยากรู้ว่าเขาสองคนเป็นใคร และอยากรู้ว่าฮ่องเต้จะตัดสินอย่างไรกับเรื่องนี้ ฮ่อ

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่59 บุรุษนิรนาม

    บรรยากาศงานเลี้ยงเต็มไปด้วยความสุขและสนุกสนาน ลู่เสียนจึงตัดสินใจลุกออกไปช่วยน้องสาวแจกอาหารที่หน้าจวน ปล่อยให้บุรุษนั่งสนทนากันไปเพราะเมื่อมีสุราเข้ามาร่วมวงก็ดูเหมือนจะทำให้ทุกคนมีความครึกครื้นกันมากขึ้น โซจูที่ลู่หลินเอาออกมาจากมิติ ดูเหมือนทุกคนจะชื่นชอบเป็นอย่างมาก เพราะดีกรีแรงถูกคอนักดื่มเป็นอย่างยิ่งบุตรสาวตระกูลลู่ทั้งเจ็ดคนออกมายืนแจกซาลาเปา เกี๊ยวน้ำ และหมูหันอยู่หน้าจวน ผู้คนทั้งเมืองหลวงถือจานและถ้วยออกมารับอาหาร เพราะลู่หลินให้คนเขียนป้ายบอกให้ทุกคนเตรียมมา จะได้สะดวกนำกลับไปกินที่เรือน“พี่ตงหาน พี่ผิงอัน ไปบอกกลุ่มทหารที่ไปกับพวกเรา ให้มาเอาอาหารไปกินด้วยเจ้าคะ”“ขอรับ/เจ้าค่ะ”“ลู่หลินแบ่งอาหารไว้ส่วนหนึ่งเอาไว้ให้กับทหารที่ไปกับข้า”“ได้เจ้าค่ะเดี๋ยว ข้าจะจัดแยกไว้ต่างหาก”ผู้คนที่มายืนต่อแถวรับอาหาร ต่างยืนมองคุณหนูตระกูลลู่ทั้งเจ็ดคนด้วยสายตาชื่นชม พวกนางมีความงดงามอย่างหาใครเทียบไม่ได้ อีกทั้งพวกนางยังเป็นคนจิตใจดีมีน้ำใจและไม่ถือตัวเลยสักนิด แตกต่างจากคุณหนูตระกูลอื่น ๆ ที่เคยเห็นอย่างลิบลับ“เจ้าดูคุณใหญ่และคุณหนูสี่สิ อีกหน่อยก็ต้องแต่งเป็นพระชายาแล้ว แต่พวกนา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status