Home / รักโบราณ / นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า / ตอนที่32 บุรุษที่น่านับถือ

Share

ตอนที่32 บุรุษที่น่านับถือ

last update Last Updated: 2026-01-14 22:12:51

เขาคงมีแผนอะไรแน่” เจียวลู่เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ามั่นใจ ไม่แน่ว่าการวางเพลิงโรงเตี๊ยม ก็อาจจะเป็นเขา ที่เป็นคนอยู่เบื้องหลัง

“ไม่แน่ว่าอาจเป็นเขาที่อยู่เบื้องหลังการวางเพลิง” ลี่เฉี่ยวเอ่ยเสริมขึ้นมา

ลู่เสียนพอได้ยินก็กำหมัดแน่นอย่างโกรธแค้น มีสิทธิ์อะไรมาทำร้ายข้าวของคนอื่น รบแพ้แล้วพาลอย่างนั้นหรือ หากเป็นเขาจริง ๆ นางไม่มีทางปล่อยให้เขาอยู่อย่างสุขสบายใจแน่ ร้ายมาร้ายกลับไม่โกงอย่างแน่นอน

พอคิดมาถึงตรงนี้นางก็คิดว่า หากนางเป็นวรยุทธก็คงดี จะได้กำจัดพวกคนชั่วให้สิ้นซากด้วยตนเอง จะได้ไม่ต้องรบกวนและพึ่งพาคนอื่น ดูเหมือนแรก ๆ นางมาเพื่อช่วยดูแลกิจการของตระกูล แต่ไป ๆ มา ๆ เกี่ยวพันระดับแคว้น “ท่านปู่ข้าอยากมีวรยุทธ” นางเอ่ยกับบรรพบุรุษในใจ

“ไม่ใช่ว่าเจ้ามีแล้วรึ?

“มีแล้ว!! จะเป็นไปได้อย่างไรเจ้าคะ? ข้าเพียงได้รับพลังมาเฉย ๆ ข้าไม่คิดว่า จะได้วรยุทธติดตัวมาด้วย แต่ว่าทำอย่างไรข้าถึงจะรู้ว่าข้ามีวรยุทธ”

“สิ่งที่เจ้าได้รับในวันที่สายฟ้าฟาดลงมา ข้าก็ไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใด หากเจ้าอยากรู้ก็คงต้องลองต่อสู้ดูสักครั้ง”

ชายชราบรรพบุรุษเอ่ยแนะนำ เขาเพียงเคยแต่ฟังตำนานเล่าขานยังไม่เคยเห็นกับตัว วันที่เขาแนะนำให้นางนำเลือดมาชโลมกับกำไล ก็เพราะฟังมาจากตำนานเล่าขานอีกที เพราะกำไลวงนี้ตกมารุ่นสู่รุ่น ยังไม่เคยเห็นปรากฏการณ์แบบที่เกิดกับนาง จึงเดาไปตามเรื่องเล่าที่ได้ยินมา

ที่จริงเขาก็อยากให้นางเป็นวรยุทธ เพราะดูสถานการณ์ยามนี้แล้ว ไม่เพียงแค่ต้องมาดูแลกิจการ แต่เหมือนจะต้องต่อสู้กับ อำนาจของคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นใคร หากเป็นไปได้เขาก็อยากวิงวอนต่อสวรรค์ ให้นางมีความสามารถปกป้องตัวนางและทุกคนให้ปลอดภัย

ทุกคนนั่งมองลู่เสียน ที่ตกอยู่ในห้วงความคิดอย่างเหม่อลอย ก่อนที่เหว่ยอ๋องจะบีบมือนางเบา ๆ นางจึงรู้สึกตัว หันมากวาดตามองทุกคนอย่างครุ่นคิด

“ท่านอ๋องนอกจากแคว้นเจิน แคว้นอื่น ๆ ต้องการยึดครองแคว้นโจวหรือไม่เพคะ?”

“แคว้นฉินทำสัญญายุติสงคราม7ปี แคว้นเป่ยทำสัญญายุติสงคราม10ปี ส่วนแคว้นเจิน5ปี การทำสัญญายุติสงครามชั่วคราว ก็เหมือนเป็นการให้ทหารและราษฎรได้พักหายใจหายคอ ก่อนจะสู้รบกันอีกครั้ง หากเป็นไปได้ข้าก็อยากให้แต่ละแคว้น เลิกทำสงครามไปเลยถาวร แต่ว่าก็คงเป็นไปได้ยาก เพราะคนยังคงลุ่มหลงในอำนาจจนไม่สนความถูกผิดอยู่อย่างนี้” ลู่เสียนรับฟังด้วยความรู้สึกเห็นใจ ยุคนี้การทำสงครามเป็นเรื่องปกติ แต่คนที่มาจากยุคปัจจุบันมองว่า เรื่องนี้ไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้น

เหว่ยอ๋องร่ายยาวออกมาอย่างหนักใจ ตั้งแต่เขาเติบโตมา ก็เริ่มฝึกฝนวรยุทธตั้งแต่จำความได้ พออายุครบ15ปี ก็ออกสู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่กับทหารมาโดยตลอด เขาจึงสนิทกับเจียวลู่และรองแม่ทัพฉือ เพราะเติบโตมาด้วยกัน อีกทั้งยังได้ใช้ชีวิตยากลำบากด้วยกันยามอยู่ในสนามรบ พวกเขาทั้งสามคนจึงเป็นมากกว่าสหาย ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นเป็นดั่งครอบครัวเดียวกัน

“ข้าคิดว่าที่แคว้นเจินแค้นไม่เลิก คงเป็นเพราะสงครามในครั้งนั้น ที่ใช้เวลายาวนานถึงสามปี แคว้นเจินคิดว่าต้องชนะอย่างแน่นอน เพราะได้ให้คนมาลอบเผาเสบี่ยงจนหมด แต่ว่าตระกูลลู่ยังคงส่งเสบี่ยงไปเพิ่มได้ทันเวลา ข้าจึงเดาว่าการวางเพลิงโรงเตี๊ยม เขาน่าจะมีส่วนรู้เห็น” รองแม่ทัพฉือเล่าเรื่องราวให้ลู่เสียนฟังอีกครั้ง

“แล้วทำไมการมาเยือนของคณะทูต ถึงต้องให้สตรีประชันความสามารถกันด้วยละเจ้าคะ?” ลู่เสียนถามขึ้นเพราะสงสัยใคร่รู้

“ก็เพราะว่าแคว้นฉินเป็นตัวตั้งตัวตี มีองค์หญิงที่ทั้งฉลาดเฉลียวและมีความสามารถ เลยเขียนมาในสาส์นว่า อยากประลองความสามารถกับสตรีของแต่ละแคว้น เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ที่จริงก็เหมือนการท้ารบทางความรู้และปัญญา เพราะยังไม่ถึงกำหนดเปิดศึกสงคราม” เจียวลู่เล่าด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย

ลู่เสียนรับฟังก่อนจะครุ่นคิดว่า แคว้นโจวก็ถือว่าแข็งแกร่งอยู่ไม่น้อย โดนสามแคว้นรุมโจมตีแต่ยังยืนหยัดอยู่ได้ พวกเขาต้องมีความสามารถกันไม่น้อยเลยทีเดียว ลู่เสียนมองพวกเขาอย่างชื่นชมในใจ

“ข้าต้องขอโทษท่านลู่เฉิงด้วยที่นำความเดือดร้อนมาให้” เหว่ยอ๋องหันไปขอโทษลู่เฉิง ที่นั่งฟังเรื่องราวอยู่เงียบ ๆ

“ท่านอ๋องเหตุใดต้องขอโทษพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเป็นพ่อค้าถึงแม้จะไม่เก่ง แต่ก็พอเข้าใจเรื่องแบบนี้ได้ดีพ่ะย่ะค่ะ คนเสียผลประโยชน์ ย่อมโกรธแค้นเป็นธรรมดา กระหม่อมเป็นคนแคว้นโจว อย่างไรก็ต้องช่วยอย่างสุดความสามารถพ่ะย่ะค่ะ”

ลู่เสียนไม่อยากเชื่อว่าเขาจะพูดจาได้มีหลักการถึงเพียงนี้ เขาถึงบอกว่าคนเรามีดีคนละอย่าง ไม่มีหัวการค้าก็ใช่ว่าจะไม่มีความสามารถด้านอื่น

เหว่ยอ๋อง เจียวลู่ รองแม่ทัพฉือ รีบคุกเข่าคารวะให้ลู่เฉิงด้วยความนับถือจากใจจริง น้ำใจของบุรุษผู้นี้ยิ่งใหญ่หาใครเทียบได้จริง ๆ ลู่เสียนเองก็นึกรักและเคารพเขาอยู่ไม่น้อย ถึงนางจะมาอยู่ในร่างนี้ไม่นาน แต่นางเห็นการกระทำของเขาแล้ว ต้องยอมรับว่าเขาเป็นคนดีคนหนึ่งเลยทีเดียว

แต่แล้วจู่ ๆ ตงหานและอันฉี ก็รีบวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา “คุณหนูใหญ่ขอรับ คนที่ไร่ชาส่งข่าวมาบอกว่า จู่ ๆ ต้นชาหลายร้อยต้นก็เริ่มตายลงอย่างไม่ทราบสาเหตุขอรับ พวกเขากำลังหาสาเหตุกันอยู่ แต่อยากให้คุณหนูใหญ่ไปช่วยดูด้วยตนเองขอรับ”

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่64 แผนวางยาลูกเขย

    เมื่อกลับมาถึงจวนลู่เสียนและลู่หลินก็อาสาทำอาหารเอง เพราะนึกอยากกินก๋วยเตี๋ยว เหว่ยอ๋องและรัชทายาทไม่ได้กลับมาด้วยเพราะต้องอยู่พูดคุยเรื่องงานกันต่อที่ห้องทรงอักษร ลู่เสียนและลู่หลินจึงได้แวะตลาดก่อนเพื่อที่จะซื้อกระดูกหมู เนื้อหมู หัวไชเท้าและผัก ยามนี้เป็นเวลาใกล้เที่ยงแล้ว ลู่เสียนจึงคิดว่าทำเผื่อมื้อเย็นไปด้วยเลยจะได้ไม่ต้องเสียเวลา“พี่หญิงมีอะไรให้ข้าช่วยบ้างเจ้าคะ?” ลู่ฟางและลู่เซียนเดินเข้ามาถาม เพราะได้ยินว่าลู่เสียนและลู่หลินจะทำอาหารเอง ด้านหลังตามมาด้วยสององค์ชาย ที่ทำตัวคล้ายหมาน้อยติดตามเจ้านายอย่างน่าเอ็นดู“เอากระเทียมไปแกะ”“เจ้าค่ะ”“พี่หญิงนางร้ายอันสองมารายงานตัวเจ้าค่ะ” เสียงลู่อันดังมาแต่ไกล“ข้านางร้ายอันดับสามก็มารายงานตัวเช่นกันเจ้าค่ะ” ลู่เสียนขำออกมากับท่าทางของพวกนาง “เช่นนั้นนางร้ายอันดับสองและอันดับสามไปนวดแป้ง เดี๋ยวข้าจะสอนทำบะหมี่ ลู่หลินเจ้าจะทำเส้นอย่างอื่นด้วยหรือไม่?”“ทำเส้นใหญ่เจ้าค่ะง่ายดี แล้วก็จะห่อเกี๊ยวด้วยเจ้าค่ะ”“ทำเยอะ ๆ ไปเลยเผื่อมื้อเย็นไปเลยทีเดียว อ้าวลู่เจียวเจ้ามาพอดีเจ้าเอาผักไปล้าง”“เจ้าค่ะ”ลู่เฉิงยืนเอามือไพล่หลังมองภาพที่บรร

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่63 สาสน์ขอตัวดู

    ยามนี้คนที่มีความสุขที่สุดจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคหบดีลู่เฉิง ที่เวลานี้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มีความสุขจนยากจะบรรยาย เหล่าบรรดาลูกเขยอยู่กันพร้อมหน้าถึงเจ็ดคน จะมีใครโชคดีเท่าเขาไม่มีอีกแล้ว “ลู่เฉิงจัดงานแต่งพร้อมกันทีเดียวไปเลยเจ็ดคู่ดีหรือไม่?” ฮ่องเต้เอ่ยถามเขาที่เอาแต่นั่งยิ้มไม่พูดไม่จา“ฝ่าบาทกระหม่อมกำลังคิดอยู่พอดีเลยพ่ะย่ะค่ะ”“ฝ่าบาทจัดงานพร้อมกันก็ดีนะเพคะ หม่อมฉันอยากเห็นงานแต่งที่ยิ่งใหญ่อลังการที่มีคู่บ่าวสาวถึงเจ็ดคู่” ฮองเฮาเอ่ยด้วยสีหน้าตื่นเต้นพระพักตร์เริ่มขึ้นสีแดงนิด ๆ เพราะได้ดื่มโซจูไปหลายจอก วันนี้นางรู้สึกผ่อนคลายและรื่นเริงมากจริง ๆ บรรยากาศเช่นนี้เป็นสิ่งที่นางใฝ่ฝันอยากได้มาตลอด เพราะวังหลวงไม่ใช่สถานที่ที่จะทำตามใจตนเองได้ พอได้มาสัมผัสบรรยากาศที่นี่จึงรู้สึกชอบเป็นพิเศษ “ฝ่าบาทมีสาสน์ส่งมาจากต่างแคว้นพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์รีบเข้ามารายงานพร้อมยื่นสาสน์ให้ฮ่องเต้ เขารับมาเปิดอ่านอย่างไม่รีรอ จากนั้นเขาก็ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ “ฮ่า ฮ่า ลู่เฉิงเมื่อก่อนไม่มีใครสนใจบุตรสาวตระกูลพ่อค้าของเจ้า แต่มายามนี้กลับแตกต่างออกไปแล้วอะนะ ดูเหมือนแคว้นเป่ยจะส่งสาสน์มาขอด

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่62 ข่าวน่ายินดี

    จื้อตงหยางและจื้ออี้เฉิงคิดว่าพวกเขาควรจะเอ่ยกับลู่เสียนและเหว่ยอ๋อง เรื่องที่พวกเขาได้ตัดสินอยากขอถอนคำพูดสิ่งที่เขาได้เอ่ยออกไปก่อนหน้านี้ว่า ไม่มีทางแต่งกับบุตรของอนุและอยากแก้ไขใหม่เป็น อยากขอคบหาดูใจกับพวกนางดูก่อน “ท่านอ๋อง คุณหนูใหญ่ ข้ามีเรื่องอยากจะขอร้อง คือก่อนหน้านี้ที่พวกข้าได้เอ่ยออกไปว่า ไม่มีทางแต่งกับบุตรของอนุ ในตอนนั้นพวกข้าพูดไปโดยไม่คิดไตร่ตรองให้ดี ในตอนนี้จึงอยากขอถอนคำพูดและเปลี่ยนเป็นขอคบหาดูใจกับพวกนางอย่างจริงใจ”“พวกท่านแน่ใจหรือเพคะ การตัดสินใจของพวกท่านในวันนี้จะมีผลในวันข้างหน้า พวกนางเป็นบุตรสาวที่เกิดจากอนุ จึงมีความรู้สึกต่อต้านอยู่ภายในใจตลอดเวลา ว่าจะมีคนจะมาดูถูกชาติกำเนิดของนาง เพราะฉะนั้นการแสดงความจริงใจคือสิ่งที่สำคัญมาก”“หม่อมฉันจะให้โอกาสพวกท่านคิดทบทวนอีกครั้ง เพราะพวกนางเป็นน้องสาวของหม่อมฉัน หม่อมฉันจึงจำเป็นต้องปกป้องพวกนางอย่างสุดความสามารถ อีกอย่างพวกท่านเป็นถึงองค์ชาย แต่งงานกับบุตรสาวของอนุย่อมไม่เป็นที่ยอมรับของราชวงศ์ หากแต่งออกไปฐานะทางสังคมก็คงเป็นได้เพียงอนุ หากว่าพวกท่านพร้อมจะยืดอกกางแขนปกป้องศักดิ์ศรีของพวกนางได้อย่างสง่าผ่า

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่61 ผูกด้ายแดง

    “ในเมื่อท่านทั้งสองคนเดินทางมาเพื่ออยากให้หม่อมฉันช่วยเหลือ หม่อมฉันยินดีช่วยแต่ว่าในเมื่อท่านเริ่มต้นไม่ดี หม่อมฉันก็จะให้บทลงโทษกับองค์ชายเช่นพวกท่านได้เรียนรู้เสียบ้าง เพราะเท่าที่เห็นพระองค์คงถูกตามใจจนเคยตัวและไม่เข้าใจการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นท่านสองคนต้องอยู่ที่นี่เพื่ออบรมบ่มนิสัยเสียใหม่ แลกกับการรักษาโรคระบาดที่เมืองเชียงตง ท่านทั้งสองจะว่าอย่างไรเพคะ?”ฮ่องเต้ได้ฟังลู่เสียนพูดก็นึกชื่นชมขึ้นมาในใจ นางช่างมีความคิดไม่เหมือนใครเลยจริง ๆ ซึ่งเขาก็ชอบวิธีการของนางมากเลยทีเดียว เหว่ยอ๋องยกมือขึ้นมาลูบศีรษะของนางอยากแสนภาคภูมิใจและมองนางอย่างรักใคร่ไม่ปิดบัง จื้อตงหยางครุ่นคิดว่าจะเอาอย่างไรดีสุดท้ายก็พยักหน้าตกลง หากนางยอมช่วยเหลือจะให้พวกเขาทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น“ได้พวกข้าตกลง”“ดีเพคะถ้าเช่นนั้น ลู่ฟาง ลู่เซียน พวกเจ้าพาพวกเขาไปทำแผล”“พี่หญิงทำไมต้องเป็นพวกข้า ข้าไม่อยากทำ” ลู่เซียนรีบเอ่ยปฏิเสธขึ้นมา เพราะนางไม่ชอบบุรุษที่ชอบพูดจาด้อยค่าผู้อื่น เพียงเพราะมีฐานะเหนือกว่า ลู่เสียนยกยิ้มมองน้องสาวอย่างเอ็นดู บุรุษที่ไม่ชอบบุตรสาวของอนุ ให้คลุกคลีอยู่ใกล้ชิดกัน ไม่นานพวก

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่60 สั่งสอนคนไร้มารยาท

    จื้อตงหยางและจื้ออี้เฉิงทะยานลงมาอย่างรวดเร็ว แล้วลงมาหยุดยืนต่อหน้าทุกคน ก่อนที่จื้ออี้เฉิงจะตรงมาคว้าข้อมือของลู่เซียน ส่วนจื้อตงหยางตรงเข้ามาคว้าข้อมือของลู่ฟาง ก่อนจะหมุนตัวแล้วเตรียมตัวใช้วิชาตัวเบาเหาะจากไป แต่ว่า…“เดี๋ยวก่อน!” เป็นเสียงของฮ่องเต้ที่เอ่ยขึ้นมา จื้ออี้เฉิงและจื้อตงหยางหันขวับมามองอย่างตกใจ เสด็จลุงมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร “คิดจะมาเอาคนไปช่วยแต่วิธีการของพวกเจ้าช่างไร้การอบรมสิ้นดี เห็นทีข้าคงต้องตักเตือนบิดาของเจ้าถึงการกระทำอันไรมารยาทของบุตรชายของเขาเสียแล้ว ข้านั่งอยู่ด้านใดไม่คิดจะมาทักทาย แต่ยังดันจะพาสตรีที่ยังไม่ออกเรือนไปด้วยเช่นนี้ เจ้าคงต้องรับผิดชอบผลของการกระทำของตัวเองแล้วละหลานชาย”“ถวายบังคมเสด็จลุง”“ตามข้าเข้าไปข้างใน” กล่าวจบฮ่องเต้สะบัดอาภรณ์เดินเข้าไปในจวนอย่างไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ที่เห็นสองหลานชายทำตัวไร้การอบรมเช่นนี้ จื้ออี้เฉิงยังคงจับแขนของลู่เซียนเอาไว้ไม่ปล่อย ส่วนตงอยางก็กำข้อมือของลู่ฟางเอาไว้แน่น ก่อนจะเดินตามฮ่องเต้เข้าไปด้านในจากทุกคนจึงเดินตามเข้ามาเพราะอยากรู้ว่าเขาสองคนเป็นใคร และอยากรู้ว่าฮ่องเต้จะตัดสินอย่างไรกับเรื่องนี้ ฮ่อ

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่59 บุรุษนิรนาม

    บรรยากาศงานเลี้ยงเต็มไปด้วยความสุขและสนุกสนาน ลู่เสียนจึงตัดสินใจลุกออกไปช่วยน้องสาวแจกอาหารที่หน้าจวน ปล่อยให้บุรุษนั่งสนทนากันไปเพราะเมื่อมีสุราเข้ามาร่วมวงก็ดูเหมือนจะทำให้ทุกคนมีความครึกครื้นกันมากขึ้น โซจูที่ลู่หลินเอาออกมาจากมิติ ดูเหมือนทุกคนจะชื่นชอบเป็นอย่างมาก เพราะดีกรีแรงถูกคอนักดื่มเป็นอย่างยิ่งบุตรสาวตระกูลลู่ทั้งเจ็ดคนออกมายืนแจกซาลาเปา เกี๊ยวน้ำ และหมูหันอยู่หน้าจวน ผู้คนทั้งเมืองหลวงถือจานและถ้วยออกมารับอาหาร เพราะลู่หลินให้คนเขียนป้ายบอกให้ทุกคนเตรียมมา จะได้สะดวกนำกลับไปกินที่เรือน“พี่ตงหาน พี่ผิงอัน ไปบอกกลุ่มทหารที่ไปกับพวกเรา ให้มาเอาอาหารไปกินด้วยเจ้าคะ”“ขอรับ/เจ้าค่ะ”“ลู่หลินแบ่งอาหารไว้ส่วนหนึ่งเอาไว้ให้กับทหารที่ไปกับข้า”“ได้เจ้าค่ะเดี๋ยว ข้าจะจัดแยกไว้ต่างหาก”ผู้คนที่มายืนต่อแถวรับอาหาร ต่างยืนมองคุณหนูตระกูลลู่ทั้งเจ็ดคนด้วยสายตาชื่นชม พวกนางมีความงดงามอย่างหาใครเทียบไม่ได้ อีกทั้งพวกนางยังเป็นคนจิตใจดีมีน้ำใจและไม่ถือตัวเลยสักนิด แตกต่างจากคุณหนูตระกูลอื่น ๆ ที่เคยเห็นอย่างลิบลับ“เจ้าดูคุณใหญ่และคุณหนูสี่สิ อีกหน่อยก็ต้องแต่งเป็นพระชายาแล้ว แต่พวกนา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status