Share

ตอนที่63 สาสน์ขอตัวดู

last update Last Updated: 2026-02-07 06:27:13

ยามนี้คนที่มีความสุขที่สุดจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคหบดีลู่เฉิง ที่เวลานี้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มีความสุขจนยากจะบรรยาย เหล่าบรรดาลูกเขยอยู่กันพร้อมหน้าถึงเจ็ดคน จะมีใครโชคดีเท่าเขาไม่มีอีกแล้ว 

“ลู่เฉิงจัดงานแต่งพร้อมกันทีเดียวไปเลยเจ็ดคู่ดีหรือไม่?” ฮ่องเต้เอ่ยถามเขาที่เอาแต่นั่งยิ้มไม่พูดไม่จา

“ฝ่าบาทกระหม่อมกำลังคิดอยู่พอดีเลยพ่ะย่ะค่ะ”

“ฝ่าบาทจัดงานพร้อมกันก็ดีนะเพคะ หม่อมฉันอยากเห็นงานแต่งที่ยิ่งใหญ่อลังการที่มีคู่บ่าวสาวถึงเจ็ดคู่” ฮองเฮาเอ่ยด้วยสีหน้าตื่นเต้นพระพักตร์เริ่มขึ้นสีแดงนิด ๆ เพราะได้ดื่มโซจูไปหลายจอก วันนี้นางรู้สึกผ่อนคลายและรื่นเริงมากจริง ๆ บรรยากาศเช่นนี้เป็นสิ่งที่นางใฝ่ฝันอยากได้มาตลอด เพราะวังหลวงไม่ใช่สถานที่ที่จะทำตามใจตนเองได้ พอได้มาสัมผัสบรรยากาศที่นี่จึงรู้สึกชอบเป็นพิเศษ 

“ฝ่าบาทมีสาสน์ส่งมาจากต่างแคว้นพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์รีบเข้ามารายงานพร้อมยื่นสาสน์ให้ฮ่องเต้ เขารับมาเปิดอ่านอย่างไม่รีรอ จากนั้นเขาก็ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ 

“ฮ่า ฮ่า ลู่เฉิงเมื่อก่อนไม่มีใครสนใจบุตรสาวตระกูลพ่อค้าของเจ้า แต่มายามนี้กลับแตกต่างออกไปแล้วอะนะ ดูเหมือนแคว้นเป่ยจะส่งสาสน์มาขอดูตัวคุณหนูตระกูลลู่ของเจ้า ฮ่าฮ่า”

“ดูตัวหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

“ฝ่าบาทมีสาสน์อันใหม่มาพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์อีกคนรีบวิ่งนำสาสน์มาส่งให้ฮ่องเต้ พอฮ่องเต้เปิดอ่านก็ยิ่งขำหนักยิ่งกว่าเดิม เขาจึงหันไปยื่นสาสน์ให้เหว่ยอ๋องได้อ่านบ้าง พอเหว่ยอ๋องได้อ่านก็ถึงกับยกยิ้มก่อนเขาจะยื่นให้ลู่เสียน นางจึงอ่านออกมาด้วยเสียงอันดังฟังชัดเพื่อให้ทุกคนได้ยินด้วยเลย

“ถึงฮ่องเต้แห่งแคว้นโจว ข้าในนามฮ่องเต้แห่งแคว้นฉิน ก่อนหน้านี้ทางแคว้นฉินขอยื่นสัญญาลงนามเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน แต่เพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากขึ้น ทางแคว้นฉินอยากขอเสนอวิธีการแต่งงานให้กับทั้งสองแคว้น ทางเรารู้ว่าคุณหนูใหญ่และคุณหนูสี่ต่างมีคู่หมั้นคู่หมายแล้ว ทางเราจึงต้องการดูตัวคุณหนูตระกูลลู่ท่านอื่น หากว่าแคว้นโจวไม่ขัดข้อง ทางแคว้นฉินจะเดินทางมาพร้อมกับสัญญาการลงนามเป็นพันธมิตร” 

เมื่อทุกคนฟังสาสน์ที่ลู่เสียนอ่านจบ ก็ต่างตกอยู่ในความเงียบ แต่ละแคว้นต้องการดูตัวคุณหนูตระกูลลู่ เป็นเพราะเหตุใดกัน 

ส่วนองค์ชายจื้ออี้เฉิงและองค์ชายจื้อตงหยางถึงกับคิ้วกระตุก เพราะว่าพวกเขาเพิ่งจะขอคบหากับลู่ฟางและลู่เซียน แต่ยังไม่ได้ทำการหมั้นหมายแต่อย่างใด หากว่าพวกนางเปิดทางให้พวกเขาดูตัว พวกนางจะเปลี่ยนใจหรือไม่? ไม่ได้พวกเขาต้องรีบหมั้นพวกนางเอาไว้ก่อน พวกเขามองหน้ากันก่อนลุกขึ้นเอ่ยกับฮ่องเต้

“เสด็จลุงพวกข้าอยากหมั้นพวกนางเอาไว้ก่อน ขอเสด็จลุงสนับสนุนด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้หรี่ตามองพวกเขาอย่างรู้ทันความคิด เจ้าลูกเต่าเริ่มกังวลกลัวว่าจะเสียพวกนางไปสินะ แต่เขาคิดว่าเป็นแบบนี้ก็ดี เพราะจะได้เปิดโอกาสให้คุณหนูหกและคุณหนูเจ็ดมีสิทธิ์เลือกคู่ครองได้เอง พวกเขาสองคนก็ต้องรีบทำคะแนนเพื่อมัดใจพวกนางให้ได้โดยเร็วเช่นกัน

“อย่าเพิ่งรีบร้อนเลยให้ฝ่ายหญิงเขาเป็นคนตัดสินใจเถิด หากทำแบบนี้ก็เท่ากับเป็นการมัดมือชก พวกเจ้าเพิ่งจะขอคบหากับพวกนาง ยังไม่ทันข้ามวันจะขอหมั้นเรื่องนี้ข้าไม่เห็นด้วย ให้พวกนางมีสิทธิ์เลือกคู่ครองได้เอง ส่วนพวกเจ้าหากมีใจต่อพวกนางจริง ๆ ก็ต้องรีบหาวิธีมัดใจของนางให้ได้เร็ว ๆ”

คำพูดของฮ่องเต้ทำให้หลายคนถอนใจอย่างโล่งอก เพราะอย่างน้อยฮ่องเต้ก็ไม่ใช้ฐานะลุงหลาน มาบีบบังคับให้หมั้นหมายกัน ลู่ฟางและลู่เซียนยังมีโอกาสเลือกคู่ครองได้เอง แต่สององค์ชายกลับหน้าถอดสี

“เสด็จลุง” ฮ่องเต้รีบยกมือขึ้นห้าม

“อย่าเอาแต่ใจ”

ลู่เสียนเห็นสีหน้าพวกเขาก็พอจะเข้าใจ แต่ว่านางกฺ็เห็นด้วยกับความคิดของฮ่องเต้ ชีวิตคู่พวกนางควรมีสิทธิ์เลือกด้วยตัวเอง ขึ้นอยู่กับพวกเขาแล้วว่าจะมัดใจพวกนางได้หรือไม่

“องค์ชายแบบนี้ก็น่าตื่นเต้นและท้าทายดีนะเพคะ ท่านก็ต้องรีบมัดใจพวกนางให้ได้เร็ว ๆ หากว่าพวกท่านมีใจต่อพวกนางจริง ๆ ต้องคว้าใจพวกนางมาได้แน่ พรุ่งนี้หมอหลวงจะเดินทางไปเมืองเชียงตงเพื่อไปรักษาโรคระบาด ท่านก็ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้แล้ว ลุยเรื่องหัวใจได้เต็มที่เลยเพคะ” พวกเขาพยักหน้ารับด้วยอาการคอตก 

สองวันผ่านไปทางราชสำนักก็ออกมาปิดประกาศความผิดของตระกูลกู้ ตระกูลฟู่ และตระกูลขุนนางอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โทษตัดสินในครั้งนี้คือประหารชีวิต ส่วนตระกูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องถูกเนรเทศไปที่ชายแดนยึดทรัพย์สินเข้าคลังหลวง

ผู้คนทั้งเมืองหลวงเมื่อได้รับรู้ความผิดของพวกเขาก็ถึงกับตกใจ ร่วมมือกับต่างแคว้นทำลายตระกูลลู่ ลอบฆ่าเหว่ยอ๋องและคุณหนูใหญ่ วางยาพิษคุณหนูตระกูลลู่ ผู้คนทั้งเมืองหลวงต่างสาปแช่งพวกเขาให้ตกนรกหมกไหม้ ยามนี้ราษฎรชาวแคว้นโจวยอมรับอย่างไร้ข้อกังขาและให้ความสำคัญกับตระกูลลู่เป็นอย่างมาก

และทางราชสำนักยังได้ออกมาติดป้ายเชิดชูเกียรติคุณให้กับตระกูลลู่ เพื่อให้ผู้คนได้ตระหนักและรับรู้ว่า ตระกูลลู่และเหล่าคุณหนูได้สร้างคุณงามความดีและประโยชน์ต่อแว่นแคว้นอย่างไรบ้าง เพื่อที่ทุกคนจะได้เข้าใจและมองตระกูลลู่ในทางที่ดีขึ้น

ยามนี้ผู้คนต่างกล่าวสรรเสริญเยินยอที่คุณหนูใหญ่ลู่เสียนและคุณหนูสี่ลู่หลิน มีบทบาทสำคัญที่ทำให้แว่นแคว้นรอดพ้นทุกข์ภัยจากโรคระบาด อีกทั้งช่วยให้อีกสามแคว้นยอมลงนามเพื่อเป็นพันธมิตร ราษฎรจึงไม่ต้องกังวลเรื่องภัยสงครามอีกต่อไป

ณ ท้องพระโรงฮ่องเต้ได้เรียกลู่เสียนและลู่หลินให้มาร่วมประชุมด้วย เพราะอยากฟังความคิดเห็นของพวกนาง แม้ว่าจะขัดกับธรรมเนียมเรื่องที่ว่า สตรีไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับเรื่องบ้านเมือง แต่เขากลับคิดต่างออกไป สตรีมีความคิดที่ละเอียดอ่อนมากกว่าบุรุษ บางเรื่องสตรีคิดอ่านได้ดีกว่าบุรุษด้วยซ้ำ

เหล่าขุนนางที่มาร่วมประชุมแม้จะไม่พอใจ ที่ฮ่องเต้ให้ความสำคัญกับตระกูลลู่มากเกินไป ก็ได้แต่เก็บอาการเอาไว้อย่างมิดชิด เพราะยามนี้ตระกูลลู่กำลังรุ่งเรืองและมีคนหนุนหลังที่แข็งแกร่งอย่างราชวงศ์ สิ่งที่พวกเขาทำได้ก็คือนั่งฟังอย่างสงบเสงี่ยมเพียงเท่านั้น

วันนี้ทางราชสำนักยังได้นำโต๊ะมาตั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา เพื่อให้เหว่ยอ๋องนั่งคู่กับลู่เสียน องค์รัชทายาทนั่งคู่กับลู่หลิน

“เอาละวันนี้เราเชิญคุณหนูสี่และคุณหนูใหญ่มาร่วมประชุมด้วย เหตุผลที่เราเชิญพวกนางที่เป็นสตรีมาร่วมประชุม เป็นเพราะเราเชื่อว่าสตรีก็มีความสามารถไม่ต่างจากบุรุษเท่าใดนัก”

“เอาละเรามาเริ่มประชุมกันเลย เนื่องด้วยตำแหน่งขุนนางที่ว่างเว้นไป เราคิดว่าควรจะแต่งตั้งขุนนางให้มารับตำแหน่งเสนาบดีกรมโยธาและเสนาบดีกรมกลาโหม ซึ่งเราก็มีคนอยู่ในใจแล้ว ท่านราชเลขาประกาศราชโองการแต่งตั้ง” ท่านราชเลขารีบก้าวออกมาก่อนจะหยิบราชโองการขึ้นมาอ่าน

“ท่านแม่ทัพฉือรับราชโองการแต่งตั้งให้เป็นเสนาบดีกลาโหม ท่านเสนาบดีเจียวหมิงแต่งตั้งให้เป็นเสนาบดีกรมโยธา รองแม่ทัพฉือแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพใหญ่ จบราชโองการ”

เหล่าขุนนางได้แต่มองหน้ากันไปมา นี่มันอะไรกันแต่งตั้งคนกันเองให้มารับตำแหน่ง แล้วพวกเขาต่อไปจะทำอะไรได้ ดึงพวกพ้องมารับตำแหน่งเสนาบดี เพราะบุตรชายได้เป็นลูกเขยของตระกูลลู่ เลยต้องเอาใจกันขนาดนี้เลยหรือ ฮ่องเต้กวาดสายพระเนตรมองเหล่าขุนนางอย่างประเมิน เจ้าพวกขุนนางเฒ่าเจ้าเล่ห์คงไม่พอใจละสิ โวยวายออกมาข้ารอฟังอยู่ 

“คุณหนูใหญ่มีอะไรจะชี้แนะหรือไม่?”

“ทูลฝ่าบาท เราต้องมีฝ่ายตรวจสอบการทำงานด้วยเพคะเพื่อความโปร่งใส ยกตัวอย่างเช่นหากท่านเสนากรมโยธา ต้องการเบิกงบประมาณจากกองคลัง ไปทำถนนหนทางให้กับชาวบ้าน ฝ่ายตรวจสอบก็ต้องมีหน้าที่ไปตรวจว่าเงินที่เบิกไป ได้ใช้ไปตามจุดประสงค์ที่ขอมาหรือไม่ ป้องกันการทุจริตในหน้าที่เพคะ”

“แล้วคุณหนูสี่มีอะไรจะชี้แนะ?”

“เราต้องจัดให้มีการสอบขุนนางโดยไม่แบ่งชนชั้น ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านธรรมดา ๆ หากมีความรู้ก็สามารถสอบได้เพคะ เช่นนี้เราก็จะได้คนที่มีความรู้ความสามารถจริง ๆ มาช่วยบริหารบ้านเมืองเพคะ อีกอย่างวิธีนี้จะช่วยลดการผูกขาดอำนาจของคนบางกลุ่มด้วยเพคะ”

ฮ่องเต้ได้ฟังก็ยกยิ้มอย่างพอใจ ไม่เสียแรงที่เขาให้คนไปเชิญพวกนางมาร่วมการประชุมด้วย พวกนางเฉลียวฉลาดและมีความรู้อย่างกว้างขวาง เขาไม่คาดคิดว่าเรื่องบ้านเมืองพวกนางก็เข้าใจ แคว้นโจวนับว่ามีวาสนาที่มีสตรีเก่งกาจเช่นนี้ และราชวงศ์จื้อก็ได้รับวาสนานั้นด้วยที่ได้พวกนางมาเป็นลูกสะใภ้

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่63 สาสน์ขอตัวดู

    ยามนี้คนที่มีความสุขที่สุดจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคหบดีลู่เฉิง ที่เวลานี้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มีความสุขจนยากจะบรรยาย เหล่าบรรดาลูกเขยอยู่กันพร้อมหน้าถึงเจ็ดคน จะมีใครโชคดีเท่าเขาไม่มีอีกแล้ว “ลู่เฉิงจัดงานแต่งพร้อมกันทีเดียวไปเลยเจ็ดคู่ดีหรือไม่?” ฮ่องเต้เอ่ยถามเขาที่เอาแต่นั่งยิ้มไม่พูดไม่จา“ฝ่าบาทกระหม่อมกำลังคิดอยู่พอดีเลยพ่ะย่ะค่ะ”“ฝ่าบาทจัดงานพร้อมกันก็ดีนะเพคะ หม่อมฉันอยากเห็นงานแต่งที่ยิ่งใหญ่อลังการที่มีคู่บ่าวสาวถึงเจ็ดคู่” ฮองเฮาเอ่ยด้วยสีหน้าตื่นเต้นพระพักตร์เริ่มขึ้นสีแดงนิด ๆ เพราะได้ดื่มโซจูไปหลายจอก วันนี้นางรู้สึกผ่อนคลายและรื่นเริงมากจริง ๆ บรรยากาศเช่นนี้เป็นสิ่งที่นางใฝ่ฝันอยากได้มาตลอด เพราะวังหลวงไม่ใช่สถานที่ที่จะทำตามใจตนเองได้ พอได้มาสัมผัสบรรยากาศที่นี่จึงรู้สึกชอบเป็นพิเศษ “ฝ่าบาทมีสาสน์ส่งมาจากต่างแคว้นพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์รีบเข้ามารายงานพร้อมยื่นสาสน์ให้ฮ่องเต้ เขารับมาเปิดอ่านอย่างไม่รีรอ จากนั้นเขาก็ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ “ฮ่า ฮ่า ลู่เฉิงเมื่อก่อนไม่มีใครสนใจบุตรสาวตระกูลพ่อค้าของเจ้า แต่มายามนี้กลับแตกต่างออกไปแล้วอะนะ ดูเหมือนแคว้นเป่ยจะส่งสาสน์มาขอด

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่62 ข่าวน่ายินดี

    จื้อตงหยางและจื้ออี้เฉิงคิดว่าพวกเขาควรจะเอ่ยกับลู่เสียนและเหว่ยอ๋อง เรื่องที่พวกเขาได้ตัดสินอยากขอถอนคำพูดสิ่งที่เขาได้เอ่ยออกไปก่อนหน้านี้ว่า ไม่มีทางแต่งกับบุตรของอนุและอยากแก้ไขใหม่เป็น อยากขอคบหาดูใจกับพวกนางดูก่อน “ท่านอ๋อง คุณหนูใหญ่ ข้ามีเรื่องอยากจะขอร้อง คือก่อนหน้านี้ที่พวกข้าได้เอ่ยออกไปว่า ไม่มีทางแต่งกับบุตรของอนุ ในตอนนั้นพวกข้าพูดไปโดยไม่คิดไตร่ตรองให้ดี ในตอนนี้จึงอยากขอถอนคำพูดและเปลี่ยนเป็นขอคบหาดูใจกับพวกนางอย่างจริงใจ”“พวกท่านแน่ใจหรือเพคะ การตัดสินใจของพวกท่านในวันนี้จะมีผลในวันข้างหน้า พวกนางเป็นบุตรสาวที่เกิดจากอนุ จึงมีความรู้สึกต่อต้านอยู่ภายในใจตลอดเวลา ว่าจะมีคนจะมาดูถูกชาติกำเนิดของนาง เพราะฉะนั้นการแสดงความจริงใจคือสิ่งที่สำคัญมาก”“หม่อมฉันจะให้โอกาสพวกท่านคิดทบทวนอีกครั้ง เพราะพวกนางเป็นน้องสาวของหม่อมฉัน หม่อมฉันจึงจำเป็นต้องปกป้องพวกนางอย่างสุดความสามารถ อีกอย่างพวกท่านเป็นถึงองค์ชาย แต่งงานกับบุตรสาวของอนุย่อมไม่เป็นที่ยอมรับของราชวงศ์ หากแต่งออกไปฐานะทางสังคมก็คงเป็นได้เพียงอนุ หากว่าพวกท่านพร้อมจะยืดอกกางแขนปกป้องศักดิ์ศรีของพวกนางได้อย่างสง่าผ่า

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่61 ผูกด้ายแดง

    “ในเมื่อท่านทั้งสองคนเดินทางมาเพื่ออยากให้หม่อมฉันช่วยเหลือ หม่อมฉันยินดีช่วยแต่ว่าในเมื่อท่านเริ่มต้นไม่ดี หม่อมฉันก็จะให้บทลงโทษกับองค์ชายเช่นพวกท่านได้เรียนรู้เสียบ้าง เพราะเท่าที่เห็นพระองค์คงถูกตามใจจนเคยตัวและไม่เข้าใจการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นท่านสองคนต้องอยู่ที่นี่เพื่ออบรมบ่มนิสัยเสียใหม่ แลกกับการรักษาโรคระบาดที่เมืองเชียงตง ท่านทั้งสองจะว่าอย่างไรเพคะ?”ฮ่องเต้ได้ฟังลู่เสียนพูดก็นึกชื่นชมขึ้นมาในใจ นางช่างมีความคิดไม่เหมือนใครเลยจริง ๆ ซึ่งเขาก็ชอบวิธีการของนางมากเลยทีเดียว เหว่ยอ๋องยกมือขึ้นมาลูบศีรษะของนางอยากแสนภาคภูมิใจและมองนางอย่างรักใคร่ไม่ปิดบัง จื้อตงหยางครุ่นคิดว่าจะเอาอย่างไรดีสุดท้ายก็พยักหน้าตกลง หากนางยอมช่วยเหลือจะให้พวกเขาทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น“ได้พวกข้าตกลง”“ดีเพคะถ้าเช่นนั้น ลู่ฟาง ลู่เซียน พวกเจ้าพาพวกเขาไปทำแผล”“พี่หญิงทำไมต้องเป็นพวกข้า ข้าไม่อยากทำ” ลู่เซียนรีบเอ่ยปฏิเสธขึ้นมา เพราะนางไม่ชอบบุรุษที่ชอบพูดจาด้อยค่าผู้อื่น เพียงเพราะมีฐานะเหนือกว่า ลู่เสียนยกยิ้มมองน้องสาวอย่างเอ็นดู บุรุษที่ไม่ชอบบุตรสาวของอนุ ให้คลุกคลีอยู่ใกล้ชิดกัน ไม่นานพวก

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่60 สั่งสอนคนไร้มารยาท

    จื้อตงหยางและจื้ออี้เฉิงทะยานลงมาอย่างรวดเร็ว แล้วลงมาหยุดยืนต่อหน้าทุกคน ก่อนที่จื้ออี้เฉิงจะตรงมาคว้าข้อมือของลู่เซียน ส่วนจื้อตงหยางตรงเข้ามาคว้าข้อมือของลู่ฟาง ก่อนจะหมุนตัวแล้วเตรียมตัวใช้วิชาตัวเบาเหาะจากไป แต่ว่า…“เดี๋ยวก่อน!” เป็นเสียงของฮ่องเต้ที่เอ่ยขึ้นมา จื้ออี้เฉิงและจื้อตงหยางหันขวับมามองอย่างตกใจ เสด็จลุงมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร “คิดจะมาเอาคนไปช่วยแต่วิธีการของพวกเจ้าช่างไร้การอบรมสิ้นดี เห็นทีข้าคงต้องตักเตือนบิดาของเจ้าถึงการกระทำอันไรมารยาทของบุตรชายของเขาเสียแล้ว ข้านั่งอยู่ด้านใดไม่คิดจะมาทักทาย แต่ยังดันจะพาสตรีที่ยังไม่ออกเรือนไปด้วยเช่นนี้ เจ้าคงต้องรับผิดชอบผลของการกระทำของตัวเองแล้วละหลานชาย”“ถวายบังคมเสด็จลุง”“ตามข้าเข้าไปข้างใน” กล่าวจบฮ่องเต้สะบัดอาภรณ์เดินเข้าไปในจวนอย่างไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ที่เห็นสองหลานชายทำตัวไร้การอบรมเช่นนี้ จื้ออี้เฉิงยังคงจับแขนของลู่เซียนเอาไว้ไม่ปล่อย ส่วนตงอยางก็กำข้อมือของลู่ฟางเอาไว้แน่น ก่อนจะเดินตามฮ่องเต้เข้าไปด้านในจากทุกคนจึงเดินตามเข้ามาเพราะอยากรู้ว่าเขาสองคนเป็นใคร และอยากรู้ว่าฮ่องเต้จะตัดสินอย่างไรกับเรื่องนี้ ฮ่อ

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่59 บุรุษนิรนาม

    บรรยากาศงานเลี้ยงเต็มไปด้วยความสุขและสนุกสนาน ลู่เสียนจึงตัดสินใจลุกออกไปช่วยน้องสาวแจกอาหารที่หน้าจวน ปล่อยให้บุรุษนั่งสนทนากันไปเพราะเมื่อมีสุราเข้ามาร่วมวงก็ดูเหมือนจะทำให้ทุกคนมีความครึกครื้นกันมากขึ้น โซจูที่ลู่หลินเอาออกมาจากมิติ ดูเหมือนทุกคนจะชื่นชอบเป็นอย่างมาก เพราะดีกรีแรงถูกคอนักดื่มเป็นอย่างยิ่งบุตรสาวตระกูลลู่ทั้งเจ็ดคนออกมายืนแจกซาลาเปา เกี๊ยวน้ำ และหมูหันอยู่หน้าจวน ผู้คนทั้งเมืองหลวงถือจานและถ้วยออกมารับอาหาร เพราะลู่หลินให้คนเขียนป้ายบอกให้ทุกคนเตรียมมา จะได้สะดวกนำกลับไปกินที่เรือน“พี่ตงหาน พี่ผิงอัน ไปบอกกลุ่มทหารที่ไปกับพวกเรา ให้มาเอาอาหารไปกินด้วยเจ้าคะ”“ขอรับ/เจ้าค่ะ”“ลู่หลินแบ่งอาหารไว้ส่วนหนึ่งเอาไว้ให้กับทหารที่ไปกับข้า”“ได้เจ้าค่ะเดี๋ยว ข้าจะจัดแยกไว้ต่างหาก”ผู้คนที่มายืนต่อแถวรับอาหาร ต่างยืนมองคุณหนูตระกูลลู่ทั้งเจ็ดคนด้วยสายตาชื่นชม พวกนางมีความงดงามอย่างหาใครเทียบไม่ได้ อีกทั้งพวกนางยังเป็นคนจิตใจดีมีน้ำใจและไม่ถือตัวเลยสักนิด แตกต่างจากคุณหนูตระกูลอื่น ๆ ที่เคยเห็นอย่างลิบลับ“เจ้าดูคุณใหญ่และคุณหนูสี่สิ อีกหน่อยก็ต้องแต่งเป็นพระชายาแล้ว แต่พวกนา

  • นางร้ายอันดับหนึ่งคือข้า   ตอนที่58 ต้อนรับกลับแคว้นโจว

    แคว้นโจวยามนี้ผู้คนทั้งเมืองต่างเตรียมตัวต้อนรับการกลับมาของเหว่ยอ๋องและลู่เสียนตั้งแต่ประตูเข้าเมืองจนไปถึงวังหลวง ลู่เฉิงได้จัดเตรียมการต้อนรับเอาไว้อย่างยิ่งใหญ่ ลู่เฉิงยังได้ไปจ้างคณะเชิดสิงโตมาเพิ่มความครึกครื้น ยังไม่พอเขายังไปเหมาประทัดมาแจกจ่ายให้ทุกคนจุด เพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้าย ลู่เฉิงบอกให้ทุกคนจุดเวลาขบวนรถม้ามาถึง ยังไม่พอลู่เฉิงยังไปจ้างคณะระบำดนตรีมาร้องมารำเพื่อความสนุกสนาน ยามนี้เมืองหลวงแคว้นโจวคึกคักเป็นอย่างมาก เมื่อหน่วยข่าวมาแจ้งว่าพวกเขาจะเดินทางมาถึงในอีกไม่ช้า หน่วยที่มาแจ้งข่าวยังรายงานถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ทุกคนรับรู้ ยามนี้ชื่อเสียงของคุณหนูใหญ่ลู่เสียนโด่งดังไปทั่วหล้า ไม่ว่าจะเป็นความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวหรือแม้แต่ทักษะด้านการแพทย์นางก็ทำได้ดีอย่างน่าทึ่ง ความมีน้ำใจเมตตาไม่เอาความโกรธแค้นมาลงกับผู้บริสุทธิ์ แคว้นเจินแม้จะรู้สึกเสียใจต่อการจากไปของเชื้อพระวงศ์ แต่ก็รู้สึกโล่งใจที่ทุกคนรอดพ้นจากโรคระบาดและไม่ต้องพบเจอศึกสงคราม แม้จะต้องแลกด้วยการส่งข้าวปีละสองพันกระสอบเป็นเวลาสิบปีเพื่อชดเชยความผิดก็ตาม เพราะทุกคนไม่อยากให้มีสงครามเกิดขึ้น ทางด้านตระกูลลู

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status