LOGINนางเอกผู้มีสถานะต่ำกว่าสาวใช้อุ่นเตียง
“ฮูหยิน ท่านงดงามมากเลยเจ้าค่ะ”
หนิงอันเอ่ยชมนายหญิงของตนด้วยรอยยิ้ม ในสายตาของนางฮวาซือเล่อที่สวมใส่อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์นั้นช่างงดงามราวกับเทพเซียนจำแลงกายมา
นางไม่เข้าใจนายท่านเลยทั้งที่ฮูหยินงดงามถึงเพียงนี้เหตุใดจึงเอาแต่หลงใหลสตรีอื่น
“ไปเถอะ วันนี้ข้ามีนัดสำคัญจะสายไม่ได้”
หญิงสาวพูดออกมาด้วยรอยยิ้มก่อนจะย่างกายเดินออกไปจากห้อง เพราะวันนี้เป็นวันที่นัดหมายกับโจวเยว่เทียนเอาไว้นางจึงอยากที่จะไปก่อนเวลาสักหน่อย อีกทั้งขากลับยังต้องแวะร้านค้าในจวนสกุลหวังเพื่อตรวจสอบบัญชีอีก
มันน่าโมโหที่แม้นายท่านอย่างหวังเพ่ยอิงจะกลับมาแล้ว แต่นางที่เป็นฮูหยินก็ยังต้องจัดการเรื่องกิจการร้านเครื่องประดับที่เป็นของสกุลหวังแทนเขาอยู่ดี
"เจ้าจะออกไปไหน"
หวังเพ่ยอิงที่กำลังจะออกไปด้านนอกเอ่ยถามสตรีผู้เป็นภรรยาเสียงเรียบ สายตาของเขาจับจ้องร่างบางที่กำลังก้าวเท้าเดินออกจากประตูจวนพร้อมหญิงรับใช้คนสนิท
ตั้งแต่ที่กลับมาจากชายแดนหวังเพ่ยอิงสัมผัสได้ว่าฮวาซือเล่อทำตัวแปลกไปจากเดิม ในอดีตหากเขาอยู่ที่จวนนางมักจะมาวนเวียนอยู่รอบตัวเขา เสียงออดอ้อนของนางที่เขาจะมักได้ยินอยู่ทุกครั้งก็หายไป
หากว่ากันตามจริงแล้วในช่วงนี้ฮวาซือเล่อไม่แม้แต่จะมาให้เขาเห็นหน้าด้วยซ้ำ
ฮวาซือเล่อที่ไม่อยากสนทนากับคนตรงหน้า ปรายตามองไปที่หญิงรับใช้คนสนิทราวกับต้องการบอกให้อีกฝ่ายรีบเดินตามนางมา ร่างบางเร่งฝีเท้าก้าวเดินออกจากจวนตรงไปที่รถม้าที่ถูกจัดเตรียมไว้
"ฮวาซือเล่อข้าถามว่าเจ้าจะไปที่ใด"
"ข้าจะไปทำหน้าที่ฮูหยินตรวจบัญชีที่ร้านค้าแทนสามีที่ไม่ได้ความ”
“นี่เจ้า!”
“ว่าแต่ท่านเล่าจะไปที่ใด จะไปดื่มสุรากับสหายอีกแล้วหรือ เป็นถึงแม่ทัพไม่คิดจะไปค่ายทหารบ้างหรือไง”
“ข้าจะไปดื่มสุรากับสหายแล้วมันเรื่องอะไรของเจ้า”
“ย่อมเกี่ยวแน่นอน เพราะท่านทำตัวเสเพลเช่นนี้ภาระหน้าที่ทุกอย่างที่ท่านควรทำจึงตกมาอยู่ที่ข้า หากมีเวลาว่างมากพอไปดื่มสุรา เช่นนั้นก็ช่วยทำหน้าที่ของท่านให้ดีหน่อยได้หรือไม่ จะได้ไม่ต้องมาเดือดร้อนข้าเช่นทุกวันนี้”
“นี่เจ้ากล้าต่อว่าข้าหรือ ข้าเป็นถึงแม่ทัพอดทนต่อสู้อยู่ในสนามรบมาหลายปีข้าจะขอมีความสุขบ้างมันผิดอะไร”
“ผิดที่ท่านเป็นแม่ทัพ สิ่งที่ท่านทำนั้นนับว่าเป็นหน้าที่และเมื่อกลับมาท่านก็ยังต้องดูแลฝึกเหล่าทหารให้แข็งแกร่ง การที่ท่านทำตนเสเพลเช่นนี้นับว่ากำลังละเลยหน้าที่”
“ฮวาซือเล่อ!”
"ท่านพี่อย่าทะเลาะกับฮูหยินเลยนะเจ้าคะ" หลิวหรูเหม่ยที่ยืนดูเหตุการณ์มาครู่หนึ่งตัดสินใจวิ่งเข้าไปโอบกอดสามีเพื่อห้ามปราม
“ฮูหยินอนุรู้ว่าท่านโกรธเคืองที่นายท่านใส่ใจอนุ แต่..”
“อนุ? ฮึ ข้าไม่เห็นจำได้ว่าเคยรับน้ำชาจากเจ้าให้มาเป็นอนุ”
คำพูดของฮวาซือเล่อทำให้หลิวหรูเหม่ยชะงัก เพราะสิ่งที่คนตรงหน้าพูดเป็นความจริงนางยังไม่ได้ยกน้ำชาให้อีกฝ่ายและบ่าวรับใช้ในจวนก็ไม่เคยมีผู้ใดเรียกขานนางว่าอนุหลิวเลยสักครั้ง
“เอาเถอะเพ่ยอิงท่านจะทำอะไรก็แล้วแต่ท่านข้าจะไม่เอ่ยตักเตือนอีกแล้ว ส่วนแม่นางหรูเหม่ยตราบใดที่เจ้ายังไม่มายกน้ำชาให้ข้าตามประเพณี ต่อให้สามีข้ารักและหวงแหนเจ้ามาแค่ไหนสถานะของเจ้าก็เป็นแค่หญิงชู้รักเท่านั้น รู้ใช่ไหมว่าหญิงชู้รักมีสถานะต่ำกว่าสาวใช้อุ่นเตียงของสามีข้าเสียอีก”
ริมฝีปากบางเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันก่อนจะเดินขึ้นรถม้าไป นางไม่คิดหันกลับไปมองว่าตอนนี้พวกเขามีสีหน้าเช่นไร แต่ก็คิดว่าคงโกรธจนอยากเข้ามาบีบคอนางให้ตายเป็นแน่
แต่แล้วอย่างไรในเมื่อทุกสิ่งที่นางพูดคือความจริงทั้งสิ้น
“หนิงอันเจ้าเป็นอะไร เหตุใดทำสีหน้าเช่นนั้นอีกแล้ว” ดวงตาคู่สวยมองไปที่หนิงอันหญิงรับใช้ผู้ภักดีของตนที่ตอนนี้มีสีหน้าไม่ดีนัก
“บ่าวไม่ชอบสตรีผู้นั้นเจ้าค่ะ”
“อดทนสักหน่อยเถอะ อีกไม่นานเราก็ไม่จำเป็นต้องเจอพวกเขาอีกแล้ว”
“เจ้าค่ะ ตอนนี้พวกเรากำลังจะไปตรวจบัญชีที่ร้านใช่หรือไม่เจ้าคะ”
“ไม่ ข้ามีที่หนึ่งต้องไปก่อน”
หญิงสาวเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มเพราะนางตั้งใจแล้วว่าวันนี้จะทำสัญญากับโจวเยว่เทียนให้สำเร็จ แต่ใครเลยจะรู้ว่านางจะมาสายกว่าที่เวลานัดไว้มาก
“ข้ามาพบกับทะ....”
“แม่นางนี่มันยามอู่แล้วเหตุใดท่านพึ่งมาขอรับ รีบตามข้าไปด้านในเถิดท่านผู้นั้นรอท่านมาหลายชั่วยามแล้ว”
ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะพูดจบประโยคก็ถูกชายชราที่นางเคยพบเมื่อวานก็พูดตัดบทเสียก่อน หากดูจากสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลของเขาฮวาซือเล่อก็พอจะเดาออกว่าในยามนี้ท่านอ๋องสามคงไม่พอใจมากที่นางมาสายไปหลายชั่วโมงแบบนี้
ถ้าไม่ใช่ว่าก่อนออกมาเสียเวลาทะเลาะกับสามีเฮงซวยอยู่นาน นางคงมาถึงที่นี่ไปนานแล้ว
เพล้ง!
“นางคิดว่าตนเองเป็นใครจึงกล้าให้ข้ามารอนางหลายชั่วยามเช่นนี้!”
ฮวาซือเล่อสะดุ้งตัวด้วยความตกใจหลังจากได้ยินเสียงที่เต็มไปด้วยโทสะของบุรุษที่อยู่ภายในห้อง ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นนัยน์ตาคู่สวยยามนี้แฝงไปด้วยความกังวล
“ท่านอ๋องนางมาแล้วขอรับ”
“ให้นางเข้ามา”
เหตุใดตอนนี้นางถึงรู้สึกว่าด้านหลังของประตูคือขุมนรกที่มีมัจจุราชรอสังหารนางอยู่กัน!
นางคิดถูกจริง ๆ ใช่ไหมที่เลือกวิธีแบบนี้!
คืนเข้าหอของนางร้าย Nc [END]ช่วงสายของวันบรรยากาศของตลาดภายในเมืองหลวงดูคึกคัก ผู้คนส่วนหนึ่งเดินออกมาจับจ่ายซื้อของตามปกติ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งมาเพื่อจับกลุ่มนินทาเหล่าขุนนางและแน่นอนว่าข่าวเด็ดในวันนี้ย่อมหนีไม่พ้นข่าวของฮวาซือเล่อและท่านอ๋องสาม“สตรีหม้ายเช่นนางแต่งเป็นหวางเฟยได้หรือ”“นั่นสิ นางเคยเป็นภรรยาของท่านแม่ทัพหวังแล้วให้เป็นหวางเฟยจะเหมาะสมหรือ”“แบบนี้ไม่เท่ากับว่าท่านอ๋องสามได้ของเหลือจากจวนแม่ทัพหรือ”ชาวบ้านเริ่มออกความเห็นถึงการแต่งงานในครั้งนี้ ทั้งยังเริ่มกล่าวถึงฮวาซือเล่อในทางที่ไม่ดีกล่าวหาว่านางหวังขึ้นที่สูงโดยไม่รู้จักสถานะตนเองปัก! โคร้ม!บทสนทนาของชาวบ้านหยุดลงฉับพลันหลังจากร่างของชายผู้หนึ่งถูกโยนลงกลางโต๊ะ ไม่นานองครักษ์ของตำหนักท่านอ๋องสามก็ปรากฏตัวขึ้น“ขออภัยพวกท่านด้วยพอดีหัวขโมยที่พวกข้าจับมาเกิดขัดขืนพวกข้าจึงต้องลงมือให้เขาสำนึกสักหน่อย ว่าแต่เมื่อครู่ข้าได้ยินว่าพวกท่านพูดถึงแม่นางฮวาหรือขอรับ”ชาวบ้านที่จับกลุ่มนินทาเมื่อครู่ยามนี้ใบหน้าซีดเผือด เพราะแม้ใบหน้าของอีกฝ่ายจะยิ้มแต่รอบกายของเหล่าองครักษ์กลับอบอวลไปด้วยจิตสังหาร“พะ...พวกข้ากำลังพูดว
ฮวาซือเล่อที่รักเจ้านางตายไปนานแล้ว...จวนสกุลฮวาที่เคยผุพังและมีหญ้าขึ้นรกร้างยามนี้กลับถูกซ่อมแซมจนดูเหมือนใหม่ ฮวาซือเล่อย่างกายเดินเข้ามาในจวนพร้อมกับหนิงอันและเสี่ยวอี้ที่ถูกส่งมาคอยคุ้มกันหากเกิดเรื่องอันตรายกับนางนัยน์ตาคู่สวยกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกมาเมื่อพบที่นี่เปลี่ยนไปจากที่นางมาครั้งแรกมานักหากให้พูดตามจริงนี่เป็นครั้งแรกที่นางกลับมาที่จวนสกุลฮวาหลังจากที่จวนถูกซ่อมแซมแล้ว หากไม่ใช่เพราะครั้งนี้นางใช้มารยาออดอ้อนว่าอยากมาอยู่ที่จวนก่อนแต่งเป็นหวางเฟย มีหรือว่าโจวเยว่เทียนจะปล่อยให้นางอยู่ห่างจากเขาเช่นนี้“นายหญิงท่านกลับมาแล้ว”พ่อบ้านเสินเป็นบุรุษร่างสูงที่อายุประมาณสี่สิบไร้ครอบครัว เขาและบรรพบุรุษรับใช้คนสกุลฮวามานานจึงรู้สึกผูกพันกับที่นี่ พวกเขารู้สึกยินดีที่ได้กลับมาที่จวนแห่งนี้ ทั้งยังดีใจที่เห็นว่านายของตนมีความสุขดีทั้งร่างกายและจิตใจ“พ่อบ้านเสินหลายเดือนมานี้ลำบากท่านแล้ว” ฮวาซือเล่อพูดน้ำเสียงแฝงไปด้วยความรู้สึกผิดเพราะนางไม่ได้กลับมาที่จวนเลยทำให้หน้าที่ดูแลจวนทั้งหมดตกอยู่ที่ชายหนุ่ม“ข้าไม่ลำบากเลยขอรับ บ่าวสกุลฮวาทุกคนต่างรู้สึกยินดีท
พี่เยว่ท่านหลงข้าจนโง่งมแล้วบรรยากาศงานเทศกาลซีซีในเมืองหลวงยามค่ำคืนคึกคักทั้งโรงน้ำชา ร้านอาหารชื่อดังต่างมีลูกค้าเข้าไปจับจองแน่นขนัด ผู้คนเดินบนถนนเบียดเสียดเป็นภาพครึกครื้นหาที่ใดเปรียบฮวาซือเล่อสวมใส่อาภรณ์สีม่วงขับกับผิวขาวของนางกำลังยืนเลือกซื้อเครื่องประดับจากร้านค้าแผงลอยที่ตั้งขายบนถนน ข้างกายของนางมีบุรุษสวมหน้ากากปกปิดใบหน้ายืนอยู่“แม่นางต่างหูคู่นี้เหมาะกับเจ้ายิ่งนัก”หญิงชราพูดจบก็ยื่นต่างหูที่ทำจากหยกขาวให้หญิงงามตรงหน้า จากที่ดูอาภรณ์ที่อีกฝ่ายสวมใส่ทำจากผ้าเนื้อดีดูท่าแล้วคงเป็นคุณหนูจากสกุลขุนนางเป็นแน่ฮวาซือเล่อรับต่างหูมาไว้ในมือใช้สายตามองพินิจดูครู่หนึ่งก่อนจะหันกายไปทางชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกาย มือบางหยิบต่างหูขึ้นมาทาบที่ติ่งหูทั้งสองของตนเองก่อนจะเอ่ยกับอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม“พี่เยว่ต่างหูนี่เหมาะกับข้าไหมเจ้าคะ”โจวเยว่เทียนหรือที่อีกฝ่ายเรียกขานว่าพี่เยว่ในยามนี้คลี่ยิ้มออกมา นัยน์ตาคมจับจ้องใบหน้าของโฉมงามสายตาแฝงไปด้วยความรักและลุ่มหลง“เหมาะกับเจ้ายิ่งนัก”หญิงชราสังเกตเห็นสายตาที่แสนคลั่งรักของชายหนุ่มก็คลี่ยิ้มออกมา นางหยิบกล่องไม้ด้านในบรรจุแหวนสองว
หวังเพ่ยอิงหัวใจสลายจวนสกุลหวัง“นี่มันอะไรกันเหตุใดรายจ่ายภายในจวนจึงเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าแบบนี้ นี่พวกเจ้ากล้าปลอมแปลงบัญชียักยอกเงินหรือ”หวังเพ่ยอิงปาสมุดบัญชีค่าใช้จ่ายภายในจวนสกุลหวังใส่พ่อบ้านและแม่นมที่ยืนอยู่กลางห้องด้วยโทสะ เพราะความไว้ใจที่เห็นทำงานรับใช้มาตลอดหลายปีเขาจึงไม่คิดว่าทั้งสองจะรวมหัวกันยักยอกเงินแบบนี้“นายท่านข้าและพ่อบ้านทำงานรับใช้สกุลหวังมาหลายปีไม่มีทางทำเรื่องเช่นนั้นเจ้าค่ะ”“หากไม่ใช่เพราะพวกเจ้าปลอมแปลงบัญชีแล้วเหตุใดค่าใช้จ่ายจึงเพิ่มขึ้นมากมายเพียงนี้”“ที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นนั่นก็เพราะ.......”นั่นเพราะอนุหลิวที่ท่านหลงรักจนหน้ามืดตามัวอย่างไรเล่าเจ้าคะแม่นมหลินเพียงพูดในใจไม่กล้าเอ่ยออกไปเพราะรู้ดีว่านายของตนจะต้องออกตัวปกป้องหญิงคนรักอีกเป็นแน่ สตรีผู้นั้นนอกจากหน้าตาแล้วข้ายังไม่เห็นว่ามีอะไรเทียบเคียงอดีตฮูหยินได้เลยเหตุใดนายท่านของข้าจึงตามืดบอดเช่นนี้เล่าเจ้าค่ะเพล้ง!“เหตุใดจึงปิดปากเงียบ! พูดมาสิว่าเพราะอะไร!”กาน้ำชาถูกปาลงพื้นจนแตกกระจายต่อหน้าคนทั้งสอง พ่อบ้านซุนเห็นว่าแม่นมหลินไม่กล้าเอ่ยปากพูดเขาก็ได้แต่ถอนหายใจครั้งหนึ่งก่อนจะเอ่ยป
การชำระแค้นของโจวเยว่เทียนแสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาภายในห้องบรรทม นัยน์ตาคมจับจ้องไปยังใบหน้าของโฉมงามที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ภายในอ้อมกอดของเขา มือหนาลูบที่แก้มเนียนอย่างทะนุถนอมซือซือของข้างดงามยิ่งนัก“อืมมมม”หญิงสาวขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แน่นอนว่าภาพแรกที่นางเห็นคือใบหน้ารูปงามของโจวเยว่เทียนที่กำลังคลี่ยิ้มส่งมาให้นาง“ตื่นแล้วหรือ”“เพคะ”“อยากนอนต่ออีกหน่อยหรือไม่”ฮวาซือเล่อส่ายหน้าช้า ๆ ก่อนจะซุกหน้าเข้าหาอกแกร่งของชายหนุ่มทำท่าทีออดอ้อนราวกับเป็นลูกแมวตัวน้อย“เด็กดี”ชายหนุ่มเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มพลางกระชับอ้อมกอด คิดเพียงว่าเขาจะต้องแต่งตั้งนางเป็นหวางเฟยให้ถูกต้องโดยเร็วต้องทำให้นางเป็นของข้าโดยสมบูรณ์ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูดังขึ้นภายในห้อง โจวเยว่เทียนที่กำลังดื่มด่ำกับช่วงเวลาแสนหวานกับหญิงคนรักปรายตามองเงาของคนผู้หนึ่งที่อยู่ด้านหลังของประตู“มีอะไร”“ฝ่าบาทส่งองครักษ์มาแจ้งให้ท่านอ๋องเดินทางเข้าวังหลวงพ่ะย่ะค่ะ”คำพูดของเสี่ยวอี้ดังขึ้นจากด้านหลังของประตูทำให้โจวเยว่เทียนขมวดคิ้วทั้งสองเข้าหากัน ดูท่าแล้วที่เรียกตัวเขาเข้าวังคงเป็นเพราะเรื่องจัดการกบฏ
เจ้าต้องเรียกข้าว่าท่านพี่สิถึงจะเหมาะสม NCแสงโคมกระเพื่อมไหวตามสายลมบางคราวสว่างบางคราวรุบรู่ราวระลอกคลื่นน้ำ ยามนี้พาดทับเรือนร่างสะโอดสะองเย้ายวนตาของฮวาซือเล่อและร่างกำยำเปลือยเปล่าของโจวเยว่เทียน แม้ว่าอุณหภูมิภายในอ่างอาบน้ำจะอุ่นร้อนเพียงใดกลับไม่อาจเทียบเคียงเพลิงราคะที่โหมกระหน่ำแผดเผากายพวกเขาได้“ซือซือ เจ้างดงามยิ่งนัก...”โจวเยว่เทียนกล่าวน้ำเสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจปกปิดได้อีกต่อไป เมื่อปรายนัยน์ตาคู่คมจับจ้องไปยังสตรีงามพิลาศล้ำเบื้องหน้า เขากดจมูกลงกับซอกคอระหงส์เพื่อสูดดมกลิ่นหอมหวานจากหญิงสาว“อ๊ะ..ท่านอ๋อง ตรงนั้นไม่ได้นะเพคะ”ฮวาซือเล่อหลุดครางเสียงหวานปานน้ำผึ้งครั้นถูกโจวเยว่เทียนครอบริมฝีปากบนเม็ดบัวแดงแข็งเป็นไต พลางกระหวัดเรียวไปมาอย่างหยอกเย้าจวนให้นางต้องจิกเกร็งปลายเท้าระบายความกระสันที่ได้รับโชคร้ายที่ยามนี้โจวเยว่เทียนไม่หลงเหลือความยับยั้งชั่งใจ ยิ่งได้ยินเสียงหวาน ๆ ของหญิงสาวยิ่งคล้ายถูกกระตุ้นความดิบเถื่อนที่กดข่มไว้ภายในใจมาเนิ่นนาน เลยดูดดึงเต้าอวบอย่างกระหายขณะเดียวกันก็พลันใช้ฝ่ามือร้อนนวดคลึงอีกข้าง“หวานเสียยิ่งกว่าอะไร โชคดีที







