Share

10

last update Tanggal publikasi: 2026-02-19 16:05:35

นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ

*****

"ดูซิ..ขาดเหลืออะไรบ้างนะ น่าจะคบแล้วล่ะไปกันเลย let's go"  เว่ยๆกำลังเตรียมของกลับบ้านที่ชนบทโดยนำมาใส่ตะกร้าท้ายรถจักรยานที่เธอเอาไปผูกติดไว้กับเบาะคนซ้อน เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เธอก็เริ่มปั่นจักรยานออกจากบ้านเช่าทันที

ที่หมู่บ้านในชนบท...

"แม่คะ พ่อคะ พี่ชายใหญ่ พี่ชายรอง หนูกลับมาแล้วค่ะ" เว่ยเว่ยที่จอดจักรยานแล้วส่งเสียงเรียกคนด้านในบ้าน

"เว่ยเว่ยน้องมาได้ยังไงเนี่ย เพิ่งไปได้ไม่กี่วันเอง มาๆเข้าบ้านมาก่อน" เฉียนลู่คงพี่ชายคนโตเดินออกมาดูเมื่อได้ยินเสียงเรียกที่หน้าประตูบ้านพร้อมกับเข้าไปจูงจักรยานแทนน้องสาว

"พ่อครับแม่ครับ ดูสิใครมา" 

"เว่ยเว่ยลูก เข้ามานั่งก่อน หนูมีปัญหาอะไรหรือลูกถึงกลับมาบ้านเร็วขนาดนี้เพิ่งไปได้ไม่กี่วันเองนะ" แม่มู่ถามลูกสาวด้วยความห่วงใย

"เปล่าค่ะแม่ พอดีหนูคิดถึงทุกคนเลยกลับมานะ่ค่ะ แล้วก็เอาอาหารมาให้ด้วย" ทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยความสงสัย

"งั้นหนูเอาเงินที่ไหนไปซื้อล่ะลูก" พ่อเฉียนถามขึ้นบ้าง เพราะรู้ดีว่าครั้งล่าสุดที่ลูกสาวเอาเงินไปมันมีเพียง 5 หยวนเท่านั้น

"ใช่แล้วลูกหนูมีเงินไปแค่ 5 หยวนเองนะแล้วซื้อของเยอะแยะขนาดนี้หนูเอาเงินมาจากไหนล่ะลูก" แม่มู่ก็สงสัยเหมือนกัน

"เอ่อ...คือว่า..." เว่ยเว่ยคิดคำพูดแก้ตัว

"หนูไปเจอพี่สาวคนนึงในเมืองมาค่ะ เธอเป็นภรรยาของทหารยศใหญ่ เธอจ้างหนูให้ช่วยขายของ แล้วของพวกนั้นก็ขายดีมาก เลยได้ค่าจ้างมาเยอะหนูก็เลยคิดถึงพ่อแม่และก็ทุกคน อยากให้ทุกคนได้กินของดีๆบ้างหนูเลยเอาของกลับมาให้ค่ะ" เว่ยเว่ยเล่าความเท็จออกไป เพราะเธอไม่กล้าที่จะพูดว่าของพวกนี้เธอเอามาจากที่ไหน

"แล้วน้องมั่นใจได้ยังไงว่ามันปลอดภัย มันเสี่ยงรึเปล่า" พี่ชายใหญ่ถามขึ้นบ้าง

"ปลอดภัยแน่นอนค่ะพี่ เธอเป็นถึงภรรยานายทหารเลยนะคะ ถ้าเขาไม่มั่นใจเขาไม่ทำหรอกค่ะ" เว่ยเว่ยพยายามโน้มน้าวทุกคน

"ถ้างั้นแม่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง แต่ลูกต้องระวังตัวเองด้วยนะ" แม่มู่ไม่วายกำชับ

"ได้ค่ะแม่ หนูรับรองเลยค่ะว่าจะดูแลตัวเองอย่างดี"

"มาดูกันดีกว่าว่าวันนี้หนูมีอะไรมาฝากทุกคน" เธอเปลี่ยนเรื่องทันที

เว่ยเว่ยจึงนำของในตะกร้าออกมา มีข้าวสาร 5 ชั่ง เนื้อหมู 2 ชั่ง สามชั้น 2 ชั่ง ไก่ 1 ตัว ไข่ไก่ 2 ชั่ง น้ำมัน 1 ขวด น้ำตาลทรายแดง 1 ชั่ง เกลือ 1 ห่อ ขนมเปี๊ยะ 3 กล่อง ซึ่งเธอเอามาแค่นี้ เพราะไม่ต้องการให้ที่บ้านสงสัยว่าเธอเอาเงินที่ไหนมาซื้อของเยอะแยะมากมายขนาดนี้

"อาเล็กคะ...หนูอยากกินขนมได้ไหมคะ ลี่มี่ลูกสาวของพี่ชายใหญ่ในวัย 5 ขวบ ถามขึ้นด้วยความกล้าๆกลัวๆเพราะอาเล็กของเธอจะดุด่าเอาได้

"ได้ค่ะคนสวย เดี๋ยวอาแบ่งขนมให้นะคะ" ทุกคนก็ได้แต่มอง แล้วคิดไปในทางเดียวกันว่า ตั้งแต่เว่ยเว่ยกลับบ้านมาครั้งที่แล้วก็เปลี่ยนไปเยอะ ไม่มีนิสัยเหมือนแต่เก่าก่อนทำให้ทุกคนสบายใจขึ้นมาก

"น้องเล็ก แล้วจักรยานนี่ล่ะ " พี่ชายรองถามขึ้นมาบ้าง

"อ๋อ..ของพี่สาวน่ะค่ะ เธอให้ยืมมา เพราะเห็นว่าน้องขนของมาเยอะแยะ ไม่อยากให้น้องลำบากแบกมานะคะ ก็เลยให้ยืมจักรยานมาก่อน" เว่ยเว่ยอธิบาย

"แล้วลูกจะกลับมากี่วันล่ะ" แม่มู่ถาม เพราะลูกสาวยังต้องไปโรงเรียน

"พรุ่งนี้เช้าก็กลับแล้วค่ะแม่"

"ถ้างั้น สะใภ้ใหญ่สะใภ้รองเข้าครัวเถอะทำกับข้าวสัก 2-3 อย่างแล้ว กันจะได้ทันมื้อเที่ยง" แม่มู่บอกสะไภ้ทั้ง 2 คน

"ได้ค่ะแม่/ค่ะแม่" สะใภ้ทั้งสองรับคำและเข้าครัวไป

"ทุกคนคะ ถ้าหนูได้ทำงานกับพี่สาวไปเรื่อยๆ ทุกคนไม่ต้องส่งเงินให้หนูแล้วนะคะแต่หนูจะเป็นคนส่งเงินมาให้ทุกคนเองรวมกับข้าวปลาอาหารด้วย" เว่ยเว่ยบอกในสิ่งที่เะอคิดและวางแผนเอาไว้

"ได้ยังไงกันลูกเก็บเงินไว้เถอะอยู่ในเมืองต้องใช้เงินทั้งนั้นในจะค่ากินค่าอยู่อีกหนูไม่ต้องส่งมาหรอกลูก" แม่มู่เอ่ยขึ้นทันทีที่ลูกสาวพูดจบและทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วยกับที่แม่ของเขาพูดว่าน้องสาวไม่ควรส่งเงินกลับบ้าน

"ใช่แล้วน้องเล็กน้องไม่ต้องส่งเงินมาที่บ้านหรอกพวกเราอยู่กันได้" พี่ชายใหญ่พูดขึ้นมาบ้าง

"แต่ว่าหนูอยากให้นะคะ ยังไงทุกคนก็ต้องรับ ถ้าไม่รับ หนูจะไม่กลับมาบ้านจริงๆด้วย" เว่ยเว่ยขู่ออกไป

"ถ้างั้นก็แล้วแต่ลูกแล้วกัน" พ่อเฉียนพูดตัดปัญหา

"เอาตามนั้นก็ได้ แต่ไม่ต้องส่งมาเยอะนะหนูต้องเก็บไว้ใช้บ้าง" แม่มู่อดเป็นห่วงไม่ได้

"ได้ค่ะแม่หนูสัญญาเลย" เว่ยเว่ยยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าตอนนี้ทุกคนยอมให้เธอแล้ว

"ถ้างั้นหนูไปพักก่อนนะคะ ปั่นจักรยานมาเหนื่อยมาก" เว่ยๆขอตัวเข้าห้องไป

"คุณคะลูกเราจะไม่เดือดร้อนจริงๆใช่ไหมคะ" แม่มู่เอ่ยถามสามีเมื่อเห็นลูกสาวเดินเข้าห้องไปแล้ว

"คงไม่หรอก ถ้าคิดว่าจะเดือดร้อนลูกคงจะไม่พูดออกมา" พ่อเฉียนคิดว่ายังไงลูกสาวก็เป็นคนฉลาด คงไม่หลงกลใครง่ายๆ

"นั่นสิครับแม่ แม่เชื่อใจน้องเถอะ น้องจะได้สบายใจ"

"ถ้าน้องส่งเงินกลับมา เราก็แค่เก็บไว้ให้น้องเวลาน้องมีปัญหาจะได้เอาไปช่วยน้องได้ ทุกคนเห็นด้วยไหมครับ" พี่ชายใหญ่ออกความคิดเห็นบ้าง

"อืม..ตามนั้นละกัน" พ่อเฉียนสรุปและทุกคนก็แยกย้ายกันออกไปทำหน้าที่ของตนเอง

เช้าวันถัดมา....

"แม่คะเดี๋ยวหนูจะกลับแล้วนะคะ นี่เงิน 20 หยวน แม่เก็บไว้ใช้ แล้วก็ไม่ต้องเก็บไว้ให้หนูนะคะหนูยังพอมีเก็บอยู่บ้างแม่ใช้ไปเถอะค่ะ เอาไปซื้อของให้ทุกคนกิน" เวยๆมอบเงินให้แม่

"ขอบใจจ้ะลูก หนูต้องดูแลตัวเองดีๆนะ" แม่มู่รับเงินที่ลูกสาวมาถือเอาไว้

"ได้ค่ะแม่หนูสัญญาเลย" เว่ยเว่ยไม่รู้ว่าสองวันมานี้เธอพูดคำนี้ไปกี่ครั้งแล้ว  หลังจากทานข้าวเช้าเสร็จเว่ยเว่ยก็ขอตัวกับเข้าในเมืองทันทีเพราะกลัวแดดร้อน

ระหว่างทางที่ออกมาจากหมู่บ้าน ก็เห็นเป็นเรื่องธรรมดา ที่ต้องเจอคนในหมู่บ้าน พอทุกคนเห็นเว่ยเว่ย จึงทำให้มีเรื่องซุบซิบนินทาเพิ่มมาอีก 1 เรื่อง

"นี่หล่อน นั่นใช่เว่ยเว่ยลูกบ้านเฉียนหรือเปล่า"

"ใช่สิ โอ้โหมาคราวนี้มีจักรยานมาด้วยไปรวยอะไรมานะ"

"นั่นสิ แอบไปทำเรื่องไม่ดีมาหรือเปล่า"

"มีเงินซื้อจักรยานขนาดนี้ ไปทำเรื่องอย่างว่ามาหรือเปล่านะ" เว่ยเว่ยได้ยิน ก็ไม่ได้แปลกใจอะไรกับคำนินทา และไม่สนใจด้วยซ้ำว่าใครจะพูดยังไง เพราะคนพวกนี้ไม่ได้ทำให้เธอร่ำรวยขึ้นมา และขี่จักรยานออกจากหมู่บ้านไป

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   174

    เธอบอกว่าการผ่าคลอดนั้นเจ็บมากกว่าการคลอดเองมาก แถมการฟื้นฟูหลังคลอดก็ยากกว่า เธอจึงไม่เลือกวิธีนี้ แต่ตอนนี้ ตอนที่เขาเห็นว่าเธอทนเจ็บอย่างทรมาณก็อยากจะให้เธอผ่าคลอด “ไม่ค่ะ ฉันทนมาได้ถึงขนาดนี้แล้ว ฉันไหวค่ะ” เธอจับมือของเขาและบีบมันเบาๆ เพื่อสื่อว่าเธอทนได้จริงๆในการคลอดครั้งนี้ พวกเขาได้ฝากท้องที่โรงพยาบาลเอกชน ลู่เฟิงจึงได้เพิ่มเงินค่าคลอด และขอเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนภรรยาด้วย เพราะเขานั้นเป็นห่วงเธอมาก จึงไม่อยากที่จะรออยู่ที่ด้านนอก เขาอยากเป็นกำลังใจของเธอทุกช่วงเวลาและเมื่อไกล้คลอด อาการของเว่ยเว่ยก็น่าเป็นห่วง เพราะอาการปวดที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากที่เธอทนได้ก็เริ่มที่จะทนไม่ได้ เธอจึงมีน้ำตาไหลออกมา“คุณเจ็บมากเลยหรือครับ” เมื่อเห็นว่าน้ำตาของเธอไหลออกมา ก็รู้แหละว่าเธอคงจะทนไม่ไหวแล้ว เขาเองก็ทนเห็นเธอเจ็บไม่ได้เหมือนกัน จึงได้คิดแล้วว่าเมื่อลูกคลอดออกมาแล้ว เขาจะทำหมันเอง เพื่อที่เว่ยเว่ยจะได้ไม่ต้องท้องและทรมาณแบบนี้อีก และอีกอย่างตอนนี้รัฐเองก็มีนโยบายลูกคนเดียวนี่จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด“ตอนนี้ฉันแทบจะทนไม่ไหวแล้วค่ะ ลู่เฟิงคะฉันทรมาณมากเลย” ตอนนี้เธอปวดมาก ปวดจนเหมือน

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   173

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ(บทส่งท้าย)ฉันกับคุณจะเป็นครอบครัวเดียวกันและวันแต่งงานก็มาถึงวันนี้ทุกคนล้วนวุ่นวายกันหมด แม้กระทั่งเจ้าบ่าวหรือเจ้าสาว ถึงแม้ว่าจะวางแผนการจัดงานเอาไว้อย่างดี ก็ยังมีติดขัดอยู่บ้างหลังจากที่เว่ยเว่ยแต่งตัวเสร็จด้วยชุดกี่เพ้าสีแดงเพื่อที่จะทำพิธียกน้ำชาในช่วงเช้า เธอได้แอบมาดูสถานที่ ตอนนี้ทางโรงแรมได้ตกแต่งออกมาอย่างสวยงาม โดยใช้สีแดงเป็นหลัก ทั้งผ้าม่าน และดอกไม้ที่ใช้ตกแต่ง รวมทั้งอุปกรณืที่ต้องใช้ในพิธีด้วย“มาอยู่ที่นี่เองหรือลูก ทำไมไม่รอที่ห้องล่ะ จะออกมาทำไมกัน” แม่มู่ที่แวะมาดูความเรียบร้อยอีกครั้งก็เจอเข้ากับว่าที่เจ้าสาวที่ยืนอยู่“หนูแค่มาดูเท่านั้นค่ะ แล้วแม่ล่ะคะเหนื่อยไหม” ทั้งๆที่เธอให้ทางโรงแรมจัดการทั้งหมด แต่แม่ของเธอและทุกคนก็ยังอาสามาช่วยพนักงานทำ“ไม่เหนื่อยเลยลูก แม่ดีใจเสียอีกที่ลูกสาวแม่มีวันนี้ ต่อไปนี้ลูกก็จะเป็นภรรยา และเป็นแม่คนแล้วนะ” แม่มู่อดที่จะหลั่งน้ำตาด้วยความตื้นตันไม่ได้ เธอไม่เคยคิดเลยว่าครอบครัวของเธอจะมาถึงจุดนี้ จุดที่มีครบทุกอย่าง โดยคนที่ยื่นมันให้ก็คือลูกสาวคนนี้ของเธอ“แม่คะ หนูรักแม่นะคะ ถึงหนูจะแต่งงานแล้ว แต่หน

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   172

    และในมลฑลนี้ก็มีโรงแรมเพียงสองที่เท่านั้นที่อยู่ไกล้ที่สุด ซึ่งทั้งสองก็ได้พากันไปดู ซึ่งเว่ยเว่ยถูกใจโรงแรมที่สองที่ลู่เฟิงพาเธอมาดูมากที่นี่มีขนาดใหญ่กว่าที่แรกมาก เพราะอยู่ในแถบชานเมืองออกมาหน่อย แต่ก็ไม้ได้ไกลจากบ้านมากนัก ทั้งยังมีที่จอดรถไว้สำหรับต้อนรับลูกค้าที่มาใช้บริการ ซึ่งที่แรกไม่มีเพราะอยู่ติดถนนเลยนั่นจะทำให้แขกที่มางานนั้นไม่สะดวกเรื่องการจอดรถและเมื่อทั้งสองได้เข้ามาติดต่อ ก็ได้รับบริการอย่างดีจากผู้จัดการโรงแรม ซึ่งลู่เฟิงบอกว่าที่นี่ไม่ใช่ของรัฐแต่เป็นของเอกชน แต่ก็อยู่ภายใต้เงื่อนไขของรัฐบาลนั่นเองเว่ยเว่ยได้ตกลงเรื่องสถานที่ที่จะจัดงาน ซึ่งทางโรงแรมก็บอกว่าวันนั้นไม่มีลูกค้ามาจองไว้ เธอสามารถทำเรื่องจองไว้ได้เลย โดยที่เธอต้องจ่ายเงินมัดจำเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ เพราะทางโรงแรมกลัวว่าเมื่อจัดงานไว้แล้วลูกค้าจะเบี้ยว จึงได้เรียกเก็บเงินมากกว่าครึ่งเมื่อได้สถานที่แล้ว เว่ยเว่ยก็พูดถึงเรื่องการตกแต่ง เธอไม่ได้ต้องการให้หรูหรามาก ขอแค่มีแท่นพิธีที่มีดอกไม้สวยงามเท่านั้น และรอบๆก็ขอให้มีดอกไม้วางในจุดต่างๆที่เห็นสมควรเพื่อความสวยงามส่วนเรื่องอาหารนั้นเธอขอให้ทางโรงแรมนั้

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   171

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****หลังจากที่ลู่เฟิงพาเธอไปจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว เขาก็พาเธอไปดินเนอร์ที่ร้านอาหารริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง ที่ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงร้านอาหารร้านนี้บรรยากาศค่อนข้างดีทีเดียว เพราะจัดโต๊ะสำหรับต้อนรับแขกที่มาทานอาหารนั้นค่อนข้างส่วนตัว โต๊ะที่เธอเข้ามานั่งนั้นติดกับแม่น้ำเลยทีเดียว หรือจะพูดว่าทางร้านทำร้านให้ยื่นเข้าไปในแม่น้ำก็ได้“ที่นี่สวยดีนะคะ ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยค่ะ ว่าที่นี่จะมีที่สวยๆแบบนี้” เว่ยเว่ยที่ไม่เคยออกไปที่ไหนนอกจากที่ร้านและมหาวิทยาลัย จึงได้ไม่เคยมาที่นี่ เธอค่อนข้างที่จะเสียดายมากทีเดียว“เป็นผมเองที่ไม่ได้พาคุณมา แต่ต่อไปนี้ผมจะพาคุณไปหลายๆที่เลยนะครับ” เพราะก่อนหน้านั้นเขาต้องทำงาน และเมื่อปีที่ผ่านมาเขาต้องออกไปทำงานนอกพื้นที่จึงไม่ได้มีโอกาสพาเธอไปที่ไหนเลย เขาจึงอยากจะชดเชยวันเวลาที่ผ่านมา“คุณสัญญาแล้วนะคะ” เว่ยเว่ยนั้นไม่ได้คิดจริงจังกับเรื่องเที่ยวนัก แต่เธอก็ชอบที่คนรักของเธอนั้นชอบที่จะดูแลเธออย่างนี้ เธออยากเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขา “ครับ ต่อไปนี้สามีจะพาคุณไปทุกที่ที่อยากไปเลยครับ” อยู่ๆลู่เฟิงก็แทนตัวเองว่าสามี นั่

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   170

    เมื่อตอนที่เธอเห็นมันครั้งแรก เธอเองก็งงเหมือนกัน ว่ามันมาจากที่ไหน ในเมื่อเธอเอาผ้าออกมาจากในมิติทุกวันเพื่อเอาออกมาตัดชุดที่ร้าน เธอก็ไม่เคยเห็นมันเลยสักครั้ง และมันไม่ใช่มีแค่สีเดียว แต่มีถึงสองสี และอีกสีหนึ่งก็คือสีแดงซึ่งเว่ยเว่ยก็นำมันมาตัดชุดกี่เพ้าด้วยเหมือนกัน แต่ชุดนั้นเธอคิดว่าจะเอามันไว้ใส่ในวันแต่งงานของเธอกับลู่เฟิง ตอนที่เธอหยิบชุดออกมาใส่ เธอก็แอบคิดไปเหมือนกันว่ามิติอาจจะรู้ว่าเธอจะได้ทำแบบนี้จึงได้มอบผ้าสวยๆแบบนี้มาให้ก็เป็นได้พอถึงช่วงบ่าย ลู่เฟิงก็มารับเธอที่บ้านตามที่ได้ตกลงกันไว้ ก่อนไปจดทะเบียน เขาได้พาเธอเข้าไปหาครอบครัวของเขาก่อน เพื่อบอกว่าทั้งสองจะไปจดทะเบียนกัน“ลูกว่าอะไรนะลู่เฟิง” แม่จิ่งที่ได้ยินลูกชายบอกว่าจะพาคู่หมั้นไปจดทะเบียนก็ถึงกับอุทานออกมาเสียงดัง“ผมจะพาเว่ยเว่ยไปจดทะเบียนครับ” ลู่เฟิงบอกคนเป็นแม่อีกครั้ง ส่วนพ่อเจียงที่นั่งฟังอยู่ก็ไม่ได้ตกใจอะไร เพราะเขาคิดว่ามันถึงเวลาแล้ว เพราะเด็กทั้งสองคนก็คบหาดูใจกันมาหลายปีแล้ว ถ้านับเวลาคงเกือบห้าปีเลยล่ะ“แล้วลูกบอกทางบ้านของหนูเว่ยเว่ยแล้วหรือยัง ทำไมลูกถึงเป็นคนแบบนี้ไปได้ ทำอะไรทำไมไม่ถามผู้ใหญ่

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   169

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****และเมื้อมื้ออาหารเย็นจบลง ทุกคนก็แยกย้ายกันเข้าห้องนอน รวมทั้งจางหย่งด้วย ที่วันนี้เขาได้รับอนุญาติให้ค้างที่นี่กับภรรยาและลูกได้ และในพรุ่งนี้เช้าเขาจะพาลูกและภรรยากลับไปพักที่ค่าย“อื้อ อื้อ” เว่ยเว่ยที่ถูกจู่โจมหลังจากที่ออกจากห้องน้ำก็ได้ได้แต่ครางอยู่แต่ในลำคอ “คุณเรียนจบแล้วใช่หรือเปล่า” ลู่เฟิงเมื่อละปากออก ก็พูดถามเสียงอู้อี้ เพราะตอนนี้จมูกของเขาได้ซุกไซร้ไปที่ซอกคอขาวของเว่ยเว่ย ยิ่งเขาได้กลิ่นหอมที่มาจากตัวของเธอ ยิ่งทำให้เขานั้นแทบคลั่ง“อื้อ ค่ะ” เธอเรียนจบมาได้สองเดือนแล้ว เหลือแค่รอใบประกาศเท่านั้น“ถ้าอย่างนั้นเราแต่งงานกันนะ” ลู่เฟิงที่ได้ยินแบบนั้นก็ดีใจเป็นอย่างมาก จึงได้ถามถึงเรื่องแต่งงาน“อะ อะไรนะคะ” เว่ยเว่ยคิดว่าตัวเองหูฝาดที่ได้ยินลู่เฟิงขอเธอแต่งงาน “เราแต่งงานกันนะครับ” เขาย้ำให้เธอฟังอีกครั้ง และครั้งนี้เขาเงยหน้าขึ้นมาพูดกับเธอให้ชัดๆ และหยุดการกระทำทุกอย่างไปก่อน“เรื่องนี้ เราไม่ต้องบอกพ่อแม่ก่อนหรือคะ” เรื่องแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ ยังไงพ่อแม่ก็ควรที่จะรับรู้เรื่องนี้“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาหรอกครับ ว่าแต่คุณเถอะ แต่งงานกับผมได

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   116

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****“ยังไงหรือจ๊ะ ตอนนี้พี่ก็ยังงงอยู่” อะไรคือการนับวันที่เหมาะกับการทำลูก แต่เธอเองก็สนใจ“คือเราจะต้องรอวันไข่ตกค่ะ มันจะอยู่ช่วงที่เราหมดรอบเดือนไปแล้วเจ็ดวัน คือช่วงวันที่แปดถึงวันที่สิบสี่นั้นเป็นวันที่เหมาะมากเลยค่ะ” เธอเองก็เรียบเรียงคำไม่ค่อยถูก แต่ก็น่าจะเข้าใจล่ะเน

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   114

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****“ได้ค่ะ ฉันจะจ่ายให้เอง” เว่ยเว่ยพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม“น้องเล็ก/น้องเล็ก” พี่รองและพี่สะใภ้รองพูดออกมาพร้อมกัน ไม่คิดว่าเว่ยเว่ยจะยอมให้ง่ายๆแบบนี้“ดี ถ้าอย่างนั้นก็เอามา พวกเราจะได้กลับเสียที” แม่เฒ่าเร่ง พร้อมกับยิ้มดีใจที่จะได้เงินกลับบ้าน วันนี้เธอไม่เสียแรงเปล่าแล้ว

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   112

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****แต่เพียงไม่นานก็เกิดเรื่องราวที่หน้าร้านขึ้น ทุกคนได้ยินเสียงโวยวายจึงได้พากันออกไปดู“ออกมาได้แล้วหรือยังไง นังลูกอกตัญญู หนอยถ้าแม่แก่ๆอย่างฉันไม่ไปหาที่บ้านแม่สามีของเธอ ฉันก็คงไม่รู้หรอกนะว่าแกมาเปิดร้านใหญ่โตขนาดนี้” หญิงชราที่ยืนโวยวายอยูที่หน้าร้านนั้นก็คือแม่ของพี

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   111

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****เมื่อมาถึงที่ร้านก็เห็นว่าแม่มู่มารอรับลูกสาวที่หน้าร้านแล้ว ตอนนี้ในร้านไม่มีลูกค้าเพราะถึงเวลาปิดร้านแล้ว ตอนนี้ที่ร้านทั้งสองสาขาก็ขายได้เรื่อยๆ ไม่ถือว่าดีเท่ากับตอนที่เปิดใหม่ๆ เพราะตอนนี้คู่แข่งค่อนข้างที่จะเยอะ เพราะมีคนลอกเลียนแบบ จึงมีหลายร้านที่เปิดคล้ายๆกัน“หน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status