공유

11

last update 게시일: 2026-02-19 16:07:06

นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ

*****

"เราไม่อยากเข้าไปเสี่ยงในตลาดมืด เราจะทำยังไงดีนะ ใช่สิเราต้องหาตัวแทน แต่ว่าตัวแทนคือใครดีล่ะ คิดไม่ออกเลย หรือว่าเราจะเข้าไปสืบข่าวที่ตลาดมืดก่อนดีนะ" พอเว่ยเว่ยคิดได้ดังนั้นก็แต่งตัวไปที่ตลาดมืดทันที พอมาถึงตลาดมืดก็แจ้งรหัสกับคนเฝ้าทางเข้าตลาดทั้งสองคน

"เห็นเป้าหมายแล้ว" เว่ยเว่ยที่เฝ้ามองอยู่นานเธอก็เจอคนคนนึงที่มีท่าทางน่าสนใจ

"พี่ชายคะ ไม่ทราบว่าพี่ชายสนใจรับสินค้าจากฉันไปขายไหมคะ ฉันจะขายให้พี่ในราคาส่ง" เว่ยเว่ยไม่รอช้ารีบเข้าประเด็นโดยตรง ชายหนุ่มก็ได้แต่มองหน้าของเว่ยเว่ยด้วยความสงสัย ว่าเด็กสาวคนนี้มีจุดประสงค์อะไรกันแน่

"นี่น้องสาวสิ่งที่น้องสาวพูดมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะ" ชายหนุ่มบอกออกไป

"ฉันก็ไม่ได้พูดเล่นๆเหมือนกันค่ะพี่ชาย ว่าแต่พี่ชายสนใจไหมคะ" เว่ยเว่ยยังคงต้องการคำตอบ ซึ่งเธอมั่นใจมากว่าเธอมองคนไม่ผิด เพราะชายหนุ่มคนนี้น่าจะมีแผงประจำสำหรับการขายของ และท่าทางจะขายดีมากด้วย ดูจากการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าอย่างดี 

"เธอลองเสนอมาก่อนสิ" ชายหนุ่มยังไม่อยากเชื่อ

"ถ้างั้นฉันขอแนะนำตัวก่อนนะคะ ฉันมีชื่อว่าเฉียนเว่ยเว่ยค่ะพี่ชาย ไม่ทราบว่าพี่ชายมีชื่อว่าอะไรคะ" เธอต้องการรู้ชื่อ

"ผมมีชื่อว่าหลี่อี้เฟิง คราวนี้จะบอกสินค้าได้หรือยัง" ชายหนุ่มบอกชื่อตัวเองไป

"ได้เลยค่ะพี่อี้เฟิง ของที่ฉันจะมาเสนอขายให้พี่ก็เป็นพวกสินค้าทั่วไปนะค่ะ อย่างเช่นเนื้อหมู ไก่ตัว ไข่ไก่ เกลือ น้ำตาลทรายแดงซอสปรุงรส ขนมเปี๊ยะ และบางครั้งอาจจะมีผ้าห่ม ชุดเครื่องครัว ประมาณนี้แหละค่ะแล้วแต่ว่าฉันจะหาสินค้าอะไรได้ ไม่ทราบว่าพี่ชายสนใจไหมคะ" เว่ยเว่ยเสนอขายสินค้าแบบตรงจุด

"แล้วเธอจะส่งของแบบไหน" ชายหนุ่มยังถามต่อ 

"อืม...เรานัดเจอกันก็ได้ค่ะ แต่ว่าสินค้าของฉันมันจำนวนไม่เยอะเท่าไหร่นะคะ แล้วก็ไม่ได้ส่งให้พี่ทุกวัน ประมาณอาทิตย์ละ 2 ครั้งได้ค่ะ" เว่ยเว่ยบอกออกไป เพราะของในมิติของเธอไม่ได้มีจำนวนมาก เพราะมิติจะเพิ่มของให้เธอทุกเที่ยงคืน เธอต้องขนพวกมันออกมาก่อน แล้วถึงจะเอาของใหม่ออกมาได้

เพราะของที่เธอมีนั้นมีจำนวนจำกัด เพราะตอนที่เธอซื้อมา ไม่ได้ซื้อมาในจำนวนมากเพราะเงินเธอมีน้อย เธอเลยต้องบอกหลี่อี้เฟิงไว้ก่อนจะได้ไม่มีปัญหา เพราะในการส่งของแต่ละรอบก็จะมีปริมาณเท่ากันทุกรอบ

“แล้วฉันจะเชื่อใจเด็กอย่างเธอได้ยังไง” ชายหนุ่มยังระแวงอยู่

"ก็แค่เหมือนกับที่ฉันไว้ใจพี่ชายนั่นแหละค่ะ" เว่ยเว่ยตอบกลับไปอย่างมั่นใจ

ชายหนุ่มจึงพิจารณาเด็กสาวตรงหน้าอีกครั้ง ว่าเขาควรจะเสี่ยงกับเด็กคนนี้หรือไม่คำตอบที่เขาได้ คือน่าจะเสี่ยงได้เพราะว่าไม่มีอะไรเสียหาย ตัวเขาเองก็ทำอาชีพนี้อยู่แล้วของมาเงินไปก็เท่านั้นเอง

"ได้ตกลงตามนั้นแล้วกัน ว่าแต่วันนี้เธอมีของมาไหม" อี้เฟิงถามหาสินค้าทันที

"มีสิคะพี่อี้เฟิงแต่ว่าฉันไม่ได้ถือมาด้วยหรอกนะฉันวางไว้ตรงมุมนู้นเดี๋ยวฉันไปถือมาให้ดูนะคะ" แล้วเว้ยๆก็วิ่งกลับเข้าไปในมุมๆนึงเพื่อทำทีเอาของออกมา

"นี่ค่ะสินค้าตัวอย่าง พอจะใช้ได้ไหมคะ" อี้เฟิงจึงพิจารณาสินค้าที่เว่ยนำมาให้ดู

"อืม..ใช้ได้ทีเดียวของสดดีมาก"ชายหนุ่มพยักหน้าพอใจ

"ใช่ไหมล่ะคะ ฉันบอกแล้วของฉันดีจริง" เว่ยเว่ยยังคงโฆษณาสินค้าต่อ

"ถ้าเธอจะส่งสินค้ารอบแรกได้เมื่อไหร่ แล้วสถานที่รับสินค้าล่ะ" ในเมื่อของดีขนาดนี้เขาก็อยากที่จะเอาไปขายให้เร็วที่สุด

"วันนี้วันที่10 อีก3วันเป็นไงคะ รับส่งสินค้าทุก 5 วัน พี่อี้เฟิงพอใจมั้ยคะ ส่วนสถานที่เดี๋ยวฉันบอกอีกทีนะคะ" เว่ยเว่ยเสนอออกไป

"อืม..ได้สิตามนั้นแล้วกัน"

"ถ้างั้นอีก 2 วันก่อนวันนัดรับของฉันจะมาหาพี่อีกครั้งนะคะ เพื่อนัดสถานที่อีกทีนึง" ตอนนี้เธอยังไม่มีสถานที่ เธอต้องไปจัดการ

"ส่วนสินค้าในตะกร้านี้ พี่อี้เฟิง รับไปนะคะ ถือเป็นน้ำใจที่เราเจอกันครั้งแรกและได้ทำธุรกิจร่วมกัน " เว่ยเว่ยไม่เสียดายของพวกนี้ เพราะถ้าเธอทำการค้านี้สำเร็จ เงินมากมายก็จะเป็นของเธอ

"ไม่ได้หรอก ของซื้อของขาย คิดเงินมาแล้วกันพี่จะจ่ายเงินให้" ชายหนุ่มไม่ยินยอม

"ได้ค่ะ นั้นฉันไม่เกรงใจพี่นะคะ" แล้วเว่ยเว่ยจึงคำนวณราคาของและรับเงินมาจากชายหนุ่ม

"วันนี้ฉันกลับก่อนนะคะอีก 3 วันเจอกันค่ะ" เมื่อเธอร่ำลาชายหนุ่มเสร็จเธอก็เดินออกมาจากตลาดมืดทันที

"เราต้องไปหาบ้านเช่าเป็นหลังแล้วล่ะ เพื่อไว้รับส่งสินค้า ถ้านัดรับสินค้าที่ห้องเช่า ไม่ปลอดภัยแน่นอน เพราะคนเช่าอยู่เยอะ" ก่อนกลับห้องเช่าเว่ยๆจึงเดินตามหาบ้านเช่าก่อน

 

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   174

    เธอบอกว่าการผ่าคลอดนั้นเจ็บมากกว่าการคลอดเองมาก แถมการฟื้นฟูหลังคลอดก็ยากกว่า เธอจึงไม่เลือกวิธีนี้ แต่ตอนนี้ ตอนที่เขาเห็นว่าเธอทนเจ็บอย่างทรมาณก็อยากจะให้เธอผ่าคลอด “ไม่ค่ะ ฉันทนมาได้ถึงขนาดนี้แล้ว ฉันไหวค่ะ” เธอจับมือของเขาและบีบมันเบาๆ เพื่อสื่อว่าเธอทนได้จริงๆในการคลอดครั้งนี้ พวกเขาได้ฝากท้องที่โรงพยาบาลเอกชน ลู่เฟิงจึงได้เพิ่มเงินค่าคลอด และขอเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนภรรยาด้วย เพราะเขานั้นเป็นห่วงเธอมาก จึงไม่อยากที่จะรออยู่ที่ด้านนอก เขาอยากเป็นกำลังใจของเธอทุกช่วงเวลาและเมื่อไกล้คลอด อาการของเว่ยเว่ยก็น่าเป็นห่วง เพราะอาการปวดที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากที่เธอทนได้ก็เริ่มที่จะทนไม่ได้ เธอจึงมีน้ำตาไหลออกมา“คุณเจ็บมากเลยหรือครับ” เมื่อเห็นว่าน้ำตาของเธอไหลออกมา ก็รู้แหละว่าเธอคงจะทนไม่ไหวแล้ว เขาเองก็ทนเห็นเธอเจ็บไม่ได้เหมือนกัน จึงได้คิดแล้วว่าเมื่อลูกคลอดออกมาแล้ว เขาจะทำหมันเอง เพื่อที่เว่ยเว่ยจะได้ไม่ต้องท้องและทรมาณแบบนี้อีก และอีกอย่างตอนนี้รัฐเองก็มีนโยบายลูกคนเดียวนี่จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด“ตอนนี้ฉันแทบจะทนไม่ไหวแล้วค่ะ ลู่เฟิงคะฉันทรมาณมากเลย” ตอนนี้เธอปวดมาก ปวดจนเหมือน

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   173

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ(บทส่งท้าย)ฉันกับคุณจะเป็นครอบครัวเดียวกันและวันแต่งงานก็มาถึงวันนี้ทุกคนล้วนวุ่นวายกันหมด แม้กระทั่งเจ้าบ่าวหรือเจ้าสาว ถึงแม้ว่าจะวางแผนการจัดงานเอาไว้อย่างดี ก็ยังมีติดขัดอยู่บ้างหลังจากที่เว่ยเว่ยแต่งตัวเสร็จด้วยชุดกี่เพ้าสีแดงเพื่อที่จะทำพิธียกน้ำชาในช่วงเช้า เธอได้แอบมาดูสถานที่ ตอนนี้ทางโรงแรมได้ตกแต่งออกมาอย่างสวยงาม โดยใช้สีแดงเป็นหลัก ทั้งผ้าม่าน และดอกไม้ที่ใช้ตกแต่ง รวมทั้งอุปกรณืที่ต้องใช้ในพิธีด้วย“มาอยู่ที่นี่เองหรือลูก ทำไมไม่รอที่ห้องล่ะ จะออกมาทำไมกัน” แม่มู่ที่แวะมาดูความเรียบร้อยอีกครั้งก็เจอเข้ากับว่าที่เจ้าสาวที่ยืนอยู่“หนูแค่มาดูเท่านั้นค่ะ แล้วแม่ล่ะคะเหนื่อยไหม” ทั้งๆที่เธอให้ทางโรงแรมจัดการทั้งหมด แต่แม่ของเธอและทุกคนก็ยังอาสามาช่วยพนักงานทำ“ไม่เหนื่อยเลยลูก แม่ดีใจเสียอีกที่ลูกสาวแม่มีวันนี้ ต่อไปนี้ลูกก็จะเป็นภรรยา และเป็นแม่คนแล้วนะ” แม่มู่อดที่จะหลั่งน้ำตาด้วยความตื้นตันไม่ได้ เธอไม่เคยคิดเลยว่าครอบครัวของเธอจะมาถึงจุดนี้ จุดที่มีครบทุกอย่าง โดยคนที่ยื่นมันให้ก็คือลูกสาวคนนี้ของเธอ“แม่คะ หนูรักแม่นะคะ ถึงหนูจะแต่งงานแล้ว แต่หน

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   172

    และในมลฑลนี้ก็มีโรงแรมเพียงสองที่เท่านั้นที่อยู่ไกล้ที่สุด ซึ่งทั้งสองก็ได้พากันไปดู ซึ่งเว่ยเว่ยถูกใจโรงแรมที่สองที่ลู่เฟิงพาเธอมาดูมากที่นี่มีขนาดใหญ่กว่าที่แรกมาก เพราะอยู่ในแถบชานเมืองออกมาหน่อย แต่ก็ไม้ได้ไกลจากบ้านมากนัก ทั้งยังมีที่จอดรถไว้สำหรับต้อนรับลูกค้าที่มาใช้บริการ ซึ่งที่แรกไม่มีเพราะอยู่ติดถนนเลยนั่นจะทำให้แขกที่มางานนั้นไม่สะดวกเรื่องการจอดรถและเมื่อทั้งสองได้เข้ามาติดต่อ ก็ได้รับบริการอย่างดีจากผู้จัดการโรงแรม ซึ่งลู่เฟิงบอกว่าที่นี่ไม่ใช่ของรัฐแต่เป็นของเอกชน แต่ก็อยู่ภายใต้เงื่อนไขของรัฐบาลนั่นเองเว่ยเว่ยได้ตกลงเรื่องสถานที่ที่จะจัดงาน ซึ่งทางโรงแรมก็บอกว่าวันนั้นไม่มีลูกค้ามาจองไว้ เธอสามารถทำเรื่องจองไว้ได้เลย โดยที่เธอต้องจ่ายเงินมัดจำเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ เพราะทางโรงแรมกลัวว่าเมื่อจัดงานไว้แล้วลูกค้าจะเบี้ยว จึงได้เรียกเก็บเงินมากกว่าครึ่งเมื่อได้สถานที่แล้ว เว่ยเว่ยก็พูดถึงเรื่องการตกแต่ง เธอไม่ได้ต้องการให้หรูหรามาก ขอแค่มีแท่นพิธีที่มีดอกไม้สวยงามเท่านั้น และรอบๆก็ขอให้มีดอกไม้วางในจุดต่างๆที่เห็นสมควรเพื่อความสวยงามส่วนเรื่องอาหารนั้นเธอขอให้ทางโรงแรมนั้

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   171

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****หลังจากที่ลู่เฟิงพาเธอไปจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว เขาก็พาเธอไปดินเนอร์ที่ร้านอาหารริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง ที่ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงร้านอาหารร้านนี้บรรยากาศค่อนข้างดีทีเดียว เพราะจัดโต๊ะสำหรับต้อนรับแขกที่มาทานอาหารนั้นค่อนข้างส่วนตัว โต๊ะที่เธอเข้ามานั่งนั้นติดกับแม่น้ำเลยทีเดียว หรือจะพูดว่าทางร้านทำร้านให้ยื่นเข้าไปในแม่น้ำก็ได้“ที่นี่สวยดีนะคะ ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยค่ะ ว่าที่นี่จะมีที่สวยๆแบบนี้” เว่ยเว่ยที่ไม่เคยออกไปที่ไหนนอกจากที่ร้านและมหาวิทยาลัย จึงได้ไม่เคยมาที่นี่ เธอค่อนข้างที่จะเสียดายมากทีเดียว“เป็นผมเองที่ไม่ได้พาคุณมา แต่ต่อไปนี้ผมจะพาคุณไปหลายๆที่เลยนะครับ” เพราะก่อนหน้านั้นเขาต้องทำงาน และเมื่อปีที่ผ่านมาเขาต้องออกไปทำงานนอกพื้นที่จึงไม่ได้มีโอกาสพาเธอไปที่ไหนเลย เขาจึงอยากจะชดเชยวันเวลาที่ผ่านมา“คุณสัญญาแล้วนะคะ” เว่ยเว่ยนั้นไม่ได้คิดจริงจังกับเรื่องเที่ยวนัก แต่เธอก็ชอบที่คนรักของเธอนั้นชอบที่จะดูแลเธออย่างนี้ เธออยากเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขา “ครับ ต่อไปนี้สามีจะพาคุณไปทุกที่ที่อยากไปเลยครับ” อยู่ๆลู่เฟิงก็แทนตัวเองว่าสามี นั่

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   170

    เมื่อตอนที่เธอเห็นมันครั้งแรก เธอเองก็งงเหมือนกัน ว่ามันมาจากที่ไหน ในเมื่อเธอเอาผ้าออกมาจากในมิติทุกวันเพื่อเอาออกมาตัดชุดที่ร้าน เธอก็ไม่เคยเห็นมันเลยสักครั้ง และมันไม่ใช่มีแค่สีเดียว แต่มีถึงสองสี และอีกสีหนึ่งก็คือสีแดงซึ่งเว่ยเว่ยก็นำมันมาตัดชุดกี่เพ้าด้วยเหมือนกัน แต่ชุดนั้นเธอคิดว่าจะเอามันไว้ใส่ในวันแต่งงานของเธอกับลู่เฟิง ตอนที่เธอหยิบชุดออกมาใส่ เธอก็แอบคิดไปเหมือนกันว่ามิติอาจจะรู้ว่าเธอจะได้ทำแบบนี้จึงได้มอบผ้าสวยๆแบบนี้มาให้ก็เป็นได้พอถึงช่วงบ่าย ลู่เฟิงก็มารับเธอที่บ้านตามที่ได้ตกลงกันไว้ ก่อนไปจดทะเบียน เขาได้พาเธอเข้าไปหาครอบครัวของเขาก่อน เพื่อบอกว่าทั้งสองจะไปจดทะเบียนกัน“ลูกว่าอะไรนะลู่เฟิง” แม่จิ่งที่ได้ยินลูกชายบอกว่าจะพาคู่หมั้นไปจดทะเบียนก็ถึงกับอุทานออกมาเสียงดัง“ผมจะพาเว่ยเว่ยไปจดทะเบียนครับ” ลู่เฟิงบอกคนเป็นแม่อีกครั้ง ส่วนพ่อเจียงที่นั่งฟังอยู่ก็ไม่ได้ตกใจอะไร เพราะเขาคิดว่ามันถึงเวลาแล้ว เพราะเด็กทั้งสองคนก็คบหาดูใจกันมาหลายปีแล้ว ถ้านับเวลาคงเกือบห้าปีเลยล่ะ“แล้วลูกบอกทางบ้านของหนูเว่ยเว่ยแล้วหรือยัง ทำไมลูกถึงเป็นคนแบบนี้ไปได้ ทำอะไรทำไมไม่ถามผู้ใหญ่

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   169

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****และเมื้อมื้ออาหารเย็นจบลง ทุกคนก็แยกย้ายกันเข้าห้องนอน รวมทั้งจางหย่งด้วย ที่วันนี้เขาได้รับอนุญาติให้ค้างที่นี่กับภรรยาและลูกได้ และในพรุ่งนี้เช้าเขาจะพาลูกและภรรยากลับไปพักที่ค่าย“อื้อ อื้อ” เว่ยเว่ยที่ถูกจู่โจมหลังจากที่ออกจากห้องน้ำก็ได้ได้แต่ครางอยู่แต่ในลำคอ “คุณเรียนจบแล้วใช่หรือเปล่า” ลู่เฟิงเมื่อละปากออก ก็พูดถามเสียงอู้อี้ เพราะตอนนี้จมูกของเขาได้ซุกไซร้ไปที่ซอกคอขาวของเว่ยเว่ย ยิ่งเขาได้กลิ่นหอมที่มาจากตัวของเธอ ยิ่งทำให้เขานั้นแทบคลั่ง“อื้อ ค่ะ” เธอเรียนจบมาได้สองเดือนแล้ว เหลือแค่รอใบประกาศเท่านั้น“ถ้าอย่างนั้นเราแต่งงานกันนะ” ลู่เฟิงที่ได้ยินแบบนั้นก็ดีใจเป็นอย่างมาก จึงได้ถามถึงเรื่องแต่งงาน“อะ อะไรนะคะ” เว่ยเว่ยคิดว่าตัวเองหูฝาดที่ได้ยินลู่เฟิงขอเธอแต่งงาน “เราแต่งงานกันนะครับ” เขาย้ำให้เธอฟังอีกครั้ง และครั้งนี้เขาเงยหน้าขึ้นมาพูดกับเธอให้ชัดๆ และหยุดการกระทำทุกอย่างไปก่อน“เรื่องนี้ เราไม่ต้องบอกพ่อแม่ก่อนหรือคะ” เรื่องแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ ยังไงพ่อแม่ก็ควรที่จะรับรู้เรื่องนี้“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาหรอกครับ ว่าแต่คุณเถอะ แต่งงานกับผมได

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   21

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****"เข้ามาก่อนค่ะ เดินทางมากันเหนื่อยไหมคะ" เว่ยเว่ยเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง"ไม่หรอก พี่ชินแล้ว " พี่ชายใหญ่บอก เพราะปกติแล้วเขาจะเป็นคนเอาของมาให้น้องสาวเสมอ จึงชินกับการเข้ามาในอำเภอ"ใช่ พี่ก็ไม่เหนื่อยเหมือนกัน " พี่ชายรองก็ไม่ยอมน้อยหน้า "แล้วนี่ทานอะไรมากันหรือยังคะ น

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   17

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอค่ายทหาร..."สวัสดีครับ ผู้กองเจียงแหม..หน้าตาเบิกบานจริงเชียว มีความสุขอะไรกันครับบอกผมหน่อยสิ " ทหารใต้บังคับบัญชาคนหนึ่งถามขึ้น เมื่อก้าวเข้ามาในห้องแล้วเห็นลู่เฟิงยิ้มแทบจะตลอดเวลา"ก็ไม่มีอะไรมากครับ แค่เจอสาวที่ถูกใจแค่นั้นเอง" เจียงลู่เฟิงบอกกับลูกน้องด้วยสีหน้ายิ้มๆ"ไอ

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   16

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****"เราควรจะทำกับเงินนี้ยังไงดีคะคุณ""ก็เก็บไว้ให้ลูกนั่นแหละ เผื่อลูกมีธุระฉุกเฉินต้องใช้เงิน" พ่อเฉียนออกความคิด"เอาอย่างนั้นก็ได้ค่ะ ถ้างั้นฉันขอไปเก็บของก่อนนะคะ" แล้วแม่มู่ก็เดินเข้าครัวไป"สะใภ้ใหญ่เดี๋ยวเก็บของเข้าที่ให้เรียบร้อยนะ ส่วนมื้อเย็นก็ ทำหมูตุ๋นกับผัดผัก

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   24

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****"ได้ค่ะ ถ้าเราทำแบบนี้จะทำให้ลดบวม และหายเจ็บเร็วขึ้น แต่ว่าห้ามนวดเป็นอันขาดนะคะ มันจะทำให้อักเสบ" เว่ยเว่ยอธิบายเพิ่มเติม"เป็นความรู้ที่ดีมากเลยจ้ะ" ลู่จิง เอ่ยชม ส่วนชายหนุ่มนั้นพอมีความรู้อยู่แล้ว จึงไม่ได้สงสัยอะไร ตัวเขานั้นเป็นทหารต้องมีความรู้และวิธีปฐมพยาบาลเบ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status